หยาดน้ำฝนที่ยังคงค้างอยู่บนปลายยอดหญ้าหลังคฤหาสน์หรูทอประกายระยิบระยับล้อแสงแดดยามเช้า แสงอาทิตย์สีทองอ่อนโยนสาดส่องลงมาขับไล่ความมืดมิดและพายุฝนฟ้าคะนองที่พัดกระหน่ำตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาให้มลายหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายดินชื้นแฉะชวนให้รู้สึกสดชื่นปนเยือกเย็น แ่เบาด้วยสายลมนุ่มพัดใบไม้ไหวกรุ๋งกริ๋ง ทว่าภายในอกของผม... ความตื่นตระหนกและเสียงระทึกเต้นรัวของหัวใจจากเหตุการณ์หวุดหวิดเมื่อคืนยังคงไม่จางหายไปง่ายๆ
เมื่อคืนนี้ช่างเป็ฝันร้ายที่หอมหวานและอันตรายเหลือเกิน ผมกับมีนเกือบจะถูกน้าอรจับได้แบบคาหนังคาเขาขณะร่วมรักกันบนโต๊ะทำงานกระจกในห้องทำงานชั้นล่าง ความมืดมิดจากไฟดับและเสียงเคาะประตูรัวแรงของเตยที่วิ่งมาเตือนภัยยังคงดังก้องอยู่ในใจ ทุกฉากทุกตอนในการสวมเสื้อผ้าอย่างลนลานในความมืดสนิท เนื้อตัวที่เปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำสวาทชุ่มโชก ต้องฝืนกลั้นอารมณ์รักที่กระสันเสียวแล้วรีบก้าวเท้าแอบออกจากห้องทำงาน สวนทางกับแสงไฟฉายของน้าอรที่ส่องกราดเข้ามาตรวจความเรียบร้อยอย่างหวุดหวิด ทุกสิ่งเ่าั้มันบีบคั้นหัวใจและปลุกเร้าสัญชาตญาณความกระหายในสิ่งต้องห้ามของผมให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
เช้าวันนี้ ความตึงเครียดภายในคฤหาสน์ผ่อนคลายลงชั่วขณะ เมื่อเกด ภรรยาคนสวยของผมที่เป็เสาหลักของตระกูลต้องเดินทางไปสัมมนาและดูงานต่างจังหวัดเป็เวลาสามวันเต็ม ผมจำต้องสลัดภาพความเร่าร้อนกับลูกสาวคนเล็กของเธอออกจากสมองชั่วคราว เดินลงมาส่งเกดขึ้นรถยนต์ส่วนตัวพร้อมกับเอ่ยคำบอกลาอันแสนอ่อนโยน กอดประคองและกดจูบลงบนหน้าผากมนของเธอด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความรักความผูกพันอันลึกซึ้ง กับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แล่นริ้วขึ้นมาบีบรัดอก เกดส่งยิ้มหวานระคนเหนื่อยล้ามาให้ผม มือเรียวสวยลูบแก้มผมเบาๆ พลางเอ่ยฝากฝังให้ช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้านและดูแลเด็กๆ ใน่ที่เธอไม่อยู่
พอยานพาหนะ ของเกดเคลื่อนพ้นรั้วคฤหาสน์หลังใหญ่ไป ความโล่งอกอันยากจะอธิบายก็แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ ราวกับโซ่ตรวนแห่งศีลธรรมที่พันธนาการตัวตนของผมไว้ชั่วคราวได้ถูกปลดเปลื้องออกไปหนึ่งเปลาะ ประกอบกับในตอนสาย น้าอร ผู้ดูแลคฤหาสน์ที่ปกติคอยจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ก็ต้องออกไปต้อนรับทีมนักจัดแต่งสวนและพูดคุยธุระจัดแต่งทัศนียภาพรอบนอกคฤหาสน์ั้แ่เช้าตรู่ ทำให้ในเวลานี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในความสงบเงียบและเป็ส่วนตัวของพวกเราอย่างแท้จริง
ผมเลือกที่จะพาตัวเองออกมานั่งสูดอากาศบริสุทธิ์รับลมเย็นๆ ที่ระเบียงไม้หลังบ้านซึ่งทอดยาวขนานไปกับแนวสวนป่าส่วนตัว มือหนึ่งประคองแก้วกาแฟอุ่นกรุ่น ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วพลางหวนคิดถึงััตึงแน่นรัดรึงของมีนเมื่อค่ำคืนก่อน ร่างกายยังคงจดจำความร้อนรุ่มและกลิ่นกายสาวอันบริสุทธิ์ของเธอได้เป็อย่างดี
