*(Warning : เนื้อหาในตอนนี้มีการบรรยายถึงการข่มขืน/การล่วงละเมิดทางเพศ (Rape / Non-Consensual) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)*
ยามค่ำคืนป้อมปราการแอชทราวิน
ภายในห้องทำงานมาร์ควิสราฟาเอลนั่งอ่านเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงาน ในระยะสองสัปดาห์มานี้ละแวกนี้เกิดเรื่องแปลกขึ้นเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือพวกนักล่าค่าหัวกลับเป็นฝ่ายถูกใครบางคนล่านี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน ตรงมุมหนึ่งของห้องมอร์แกนเด็กอายุสิบขวบตาสีน้ำทะเลคนหนึ่งกำลังฝึกหวดลมด้วยดาบเหล็กขนาดใหญ่ ชุดเกราะที่ใส่ก็จัดทำอย่างประณีต น้ำหนักของเกราะที่สวมบวกกับน้ำหนักของดาบทำให้ทุกครั้งที่ลงมือหวดแต่ละครั้งล้วนกินแรงมหาศาลจนตัวของเด็กคนนี้มีเหงื่อท่วมบริเวณใบหน้า แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นสายตาของเขาก็ยังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ฟาดดาบหวดลมต่อเนื่องไม่หยุด
ขณะที่มาร์ควิสราฟาเอลกำลังตรวจเอกสารอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา”
ประตูถูกเปิดทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาค้อมศีรษะรายงานว่า
“เรียนท่านมาร์ควิสข้าได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับคนของศาสนจักรแล้วครับ”
“นางว่าไง?”
“ท่านคาทารีน่าบอกว่าคนที่ลงมือกับพวกนักล่าค่าหัวอาจจะมีเป้าหมายเดียวกับท่าน ทั้งท่านยังบอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองขอท่านมาร์ควิสไม่ต้องกังวล เพียงแต่รบกวนท่านช่วยจับตาดูคนแคระคนนั้นเอาไว้ก็พอ”
มาร์ควิสราฟาเอลที่ได้ฟังก็นิ่งคิดเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่คนของศาสนจักรต้องการคืออะไร แต่สิ่งที่เขารู้ก็คือเรื่องนี้จะต้องสำคัญมากและจะต้องให้ใครรู้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นศาสนจักรจะไม่มีทางส่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์มาด้วยตัวเองทั้งยังส่งมาเป็นการลับอีกต่างหาก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของเขา มาร์ควิสราฟาเอลถามทหารคนนั้นว่า
“แล้ววี่แววของเจ้าเด็กนั่นล่ะ?”
“ตอนนี้คนของเราได้จับตาอยู่ทุกมุมในมหานครไร้ราตรีแล้วครับ ถึงตอนนี้จะยังไม่เห็นตัวคนแคระนักล่าค่าหัวแต่ถ้าปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ก็มั่นใจได้ว่าเราจะเข้าถึงตัวเขาได้ก่อนพวกศาสนจักรได้แน่ครับ”
มาร์ควิสราฟาเอลพยักหน้าก่อนจะถามอีกว่า
“แล้วพอรู้ตัวการที่ออกล่านักล่าค่าหัวในช่วงนี้บ้างไหม”
“ตามข้อมูลในที่เกิดเหตุพบเห็นรอยเขี้ยวงูและพิษงูหลายจุดครับ ทางเราเคยส่งทหารเพื่อทำการออกล่าแล้วแต่คล้ายอีกฝ่ายจะรู้การเคลื่อนไหวของฝ่ายเราและมักหาทางหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกเราครับ ทำให้ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัดของพวกนั้น”
“รอยเขี้ยวงู กับพิษงูเหรอ” มาร์ควิสราฟาเอลพูดพึมพำก่อนจะหันไปถามทหารคนนั้น “คิดว่าจะใช่พวกผู้ใช้เวทจำแลงอสูรมั้ย”
“ทางเราหลายคนก็สันนิษฐานเช่นนั้นครับ เพียงแต่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นเวทจำแลงอสูรอะไรถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้”
มาร์ควิสราฟาเอลขมวดคิ้วคิดตรึกตรองอะไรบางอย่างในหัวก่อนจะหลุดปากออกมาว่า
“บางทีอาจไม่ใช่เวทจำแลงอสูรก็ได้”
“เอ๊ะ?”
