บทที่ 3 หลัวของข้า
ตอนนี้หลิงเชียนเสวี่ยเดินมานั่งชมการประลองที่ลานหินหลังสำนักกลาง รอบลานจะมีแท่นนั่งสำหรับผู้ชม บัดนี้มีลูกศิษย์สำนักหลายร้อยคนมานั่งชมการประลองอย่างพร้อมเพรียง ไม่รู้ว่าไปได้ข่าวกันมาจากไหน และแน่นอนว่ารอบตัวนางไม่มีใครมานั่งด้วยเลย ขณะที่ฝั่งนางเอกนั้น…
ดวงตากลมโตมองตรงไปยังเด็กสาวที่มีใบหน้าน่ารักทว่ากำลังมีสีหน้าไม่สู้ดียามมองไปที่ผู้ประลองทั้งสอง นิ้วเรียวบางม้วนผมยาวสีน้ำตาลเข้มยาวถึงบั้นเอวของตัวเองไปมาด้วยความกังวลและมีเพื่อนรอบข้างต่างพากันปลอบใจ
นางเอกมีเพื่อนนั่งอยู่ล้อมรอบเต็มไปหมด แตกต่างจากนางนัก
ฮืออออ นางเหงา นาง้าให้ใครมานั่งด้วย
หลิงเชียนเสวี่ยหันซ้ายขวา ไม่มีใครสนใจนางเลยแม้แต่น้อย ส่วนเพื่อนนางร้ายก็หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ เอ๊ะ นั่นไป๋หลางใช่หรือไม่ นั่งถัดขึ้นไปสองแถว
“ไป๋หลาง!” ไม่รอช้าเรียกทันที
คนตัวสูงก้มมองไปยังคนเรียกตัว พบร่างบางกวักมือเรียกให้ไปหาด้วยพฤติกรรมท่าทางที่ผิดวิสัย เขาลอบถอนหายใจไม่รู้ว่าครั้งนี้จะโดนใช้ให้ไปทำอะไรอีก ทว่าก็เดินลงไปหา
“มานั่งเป็เพื่อนข้าหน่อย”
คำสั่งที่เกินคาดหมายออกจากปากจิ้มลิ้มนั่น
ไป๋หลางกระพริบตางุนงง จนโดนมือเล็กดึงข้อมือให้ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นั่นแหละเขาถึงได้สติกลับมา
“ข้าเหงา ไม่มีใครมานั่งกับข้าเลย เ้าชมการประลองกับข้านะ”
หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่านิสัยรุนแรงปากร้ายและหยิ่งผยองคนนั้นเหงาเนี่ยนะ? ไป๋หลางตื่นตะลึงแต่ไม่ทันจะได้สงสัยอะไรอีก เสียงประกาศเริ่มการประลองก็ดังขึ้น
หลิงเชียนเสวี่ยจึงรีบหันไปดูทันทีด้วยความตื่นเต้น การประลองจะเริ่มแล้ว หลัวอี้โจวและซุนเต๋อหัวยืนถือกระบี่ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้อยู่คนละฝั่ง ทั้งคู่จ้องตากันเขม็งราวกับมีเอฟเฟคสายฟ้าฟาดอยู่เื้ั และทันทีที่กรรมการประกาศเริ่มประลองทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
อู้วววว นางเพิ่งเคยเห็นการต่อสู้จริงๆ จังๆ กันเป็ครั้งแรก นั่นเต๋อหัวะโตัวลอยหมุนตัวแทงกระบี่ไปยังสุดที่รักของนางอย่างรวดเร็ว
หลัวอี้โจวตั้งรับได้อย่างง่ายดาย เสียงกระทบกันของโลหะดั่งลั่นไปทั่วบริเวณ ทั้งสองคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึมรับมือกันหลายกระบวนท่าแต่ก็ไม่มีใครมีท่าทีว่าจะเสียเปรียบหรือพ่ายแพ้
ส่วนผู้ชมรอบลานก็ต่างพากันส่งเสียงเชียร์ มีแต่เสียงเชียร์ซุนเต๋อหัวจากคนรอบข้างทำให้ตะวันรู้สึกแย่ เหตุใดถึงไม่มีคนเชียร์ตัวร้ายของนางเลยแม้แต่คนเดียว ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาจะแพ้แต่นางก็อยากเชียร์
“หลัวอี้โจวสู้ๆ!”
