ตอนที่6 : ตัวแทนตุลาการ
“ยินดีต้อนรับสู่กระบวณพิจารณาท่านตัวแทนตุลาการ”
นิโคลัสรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แผ่ไปทั่วร่างเขามีบางสิ่งในร่างกายของเขาที่ผิดแผกไปจากเดิม เขาััได้ถึงบรรยากาศที่อยู่รอบตัววิสัยทัศน์ของเขาแตกต่างไปจากก่อนหน้า สัตว์ประหลาดที่กำลังอาละวาดอย่างคลุ้มคลั่งไร้สติแต่แท้จริงแล้วกลับมีอารมณ์และความคิดที่แฝงลึกอยู่ภายในตัว
นิโคลัสมองเห็นเสนด้ายสีแดงที่เชื่อมโยงสัตว์ประหลาดกับตัวเขากฎแห่งกรรมช่างน่าพิศวง เส้นด้ายนั้นเปรียบดั่งกงกรรมที่มันมีต่อ ‘นิโคลัส’ คนก่อนแม้ก่อนหน้านี้เขาจะไม่สามารถทำอะไรได้แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าเขาจะต้องเป็ผู้แก้ปมแห่งกรรมนี้
แสงจากกระจกส่องสว่างขึ้นปรากฏเป็ข้อความเบื้องหน้าเขาอีกครั้ง
“.....เงื่อนไขถูกเติมเต็ม
ท่านสามารถสวดบัญญัติเพื่อใช้อำนาจในฐานะตัวแทนตุลาการได้…”
วรรณนาแห่งมนต์คาถาไหลเข้ามาในหัวของเขาราวกับสายน้ำทีเติมเต็มช่องว่างในความทรงจำนิโคลัสดื่มด่ำกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ตนกำลังพบเจอ
เหมือนว่าิญญาร้ายในร่างสีดำรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างมันพุ่งตรงเข้ามาที่บริเวณเครื่องจักรซึ่งนิโคลัสหลบอยู่ ด้วยพละกำลังที่มหาศาล มันใช้มีที่มีอยู่หลายคู่จับเครื่องทอผ้าแล้วแยกมันออกเป็สองซีกเผยให้เห็นร่างของนิโคลัสที่ยืนอยู่เื้ั
จิตใจของนิโคลัสสงบนิ่ง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าอย่างเย็นเยียบั์ตาเปล่งประกายสีแดงฉาน ปากของเขาพูดพึมพำเหมือนกำลังท่องคาถาบางอย่าง
“ข้าคือผู้ชี้ชะตาในบรรพการที่โชด่...ผู้ถือคันชั่งแห่งบาญบุญที่ประทับในสามโลก... ผู้อยู่เหนือบัลลังก์แสงสีชาดแห่งนรกานต์...”
บัลลังก์แห่งแสงก่อตัวขึ้นยกร่างของนิโคลัสให้สูงขึ้นจากพื้นตราชูธรรมสูงเสียดฟ้าก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าร่างที่ใหญ่โตของสัตว์ประหลาดสีดำถูกพันธนาการไว้กับตราชั่งฝั่งซ้ายมันส่งเสียงหวีดร้องอย่างโหยหวนพยายามดิ้นรนให้หลุดจากห้วงพันธนาการแต่กลับไม่เป็ผล
ดวงตาสีแดงขนาดั์เบิกกว้างขึ้นจากธาตุอากาศเื้ันิโคลัสมันจับจ้องไปยังสัตว์ประหลาดเบื้องหน้า
ข้อมูลคดีความของนายเดวิด จอห์น พอลล์ปรากฏขึ้นในหัวเขา มันประติดประต่อกันเป็เื่ราวจนเขาแทบจะเห็นเป็ภาพนิมิตรความเคียดแค้นและความเศร้าโศกเสียใจของชายผู้สูญเสียชีวิตและครอบครัวของตนอย่างไม่เป็ธรรมพลุ่งพล่านขึ้นในจิตใจของนิโคลัส
บางทีเงื่อนไขได้ถูกเติมเต็มนั้นอาจหมายถึงการที่นิโคลัสได้เข้าใจถึงสาเหตุและเื่ราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ประหลาดที่น่าเวทนาเบื้องหน้าของตนซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขาตัดสินชะตาของมันได้
“...จงสดับฟังคำตัดสินผ่านั์ตาแห่งห้วงอเวจี”
ประโยคสุดท้ายถูกกล่าวออกมาจากปากของนิโคลัสคำตัดสินที่เขาเลือกจะเป็ตัวชี้ชะตากรรมของชายผู้น่าเวทนาตรงหน้า
“...การล้างบาป”นิโคลัสเอ่ยเบาๆ