ทหารคนนั้นอุทานอย่างลืมตัวแต่มาร์ควิสราฟาเอลตัดบทว่า
“ช่างเถอะแล้วยังมีเรื่องอื่นอีกไหม”
ทหารคนนั้นทำท่าคิดก่อนจะพูดว่า
“พวกสตรีในหอห้วงฝันเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ครับ”
ในนครไร้ราตรีมีซ่องคณิกาอยู่หลายแห่งแต่ในบรรดาซ่องทั้งหมดนั้นนับหอห้วงฝันอยู่ระดับสูงที่สุด ทั้งรูปลักษณ์ของสตรีความสามารถในการร่ายรำหรือแม้แต่เรื่องบนเตียง เพียงแต่ว่าหอห้วงฝันไม่ใช่ใครก็เป็นลูกค้าได้ คนที่จะเป็นลูกค้าในหอห้วงฝันได้ถ้าไม่ใช่พวกขุนนางหรือคหบดีมีทรัพย์กระเป๋าหนัก ก็ต้องเป็นคนที่ได้รับเชิญจากหอห้วงฝันโดยตรง
ทันทีที่ได้ยินชื่อหอห้วงฝันมาร์ควิสราฟาเอลก็ขมวดคิ้วถามว่า
“การเคลื่อนไหวแปลก ๆ ? แปลกยังไง?”
“พักนี้พวกเรารู้สึกว่าสตรีในหอห้วงฝันมักจะออกมาเดินเล่นครับ ตอนแรกพวกผมก็ไม่เอะใจอะไรแต่พวกผมกลับรู้สึกว่าพักนี้ลักษณะการเดินของพวกเธอนั้นผิดปกติคล้ายว่าเธอจะเดินตรวจตรามากกว่า”
“ความแปลกนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อใด”
“หลังจากที่พวกศาสนจักรมาเยือนได้สองวันครับ ส่วนขอบเขตการเดินของพวกเธอนั้นเมื่อพวกเราตรวจสอบดูแล้วกลับพบว่าศูนย์กลางคือ...”
ทหารคนนั้นยังพูดไม่ทันจบมาร์ควิสราฟาเอลก็ตัดบทเขาไปว่า
“โรงตีเหล็กของแกรี่”
ทหารคนนั้นอึ้งไปทันทีเพราะสิ่งที่เขากำลังจะพูดก็คือสถานที่นี้นี่เอง มาร์ควิสราฟาเอลเอนหลังกับพนักพิงก่อนจะยิ้มออกมา
“หึ ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่พวกเราที่ต้องการตัวเจ้าเด็กนั่นนะ ถ่ายทอดคำสั่งออกไปว่าจะเป็นพวกเราหรือสตรีในหอห้วงฝันก็ช่าง ไม่ว่าจะใครได้ตัวเด็กนั่นสิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้คนของศาสนจักรได้ตัวเด็กนั่นไปเป็นอันขาด จัดการทุกอย่างให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะศาสนจักรไม่ใช่อะไรที่ดราโกวิชจะต่อกรได้ดังนั้นอย่าได้เป็นศัตรูกับพวกนั้นเป็นอันขาด ถ้าเห็นท่าไม่ดีให้ทำการสนับสนุนสตรีในหอห้วงฝันทางอ้อมให้พวกนั้นได้ตัวเจ้าเด็กนั่นไป”
ทหารคนนั้นโค้งศีรษะทำความเคารพแต่ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไปมาร์ควิสราฟาเอลย้ำอีกครั้งว่า
“จำไว้จัดการให้เงียบที่สุดและต้องไม่ให้คนของศาสนจักรได้ตัวเด็กนั่นไปเป็นอันขาด”
ทหารคนนั้นโค้งศีรษะให้มาร์ควิสอีกหนึ่งครั้งเป็นความหมายว่ารับทราบก่อนจะออกจากห้องไป มาร์ควิสราฟาเอลเคาะนิ้วก่อนจะพึมพำออกมาว่า
“เจ้าเด็กนั่นจะรู้ตัวมั้ยนะว่าตนเองก่อเรื่องซะเอิกเกริกขนาดนี้”