*แกร๊ก...*
เสียงแก้วเซรามิกกระทบกับถาดไม้เบาๆ ปลุกผมให้ออกจากภวังค์ความคิด เมื่อหันกลับไปมองก็พบร่างบอบบางของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เธอคือ "เตย" ลูกสาวของป้าสายใจแม่ครัวประจำบ้านและเป็เพื่อนสนิทของมีน วันนี้เธอเดินถือจานใส่ผลไม้สดและแซนด์วิชแฮมชีสที่หั่นเป็ชิ้นสามเหลี่ยมพอดีคำเข้ามาเสิร์ฟให้ผม
ทว่า ท่าทีของเตยในเช้าวันนี้กลับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจนผมสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
ปกติแล้วเตยจะเป็เด็กสาวที่นิสัยค่อนข้างห้าว ลุยๆ พูดจาฉะฉานคล่องแคล่วและมักจะหยอกเย้าเล่นหัวกับผมอย่างเป็กันเองประหนึ่งพี่ชายคนหนึ่ง แต่ในยามนี้ ใบหน้าเนียนเกลี้ยงเกลาของเธอกลับแดงระเรื่อขึ้นมาถึงพวงแก้มใส ดวงตากลมโตคู่สวยคอยหลบเลี่ยงไม่กล้าประสานสายตากับผมตรงๆ เธอก้มหน้ามองต่ำลงที่ปลายเท้าของตัวเอง ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดสีพาสเทลและกางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเก่งดูเหนียมอายและเกร็งอย่างน่าประหลาด ยามที่เอื้อมมือมาวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะไม้ข้างตัวผม นิ้วเรียวบางของเธอกลับสั่นระริกน้อยๆ จนเกือบจะทำแซนด์วิชหล่นจากจาน
"ขะ... ของว่างค่ะพี่ภัทร เตย... เตยตั้งใจทำแซนด์วิชแฮมชีสมาให้ทานคู่กับกาแฟค่ะ" เสียงใสเอ่ยกระซิบตะกุกตะกัก แ่เบาราวเสียงยุงบิน ผิดกับน้ำเสียงใสๆ แสนร่าเริงตามปกติของเธอลิบลับ
ผมจ้องมองพวงแก้มแดงระเรื่อที่ซับสีเืฝาดอย่างน่าเอ็นดูของเธอแล้วแอบลอบยิ้มในใจ ความประหม่าเขินอายของเด็กสาวตรงหน้าช่างน่ารักและปลุกเร้าสัญชาตญาณเสน่หาในกายผมให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมนึกไปถึงเหตุการณ์ลักลอบเปิดศึกรักแบบสามคนครั้งแรกในห้องนอนแขกคราวนั้น ร่างกายของเตยที่เคยเบียดเสียดรัดรึงอยู่ใต้ร่างของผม ผิวเนื้อขาวนวลละเอียดที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและเสียงครางกระเส่าร้องขอความรักจากปากเธอในคืนวันนั้นยังคงตราตรึงแจ่มชัด
"เป็อะไรไปจ๊ะเตย ทำไมวันนี้ดูเกร็งๆ ไม่ยอมมองหน้าพี่เลย หืม?" ผมแกล้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นพลางเอื้อมมือหนาเข้าไปเกาะกุมมือบางของเธอที่กำลังจะชักหลบหนี ััได้ถึงฝ่ามือนุ่มละเอียดของเตยเย็นชื้นและมีเหงื่อซึมบางๆ จากความตื่นเต้น
เตยสะดุ้งตัวโยนน้อยๆ ยามเมื่อฝ่ามือแกร่งของผมััแนบชิดกับหลังมือของเธอ ผิวกายสาวร้อนผ่าวขึ้นมาในพริบตา เธอพยายามดึงมือกลับเบาๆ ตามสัญชาตญาณความเหนียมอาย ทว่าเมื่อเห็นสายตาที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนและแฝงไปด้วยความซาบซึ้งใจของผม เธอก็หยุดชะงักลง ยอมปล่อยให้ผมเกาะกุมมือเรียวเล็กของเธอไว้บนโต๊ะไม้กลม ััความอุ่นที่ส่งผ่านถึงกันทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนหน้าอกสะพรั่งใต้เสื้อยืดบางสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจหอบถี่
