ตอนที่ 15 ูเาเทียนหู
“ไม่พบปัญหาอะไร” หลินเยี่ยตรวจสอบตู้เสื้อผ้าทั้งหมดอีกรอบ สุดท้ายกล่าวข้อสรุปออกมา “เมื่อครู่ผมตรวจสอบทุกซอกมุมครบถ้วนแล้ว ไม่พบร่องรอยงัดแงะหรือติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือภาพครับ”
“งั้นก็ดีแล้ว” ได้ยินคำตอบ เหอจวินค่อยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เหมือนว่าผู้ไม่หวังดีจะเพียงติดตั้งกล้องไว้ภายนอกบ้านพัก ยังไม่ได้บุกเข้ามาถึงด้านใน
“ผมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันโจรกรรมเอาไว้แล้ว ถ้ามีคนเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์แปลกปลอม ผมจะทราบโดยทันที”
"ขอบคุณค่ะ!" เหอจวินเผยยิ้มออกมา
โชคดีที่หลินเยี่ยช่วยเหลือเธอตรวจสอบโดยละเอียด หากไม่แล้วความเคลื่อนไหวทั้งหมดของเธอจะถูกเปิดเผย ถึงตอนนั้นอาจเกิดเป็ภัยคุกคาม
ขณะเหลือบมองดูเวลา เธอเอ่ยคำออก “นี่ก็ค่ำแล้ว คุณอยู่ทานมื้อค่ำด้วยกันก่อนค่อยกลับสิ”
“ด้วยความเคารพ ผมจะทำตามที่คุณว่า” หลินเยี่ยแอบยิ้ม เพราะตอนนี้เขาก็หิวอยู่พอดี ได้มีอะไรเติมเต็มท้องถือเป็เื่ดี
ทั้งสองเดินกลับลงไปชั้นล่าง คนรับใช้เตรียมอาหารไว้รอแล้ว
“นั่งก่อน!” เหอจวินนำหลินเยี่ยไปยังห้องอาหารพร้อมผายมือบ่งบอก
รอจนหลินเยี่ยนั่งลง เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำถาม “คุณดูเ็าและถือตัว ความสามารถไม่ใช่ธรรมดา สรุปแล้วคุณเป็ใครกันแน่?”
ที่ชักชวนหลินเยี่ยอยู่ทานอาหาร ก็เพราะอยากสอบถามประวัติความเป็มา
ั้แ่แรกเธอทราบว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ธรรมดา ประหนึ่งเป็ยอดฝีมือผู้ลึกลับ
“ผมก็แค่ประชาชนคนธรรมดา ที่ต้องหาเลี้ยงปากท้องให้ครอบครัว” หลินเยี่ยตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ มือตอนนี้หยิบตะเกียบขึ้นพร้อมคีบอาหารเลิศรสส่งเข้าปาก
“คนธรรมดาที่ไหนจัดการหวังหย่งปิงได้ในกระบวนท่าเดียวกัน?” พบเห็นหลินเยี่ยเลี่ยงคำตอบ เหอจวินยิ่งสงสัย
“ผมเคยฝึกมา”
บทสนทนาจบลงตรงนี้ เนื่องจากหลินเยี่ยวางตะเกียบลงแล้ว “ขอบคุณท่านประธานที่ให้การต้อนรับอย่างดี เลี้ยงอาหารผมจนอิ่ม ไว้พบกันใหม่ครับ”
เพราะกังวลว่าเหอจวินจะถามต่อไปเรื่อย เขาจึงกล่าวคำเหล่านี้ออกไปพร้อมเดินกลับ ทิ้งไว้เพียงแค่ร่องรอยว่าเคยอยู่ร่วมโต๊ะอาหาร
เดินกลับออกจากบ้านพักได้ไม่ไกล ฝีเท้าเขาหยุดชะงัก เพราะััได้ถึงพลังิญญาหย่อมหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง
สายตาเริ่มสำรวจมองรอบบริเวณบ้านพัก ทราบว่าพื้นที่ตรงนี้ติดกับทะเลสาบเฉียน ด้านหลังยังมีูเาเทียนหู บริเวณนี้เกี่ยวข้องกับูเาและแม่น้ำ สภาพแวดล้อมยิ่งใหญ่อย่างหาสถานที่เช่นนี้ได้ยาก