ก่อนที่เขาจะหันสายตาไปยังมอร์แกนที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกไม่หยุด สายตาของเขาก็แสดงความอ่อนโยนออกมา กับเด็กคนนี้ยิ่งนานวันเข้าเขากลับยิ่งถูกใจและรู้สึกคาดหวัง แม้ว่าจะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในพลังเวทแต่เด็กคนนี้กลับยังไม่พอใจในสิ่งที่มียังคงมุมานะฝึกฝนอยู่ต่อเนื่อง มาร์ควิสราฟาเอลพึมพำอีกครั้ง
“เจ้าเด็กนั่นยอดเยี่ยมไม่เลวแต่นายน้อยมอร์แกนก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันน่าเสียดายที่...” มาร์ควิสราฟาเอลส่ายศีรษะช้า ๆ ด้วยความเสียดายแต่เขาไม่ได้บอกว่าเสียดายอะไร
ภายในที่พักที่มาร์ควิสราฟาเอลจัดหาให้คาทารีน่ากำลังนั่งรอบนเก้าอี้โดยมีเจมส์ยืนรออยู่ที่ด้านหลัง ส่วนแบรดนั่งขัดสมาธิที่พื้นหลับตาแน่นตรงหน้าของเขามีกิ่งไม้ที่มีร่องรอยการละลายของพิษที่ตอนนี้พิษได้แห้งไปแล้ว อยู่ในรูปแบบที่เขากำลังใช้เวททำนาย
“ท่านคาทารีน่าคิดว่ายังไงครับ” เจมส์ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้
เมื่อชั่วโมงก่อนคนของมาร์ควิสราฟาเอลมาหาพร้อมมอบกิ่งไม้แท่งนี้ให้แล้วแจ้งว่าพักนี้เกิดการล่าพวกนักล่าค่าหัวขึ้นหลังจากที่คน ๆ นั้นกลับไปคาทารีน่าก็ได้สั่งให้เจมส์ทำการใช้กิ่งไม้นี้ทำนาย
“รอดูผลลัพธ์” เธอตอบสั้น ๆ แต่คล้ายว่าเธอมีบางสิ่งในใจอยู่แล้ว
ไม่เกินอึดใจหนึ่งแบรดก็ลืมตาขึ้นเขาหันไปทางคาทารีน่าก่อนจะพูดว่า
“ข้าเห็นดวงตาอสรพิษขนาดใหญ่จ้องมองมาที่ข้า”
“มันคืออะไร?” เจมส์ถามขึ้นอย่างสงสัย แต่คาทารีน่าตอบว่า
“วิธีรบกวนคำทำนายของพวกสัตว์อสูร”
เจมส์นิ่งงันไปทันทีเพราะเขาเองก็ได้ยินที่คนของมาร์ควิสมารายงาน สิ่งที่เขาคิดได้ก็คือเป็นฝีมือของคนที่ใช้เวทจำแลงอสูร เพราะเขาไม่คิดว่าสัตว์อสูรจะมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ถ้าเป็นไปตามที่คาทารีน่าบอกก็มีสิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้
“กลุ่มราตรีแห่งการล้างแค้น” เจมส์พูดความคิดของตนออกมา คาทารีน่าพยักหน้าให้กับความคิดของเขา แบรดก็ถามเธอว่า
“ท่านคาทารีน่าจะทำการกำจัดพวกมันก่อนมั้ยครับ”