"เตย... เตยแค่ยังไม่ชินค่ะพี่ภัทร" เตยเอ่ยตอบพลางยอมช้อนสายตากลมโตฉ่ำหวานขึ้นมาสบตาผมวูบหนึ่ง แววตาของเธอนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความตื้นตัน ความเสน่หา และหัวใจที่โหยหาในตัวผมอย่างเปิดเผย ก่อนที่เธอจะรีบหลุบสายตามองต่ำลงอีกครั้งด้วยความเขินอายปนระมัดระวังภัยรอบข้าง "เมื่อคืนนี้... เตยใจหายใจคว่ำหมดเลยค่ะ กลัวว่าน้าอรจะเข้ามาเจอพี่กับยัยมีนเข้าจริงๆ ถ้าโดนจับได้... เตยคงรู้สึกผิดและไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี"
"ขอบใจเตยมากนะจ๊ะที่วิ่งมาเตือนพี่กับมีนทันเวลา ถ้าไม่มีเตย... ป่านนี้เื่คงวุ่นวายไปใหญ่แล้ว" ผมบีบกระชับมือเล็กนุ่มของเธอเบาๆ ปลอบประโลมความกังวลในอกให้คลายลง "พี่สัญญาว่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้ และจะไม่ทำให้เตยต้องพลอยลำบากใจไปด้วยเด็ดขาด"
เตยพยักหน้ารับแ่เบา สองแก้มยังคงแดงซ่านไม่ยอมคลายความเขินอาย เธอบีบมือผมตอบกลับเบาๆ ความเหนียมอายของเธอนั้นช่างเปรียบเสมือนดอกไม้ป่าที่เริ่มผลิบานอวดกลีบบางนุ่มชวนให้ชายหนุ่มเด็ดดมยามปลอดคน
"พี่ภัทรขา! เตยจ๋า! คุยอะไรกันอยู่เอ่ย ดูน่าสนุกเชียว!"
เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วดังทำลายความเงียบงันขึ้นมาจากทางเดินระเบียงไม้ด้านใน พร้อมกับการปรากฏตัวของ "มีน" ลูกสาวคนเล็กที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากชั้นบนในชุดลำลองสดใสสมวัย ยี่สิบเอ็ดปีเต็ม เสื้อยืดสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนอวดลาดไหล่เนียนผุดผ่องจับคู่กับกางเกงขาสั้นสีขาวสะอาดตา เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องเพรียวสวยชวนสะกดสายตา ใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูไร้ร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากศึกรักแสนเร่าร้อนบนโต๊ะกระจกคราวนั้นเลยแม้แต่น้อย
เตยสะดุ้งสุดตัวรีบชักมือออกจากการเกาะกุมของผมในทันที แสร้งทำเป็หยิบจับผ้ามาเช็ดคราบบนโต๊ะพัลวันเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยพิรุธ ทว่าสีหน้าที่แดงแจ๋จนลามไปถึงใบหูและลำคอขาวผ่องกลับไม่อาจหลุดรอดพ้นสายตากลมโตแสนซนปนรู้ทันของเพื่อนสนิทอย่างมีนไปได้
มีนเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผม โอบกอดแขนแกร่งของผมไว้แน่นอย่างประจ๋อประแจ๋ หน้าอกอวบอิ่มเต่งตึงของเธอเบียดชิดเสียดสีกับไหล่ของผมอย่างจงใจเพื่อกระตุ้นความรู้สึก พลางส่งสายตาหยอกล้อเลียนไปทางเพื่อนรักที่ยังยืนหน้าแดงตัวเกร็งอยู่ไม่ไกล
"แหม... เตยจ๋า... แก้มแดงเป็ลูกตำลึงสุกขนาดนั้น กลัวพี่ภัทรเขาจะจับแกกินหรือไง ทำเป็อายเหนียมไปได้ ทั้งที่คืนนั้นที่ห้องนอนแขก แกก็โดนพี่ภัทรเขา..."