สิ้นคำะโคนในลานประลองก็ชะงัก เ้าของชื่อเสียหลักพลาดท่าโดนกระบี่ปาดเข้าที่หัวไหล่ ก่อนจะส่งสายตาเครียดแค้นมายังคนทำลายสมาธิ
แง นางแค่อยากเชียร์เองนะ
หลิงเชียนเสวี่ยยกมือปิดปากตัวเอง หน้าซีดไม่คิดว่าตัวเองจะเป็คนทำให้หลัวอี้โจวาเ็ หลังจากนี้นางจึงนั่งปิดปากเงียบอย่างเดียว
การต่อสู้นี้ทำให้นางเวียนหัวด้วยความเร็วและลมกำลังภายในต่างๆ ที่ตนเคยเห็นแค่ในหนัง แต่พอมาอยู่ที่นี่ััด้วยตัวเองจริงๆ แล้วมันต่างกันอย่างมาก ทั้งพลังที่ส่งถ่ายทอดมาถึงผู้ชม ทั้งกระบวนท่าแปลกตา รวดเร็วและมั่นคง
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามในที่สุดก็เป็ไปตามเนื้อเื่ที่ผู้เขียนแต่งไว้
หลัวอี้โจวเป็ฝ่ายพ่ายแพ้… ทว่าหลิงเชียนเสวี่ยก็สงสัยนัก จู่ๆ เมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แล้วร่างสูงที่กำลังได้เปรียบชะงักไป ทำให้พลาดท่าโดนเต๋อหัวสวนกลับด้วยฝ่ามือที่หน้าท้อง หลังจากนั้นก็รวนไปทั้งหมด สุดท้ายเขาก็แพ้ สภาพทั่วตัวเปื้อนเืและทรุดตัวลงนั่งอยู่กลางลาน
“เ้าแพ้แล้ว กลับไปเสีย” เสียงทุ้มติดหอบของพระเอกดังขึ้น ท่ามกลางเสียงร้องโห่ดีใจของคนอื่นๆ
ร่างสูงของตัวแสดงหลักจากไปแล้ว ทิ้งให้ตัวร้ายสุดที่รักนอนแผ่หมดสภาพอยู่คนเดียว หลิงเชียนเสวี่ยรีบวิ่งลงไปหาโดยมีไป๋หลางมองตาม คิดว่าเ้าตัวคงเข้าไปดูถูกเหยียดหยามอีกกระมั้ง
“หลัวเป็อะไรมากหรือไม่” คนตัวเล็กรีบหาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาซับเืให้เขา
ผิดคาดนัก
หลิงเชียนเสวี่ยอยากจะร้องไห้ สภาพเขาปางตายเลยทีเดียว ตอนนางเห็นเขากระอักเืบนลานก็แทบจะกรีดร้องด้วยความกลัว ทว่าก็ได้แต่ปิดปากเงียบเพราะกลัวจะไปทำลายสมาธิเขาอีก
ร่างบางเข้ามาซับเืดูแลโดยไม่กลัวว่าเสื้อตัวเองจะเปื้อนเืเลยแม้แต่น้อย ทว่าั์ตาสีดำขลับของผู้พ่ายแพ้กลับแววโรจน์ปัดมือเล็กออกไปอย่างแรง
“ไม่ต้องมายุ่ง”
เขาไม่้าความเห็นใจ นางต้องกำลังหัวเราะเยาะอยู่ภายในใจเป็แน่แท้
“ฮึ เป็ไปตามที่เ้า้า” หลัวอี้โจวเค้นเสียงพยายามลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่บอบช้ำ
หลิงเชียนเสวี่ยกุลีกุจอเข้าไปพยุงแต่ก็ถูกมือหนาผลักออก ถึงแม้ตัวเขาจะาเ็หนักแต่ทว่าก็ยังมีลมปราณหลงเหลือให้ใช้วรยุทธ์ผลักนางออกไป นั่นทำให้คนตัวเล็กปลิวกระเด็นล้มลงพื้นอย่างแรงท่ามกลางความใของผู้ติดตามของนาง
แม้แต่คนผลักก็ยังแอบใ แต่ก็เหยียดยิ้มตามมา นางคิดว่าเขาอ่อนแอถึงขั้นไม่ระวังตัวเลยรึ น่าขัน
ฝ่ายหลิงเชียนเสวี่ยก็ร้องอุทานออกมาเสียงดัง เจ็บก้นกบที่กระแทกกับลานหิน ข้อมือขวาที่รับน้ำหนักก็เคล็ดเจ็บ หางตามีน้ำตาซึมไหล มองแผ่นหลังตัวร้ายที่ลากสังขารตัวเองจากไป
“คุณหนูเป็อะไรหรือไม่” ไป๋หลางเข้ามาถาม สีหน้าใไม่น้อยที่ผู้มีวรยุทธ์สูงส่งเช่นนางพลาดท่าล้มลงเช่นนี้ เขาไม่ได้เป็ห่วงแต่แค่แปลกใจ
คนตัวเล็กเบะปาก เสียใจที่ตัวร้ายทำรุนแรงกับตัวเอง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะหลิงเชียนเสวี่ยคนเก่าก็ไปทำร้ายกาจกับเขาไว้มาก
“ไป๋หลาง” นางเงยหน้าขึ้นหาคนตัวสูงที่ย่อตัวก้มถาม “ข้าเจ็บ”
เจ็บทั้งกายและใจ แต่หลิงเชียนเสวี่ยคนนี้จะฮึบสู้ต่อ
“อุ้มข้ากลับเรือนที”