หลังสำรวจครบถ้วน เขาค่อยหันมองทางด้านหลังูเาเทียนหู มันมีพลังิญญาที่แผ่เบาบางออกมา
ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาค่อยตัดสินใจเดินออกไปยังูเาเทียนหู เพราะ้าสืบค้นต้นตอพลังิญญาหย่อมนั้นให้พบ
ูเาเทียนหูไม่ใช่กว้างใหญ่ สูงเพียงร้อยกว่าเมตร เพียงแต่ยอดเขารูปลักษณ์แปลกประหลาด มันเหมือนดังหัวใจสีเขียวชอุ่ม
บนพื้นทีู่เายังมีดอกไม้และต้นหญ้าแปลกตา ยามสูดลมหายใจเข้าลึกจะได้กลิ่นหอมอ่อน
ขณะเดินกลับไปยังเชิงเขา กลับได้พบเจอหญิงสาวในชุดฝึกศิลปะป้องกันตัวชกต่อยเข้าที่ต้นไม้ใหญ่
คิ้วของเธอเรียวและคมสวย ปากและจมูกเรียวเล็ก ขณะหมัดและเท้าพุ่งออกต่อเนื่อง มันทำให้การเคลื่อนไหวของเธอสะดุดตาเป็พิเศษ
รูปลักษณ์ของหญิงสาวไม่ใช่เล็กน้อย กลายเป็ช่วยเพิ่มความสดชื่นในผืนป่าแห่งนี้ เพียงแต่หมัดที่เธอฝึกฝนอยู่ทำให้ยากกล้ากล่าวคำชม
มันคือหมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่ เพียงแต่หมัดของหญิงสาวค่อนข้างสับสนไปบ้าง
พบเห็นการออกท่าที่ผิดแปลก หลินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำแนะนำ “หยุดปล่อยหมัดก่อน หมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่ที่ฝึกนั้นผิดรูปแบบแล้ว”
หญิงสาวใ ตอนนี้หยุดมือพร้อมหันมองหลินเยี่ยที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อครู่เธอตั้งใจฝึกมากเกินไป ถึงขนาดไม่ทราบว่ามีคนเข้ามาใกล้
ขณะนี้มีคนขัดจังหวะ ทั้งยังบอกว่าทำผิด มันไม่ใช่เธอไม่พอใจ แต่เป็ดีใจ “ทำไมกัน คุณรู้จักหมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่งั้นเหรอ?”
“เพียงเล็กน้อย” หลินเยี่ยกล่าวตอบอย่างไม่ถือสา
ชาติภพก่อนเขาเป็จักรพรรดิเซียน วิชาหมัดมวยดั้งเดิมของทางใต้ นับเป็เื่เล็กน้อย ขนาดว่าแทบไม่อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
“เพียงกล่าวนั้นใครก็พูดได้ คุณบอกว่าที่ฉันฝึกมันผิด งั้นคุณลองบอกว่าที่ถูกมันเป็ยังไง” หลินชิ่งจู๋กอดอกเผยความสงสัย
เธอทราบว่าวิชาหมัดมวยของตัวเองไม่ใช่ดีเยี่ยม แม้ฝึกฝนมาหนึ่งปีแล้วก็แทบไม่คืบหน้า ตอนนี้คิดหาความแตกต่างจากชายหนุ่มตรงหน้า
อีกฝ่ายจะรู้วิชานี้ถึงขนาดไหนกัน?
"หมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่ดุร้ายราวกับพยัคฆ์ และยังมีความสง่างามของนกกระเรียน แต่คุณมีเพียงท่วงท่าที่สง่างามเหมือนกระเรียน ไม่มีพลังของพยัคฆ์ จุดสําคัญคือหมัดค่อนข้างมั่วไปหมด แทบจะไม่ต่างอะไรกับการต่อยลมเล่ม" หลินเยี่ยส่ายศีรษะกล่าวบอกราวผิดหวัง ตอนนี้คิดหันกายกลับจากไป
“รอเดี๋ยว!”
หลินชิ่งจู๋วิ่งเข้าไปขวางหน้าหลินเยี่ย นำเสียงไม่พอใจะโกล่าว “คุณพูดถึงขนาดนั้นแล้ว ในเมื่อทราบวิชา ไม่มาประลองกันสักครั้งล่ะ?”