"ยัยมีน! หยุดพูดบ้าๆ เดี๋ยวนี้เลยนะ!" เตยร้องอุทานเสียงหลง รีบพุ่งตัวเข้าไปเอามือบางปิดปากเพื่อนรักพัลวันด้วยความเขินอายจนทำตัวไม่ถูก ใบหน้างามแดงก่ำแทบะเิ สองสาวหยอกล้อฉุดกระชากลากดึงกันไปมาคิกคักขัดเขินตรงหน้าผม โดยมีมีนที่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานที่สามารถกลั่นแกล้งเพื่อนรักได้สำเร็จ
ผมมองภาพความสดใสและััได้ถึงชีวิตชีวาของทั้งสองคนพลางรู้สึกว่า ความตึงเครียดระแวดระวังภัยที่เกาะกินหัวใจมาตลอดหลายวันได้สลายลงไปชั่วคราว ความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางเด็กสาวทั้งสองคนช่างเป็ความรู้สึกที่แสนวิเศษ
"เอาละๆ ไม่เล่นกันแล้วนะสาวๆ" ผมเอ่ยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มพลางโอบเอวคอดกิ่วของมีนเข้ามาแนบชิดและส่งสายตาอ่อนโยนไปทางเตย "พี่มีแผนดีๆ จะเสนอ ่ที่คุณเกดไปต่างจังหวัดสามวัน และวันนี้น้าอรก็ยุ่งกับการคุยเื่จัดสวนหลังบ้านทั้งวัน พี่ว่าเราสามคนขับรถออกไปเที่ยวน้ำตกนอกเมืองสั้นๆ กันดีไหม ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ คลายเครียดจากเื่เรียนเื่โปรเจกต์ และ... คลายความอึดอัดระแวงในคฤหาสน์หลังนี้ด้วย"
ดวงตาของมีนเบิกกว้างสว่างไสวขึ้นทันทีด้วยความตื่นเต้นดีใจ "จริงเหรอคะพี่ภัทร! ดีจังเลยค่ะ! มีนเบื่อที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้องทำงานจะแย่แล้ว ไปเล่นน้ำตกปิกนิกกันเถอะค่ะเตย นะนะ..."
เตยมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ใบหน้าหวานขมวดคิ้วบางสะดุดความคิด "จะดีเหรอคะยัยมีน... เตยกลัวว่าป้าสายใจจะถามไถ่ อีกอย่างน้าอรจะยอมอนุญาตให้เราสามคนไปเที่ยวด้วยกันเหรอคะ?"
"เื่น้าอรไม่ต้องห่วงจ้ะเตย เดี๋ยวพี่จัดการเอง ส่วนป้าสายใจ แม่ของเตย วันนี้พี่เห็นท่านวุ่นอยู่กับงานเตรียมต้อนรับช่างจัดสวนและทำความสะอาดในเรือนครัวใหญ่ คงไม่มีเวลาออกมาตรวจตราหรอก" ผมเอ่ยปลอบใจด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกพลางส่งสายตาวิวับมีความหมายไปให้เตย ซึ่งแววตานั้นสื่อความนัยเป็พิเศษว่าผม้าใช้เวลาร่วมกับเธอในสถานที่อันเงียบสงบห่างไกลผู้คน
และเป็ไปตามคาด น้าอรที่เดินกลับเข้ามาตรวจเอกสารที่ห้องรับแขกชั้นล่างชั่วคราว เมื่อเห็นผมเข้ามาขออนุญาตพาสองสาวออกไปเที่ยวน้ำตกนอกเมืองเพื่อพักผ่อนคลายความเครียด ก็พยักหน้ารับอย่างง่ายดายโดยไม่มีความระแวงสงสัยใดๆ น้าอรส่งยิ้มอ่อนโยนเอ่ยเตือนให้ขับรถระมัดระวังและดูแลกันให้ดี เพราะในสายตาของน้าอร การที่มีเตย—เด็กสาวลูกครัวมาดห้าวและเป็เพื่อนที่ไว้ใจได้ร่วมเดินทางไปด้วย ย่อมปลอดภัยและเป็ดั่งเกราะคุ้มกันที่จะไม่มีทางเกิดเื่ชู้สาวขึ้นได้เลย ความไว้วางใจที่แฝงไปด้วยความประมาทของน้าอร กลายเป็โอกาสทองที่ปูทางให้พวกเราก้าวข้ามเส้นแบ่งศีลธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สองสาวกระตือรือร้นรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องส่วนตัวเพื่อแต่งกายเตรียมตัวและจัดเก็บสัมภาระสำหรับการไปท่องเที่ยวน้ำตกชั่วคราวอย่างร่าเริงดีใจ
