คืนพบรัก

    จุดเปลี่ยนชีวิต 3

    ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนอากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวเริ่มมีอาการหนาวสั่น แหงละสิวันนี้เธอเจอทั้งแดด ทั้งลม แถมยังมาโดดน้ำตกเย็น ๆ ต่ออีก ต่อให้แข็งแรงแค่ไหนถ้าไม่ฟิตจริง ใครก็สู้ไม่ไหว

    “อดทนหน่อยนะคุณแถวนี้ยังไม่ปลอดภัย” เขาบอกน้ำเสียงจริงจัง เมื่อ๱ั๣๵ั๱ไอร้อนที่เพิ่มขึ้นจากตัวหญิงสาวที่อยู่บนหลัง

    “พวกนั้นตามเรามาเหรอ”

    “พวกนั้นคงไม่ตามเรามาแล้ว ผมหมายถึงพวกสัตว์ป่านะ ทนหน่อยนะใกล้ถึงแล้ว ข้างหน้ามีที่พักที่ปลอดภัย”

    “ที่พักที่ปลอดภัยเหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่ต่อให้ดีใจแค่ไหนร่างกายเธอมันก็บอกไม่ไหวอยู่ดี เนื้อตัวเปียกปอนร่างกายหนาวสั่นปวดไปทั้งตัวจนแทบขยับไม่ไหว เขาเห็นอาการเธอดูไม่ดี จึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

    “คุณมาที่นี่กับใคร” เมื่อเห็นเธอเงียบไปถึงชวนคุย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านหลัง

    “คุณ คุณ ทำไมเงียบไปเป็๲อะไรหรือเปล่า” อังวรีได้ยินน้ำเสียงเป็๲ห่วงของเขาจึงตอบ

    “คุณหนีไปก่อนเถอะ ฉันว่าฉันไม่ไหวแล้วแบกฉันอยู่แบบนี้จะทำให้คุณหนีได้ช้า”

    “พูดอะไรคุณแค่จะเป็๲ไข้ นั่นไงถึงแล้วอยู่ที่นี่คุณจะปลอดภัย” ร่างบางไร้เรี่ยวแรงถูกประคองวางลงอย่างนุ่มนวล

    “ที่นี่คือที่ไหน ทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่าเราจะปลอดภัย”

    “ที่นี่คือไร่คิมหันต์”

    “เรามาถึงกันแล้วเหรอ”

    “ยังหรอกนี่แค่เขตไร่ เราต้องเดินต่ออีกประมาณสิบกิโล” โดดหน้าผา เดินจนขาลากแถมโดนผลักตกน้ำว่ายากสำหรับเธอแล้ว นี่จะให้เธอเดินต่ออีกสิบกิโลแค่แรงพยุงตัวเองตอนนี้เธอยังไม่มีเลย เธอคิดก่อนตัดสินใจ

    “คุณไปเถอะ ยังไงกลับไปฉันก็ต้องถูกพวกนั้นตามมาฆ่าตายอยู่ดี ปล่อยฉันตายที่นี่ดีกว่า”

    “ทำไมถึงยอมแพ้ง่ายจัง อดทนหนีมาได้ตั้งไกลจะมายอมตายเพราะระยะทางแค่สิบกิโลเหรอ”

    “คุณไม่รู้หรอกว่าวันนี้ฉันเจอกับอะไรมาบ้าง นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเขามาพร้อมฉัน ทุกคนถูกพวกมันฆ่าตายต่อหน้าต่อตาฉันเลย ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา เพียงเพราะฉันไปบังเอิญได้ของที่ไม่ควรได้มา ทุกคนเลยต้องมาตายเพราะฉันคนเดียว”

    เธอบอกเสียงสั่นพร้อมกับปล่อยโฮออกมา หากเป็๲เวลาปกติเธอคงจะเข้มแข็งได้มากกว่านี้ นี่คงเพราะพิษไข้

    “คุณร้องไห้เหรอ”

    “ฮือ ฮือ ฮือ คุณก็อาจจะตายถ้ายังอยู่ใกล้ฉันแบบนี้ เพราะทุกคนที่อยู่ใกล้ฉันวันนี้ตายหมดแล้ว เหลือแค่คุณคนเดียวนี่แหละ” เธอบอกเสียงสั่น

    “มีผมอยู่ด้วย คุณจะไม่เป็๞อะไร ผมสัญญา”

    “ขอบคุณนะ ถึงจะรู้ว่าคุณแค่ปลอบใจฉัน ถ้าพวกมันตามมาคุณหนีเอาชีวิตรอดไปก่อนได้เลย ฉันจะไม่เป็๲ภาระคุณ ฉันไม่อยากเห็นใครตายอีกแล้ว”

    “อย่าคิดมากสิ พวกเขาแค่โชคร้ายถ้าออกจากที่นี่ไปได้ ผมจะช่วยคุณจับพวกมันมาลงโทษให้หมด” เขาบอกน้ำเสียงหนักแน่น แต่อังวรีคิดว่าเขาเพียงพูดเพื่อให้เธอสบายใจเท่านั้น

    คำพูดของเขาทำเธอสะอึก ภาพที่นักท่องเที่ยวโดนยิงต่อหน้าเธอผุดขึ้นมาฉายซ้ำเป็๲ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้

    “คุณเป็๞คนดีใช่มั้ย” เธอถามก่อนพูดต่อ “ช่างเถอะยังไงฉันก็คงต้องตายอยู่ดีจะดีไม่ดีก็ไม่สำคัญแล้ว”

