จังชิวเสวียนและจังจื่ออวิ้นค่อยๆ เงื้อแส้จามรีโบกสะบัด แสร้งทำเป็จีบนิ้ว ในปากก็บ่นพะงาบๆ พึมพำไม่หยุด
หัวใจดวงนั้นของจังชิวเสวียนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเสียตั้งนานแล้ว ด้วยเหตุที่เขามิรู้เลยว่าบุปผาประดับมุกของจิ่นผินอยู่ที่ใด จึงทำได้แต่พึ่งพาการอนุมานของตัวเองมาทำนายว่าคงตกอยู่ที่เรือนกวนจวีกระมัง
สีหน้าของจังจื่ออวิ้นสงบนิ่ง ฉีกยิ้มงามสง่าเฉกเช่นผู้ดี คลับคล้ายคลับคลาว่ามีคำตอบอยู่ในใจ
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าลู่เห็นสีหน้าของจังชิวเสวียนแลดูผิดปกติก็อดวิตกไม่ได้ ความเร็วในการหมุนลูกประคำพลันทวีขึ้น
สวนดอกไม้อันวิจิตรพร่างพราวตกอยู่ในความเงียบสงบไปชั่วขณะ หลงเหลือแต่เสียงเกยูรประดับศีรษะสตรีดังกรุ๊งกริ๊งตามสายลม สายตาของแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายจับจ้องสลับไปมาระหว่างจังชิวเสวียนและจังจื่ออวิ้น
“นักพรตเต๋าทั้งสองคำนวณกันเสร็จแล้วหรือ”
ไม่นานนักลู่เฮ่อเหนียนก็ปริปากถาม
จังจื่ออวิ้นสะบัดแส้ พยักหน้ารับเบาๆ
จังชิวเสวียนตัดสินใจอย่างยากลำบาก พลางลอกเลียนแบบท่วงท่าสงบนิ่งมิตื่นตระหนกของเขา
อวิ๋นจือฉีกยิ้มเ็าในใจ
“ข้าคำนวณออกมาได้ว่า บุปผาประดับเม็ดมุกของคุณหนูเป็บุปผาหยกประดับไข่มุกแห่งตะวันตก และมิได้ตกอยู่ในห้อง นางมอบเป็ของแทนใจให้แก่บุรุษผู้หนึ่งแล้ว”
ครั้นวาจากล่าวออกมา ฝูงชนในงานก็เปล่งเสียงเอะอะโวยวายเป็พัลวัน
ถึงขนาดที่มีคนส่ายหน้าอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว เด็กน้อยที่เติบใหญ่ได้แค่สวมขวบจะไปรู้เื่รู้ราวอะไรได้เล่า
และนั่นเป็ความจริง จิ่นผินเองได้แต่เกาศีรษะด้วยความมึนงงไปหมด
เซี่ยซีผิงส่ายหน้าพลันกล่าวว่า “เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเยี่ยงนี้ รู้จักแลกของแทนใจอย่างนั้นหรือ เหลวไหลเสียจริง!”
จูฉุนอี้พยักหน้า เรียวนิ้วลูบไล้บุปผาหยกในมือเบาๆ คล้ายว่าความรู้สึกนึกคิดได้ล่องลอยหายไป
“นักพรตเต๋าเลิกพูดจามั่วซั่วเสียเถิด! ธิดาข้ายังเล็กนัก จะกระทำการอย่างที่ท่านว่าได้อย่างไร!” ลู่เฮ่อเหนียนสะดุ้งลุกยืนด้วยใบหน้าโมโหโกรธา!
ฮูหยินผู้เฒ่าลู่ตบโต๊ะฮัวหลีหนึ่งฉาด พลันเดือดดาลจนถึงขีดสุด “เด็กๆ! มาลากเ้านักพรตชั่วพูดจาสามหาวนี่ออกไปจากจวนเสีย!”