รถยนต์ส่วนตัวของผมเคลื่อนออกจากอาณาเขตคฤหาสน์หรูอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่เส้นทางหลวงสายนอกเมืองที่จะพาสามชีวิตไปสู่เขตป่าเขาธรรมชาติและแนวอุทยานน้ำตกอันห่างไกลสายตาคน บรรยากาศภายในห้องโดยสารสลัวรางแฝงไปด้วยไออุ่นและแรงดึงดูดเสน่หาอันซาบซ่าน
มีนนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับในท่าทางสบายๆ เรียวขาสวยผุดผ่องพาดเอียงขึ้นมาบนคอนโซลรถอย่างขี้เล่น มือบางเอื้อมมาเปิดเพลงรักจังหวะช้าๆ คลอเคล้าไปตามเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นนิ่ง ส่วนเตยนั่งอยู่ที่เบาะหลังเพียงคนเดียว ทว่าสายตา ของผมมักคอยจับจ้องมองกระจกมองหลังอยู่เสมอเพื่อคอยสบสายตากับเธอ
ทุกครั้งที่ตาของเราสบกันผ่านผิวกระจกสะท้อน เตยจะสะดุ้งน้อยๆ แก้มแดงเรื่อ ทว่ารอยยิ้มบางเบาที่ค่อยๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสีหวานกลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีสะพรั่งที่พยายามสื่อความรัก ความโหยหา และแรงปรารถนาลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ยามที่รถยนต์แล่นเข้าสู่โค้งเขาที่ไร้ซึ่งรถคันอื่น มีนพลันเอื้อมมือเรียวนุ่มเข้ามาลูบไล้บีบเน้นต้นขาแกร่งของผมภายใต้กางเกงยีนส์อย่างหยอกเย้า นิ้วเรียวบางลากไล้สูงขึ้นทีละน้อยจนเข้าใกล้กึ่งกลางกายที่เริ่มแข็งขืนรับััร้อนผ่าว
"มีน... พี่ขับรถอยู่นะจ๊ะ อย่าซนสิ" ผมดุเสียงพร่าสั่น ทว่าสะโพกกลับเกร็งค้างต้อนรับนิ้วอุ่นร้อนของเธอ
"มีนไม่ได้ซนเสียหน่อยค่ะพี่ภัทร แค่อยากให้พี่ภัทรมีกำลังใจขับรถต่างหาก... จริงไหมจ๊ะเตย?" มีนหันหลังกลับไปเย้าเพื่อนรักที่นั่งหน้าแดงจ้องมองการกระทำล่อแหลมนั้นตาค้าง เตยสูดลมหายใจเข้าลึก แก้มแดงก่ำทว่าดวงตากลับจับจ้องแก่นกายของผมที่ตุงนูนอยู่ใต้กางเกงอย่างเสน่หาไม่วางตา บรรยากาศอบอวลไปด้วยไฟตัณหาลับที่สอดประสานกันท่ามกลางเสียงดนตรีคลอเคล้าเบาบาง
หลังจากขับรถผ่านทิวเขาและแมกไม้เขียวขจีมาเกือบชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงน้ำตกธรรมชาติห่างไกลผู้คนตามทางลับเลาะเลียบชายเขา ละอองน้ำเย็นฉ่ำลอยล่องอบอวลปะปนกลิ่นไอดินและกลิ่นไม้ป่าเปียกชื้น เสียงกระแสน้ำไหลกระทบโขดหินดังซู่ซ่ากังวานก้องเป็จังหวะธรรมชาติที่แสนสงบ ปราศจากผู้คนหรือนักท่องเที่ยวอื่นใด บรรยากาศเป็ใจและเปิดโอกาสให้ความตึงเครียดทั้งมวลถูกชะล้างออกไปอย่างสิ้นเชิง
สองสาวสลัดเสื้อคลุมและรองเท้าออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีอ่อนและกางเกงขาสั้น พากันลุยลงไปในกระแสน้ำใสเย็นที่ไหลเอื่อย สาดน้ำใส่กันส่งเสียงหัวเราะหวานลั่นสะท้อนป่าเขา ผมยืนพิงโขดหินกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเปี่ยมสุขและหลงใหล สายน้ำเปียกปอนทำให้เสื้อยืดสีขาวบางของทั้งสองแนบชิดติดผิวกาย เผยให้เห็นเส้นส่วนโค้งเว้าของเต้าอกอวบอัด บราเซียสีหวานด้านในสะท้อนเด่นชัดท้าทายสายตา ผิวเนื้อเนียนลื่นชุ่มหยาดน้ำใสสะท้อนประกายแดดวับๆ ชวนสยิวกาย