    “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

    “เพราะฉันได้ยินพวกนั้นพูด ยังไงก็ต้องเก็บฉัน ส่วนคุณ คนดีที่ไหนจะมาอยู่ในป่ากลางดึกกลางดื่นแบบนี้”

    “แล้วทำไมพวกนั้นต้องฆ่าคุณด้วยล่ะ”

    “ปิดปากไง”

    “คนที่จะถูกปิดปากคือคนที่ไปรู้ความลับคนอื่นมา คุณไปรู้อะไรมา”

    “นี่คุณกำลังหลอกถามให้ฉันพูด แล้วจะฆ่าฉันใช่มั้ย” เธอเริ่มกลัว

    “ถ้าผมจะฆ่าคุณ ผมจะเสี่ยงตายโดดลงมากับคุณทำไม” ก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าจะฆ่าเธอแค่ปล่อยเธอโดนยิงที่หน้าผาหรือปล่อยจมน้ำตายไปเลยจะไม่ง่ายกว่าเหรอ

    “ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเ๹ื่๪๫อะไร ฉันมาที่นี่ก็แค่มาเที่ยว แต่ต้องมาเจอกับเ๹ื่๪๫อะไรก็ไม่รู้”

    ที่นี่เป็๲จุดพักแรมของเขายามมาพักในป่าจึงมีอุปกรณ์จุดไฟเตรียมพร้อม เพราะยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น หลังจุดไฟเรียบร้อย แสงไฟทำให้ทั้งสองได้เห็นหน้าตากัน หญิงสาวตรงหน้าตัวเล็ก ถึงหน้าตาจะมอมแมมแต่ก็ดูออกว่าเธอเป็๲ผู้หญิงที่สวยมาก ผิวขาวเนียนตาโตกลม

    ส่วนเขาเมื่อตอนอยู่ในเงามืดดูร่างสูงใหญ่ แท้จริงแล้วเป็๞มัดกล้ามทั้งนั้น เขาเป็๞คนหล่อที่มีหนวดเคราเล็กน้อยพอให้ดูคมเข้ม ร่างกายบึกบึนดูออกว่าเป็๞คนที่ดูแลสุขภาพอย่างดีและเป็๞คนแข็งแรงกว่าคนหนุ่มทั่วไป

    หลังจุดไฟเสร็จเรียบร้อยเขาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกมาผิงไฟเพื่อให้แห้งเร็วขึ้น

    “คุณจะถอดกางเกงทำไม” เธอถามขณะที่เขากำลังจะถอดกางเกงตัวเอง

    “ก็มันเปียกเลยจะถอดออกมาตาก คุณก็ควรถอดเหมือนกันนะ นอนทั้งที่เปียก ๆ เดี๋ยวทำให้ไม่สบายหนักไปอีก”

    สิ้นคำกางเกงขายาวก็ถูกถอดออกเหลือไว้เพียงบ็อกเซอร์ตัวบาง อังวรีจึงนั่งหันหลังให้ ก่อนจะถอดเพียงเสื้อคลุมด้านนอกที่ใส่มาออก เธอนั่งกอดเข่าเงียบอยู่นาน

    “คุณบอกผมได้มั้ยว่าคุณได้ของอะไรที่ไม่ควรได้มา” เขาถามขณะสำรวจข้อเท้าให้

    “เอสดีการ์ดของพวกมัน ได้มาอย่างบังเอิญ เมื่อเช้ามีชายท่าทางแปลก ๆ สองคนวิ่งมาชนฉัน แล้วหยิบเอสดีการ์ดสลับกับของฉันไป”

    “คุณได้เปิดดูมั้ยว่าในนั้นมีอะไร” หญิงสาวพยักหน้าก่อนเล่า

    “ในนั้นมีภาพศพคนถูกยิง มีวิดีโอคนกำลังขนย้ายของบางอย่าง มีบันทึกตอนยิงกันไว้ด้วย ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ภาพในนั้นน่ากลัวมาก”

    “ลักลอบค้าอาวุธ กับยาเสพติด”

    “คุณรู้ได้ยังไง”

    “บังเอิญรู้มา แต่ที่รู้แน่ ๆ คือตอนนี้คุณไม่ปลอดภัยแล้ว พวกมันจะไม่ยอมหยุดจนกว่าคุณจะถูกเก็บ”

    “เมื่อกี้คุณยังบอกอยู่เลยว่าอยู่ที่นี่ฉันจะปลอดภัย”

    “ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้ว”

    “โอ๊ย นี่คุณมาตีผมทำไม”

    “ทีหลังทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาให้ความหวัง ฉันยังมีแม่ที่ต้องเลี้ยงดูมีน้องชายที่ต้องส่งเรียน” คนตัวเล็กทำท่าเป่าปากโกรธได้น่ารักเชียว เขาคิด

    “ผมล้อเล่น อย่าพึ่งคิดเ๹ื่๪๫อื่นเลยหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน”

    “คุณว่าพวกมันจะตามเรามามั้ย”

    “ผมไม่รู้” หวังให้คนของเขาจับพวกมันให้ได้ ขณะคิดสายตาก็เห็นเ๧ื๪๨ที่ขาของหญิงสาว

    “ทำไม คุณกลัวเหรอ”

    “อันที่จริงฉันกลัวมาก”

    “อะไรเมื่อกี้ยังบอกให้ผมหนีไปก่อนอยู่เลย”

    “ตอนนั้นคิดว่าต้องตายแน่ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เริ่มมีหวังบ้างแล้ว” เขายิ้ม

    “คุณนอนพักเอาแรงก่อน พรุ่งนี้เช้าเราต้องเดินต่อกันอีกไกล”