จังชิวเสวียนเห็นดังนั้น ั์ตาก็เปล่งประกายกระหยิ่มได้ใจ
ในยามที่กำลังรอเซวียโหย่วเลี่ยงและพานชวีสุ่ยเข้ามาประชิดกาย จังจื่ออวิ้นกลับเอ่ยว่า “ช้าก่อน เหตุไฉนจวนอู่อันโหวมิยอมพิสูจน์คำทำนายของข้าดูสักรอบเล่า”
ลู่เฮ่อเหนียนแค่นเสียงเ็า นิ้วมือเรียวยาวที่ไพล่อยู่ด้านหลังค่อยๆ กำหมัดจนเส้นเืที่ศีรษะปูดโปนจวนจะแตก “หึ! คนผู้นั้นชื่อแซ่อันใด เป็ใครมาจากไหน! ท่านคงมิรู้สินะ! เ้านักพรตชั่ว! หากยังกล้าพูดจาไร้มารยาทนี่ที่อีกละก็ ข้าจะลงทัณฑ์ท่านให้สาสมเป็แน่”
“คนผู้นั้นก็คือท่านเว่ยเหวินโหวจูฉุนอี้” ครั้นจังจื่ออวิ้นพูดจบก็ตกสู่ห้วงตะลึงในอีกครา
จากนั้นทุกคนต่างพากันชำเลืองมองจูฉุนอี้ แม้ว่าจะมิได้ออกปากตำหนิ ทว่าสายตาเ่าั้กลับละม้ายคล้ายว่ามองสัตว์ประหลาดอยู่อย่างไรอย่างนั้น เล่นเอาจูฉุนอี้กระอักกระอ่วนจนถึงขั้นสุด!
เซี่ยซีผิง เฉาหย่ง และหลิวถิงคังเหล่ตามองจูฉุนอี้อย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
จูฉุนอี้โมโหจนถึงขีดสุด ั์ตาทมิฬฉายเปลวไฟลุกโชน ครั้นปริปากพูดก็เล่นเอาผู้คนทั้งงานตกตะลึงในทันใด “ไร้สาระ! ข้าหาได้เคยเห็นบุปผาประดับมุกบนศีรษะของคุณหนูว่าเป็เยี่ยงไรไม่! ขนาดตัวคุณหนูเองก็เพิ่งเคยเจอเมื่อครู่นี้นี่เอง! หรือว่าในสายตาของพวกท่านทั้งหลาย ข้าจะแลกของแทนใจกับเด็กสามขวบปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเยี่ยงนั้นหรือ น่าขันสิ้นดี!” ขณะที่พูดก็บีบบุปผาประดับมุกในมือแน่นขึ้น
หน้าผากจังจื่ออวิ้นเหงื่อแตกพลั่ก จ้องมองอวิ๋นจือราวกับวิงวอนขอความช่วยเหลือก็มิปาน
อวิ๋นจือส่งสายตาให้กำลังใจเขา
จังจื่ออวิ้นแสร้งทำเป็ใจดีสู้เสือ “หากเป็เยี่ยงนั้นจริง ถ้าเช่นนั้นของที่ท่านโหวกำไว้ข้างหลัง ช่วยเอาออกมาให้ทุกคนดูสักหน่อยจะได้หรือไม่ ถ้าหากมิใช่ ข้ายอมละทิ้งชุดนักพรต มิหวนคืนสู่เขาจื่อหลินชั่วชีวิต!”
วาจาในครานี้เป็เสมือนคำสาบานอันแรงกล้าอย่างหนึ่งสำหรับเหล่าผู้รากมากดี! แต่สำหรับตัวจังจื่ออวิ้นเองกลับมิได้สลักสำคัญอันใด เพราะตัวเขานั้นมิใช่นักพรตเต๋าจากเขาจื่อหลินอยู่แล้ว
ดังนั้นแล้ว เหล่าแเื่ที่อยู่ในงานทั้งหมด รวมถึงตัวลู่เฮ่อเหนียนเองจึงปักใจเชื่อ
จังชิวเสวียนยิ่งรู้สึกได้ถึงสภาวะวิกฤติในการเผชิญหน้ากับการถูกเปิดโปงเต็มที แข้งขาที่สั่นระริกทั้งสองข้างเริ่มไถลไปด้านหลัง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6