ในจังหวะที่มีนวิ่งลุยน้ำแยกตัวออกไปเก็บผลไม้ป่าและดอกไม้ป่าสวยๆ ตามโขดหินห่างออกไปทางด้านล่างลำธาร เตยค่อยๆ เดินลุยน้ำลึกระดับเอวขยับเข้ามาใกล้ผม ตรงซอกโขดหินส่วนตัวที่ช่วยบังสายตาคนภายนอกอย่างเงียบเชียบ
หยาดน้ำใสเกาะพราวอยู่บนใบหน้าหวาน ล้อมกรอบด้วยเส้นผมเปียกชื้นลู่แนบแก้มใส เตยจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกสั่นไหวและตื้นตันใจอย่างปิดไม่มิด มือบางของเธอเอื้อมมาเกาะกุมแขนแกร่งของผม ยามที่ผมก้าวลงไปยืนเคียงข้างเธอในน้ำตกเย็นฉ่ำ
"พี่ภัทรคะ... เตย... เตยอยากขอบคุณพี่ภัทรจริงๆ ค่ะ" เสียงหวานสั่นระริกปนเสียงซู่ซ่าของละอองน้ำตก "ขอบคุณที่พี่คอยดูแลและปกป้องเตยเสมอในบ้านหลังนั้น ทั้งเื่น้าอร และเื่... เื่ของเรา เตยรู้ตัวดีค่ะว่าเตยเป็แค่ลูกสาวแม่ครัว ไม่มีอะไรคู่ควรกับพี่ภัทรเลย แต่..." เตยชะงักคำพูด หยาดน้ำตาเอ่อล้นสองตาคู่สวยก่อนจะรินไหลปะปนกับละอองน้ำบนแก้มเนียน
"เตยรักพี่ภัทรจริงๆ นะคะ... มันไม่ใช่แค่เื่ความ้าทางกายหรือความตื่นเต้นชั่วครั้งชั่วคราว... เตยรู้สึกผูกพันและรักพี่ภัทรมากกว่าชีวิตตัวเองเสียอีกค่ะ" เตยระบายความรู้สึกในส่วนลึกของหัวใจออกมาอย่างหมดเปลือก น้ำเสียงแ่พร่าสั่นเครือเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ
หัวใจของผมเต้นกระตุกวูบด้วยความตื้นตันและเสน่หาจับใจ ความรู้สึกบริสุทธิ์และลึกซึ้งของเด็กสาวตรงหน้าทำลายกำแพงระวังตัวลงจนสิ้น ผมเอื้อมมือหนาไปประคองดึงร่างบอบบางที่เปียกปอนแสนนุ่มละมุนของเตยเข้ามากอดแนบชิดอกกว้าง ผิวเนื้อเปียกชื้นของสองเราบดเบียดััความอบอุ่นผ่านเสื้อยืดเปียกน้ำ กลิ่นกายสาวปะปนกับกลิ่นละอองน้ำชุ่มชื้น ปลุกเร้าทั้งความรักและความ้าให้พลุ่งพล่าน
ผมก้มลงใช้ปลายนิ้วเกลี่ยซับหยาดน้ำตาบนแก้มใสของเตยอย่างทะนุถนอม สบประสานกับดวงตากลมโตที่มองจ้องผมอย่างภักดีและรักใคร่ "เตยจ้ะ... พี่ก็รู้สึกผูกพันและรักเตยเหมือนกัน อย่าคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรเลยนะคนดี สำหรับพี่... เตยคือผู้หญิงที่วิเศษที่สุดคนหนึ่งในชีวิตพี่"
คำหวานของผมประหนึ่งน้ำทิพย์ชโลมใจ เตยช้อนตามองผมแล้วสะอื้นเบาๆ ด้วยความตื้นตันใจสุดพรรณนา ร่างบางแอ่นเบียดชิดกับตัวตนของผมในน้ำเย็น ััได้ถึงแก่นกายแกร่งร้อนที่เริ่มตื่นตัวดุนดันอยู่ตรงหน้าขาของเธอ ความเย็นเยียบของสายน้ำตกไม่อาจดับมอดไฟเสน่หาร้อนรุ่มที่แผดเผาเราสองคนอยู่กลางลำธารนี้ได้เลย
หลังจากใช้เวลาเล่นน้ำและััความรักท่ามกลางธรรมชาติอยู่หลายชั่วโมง ่เวลาบ่ายแก่คล้อยลงสู่โพล้เพล้ บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าที่เคยสดใสถูกบดบังด้วยหมู่เมฆฝนสีดำทะมึนก้อนมหึมาลอยต่ำ ลมพายุพัดกระโชกแรงส่งกระแสไอเย็นะเืและกวาดใบไม้ปลิวว่อน เสียงฟ้าคำรามครืนครั่นสั่นะเืป่าเขากลายเป็สัญญาณเตือนว่าพายุฝนกำลังจะกระหน่ำลงมาในไม่ช้า