ทันใดนั้นดวงตาสีแดงเื้ัเขาเบิกโพล่งเปล่งแสงสีแดงเพ่งไปยังสัตว์ประหลาด ของเหลวสีดำที่เคยปกคลุมร่างการมลายหายไปร่างของมันถูกหลอมละลายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ค่อยๆแ่เบาลง
เมื่อแสงที่ส่องวาปทั่วทั้งโรงงานดับลงบรรยากาศโดยรอบก็กลับเป็ปกติ บัลลังก์แห่งแสงและดวงตาสีแดงหายไปอย่างไร้ร่องรอยคงเหลือไว้แต่ร่างของนิโคลัสที่กำลังยืนมองปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
สัตว์ประหลาดที่เคยไล่ล่าเขาบัดนี้กลายสภาพเป็ร่างโปร่งใสของชายสูงอายุและครอบครัวของเขารังสีแห่งความเคียดแค้นบัดนี้จางหายไปเหลือแต่เพียงกลิ่นอายของความห่วงหาร่างของบุคคลทั้งสี่บัดนี้อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันิญญาที่น่าสงสารเหล่านี้ในที่สุดก็ได้พบกับความสงบ
ใบหน้าสูงวัยของชายชราหันมองมายังนิโคลัสเขากล่าวบางอย่างออกมาโดยไร้เสียง แต่นิโคลัสรู้ดีว่านั่นคือคำขอบคุณ
ดวงิญญาทั้งสี่ค่อยๆสลายหายไปช้าๆแม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดแต่นิโคลัสมั่นใจว่าพวกเขาจากไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
คำตัดสินที่นิโคลัสเลือกคือการล้างบาปให้แก่ิญญาร้ายที่จ้องเอาชีวิตตนครอบครัวที่น่าสงสารนี้เป็ผู้บริสุทธิ์ เพียงแต่พวกเขาถูกความเคียดแคนกัดกินฝังลึกจนไม่อาจไปสู่สุขคติมันแปรเปลี่ยนตัวตนของพวกเขาให้กลายเป็ปีศาจร้ายซึ่งมีต้นเหตุมาจากความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับโชคดีที่เป้าหมายแรกของิญญาแค้นคือนิโคลัสหากความเคียดแค้นกัดกินิญญาเ่าั้ไปมากกว่านี้และหากมีผู้ประสบภัยคนอื่นจากิญญาแค้นเหล่านี้บางทีนิโคลัสอาจไม่สามารถส่งพวกเขาไปสู่สุขคติเช่นนี้ได้
นิโคลัสถอนหายใจเล็กน้อย เขาคิดถึงพลังวิเศษที่เขาได้รับผ่านกระจกสีเทาบัดนี้กระจกสีเทากลับมาเป็เพียงกระจกธรรมดาๆราวกับว่าเหตุเหนือธรรมชาติเมื่อครู่เป็เพียงความฝันแต่นิโคลัสยังจำข้อความที่มันกล่าวกับตนเองได้
กระจกสีเทาเรียกเขาว่า ‘ตัวแทนตุลาการ’ ในตอนนั้นไม่เพียงเขาจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ถูกถ่ายทอดมายังเขาแต่ยังรู้วิธีใช้มันด้วยบทบัญญัติที่ถูกจารึกไว้ในสมองของเขากล่าวถึงตัวตนผู้เป็เ้าของดวงตาสีแดงทุกครั้งที่เขาสวดคาถานิโคลัสสามารถหยิบยืมพลังจากดวงตาสีแดงเพื่อพิพากษาของเป้าหมายที่เขาเลือกแต่การจะใช้พลังนี้ได้ เขาจะต้องเติมเต็มเงื่อนไขบางอย่างซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับประวัติความเป็มาและข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับเป้าหมายนั้น
นอกจากนี้นิโคลัสยังสามารถััได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของสรรพสิ่งที่อยู่รอบกายเขาที่สำคัญคือเส้นด้ายสีแดงที่เชื่อมโยงระหว่างตัวตนหนึ่งถึงอีกตัวตนหนึ่งด้ายสีแดงเหล่านี้ไม่สามารถจับต้องได้ มันแสดงถึงความเกี่ยวพันในกฎแห่งกรรมระหว่างบุคคลแต่ละคนที่ถูกเชื่อมโยงไว้ต่อกันซึ่งเขาตัดสินใจเรียกมันว่า ‘ด้ายแดงแห่งชะตากรรม’