คาทารีน่ามีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาศาสนจักรต้องการกวาดล้างพวกกลุ่มนี้แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ทั้งความสามารถรบกวนคำทำนายที่ทำให้พวกเราไม่ทราบถึงตำแหน่งที่แน่นอนของกลุ่มนี้บวกกับความสามารถอื่น ๆ ที่พวกนั้นมี ทำให้การตามหาและกวาดล้างพวกมันเป็นเรื่องยาก ด้วยกำลังของพวกเราสามคนในตอนนี้การจะหาตัวพวกเขาให้เจอนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้รอไปก่อนเน้นให้ความสำคัญกับคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาเป้าหมายที่พวกเราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้คือคนแคระนักล่าค่าหัวที่ได้ของสิ่งนั้นไป จริงอยู่ที่ว่าพวกนั้นมีโอกาสเจอเป้าหมายก่อนพวกเรา แต่การที่พวกเรารอเป้าหมายอยู่ที่เมืองนี้ย่อมมีโอกาสมากกว่า เพราะถึงยังไงคน ๆ นี้ก็ต้องมาเอาของที่สั่งทำอยู่ดี”
แบรดกับเจมส์พยักหน้าเข้าใจความจริงแล้วพวกเขาต่างก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้มากนัก สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือรีบทำภารกิจให้เสร็จจะได้กลับแดนศักดิ์สิทธิ์เสียที ในขณะที่คาทารีน่าที่ภายนอกดูสุขุมเยือกเย็นกลับซ่อนความกังวลเอาไว้ภายใน เพราะพวกเธอไม่สามารถใช้วิธีการทำนายในครั้งนี้ได้ ก็หมายความว่าถ้าเป้าหมายของเธอถูกคนของกลุ่มราตรีแห่งการล้างแค้นเจอตัวก่อนก็หมายความว่าเธอจะไม่รู้อะไรเลย แต่ถ้าเธอเสี่ยงออกจากเมืองไปตามหาหรือจัดการคนพวกนั้นก็เสี่ยงที่คนแคระนักล่าค่าหัวคนนั้นจะมาที่เมืองนี้ ก็เท่ากับว่าเธอสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญไปตอนนี้เมื่อเธอต้องเลือกเธอจึงวางเดิมพันกับการรออยู่ในเมือง
คาทารีน่าหันไปถามแบรดว่า
“เจ้าสั่งการแกรี่ไปแล้วใช่มั้ย”
แบรดพยักหน้า
“ครับท่านคาทารีน่าข้าสั่งการและกำชับแกรี่ไว้แล้ว เมื่อใดก็ตามที่เจ้านั่นมาเอาของที่สั่งไว้เขาจะไม่มีวันสลัดหลุดพวกเราอย่างแน่นอน ต่อให้ใช้วิธีการใด ๆ ก็ไร้ผล”
คาทารีน่ายังสั่งอีกว่า
“จากนี้ไปให้คอยใช้เวททำนายทุกสองชั่วโมงโดยในการทำนายแต่ละครั้งต้องทำนายทั้งพวกกลุ่มราตรีแห่งการล้างแค้น และทำนายถึงตัวคนแคระนักล่าค่าหัวคนนี้ด้วย พวกเขาใช้วิธีปิดกั้นการทำนายที่ต่างกันตราบใดที่ผลออกมาไม่เหมือนกันก็แปลว่าเป้าหมายของเรายังไม่อยู่ในเงื้อมมือของคนพวกนั้น”
แบรดพยักหน้ารับทราบ ตอนนี้สิ่งที่เธอเลือกจะทำคือรอแล้วภาวนาให้เป้าหมายของเธอมารับของก่อนที่จะเจอกับพวกราตรีแห่งการล้างแค้น เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเธอก็สามารถนำของที่ต้องการพร้อมทั้งกำจัดศัตรูของศาสนจักรได้พร้อมกันในทีเดียว
ภายในป่าที่ใกล้กับเมืองริเวอร์วิวที่เป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรเซลเวเลีย ได้ปรากฏซากรถม้าอยู่บนถนน ร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดอันเกิดจากต่อสู้ระหว่างผู้ใช้เวทมนตร์ยังคงหลงเหลืออยู่ ซากศพมากมายล้วนทอดกายลงกับพื้น