พวกเราทั้งสามรีบพากันวิ่งกลับขึ้นรถยนต์อย่างทุลักทุเล ทว่าเพียงแค่ล้อรถเคลื่อนตัวออกจากเขตอุทยานได้ไม่ถึงสิบกิโลเมตร ห่าฝนเม็ดโตปานกรวดหินก็เทกระหน่ำสาดซัดลงมาอย่างหนักหน่วงจนแทบมองไม่เห็นเส้นทาง เสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคารถและกระจกหน้ารถดังกึกก้องปานฟ้าจะถล่ม ทัศนวิสัยเบื้องหน้ามืดมิดสนิทมีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องทะลุม่านฝนสีขาวหนาทึบได้ไม่เกินสามเมตร ลมพายุรุนแรงซัดจนตัวรถสั่นไหวและโยกเยกไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
เส้นทางชายเขาเลียบป่าข้างทางเริ่มเปียกแฉะและมีโคลนไหลบ่า เพื่อความปลอดภัย ผมจึงตัดสินใจหักเลี้ยวรถเข้าไปจอดหลบฝนที่ไหล่ทางกว้างใต้แนวผาสูงชันที่มีต้นไม้ใหญ่คอยบังแรงลมพายุเอาไว้ส่วนหนึ่ง ดับเครื่องยนต์และปล่อยให้รถจอดนิ่งสนิทท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำที่ตัดขาดพวกเราออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ความมืดและอุณหภูมิในห้องโดยสารลดฮวบจนความหนาวเย็นแล่นพล่านเข้ามาเกาะกุมผิวกายของสองสาวที่ยังมีละอองน้ำเกาะพราว เสื้อผ้าเปียกชื้นบางเบาแนบเนื้อ ทั้งมีนและเตยต่างกอดอกตัวเองสั่นระริกด้วยความหนาวสะท้านและหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องกึกก้องะเืเลื่อนลั่นภายนอก
"หนาวจังเลยค่ะพี่ภัทร... ลมฝนข้างนอกน่ากลัวมากเลย" มีนบ่นอุบอิบเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานชุ่มน้ำฝนหันมามองผมอย่างโหยหาความอบอุ่น
"พี่ภัทรคะ... เตย... เตยสั่นไปหมดแล้วค่ะ" เสียงเตยที่เบาะหลังเอ่ยกระซิบสั่นระริก ร่างบอบบางของเธอนั่งคู้เข่ากอดตัวเองอยู่ในความมืดสลัว
เมื่อเห็นเด็กสาวสองคนที่ผมแสนรักและเสน่หาต้องทนหนาวเหน็บท่ามกลางมรสุม ผมจึงขยับตัวเอี้ยวไปโอบกอดประคองเตยไว้เพื่อแบ่งเบาความอบอุ่น มีนไม่รอช้ารีบปีนข้ามเบาะหน้าเข้ามาเบียดเสียดแทรกตัวนั่งลงบนเบาะหลังร่วมกันในพื้นที่จำกัดแคบๆ ร่างกายของสองสาวเบียดชิดเข้าข้างกายผมคนละฝั่ง สองร่างนุ่มละมุนโอบกอดรอบเอวและพิงซบอกกว้างของผมไว้แน่นเพื่อหาไออุ่น
บรรยากาศภายในรถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทท่ามกลางมรสุมคลั่งภายนอกกลับทวีไอความร้อนรุ่มและกลิ่นเสน่หาทางโลกีย์อบอวลขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวเนื้อขาวนุ่มเปียกชื้นของสองสาวเสียดสีบดเบียดกับผิวกายแกร่งอุ่นร้อนของผม เสื้อยืดบางเบาเปียกน้ำของเตยและเสื้อสายเดี่ยวเปียกชื้นของมีนแนบชิดติดแผงอกกว้างจนััได้ถึงยอดถันชูชันคัดตึงของสองสาวที่ดุนดันบดเบียดหน้าอกผมอยู่ตลอดเวลา การได้สูดดมกลิ่นอายแป้งหอมเปียกชื้นเจือกลิ่นน้ำตกป่าและกลิ่นกายสาวสะพรั่งที่ฟุ้งกระจายอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ปลุกเร้าท่อนลำเอ็นร้อนระอุของผมให้ขยายตัวพองโตดุนดันหน้าขาของมีนขึ้นมาทันที
