ตอนที่ 45ขว้างงูไม่พ้นคอ
สมชายเข้ามาทักทาย“เป็นไงเมื่อเช้าได้ข่าวว่าโดนเล่นงานมาเหรอ” เพื่อน ๆ ในกลุ่มเข้ามาห้อมล้อมบางคนถึงขั้นชวนไปรุมกระทืบมัน
“รอดูทิศลมไปก่อนอย่าได้รีบร้อน…อย่าได้รีบร้อน” เขาพูดประโยคสุดท้ายย้ำสองครั้งมองดูท่าแล้วใจเย็นผิดปกติ
ไม่นานข่าวลือก็แพร่สะพัดออกไปถึงพฤติกรรมของนาย พีเด็ก ม.2 ลูกของสจ.พาที นักการเมืองคนดังประจำจังหวัด ที่ได้ไถเงินพ่อค้าหมูปิ้งหน้าโรงเรียนข่าวก็กระจายออกไปคล้ายกับไฟลามทุ่ง
เสือน้อยไม่คิดจะโหมกระพือไฟเพิ่มเติมแต่อย่างใดแต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติไปก่อนดูทิศทางลมเสียก่อนหากได้จังหวะเขาคงได้เล่นงานมันคืนเป็นแน่
ส่วนเหตุผลที่พีใบหน้าบอกบุญไม่รับเป็นเพราะว่าเมื่อเช้านี้ เขาทะเลาะกับแฟนมา
ซึ่งก็เป็นแฟนสาวคนสวยรุ่นพี่…ที่ตัวเขาภูมิใจนักหนาแต่ทำตัวไม่ได้ดังใจขัดใจกัน และก็เผอิญว่าตอนเช้า เขาเห็นหน้าไอ้ลูกแมวพอดีจึงได้จัดการระบายอารมณ์ใส่มันเสียหน่อย!
แต่ทว่าอยู่ดี ๆก็มีข่าวลือกระจายมาถึงเขาโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะพฤติกรรมที่ทำไว้ตอนเช้ามีการเล่าจากปากหนึ่งสู่อีกปากหนึ่ง แน่นอนว่าย่อมต้องมีการแต่งแต้ม ตามแต่จินตนาการของบุคคลแต่ละบุคคล
ซึ่งบางคนก็บอกพีตบหน้าพ่อค้าหมูปิ้งและบางคนก็บอกพ่นเศษอาหารใส่หน้าเสือน้อย ฯลฯ
……
หลังจากนั้นก็มีข่าวลือไปมากมายแต่เสือน้อยก็ให้คนอื่นไปจัดการเรื่องนี้ ส่วนเขาก็ง่วนอยู่กับเรื่องของตัวเองทำทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อใช้มันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าที่สุด!
โดยเฉพาะธุรกิจหลักปั๊มเงินในเกมเสือน้อยก็ได้ไปจัดคอมยกชุดใหม่เอาแรง ๆ มาให้ลูกน้องทั้งสองชั้นหมดเลย
เสือน้อยเชื่อว่า“หากจะให้ม้าวิ่งก็ต้องให้หญ้าให้น้ำ…เขาถึงจะไปยังจุดหมายได้”
พอเปรียบเทียบดังนี้เขาจึงให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอย่างมาก!
พักหลัง ๆสำหรับลูกน้องของเขา ยิ่งนานยิ่งแย่สำหรับผลการเรียน พวกเขาโดนที่บ้านบ่นทางเสือน้อยเองก็ได้รับคำขอร้องมา ให้เขาช่วยหาติวเตอร์พิเศษมาให้หน่อยเหมือนอย่างคราวก่อน แต่ว่ารอบนี้พวกเขาจะออกเงินกันเอง
หลังจากได้รับรู้ปัญหาเสือน้อยก็เลิกใส่ใจเรื่องไอ้ทรพีชั่วคราวปล่อยให้คนอื่นจัดการไป
ตอนเย็น ๆเขาได้เดินไปที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง…
หลังจากที่ได้ไปถามพวกเพื่อนๆ เด็กเรียนในห้องว่าแถวนี้ มีที่ไหนสอนดี ๆ บ้างเพราะชีวิตนี้เขาไม่ค่อยได้เข้าโรงเรียนกวดวิชาเท่าไหร่จึงจำเป็นต้องหาข้อมูลเพิ่ม และพอได้มาก็ต้องไปเยือนถึงที่ด้วยตัวเอง
ตึกสองคูหาเก่า ๆคล้ายห้องเรียนที่ไม่ได้ค่อยบูรณะมานาน มีกลิ่นอายของความเก่าแก่สัมผัสได้อย่างชัดเจน
โรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้สมัยหนึ่งเคยเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก แต่ทว่าเมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปเหมือนกับว่าทางโรงเรียนจะปรับปรุงตัวไม่ทันตามยุคสมัย พอเสือน้อยเดินเข้ามาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงไม่มีใครนิยมมาเรียนที่นี่!