สตรีนางหนึ่งที่แต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีใส่เครื่องประดับหรูหรากำลังนั่งพิงซากรถม้าด้วยแววตาที่หวาดกลัว ตรงหน้าของเธอมีชายร่างกำยำยืนอยู่ชายคนนั้นเปลือยอกท่อนบนเผยให้เห็นขนหน้าอกที่รกรุงรังในมือถือดาบปังตอเล่มเบ้อเร่อ สายตาของมันจ้องมองเธอด้วยความหื่นกระหาย
เธอเป็นภรรยาของพ่อค้าที่ติดตามสามีมาทำการค้าขายที่เมืองต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาล้วนเป็นไปอย่างราบรื่น แม้เจอกลุ่มโจรดักปล้นบ้างเป็นบางครั้งแต่ด้วยกำลังกลุ่มทหารรับจ้างที่เขาจ้างมาคุ้มกันทำให้รับมือได้อย่างไม่มีปัญหา จนกระทั่งวันนี้หลังจากที่เขาค้าขายที่เมืองริเวอร์วิวเสร็จแล้วและกำลังเดินทางไปที่เมืองอื่น กลับเจอคนหนึ่งยืนขวางรถม้าด้วยตัวคนเดียว ขณะที่คิดว่าเพียงแค่คนเสียสติคนหนึ่งแต่อีกฝ่ายกลับถือดาบปังตออุกเข้ามา แล้วการปะทะก็เกิดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์นั้นช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่กองกำลังที่สามีเธอจ้างมากลับไม่อาจต่อกรชายคนนี้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ได้โปรดอย่าทำฉันเลย”
เธอร้องขอความเมตตาทั้งน้ำตาในใจพยายามจะหลบหนีแต่ข้อเท้าของเธอกลับได้รับบาดเจ็บ โดยที่ไม่รู้เลยว่าท่าทีของเธอเช่นนี้เป็นสิ่งที่มันหลงใหลมากที่สุด มันปักปังตอกับพื้นก่อนจะปลดกางเกงลงเผยให้เห็นแก่นกายขนาดใหญ่ สตรีนางนั้นหน้าซีดเผือดทันทีรีบคลานหนีไปอีกทางอย่างลนลานด้วยร่างกายที่ผลาญมานาจนหมดเกลี้ยง
“ไม่นะ ใครก็ได้ ได้โปรดช่วยฉันด้วย”
เธอร้องอย่างสิ้นหวังชายคนนั้นย่างสามขุมไปหาเธออย่างย่ามใจจนถึงตัวเธอ มันจับตัวเธอให้นอนหงายแล้วใช้มือฉีกกระชากชุดของเธอ เสียงดังแควกปทุมถันคู่งามปรากฏแก่สายตา มันทำการดูดเลียปทุมถันคู่นั้นอย่างหื่นกระหายสตรีนางนั้นพยายามขัดขืนดิ้นรนอย่างเต็มที่แต่ไร้ผล มันทั้งขบทั้งกัดยอดถันอย่างตะกละตะกลามสองมืออันหยาบกร้านก็บีบเค้นปทุมถันจนบิดเบี้ยวผิดรูป
เมื่อเล่นกับปทุมถันคู่นั้นจนหนำใจแล้วมันก็จับขาของเธอให้ถ่างขึ้นแล้วจ่อแก่นกายของตนกับกลีบดอกไม้ของเธอ เธอรีบอ้อนวอนขอร้องทั้งน้ำตา
“ไม่นะได้โปรดอย่าทำฉัน”
“ฮี่ฮี่ฮี่” มันหัวเราะชอบใจก่อนจะแทงแก่นกายขนาดใหญ่เข้าไปในกลีบดอกไม้ของเธอ เสียงร้องของเธอดังลั่นป่า
“กรี๊ด!!!!”