แม้นิโคลัสจะส่ง เดวิดจอห์น พอลล์ และครอบครัวของเขาไปสู่สุขคติแล้วก็ตามแต่ดูเหมือนว่าภารกิจของเขาจะยังไม่เสร็จสิ้นไปเสียทีเดียวด้ายสีแดงยังคงผูกอยู่กับตัวเขาทอดยาวไปบนท้องฟ้าแมเขาจะไม่สามารถมองเห็นปลายทางของเส้นด้ายดังกล่าวแต่เขาก็พอจะเดาได้ว่ามันเชื่อทต่อลงที่ใด
‘อันโตนิโอ’
ดูเหมือนจะเป็เขาที่จะต้องรับ่ต่อเพื่อสะสางความแค้นและคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของเดวิด
เสียงยามค่ำคืนของเมืองยอร์คกลับมาอีกครั้งนิโคลัสได้ยินเสียงของหนูและสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่อาศัยอยู่ภายในโรงงานร้างแห่งนี้ทำให้เขามั่นใจได้ว่าตนหลุดพ้นจากเหตุการณ์อันตรายเมื่อสักครู่มาแล้วอย่างแท้จริง
แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวขาเดินเขากลับรู้สึกอ่อนแรง ขาขวาที่ก้าวแตะพื้นอ่อนยวบ ทำให้ร่างของเขาล้มลงกับพื้น
ตึง!
นิโคลัสเพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวขาเดินไปข้างหน้าดูเหมือนการใช้พลังพิเศษจะไม่ใช่เื่ที่เขาสามารถทำได้อย่างพร่ำเพรื่อ
“...บ้าชะมัด”เขาเปล่างเสียงแห้งจากลำคอ
“...ให้ตายสิวันนี้เราต้องสลบไปอีกกี่รอบกันวะเนี่ย”
ขณะที่สติของเขาค่อยๆเลือนรางเขาก็รู้สึกถึงฝีเท้าของคนที่มาหยุดยืนอยู่ข้างๆนิโคลัสพยายามที่จะเหลือบมองว่าเป็ผู้ใด แต่เขาก็สลบไปเสียก่อน
.....
เสียงนกร้องและแสงแดดอ่อนๆที่กระทบหูและตาของนิโคลัสปลุกเขาขึ้นจากการหลับใหลเขาลืมตาขึ้นมองเพดานที่ไม่คุ้นเคยเบื้องหน้า ซึ่งเหมือนกับเพดานของโรงพยาบาลนิโคลัสค่อยๆดันตัวลุกขึ้นช้าๆ มือข้างหนึ่งกุมศีรษะไว้
“สายันต์สวัสดิ์ คุณพาร์เลย์”
เสียงทักทายนั้นทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามของเตียงก็พบกับร่างที่คุ้นเคยกำลังมองเขาอยู่
“ท่านอัยการโรเมโร่?”
นิโคลัสเอ่ยขึ้นอย่างฉงนเขาไม่แน่ใจว่าเหตุใดเขาจึงตื่นขึ้นมาพบกับบุคคลตรงหน้า
อัยการโรเมโร่นั่งไขว่หน้าอยู่ในสภาพนิ่งขรึมเขาสวมแว่นตาในมือถือแฟ้มเอกสารเล่มใหญ่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะจ้องมองไปยังนิโคลัส
ความเงียบเข้าปกคลุมบุคคลทั้งสองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่โรเมโร่จะกล่าวกับนิโคลัสขึ้นมา
“คุณรอดมาได้ยังไง”
นั่นเป็คำถามที่ปลกประหลาดแต่นิโคลัสกลับเข้าใจความหมาย คนเบื้องหน้าเขากำลังกล่าวถึงเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เขาพบเจอก่อนที่จะสลบไปดูเหมือนว่าอัยการโรเมโร่ผู้นี้จะไม่ใช้แค่อัยการเขตประจำเมืองธรรมดาๆอย่างที่เขาคิด
เมื่อเห็นนิโคลัสนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรอัยการโรเมโร่จึงได้กล่าวกับเขาต่อไปว่า
“วันนั้นที่ศาลผมสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของคุณและััได้ถึงกลิ่นไอของิญญาอาฆาตที่ตามติดคุณ ผมเห็นว่าคุณอาจมีอันตรายก็เลยตามคุณมาจนถึงโรงงานร้าง แต่ไม่คิดว่าพอไปถึงจะเจอคุณหมดสติอยู่”
เมื่อกล่าวเช่นนั้นแล้ว เขาก็ใช้สายตาที่เฉียบคมมองมายังนิโคลัส