มีนส่งเสียงครางเครือแ่เบาในลำคอ ใบหน้าเนียนซบลงบนซอกคอของผม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวจนผมสั่นสะท้าน เธอรับรู้ถึงความ้าที่แข็งขืนดุนดันนั้นเป็อย่างดี มือเรียวเล็กขยับไปลูบไล้บีบกระชับท่อนเนื้อแกร่งใต้กางเกงผ่านเนื้อผ้าเบาๆ หยอกเย้ากระตุ้นความเสียวซ่านในความมืดสลัว
ท่ามกลางเสียงพายุฝนฟ้าคะนองที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหนาด้านนอกประหนึ่งจะแยกแผ่นดินเป็เสี่ยงๆ ภายในรถยนต์ที่สลัวมัวเปี่ยมไอรักร้อนผ่าวกลับสงบเงียบ มีเพียงเสียงหายใจหอบกระเส่าและเสียงเสียดสีของผิวเนื้ออุ่นละเอียด
มีนขยับใบหน้าหวานขึ้นมาคลอเคลียอยู่ข้างใบหูของผม มือบางโอบรอบบ่าดึงรั้งผมให้เอียงหน้าเข้าไปรับฟังคำกระซิบ แ่เบาทว่าเปี่ยมไปด้วยกระแสความปรารถนาอันแรงกล้า
"พี่ภัทรขา... ฝนตกหนักขนาดนี้ ขากลับถนนคงลื่นและคงจะถึงบ้านดึกมากแน่ๆ เลยค่ะ..." เสียงหวานกระซิบกระซาบ แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์แสนซน "คืนนี้... คุณแม่ก็ไม่อยู่ตั้งสามวัน น้าอรก็น่าจะยุ่งกับงานจัดสวนจนเหนื่อยล้าและคงกินยานอนหลับลึกไปแล้ว... คืนนี้... พี่ภัทรแอบไขล็อกประตูห้องนอนใหญ่ต้อนรับพวกเราสองคนเข้าไปต่อกันบนเตียงกว้างดีไหมคะ? เราสามคนจะได้นอนกอดกันแน่นๆ เล่นสนุกให้หายหนาวบนเตียงนุ่มๆ ทั้งคืน..."
คำชวนอันเย้ายวนแสนสะท้านอารมณ์ประหนึ่งสายฟ้าแลบสาดประกายความปรารถนาสั่นคลอนจิตใต้สำนึกของผมให้พังทลายลงในพริบตา ความคิดที่จะได้ลูกสาวและเพื่อนสนิทพร้อมๆ กันบนเตียงนอนใหญ่ซึ่งเป็พื้นที่ส่วนตัวของผมกับเกด สร้างความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจที่เปี่ยมด้วยความเสี่ยงอันตรายแสนท้าทาย จนหัวใจเต้นะเิระรัวราวกลองศึกสั่นสะท้านทรวงอก
ผมหันไปสบสายตากับเตยในความสลัวรางของห้องโดยสารรถยนต์อันมืดมิด
เตยหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหูและลำคอขาวผ่องด้วยความเหนียมอายระคนปรารถนา ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยของเธอกลับฉายแววหวานเยิ้ม สะท้อนประกายเสน่หาร้อนแรงที่สั่นระริกเปี่ยมด้วยความ้าลึกซึ้ง ริมฝีปากอิ่มสีหวานค่อยๆ คลี่ยิ้มบางเชิงสัญญาและส่งสายตาตกลงยอมรับข้อเสนอแสนกลนั้นอย่างไม่คิดปฏิเสธหรือเหนี่ยวรั้งความ้าอีกต่อไป แววตาของสองสาวประสานเข้าด้วยกัน สั่นระรัวส่งความนัยท้าทายชายหนุ่มในค่ำคืนพายุคลั่งที่กำลังจะมาถึงอย่างเร่าร้อน!
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความสั่นสะท้านที่แล่นพล่านขึ้นมาจับสมอง เกร็งหน้าท้องโอบกระชับสะโพกผายและไหล่บางของสองสาวเข้ามาแนบกายแ่า หัวใจเต้นกระหน่ำเฝ้ารอเวลาเผด็จศึกรักแสนเร่าร้อนบนเตียงกว้างในห้องนอนใหญ่คืนนี้อย่างใจจดใจจ่อ โดยปราศจากความเกรงกลัวต่อกรอบศีลธรรมใดๆ อีกต่อไป!