เสียงกรีดร้องของเธอดังลั่นไปทั่วป่าในบริเวณนั้น ร่างกายพยายามต่อต้านสิ่งที่เข้ามาในร่างกายของเธอแต่ไร้ผล เสียงกรีดร้องบวกกับท่าทีดิ้นรนขัดขืนของเธอคล้ายเป็นยาบำรุงชั้นเลิศ มันกระหน่ำใส่คล้ายต้องการให้ร่างกายของเธอแหลกสลาย
เวลาผ่านไปพักใหญ่
ชายคนนั้นเดินเปลือยกายจากสตรีนางนั้นกลับไปที่ปังตอของตนที่ปักไว้กับพื้น แก่นกายขนาดใหญ่ของมันยังคงชุ่มไปด้วยน้ำสีขาวขุ่น ส่วนสตรีนางนั้นนอนหมดแรงกับพื้นแววตาของเธอไร้ชีวิตชีวาน้ำตาไหลนองไม่หยุด กลีบดอกไม้เผยอออกเล็กน้อยมีน้ำสีขาวขุ่นไหลออกมา
ชายคนนั้นชักปังตอขึ้นมามองไปที่ร่างของสตรีนางนั้นและสิ่งที่มันจะทำต่อไปก็คือชำแหละร่างของเธอแล้วกินเป็นอาหาร แต่ก่อนที่มันจะเดินไปหาเธอเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของมันว่า
“ชื่อบอมบ้าอายุไม่ทราบความเป็นมาไม่ทราบแต่ชอบขืนใจย่ำยีสตรีแล้วเมื่อย่ำยีสตรีจนหนำใจแล้วก็จะกินพวกเธอซะ”
บอมบ้าหันไปมองเห็นชายคนหนึ่งเดินมาหามัน ชายคนนี้ผมสีดำรวบไว้ที่ด้านหลังใส่เสื้อสีเขียวสวมผ้าคลุมที่เอวห้อยดาบเล่มหนึ่ง ตัวดาบประดับด้วยอัญมณีสีฟ้า ชายคนนี้พูดต่อไปอีกว่า
“ค่าหัวหนึ่งเหรียญทองคำขาวกับอีกเจ็ดสิบห้าเหรียญทอง”
“แกเป็นนักล่าค่าหัว” บอมบ้าถามออกมา
“ใช่และข้าผู้นี้ก็จะขอรับเงินค่าหัวของแกไว้เองจงดีใจเอาไว้ซะ”
พูดจบพื้นดินที่อยู่ด้านหลังบอมบ้าก็เริ่มขยับมันเริ่มนูนขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายร่างเป็นหุ่นดินขนาดใหญ่ ตัวหุ่นดินมีรูปร่างของมนุษย์ครึ่งท่อนโดยที่ท่อนล่างเชื่อมติดกับพื้นดิน หุ่นดินเงื้อหมัดขึ้นชกลงมาที่บอมบ้า แต่มันกลิ้งหลบได้อย่างทันท่วงที
“ผู้ใช้เวทดิน?” มันพูดขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าใส่นักล่าค่าหัวคนนั้นพร้อมฟาดปังตอใส่
นักล่าค่าหัวชักดาบออกจากฝักแล้วถ่ายเทมานาเข้าสู่ตัวดาบจนอัญมณีสีฟ้าเรืองแสงพร้อมกับสร้างกระแสลมหมุนรอบตัวดาบ เขาฟาดดาบใส่บอมบ้าที่พุ่งเข้ามากระแสลมหมุนจากตัวดาบพุ่งออกมา ทว่าบอมบ้ากลับไม่ถอยหนีมันฟาดปังตอใส่กระแสลมหมุนนั้นผลคือกระแสลมหมุนนั้นสลายไปทันที
บอมบ้ามองไปยังดาบที่อยู่ในมือนักล่าค่าหัว
“อุปกรณ์เวทมนตร์?”
เขากล่าวออกมากำปั้นดินขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากพื้นดินพุ่งเข้าใส่บอมบ้า มันดีดตัวถอยหลัง ร่างมนุษย์ดินครึ่งท่อนที่รออยู่ก่อนแล้วทำการประสานมือทุบลงมายังตำแหน่งของมัน