ณทิศตะวันตกของมาเก๊า คฤหาสน์ตระกูลจื่อ ลานกว้าง
หญิงสาวคนหนึ่งที่มีผมสลวยสีดํายืนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวด้วยความซับซ้อน“นายเป็นใครกันแน่…’’
สิ้นเสียงพึมพําเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น จื่อหลิงจึงรับสาย
“คุณหนูผมไปสืบประวัติของเขามาให้แล้วเขาเป็นนักศึกษาที่เพิ่งตกงานจากอาจารย์สอนพิเศษในไม่นานนี้ของเมืองหลวงปัจจุบันเขาได้เดินทางมาที่มาเก๊าเพื่อร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนสนิทของเขาซึ่งคุณหนูก็น่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร อย่างไรก็ตามเรื่องที่น่าแปลกใจก็คือ เขาเป็นเด็กกรําพร้าตั้งแต่เด็กปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าครอบครัวของเขาเป็นใครแต่นี่ก็ทําให้เราได้รับรู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยความยากลําบากถึงจะอย่างนั้นเขาก็สามารถที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยปักกิ่งและจบปริญญาโทด้วยลําแข้งของตัวเองได้ภายในอายุเกือบ24 ปี ในสายตาของผมถ้าไม่นับเรื่องความสามารถต่อสู้ที่คุณหนูบอกมาเขานับว่าเป็นคนที่น่าทึ่งมากทีเดียว!’’ลุงหยวนที่อยู่ปลายทางของสายชื่นชมจากใจจริงในความเห็นของเขามันไม่น่าจะมีเด็กกรําพร้าคนไหนที่สามารถมาไกลได้ถึงขนาดนี้มู่หลินจึงถือเป็นคนแรกที่ทําให้เขาต้องมองเด็กกรําพร้าในความคิดใหม่ๆ
“เด็กกรําพร้า?’’ได้ยิน จื่อหลิงก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจคนน่าทึ่งเช่นเขานี่นะจะเป็นเด็กกรําพร้า?
น่าทึ่งจริงๆ!
“แล้วตอนนี้ลุงหยวนรู้รึยังคะว่าใครมีปัญหากับเขาอยู่?’’เนื่องจากจื่อหลิงยังไม่ได้ขอบคุณชายหนุ่มอย่างจริงๆ เธอจึงมีความต้องการช่วยเขาในการแก้ปัญหานี้
“เท่าที่ผมสืบมาผมได้ยินมาว่าวันนี้เขาได้ไปแสดงฝีมือการเล่นเกมลูกเต๋าจนเสิงเทียนหม่าต้องเรียกพบแต่เขานั้นได้ปฏิเสธกลับไป ดังนั้นผมจึงคิดว่าตอนนี้คนที่เขามีปัญหาด้วยก็คือเสิงเทียนหม่า! อีกอย่างเมื่อครู่จื่ออี้ที่ได้ตรงไปยัง Casino at Venetian Macaoได้บอกผมว่าชายหนุ่มคนนั้นกําลังตรงไปที่นั่นเช่นกันซึ่งก่อนหน้านี้ในระหว่างทางเขาได้สร้างเรื่องกับเจ้าหน้าที่หลันที่มาจากเมืองหลวงด้วยแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะกําลังสร้างเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น!’’ท่าทีที่จื่อหยวนกําลังแสดงออกมานั้นดูค่อนข้างตกใจเล็กน้อยเพราะจากที่จื่ออี้เล่ามา ในระหว่างทางก่อนไปถึง Casino at Venetian Macaoอีกฝ่ายได้บังเอิญเจอมู่หลินพอดีซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฝ่าด่านสกัดกั้นที่มีหลันเอ๋อร์อยู่ด้วยจนมาถึงตอนที่พบว่าผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยสองคนกําลังสาปแช่งใครบางคนอยู่ซึ่งคนๆนั้นก็คือ ชายหนุ่ม!