“ผมไม่ได้อยากลงไม้ลงมืออะไรกับคุณ” หลินเยี่ยเพียงคิดขึ้นไปบนเขาเพื่อตรวจหาพลังิญญา ไม่ได้อยากเสียเวลากับหญิงสาว ขณะหันกลับคิดเดินขึ้นเขาต่อ อีกฝ่ายกลับใช้มือขาวเนียนนุ่มชกหมัดพุ่งเข้าหา
“อ่อนหัด”
หลินเยี่ยแทบไม่อาจทนดู ตอนนี้ยกมือขึ้นใช้กระบวนท่าเดียวกันกับของหญิงสาวต่อยออก ที่แตกต่างคือหมัดของเขานั้นพลิ้วไหว ทว่าก็หนักแน่น ตอนนี้มันพุ่งเข้าปะทะหน้าอกหญิงสาวจนร่างกระเด็นไป
ถือว่าเขาออมมือมากแล้ว ใช้พลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ เพียงแค่ใช้พลังเล็กน้อย เกรงว่าอวัยวะทั้งห้าของหญิงสาวจะหยุดทำงาน และสิ้นลมตาย
"อ๋า...”
เสียงร้องของหญิงสาวโหยหวน ร่างลอยกระเด็นเข้าไปด้านในป่า หน้าอกปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยง
แต่เวลานี้เธอไม่ได้ใส่ใจความเ็ปที่เกิดขึ้น เพียงแต่จ้องมองชายตรงหน้าประหนึ่งสัตว์ประหลาด
เมื่อครู่เธอได้เห็นชัดกับตา อีกฝ่ายใช้หมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่เล่นงานเธอจนร่างกระเด็น
เธอฝึกหมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่มาหนึ่งปีครึ่ง วันนี้ค่อยได้ััถึงความอัศจรรย์และพลังอำนาจแท้จริงของมัน
ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมเกินจะกล่าว
แม้โดนเล่นงาน เธอยังถึงกับต้องกล่าวคำชื่นชม
พบเห็นอีกฝ่ายคิดเดินจากไปแล้ว เธอฝืนต่อความเ็ปที่หน้าอกเร่งร้อนเข้าไปขวาง “ท่านอาจารย์รอก่อน ช่วยสอนวิชาหมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่แก่ผู้น้อยด้วย”
เธอได้ทราบว่าก่อนหน้านี้เรียนวิชาหมัดของปลอม เมื่อครู่ต่างหากจึงเป็หมัดพยัคฆ์กระเรียนคู่ของแท้
“ผมไม่ว่างขนาดนั้น”
หลินเยี่ยเพียงคิดชี้แนะ ไม่ใช่มีเวลาสอนวิชาหมัดแก่หญิงสาวคนนี้จริงจัง
“อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจสิ!” หลินชิ่งจู๋กางแขนขวางเส้นทาง ดวงตาเผยความเว้าวอน “ช่วยสอนให้ฉันเถอะนะ!”
“วันหลังก็แล้วกัน!” หลินเยี่ยทิ้งถ้อยคำคลุมเครือเอาไว้พร้อมหันกายกลับเดินมุ่งไปยอดเขา
กว่าหลินชิ่งจู๋จะได้สติกลับคืน ก็ได้พบว่าหลินเยี่ยหายตัวไปเรียบร้อย ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกตกค้างในใจของเธอ
“เดี๋ยว ฉันชื่อหลินชิ่งจู๋ คุณชื่อว่าอะไร?” หลินชิ่งจู๋ะโถามไล่หลังหลินเยี่ย
"หลินเยี่ย!"
พริบตาที่เสียงสะท้อนดังกลับจากส่วนลึกในป่า ราวกับอยู่ไกลห่าง มันก้องสะท้อนอยู่เป็เวลานาน
"หลินเยี่ย..."
หลินชิ่งจู๋ทวนชื่อซ้ำอย่างเงียบงัน แววตาเผยความประหลาด
หลินเยี่ยเดินขึ้นเขามาไกลไม่น้อย ด้วยแรงขาที่มี การเดินขึ้นเขาไม่ใช่เื่ต้องออกแรง เพียงไม่นานก็ถึงยอดเขา
ยิ่งใกล้ถึงยอดเขามากเพียงใด ััของพลังิญญาก็ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น มันทำเขาเกิดรู้สึกสนใจ
เมื่อถึงยอดเขาเทียนหู พบว่าเป็อ่างหินล้อมด้วยแนวหินูเาอีกทีหนึ่ง อ่างหินบนยอดเขานี้มีพลังิญญาหนาแน่น รอบบริเวณยังมีเมฆหมอกปกคลุมบดบังเอาไว้