ตึกเก่าประมาณสองสามคูหาทั้ง ๆ ที่สถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียน แหล่งชุมชนแต่ว่ากิจการทรุดโทรมอย่างน่าเหลือเชื่อหากจะเปรียบก็คงเป็นทำเลทองชั้นหนึ่งเลยก็ว่าได้ จากการที่เด็กหนุ่มลอบประเมิน
เสือน้อยคิดในใจ“คงเป็นเพราะด้วยปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่หันไปเรียนที่ห้างสรรพสินค้า ที่มีสถานที่ทันสมัยและก็มีของครบครันมากกว่า”
ก่อนจะมาก็ไปลองถามเพื่อนๆ ว่า “เคยเรียนที่นี่ไหม?”
เพื่อน ๆในห้องก็บอกว่าปกติไปเรียนพิเศษที่อื่น พอถามไปถามมาหลาย ๆ ห้องคนที่เรียนพิเศษเยอะมาก แต่ทว่าไม่มีใครเรียนที่นี่เลย?
หรืออาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขายังถามคนมาไม่เยอะพอซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นไปได้?
ดังนั้นเสือน้อยจึงเดินเข้าไปหาพนักงานต้อนรับด้านในที่ดูเป็นคนรุ่นใหม่และทันสมัยมองดูกระฉับกระเฉง แต่กลับมาอยู่ในอาคารโบราณแห่งนี้
ชายหนุ่มพอเห็นเสือน้อยซึ่งเป็นเหยื่อรายใหม่เดินเข้ามา จึงได้รีบกล่าวแนะนำโรงเรียนอย่างเต็มที่ฟังประวัติไปเสือน้อยก็ถึงกับอึ้งเปิดมาสามสิบปีเห็นจะได้อีกทั้งอยู่ทำเลทองใกล้ตลาด ใกล้โรงเรียน…เดินไปร้อยเมตรกว่า ๆก็ถึงป้ายรถเมล์แล้ว
เสือน้อยไม่อ้อมค้อมเขาพูดตามตรง“เอ่อ…พี่ครับ ผมอยากขอพบเจ้าของโรงเรียน”
ทำให้ชายหนุ่มที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ‘พี่บีม’ ซึ่งทำหน้างง ๆ อยู่ จึงได้ลองถามย้ำไปอีกว่า“เอ่อ…อยากพบจริง ๆ เหรอ?” ซึ่งพอดีที่เจ้าของกิจการอยู่ด้วยวันนี้
ไม่นานเสือน้อยก็เดินเข้าไปในห้องทำงาน ที่ติดรูปความภาคภูมิใจในอดีตเอาไว้ ทั้งของตนเองและของนักเรียน
เสือน้อยกล่าวทักทายสวัสดีตามมารยาทอันพึงมีส่วนทางด้านเจ้าของกิจการก็เชิญนั่ง
“มีอะไรหรือหนุ่มน้อย…เห็นว่าอยากพบฉัน!?”ชายสูงวัยมองเผิน ๆ อายุน่าจะพอ ๆ กับปู่ย่าของเขาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ซึ่งภายในใจผู้เฒ่าก็คิดว่า“เด็กหนุ่มคงอยากจะมาสมัครเรียน หรือไม่ก็พวกศิษย์เก่าได้ฝากของมาให้…แต่ถ้าดูจากใบหน้าอันอ่อนเยาว์ คงเป็นอย่างแรกเสียมากกว่า”
“เอ่อ…คุณครูครับพอดีว่าผมสนใจจะซื้อกิจการของครูน่ะครับ” เสือน้อยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทันที
ชายสูงวัยเลิกคิ้ว“ไอ้เด็กเวร! นี่แกมาก่อกวนฉันหรือไงฮะ!?” เขาบ่นเสียงดังแต่ก็อดรักษามาดสุขุมสมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ได้
เสือน้อยยิ้มแห้ง ๆเขาก็พอจะเดาไว้ได้อยู่แล้วว่า ตนเองจะต้องโดนมองในแง่แบบนี้แน่ ๆจึงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ
เขาตอบกลับด้วยความมุ่งมั่น“ไม่ได้มากวนจริง ๆ ครับคุณครูพ่อแม่ผมอยากซื้อกิจการเลยให้ผมเดินเข้ามาเยี่ยมเยือน แวะเข้ามาดูภายในก่อน”เสือน้อยพูดอ้างไปถึงพ่อแม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้
ในตอนแรกเสือน้อยแค่ต้องการหาครูมาสอนให้ลูกน้องแต่พอถามเพื่อนไปถามเพื่อนมา ผู้ปกครองเด็กเรียนหลาย ๆคนยอมจ่ายเงินเพื่อเรียนพิเศษกันเยอะมาก ๆ
เขาจึงคิดเอาง่ายๆ ว่า “ถ้างั้นทำไมไม่สู้…เปิดโรงเรียนไปเองเลยล่ะ?”