ดังนั้นแล้วถ้าไม่ให้เรียกสิ่งนี้ว่าเรื่องใหญ่แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
การหาเรื่องเสิงเทียนหม่าถึงแม้จะเป็นสามตระกูลใหญ่ก็ยังยากที่จะทําได้ดังนั้นจื่อหยวนจึงคิดว่ามู่หลินจะต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอนแล้ว ก่อนที่เขาจะเลิกสนทนากับจื่ออี้เขาจึงได้สั่งให้อีกฝ่ายตามเข้าไปดูซึ่งตอนนี้เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าฝั่งนั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
“เจ้าหน้าที่หลัน?แม่สาวเย็นชาที่ขี้ดุคนนั้นน่ะเหรอคะ?’’ จื่อหลิงประหลาดใจอีกครั้งเธอนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะไปบังเอิญยั่วโมโหอีกฝ่าย อย่างไรก็ตามเธอก็ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว“ยังไงลุงหยวนก็ช่วยบอกลุงอี้ทีนะคะว่าอย่าให้เขาเป็นอะไรเพราะอย่างไรซะหนูก็ยังไม่ได้ขอบคุณเขาดังนั้นถ้าเขาเป็นอะไรหนูคงรู้สึกผิดแน่ๆ!’’
“ได้ครับ!’’จื่อหยวนรับทราบ
…
เวลาเดียวกันที่สถานีตํารวจได้มีรายงานเข้ามาว่าCasino at Venetian Macao มีการปะทะกันเกิดขึ้นโดยการปะทะครั้งนี้มีการใช้อาวุธปืนฝูงชนมากมายจึงแตกตื่นและได้โทรมาแจ้งให้กับทางสถานีได้รับรู้
สถานีตํารวจจึงได้ส่งกองกําลังรบพิเศษกลุ่มหนึ่งออกไปโดยกองกําลังกองนี้นอกจากจะมีอาวุธทันสมัยครบมือแล้ว พวกเขายังถูกนําโดย หลันเอ๋อร์อีกด้วย!
ดังนั้นแล้วเหตุการณ์ครั้งนี้สําหรับสถานีตํารวจของมาเก๊าคงไม่มีอะไรเกินกําลังเพราะจากสายข่าวของพวกเขา หลันเอ๋อร์ถือเป็นตํารวจหญิงดีเด่นที่มากฝีมือ เธอสามารถจัดการสถานการณ์และหาทางออกได้ทุกรูปแบบซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับเสิงเทียนหม่าก็สมควรแล้วที่จะต้องใช้เธอ
ตอนนี้กองกําลังรบพิเศษเฉพาะกิจจึงถูกนําโดยหลันเอ๋อร์พวกเขากําลังมุ่งหน้าตรงไปยัง Casino at Venetian Macao อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางหลันเอ๋อร์จึงอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบ“ทําไมวันนี้มีแต่เรื่องจังนะ?’’
เฮ้อ…
สุดท้ายเธอก็แอบถอนหายใจเงียบๆและกลับมาเย็นชาด้วยท่าทางดุดันอีกครั้ง
เหล่ากองกําลังรบพิเศษเฉพาะกิจที่เห็นก็ต่างรู้สึกยําเกรงในสายตาของพวกเขาแล้วถึงเธอคนนี้จะเป็นสาวงามและดูยั่วยวน ทว่าก็อันตรายไม่แพ้กัน…
แล้วสาวงามแบบนี้ใครจะไปกล้ายุ่งเล่า?
คงมีเพียงคนโง่เท่านั้นแหละที่กล้ายั่วยุเธอ!
…
Casinoat Venetian Macao ตลอดทางที่มู่หลินและเทาก้านผ่านมามันช่างเงียบราวกับไม่เกิดอะไรขึ้นบอดี้การ์ดสักคนก็ยังไม่มีโผล่มาให้เห็น
แปลก!แปลกเกินไปแล้ว!