“จากสภาพที่โรงงานผมมั่นใจว่าคุณได้พบกับิญญาอาฆาตแต่หลังจากที่ผมไปถึงกลับไม่มีวี่แววของมันเหลืออยู่... ผมจะขอถามคุณอีกครั้งวันนั้นเกิดอะไรขึ้น แล้วคุณรอดมาได้ยังไง”
นิโคลัสประมวลข้อมูลที่เขาได้ยินจากโรเมโร่‘ิญญาอาฆาต’ ที่โรเมโร่พูดถึงน่าจะหมายถึง เดวินจอห์น พอลล์ ในร่างสัตว์ประหลาดที่เขาได้พบดูเหมือนโรเมโร่จะบังเอิญพบเหตุความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเขา แล้วแอบตามเขามาลับๆโชคดีที่โรเมโร่ไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
นิโคลัสหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้โรเมโร่ฟังแน่นอนว่าเขาปกปิดเื่ที่พลังของตนและเื่ที่เขามาจากต่างโลกก่อนจะปิดท้ายอย่างสุขุมว่า
“หลังจากที่ผมไปถึงโรงงานผมก็ซ่อนตัวอยู่ด้านในนั้นตลอดหลังจากหมดสติไป ผมก็ตื่นขึ้นมาที่นี่ บางทีอาจจะเพราะผมโชคดีก็เลยรอดมาได้”
“โชคดีงั้นเหรอ”
โรเมโร่นั่งฟังอย่างเงียบๆเขาเคาะนิ้วมือกับเก้าอี้เป็จังหวะอย่างครุ่นคิดนิโคลัสมองเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโรเมโร่ แม้มันจะแสดงถึงการยอมรับแต่ยังคงแฝงความเคลือบแคลงไว้อยู่
“เบื้องต้นผมเข้าใจแล้ว”โรเมโร่เอ่ยแล้วลุกขึ้นยืน
“คุณพาร์เลย์ผมคงต้องรบกวนให้คุณไปพบกับผู้บังคับบัญชาของผมก่อนเพื่อตรวจสอบเื่นี้ให้ชัดเจนอีกครั้งไม่ทราบว่าคุณพอจะเดินไปกับผมไหวมั้ย”
‘ผู้บังคับบัญชา?หมายถึงอัยการประจำสำนักอัยการสูงสุดงั้นเหรอ? หรือว่าหมายถึงอย่างอื่น?’
นิโคลัสเก็บข้อสงสัยดังกล่าวไว้ในใจก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนจากเตียงเมื่อพบว่าตนกลับมามีเรียวแรงเป็ปกติแล้ว จึงพยักหน้าตอบรับ
นิโคลัสเดินตามโรเมโร่มาตามทางเดินตอนแรกเขาคิดว่าตนอยู่ภายในโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็อย่างนั้นหลังจากผ่านโซนห้องพยาบาลมาแล้ว เขาพบว่ารอบข้างแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงยิ่งเมื่อเขาเดินพ้นบริเวณทางเดินมาแล้ว เขาจึงได้เห็นสถานที่ที่เขาอยู่โดยชัดแจ้ง
เขาอยู่ห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งมีบันไดต่อยอดสลับซับซ้อนขึ้นไปหลายชั้นที่โถงเองล่างมีแสตน์ที่นั่งซึ่งสามารถจุคนได้หลายร้อยคน ภาพปติมากรรมกระจกหลากสีคล้ายกับงานศิลป์ในโบสถ์ตะวันตกเครื่องดนตรีสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างเร่งรีบแต่ที่น่าใที่สุดคือเขาสามารถมองเห็นร่างโปร่งใสของิญญาที่ล่องลอยอยู่ตามอากาศ
“ท่านอัยการ ที่นี่คือที่ไหน?”
นิโคลัสอดถามขึ้นไม่ได้การมายังโลกใหม่ของเขานี้แปลกประหลาดขึ้นไปทุกที
อัยการโรเมโร่หยุดฝีเท้าเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้อธิบายเื่นี้
“ขออภัยที่ผมเสียมารยาท เอาเป็ว่าผมจะอธิบายให้คุณฟังหลังจากที่คุณได้พบผู้บังคับบัญชาของผมแล้วแต่ตอนนี้ขอให้รู้ไว้แค่นี้ว่า....”
โรเมโร่ค้อมหัวเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ
“ขอต้อนรับสู่ ภาคีผู้สื่อิญญา”
14.10.550
Nicolas Parlay
Judicial representative