……
ผ่านไปสองสามวันข่าวลือเรื่องพฤติกรรมต่ำทรามของลูก สจ.พาที ก็ยังไม่จบสิ้น…
ทั้งถ่มถุยเศษอาหารใส่พร้อมทั้งรีดไถเงิน แถมยังดูหมิ่นซึ่งหน้า ยิ่งนานข่าวลือยิ่งแต่งแต้มไปต่าง ๆนานา มีพยานในเหตุการณ์เป็นนักเรียนอยู่มาก
กลายเป็นว่านายพี ‘ขว้างงูไม่พ้นคอ’ เรื่องไปถึงห้องปกครองจนครูเรียกเขาเข้าไปพบไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พลังของปากคนรวมกันมาก ๆเข้าก็สามารถละลายทองคำได้เหมือนกัน!
ที่ห้องฝ่ายปกครองบรรดาครูต่างก็หันมามองเด็กหนุ่มจอมก่อเรื่อง คราวที่แล้วยังไม่จบสิ้นดีครั้งนี้เริ่มก่อเรื่องอีกแล้วหรือ นี่พึ่งผ่านไปกี่เดือนเอง?
ปัญหาคือเสือน้อยจะเอาความหรือเปล่าเพราะเสือน้อยปล่อยข่าวแว่ว ๆ มาว่าจะแจ้งความข้อหาทำลายชื่อเสียงส่วนพยานบุคคลสุ่มชี้ตรงไหนมาก็เจอ!
ครูทุกคนในฝ่ายปกครองใช่ว่าไม่เคยกินหมูปิ้งอย่างน้อยก็เจ็ดในสิบเคยกิน จึงรู้ดีว่าข้อกล่าวหาของนายพีนั้นเหลวไหลทั้งเพและการที่นายพีทำแบบนี้มันก็เกินไปจริง ๆ แถมยังรีดไถเงินไปอีกหลายพันบาท
เสือน้อยดูทิศทางลมแล้วจึงปล่อยข่าวออกไปถ้าเป็นเรื่องการทำมาหากิน มันเสื่อมเสียชื่อเสียงจริง ๆ ต่อไปใครจะกล้าซื้อ?
ความจริงเรื่องชื่อเสียงในการค้าขายนั้นสำคัญแค่ไหนพวกพ่อค้าแม่ค้าต่างก็รู้กันดี!ซึ่งเรื่องนี้ก็ชวนทำให้ทางฝ่ายปกครองปวดหัวอีกไม่ใช่น้อย
ทางด้านนอกโรงเรียนข่าวลือจากปากต่อปากก็ไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่‘นายก อบจ.ไพริน’ เมื่อทราบเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ข่าวเสียของทีมงานตนจึงโทรไปต่อว่าอย่างหนักถึงพฤติกรรมลูกชาย สจ.พาที
พาทีทุบโต๊ะเสียงดัง“เปรี้ยง!” พอได้รู้ว่าลูกชายตัวดีก่อเรื่องอีกแล้วจนคราวนี้เรื่องไปถึงหูผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ตนเองก็โกรธจนควันออกหูรีบหยิบโทรศัพท์โทรไปหาลูกชาย ในขณะที่เจ้าตัวนั่งอยู่ในห้องฝ่ายปกครอง
“ไอ้ลูกเวรเอ๊ย!นี่มึงก่อเรื่องอีกแล้วเหรอฮะ!?” พาทีตะโกนเกรี้ยวกราด
เขาโกรธจนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วจึงด่าทอต่อไปว่า “มึงรู้มั้ยท่าน ‘นายก อบจ.’ โทรมาต่อว่ากูเนี่ย!”
พีรพัฒน์อึ้งงัน“แค่ฝ่ายปกครองคงไม่เท่าไหร่ แต่นี่มันลามไปจนถึง ‘นายกอบจ.’ เลยเหรอวะ?” เขาบ่นในใจซวยแล้วแน่ ๆ
เขาพูดยอมรับและขอโทษแต่โดยดี“พอดีพีทะเลาะกับแฟนมาน่ะพ่อ คนมันอารมณ์ไม่ดี พอเจอคนที่หมั่นไส้ก็เลยหลุดเผลอไปเล่นงานมัน…”
พอพ่อด่าไปได้สักพักแม่ก็แย่งโทรศัพท์ก่อนพูดตำหนิพีอยู่พักใหญ่“แล้วคนที่ไปมีเรื่องด้วยเขาจะเอาอย่างไง!?” แม่เด็กหนุ่มถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
พีก็ได้อธิบายว่า“ตอนนี้อยู่ห้องปกครอง แถมมีข่าวว่าไอ้เสือน้อยมันจะเอาเรื่อง!”