เทาก้านรู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่รู้ว่าทําไมสัญญาณของเขาบอกว่ากําลังจะมีเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมากกําลังจะมาเยือนในเร็วๆนี้
ถึงจะอย่างนั้นเมื่อมองไปยังมู่หลินที่ยังคงดูไม่กังวลอะไรมันก็ทําให้เขารู้แปลก แต่เขาก็รู้สึกโล่งอกเช่นกัน เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายได้แสดงออกมาทั้งหมดมันล้วนทําให้เขาเชื่อใจอย่างสนิทว่าถ้ามีอีกฝ่ายอยู่ เขาก็ไม่น่าจะเป็นอะไร…
ปัจจุบันเมื่อมาถึงชั้นที่ 40 และเห็นว่ารอบๆไร้ผู้คนและมีเพียงห้องๆหนึ่งเท่านั้นที่ปิดประตู เทาก้านก็เริ่มรู้สึกว่ามันยังไงชอบกล เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเตือนชายหนุ่ม“มู่หลินฉันคิดว่าเราไม่ควรเข้าไปห้องนั้นนะบางทีพวกมันอาจซุ่มอยู่รอนายเดินเข้าไปก็ได้!’’
เห็นแค่นี้ถ้าใครไม่รู้ก็โครตงั่งแล้ว!
แล้วมู่หลินที่ดูเก่งกาจเสียขนาดนั้นจะไม่รู้ได้อย่างไร?
“นายพูดถูกข้างในนั้นน่ะเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดมากฝีมือของจริงพวกมันล้วนแข็งแกร่งจนเทียบกับพวกที่ผ่านมาไม่ได้เลยทั้งนี้พวกมันยังมาพร้อมกับปืนกลเต็มรูปแบบและเตรียมยิงได้ทุกเมื่อซํ้ายังดูเหมือนว่าพวกมันจะมีคนบางคนมาด้วย…’’ มู่หลินยิ้มบางพูดเสียงเบาด้วยฌานหยั่งรู้ของเขาเขาสามารถที่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้องนั้นได้อย่างชัดเจน
“แล้วแบบนี้เราจะเข้าไปอีกเหรอ?’’แม้ไม่รู้ว่าชายหนุ่มรู้ได้ยังไง แต่เทาก้านก็เริ่มรู้สึกเฉยชาไปแล้วจึงถามอย่างกลัวๆเล็กน้อย เขาเริ่มตะหนักได้แล้วว่าวันนี้นิสัยบางส่วนของเขาดูเปลี่ยนไปเพราะชายหนุ่ม
ถ้านิสัยฉันเปลี่ยนคงต้องโทษนายแล้วล่ะ...มู่หลิน!
“ไม่ต้องห่วง!ทุกอย่างมันจะจบภายในหนึ่งนาที!’’ ได้ยินมู่หลินก็เผยให้เห็นถึงความมั่นใจก่อนยิ้มกว้าง “ดังนั้นตอนนี้นายไปนั่งดื่มชารอตรงนั้นก่อน!แล้วพอเสียงปืนหยุดนายค่อยเดินเข้าไป!’’
มองตามสายตาของมู่หลินไปเทาก้านก็ผงะ เวลาแบบนี้ยังจะให้ฉันมาดื่มชาอีกเรอะ?
จะชิวไปหน่อยไหม!
ถูกต้องแล้ว!มู่หลินนั้นไม่มีความเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้นและเขาจะจบเหตุการณ์ทั้งหมดในคืนนี้ในเวลาเพียง…หนึ่งนาที!
หนึ่งนาทีเท่านั้น!
โดยไม่รอช้ามู่หลินย่างฝีเท้าเดินตรงสู่เส้นทางเบื้องหน้าด้วยเสียงหัวเราะที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งจิตใจ
หึๆคิดว่าเอาคนมาเกือบห้าร้อยคนแล้วจะหยุดฉันคนนี้ได้งั้นเหรอ?
ก็ดี!ฉันจะได้แสดงให้เห็นว่าจํานวนแค่นี้เมื่อมาอยู่ต่อหน้าฉันคนนี้...พวกมันล้วนไร้ความหมาย!
เอาล่ะ...มาจบคืนแห่งการนองเลือดนี้กันเถอะ!