“ครูฝ่ายปกครองก็กำลังพิจารณาเรื่องโทษทัณฑ์ถ้าเกิดว่าไอ้เสือน้อยมันแจ้งความ เพราะเรื่องมันเกิดนอกโรงเรียนพยานบุคคลก็ดูเหมือนจะมีเยอะด้วย!” พีพูดเสียงอ่อนดูเหมือนคราวนี้เขาจะซวยแล้วจริง ๆ หนักกว่าครั้งก่อน ๆมากนัก!
“สรุปก็คือถ้าเจ้าตัวเอาเรื่องจะโดนไล่ออกใช่มั้ย?และถ้าไม่เอาเรื่องทางโรงเรียนก็จะปล่อยผ่านใช่มั้ยลูก?” แม่ถามด้วยท่าทีร้อนใจ เตรียมที่จะวิ่งเต้นหาทางช่วยลูกชาย
ในขณะเดียวกันเสือน้อยก็ถูกเชิญมาห้องฝ่ายปกครองเป็นตอนที่พีถือโทรศัพท์ออกไปคุยข้างนอก
ทางครูฝ่ายปกครองก็อธิบายผลที่จะเกิดขึ้น“ถ้าเธอจะดำเนินคดี ทางโรงเรียนคงต้องดำเนินการควบคู่ไปด้วยทั้งสองทางเพราะมันเสื่อมเสียถึงชื่อเสียงโรงเรียนด้วยหากขึ้นโรงขึ้นศาล”
เสือน้อยตาลุกวาว“แล้วครั้งนี้โทษของไอ้พี…ที่โรงเรียนเตรียมไว้จะเป็นอย่างไงครับ!?”
ครูพีระตอบ“เนื่องจากเจ้าตัวเคยโดนทัณฑ์บนข้อหาหนักถ้าโดนรอบนี้คงต้องเชิญออกสถานเดียว...หรืออาจไล่ออกก็ได้ในกรณีที่มีพฤติกรรมแบบนี้”
จากนั้นนายพีก็เดินเข้ามาในห้องท่าทีสงบเสงี่ยมต่างจากท่าทีเหี้ยมหาญที่ได้แสดงออกในวันนั้นกับทางเสือน้อยอย่างสิ้นเชิง
ตัวเขานั่งอยู่มุมห้องก่อนหันไปพูดกับครูพีระว่า“ประเดี๋ยวแม่ผมขับรถมาครับครู”
พีหันมามองเสือน้อย“พอดีแม่กูมีเรื่องจะคุยกับมึง!”
เสือน้อยที่กอดอกนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนพอได้ยินคำพูดของไอ้ทรพี เขาก็ไม่พอใจ ก่อนจะเลิกคิ้วข้างหนึ่งเหลือบไปมองไอ้ทรพีและพูดว่า “อะไรสิ!?”
หากใครมาเห็นเขาวางมาดตอนนี้ก็ไม่พ้นต้องด่าว่ากวนโอ๊ยแน่ๆ
เมื่อเห็นสายตาที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันใบหน้าเชิงสอบถาม พีที่รู้ว่าเสียเปรียบ จึงพลางกัดฟันพูดขึ้นมาใหม่
เขาต้องจำใจทำเป็นขอร้อง“เดี๋ยวแม่ผมมา...มีเรื่องจะเจรจากับคุณเสือน้อยหน่อยน่ะครับ”
“นานมั้ยถ้านานผมไม่สะดวกติดเรียน” เสือน้อยตอบแบบเชิด ๆ
“สักครู่หนึ่งครับคุณเสือน้อยช่วยรอสักนิดเถอะครับ!” พีกัดฟันกรอดพูดอย่างนอบน้อม
ส่วนเสือน้อยหันมาพยักหน้า…แต่ทว่าภายในใจกลับหัวเราะร่า
……
ไม่นานหลังจากออกจากบ้านมาเธอเองก็โทรปรึกษาพ่อของสามี ชักชวนให้มาด้วยกันมาช่วยเกลี้ยกล่อมเด็กหน่อยเธอเชื่อว่าความเป็นครูของพ่อสามี ซึ่งได้เป็นครูมาอย่างยาวนานจะสามารถช่วยกล่อมเด็กคนนี้ได้เป็นอย่างมาก!