“การที่กระผมยื่นดาบให้ใต้เท้าก็เพื่อให้ใต้เท้าจัดการลงโทษที่กระผมทําความผิดในครั้งนี้ขอรับ แต่กระผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทําไมใต้เท้าจึงไม่ลงโทษกระผม ในเมื่อกระผมทำให้ใต้เท้าต้องได้รับความอับอายขายหน้าถึงเพียงนี้...”
แต่ดูเหมือนรอยซ์จะไม่สนใจกับคําอธิบายของทหารหนุ่มผู้นี้ เขากลับย้อนถามออกไปว่า
“ก่อนหน้าที่เ้าจะมาอยู่กับข้า เ้าอยู่กับใครหรืออินเจลแรม”
“กระผมรับใช้บารอนกายอยู่สองปีขอรับ”
“แล้วตลอดเวลาที่เ้าอยู่กับเขามาเ้าเคยเห็นบารอนกายใช้ดาบจัดการกับทหารรับใช้คนไหนบ้างหรือเปล่าล่ะ”
รอยซ์แน่ใจอย่างที่สุดว่าจะต้องได้ยินคําปฏิเสธจากปากของอินเจลแรม ทั้งนี้เพราะเขาพอจะรู้ว่าบางครั้ง บารอนกายก็มีวิธีที่จะลงโทษทหารผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยวิธีแปลก ๆ เพียงแต่ว่ามันเป็วิธีการที่รอยซ์ไม่เคยพอใจจะนํามาใช้เท่านั้น
และเขาก็ยังเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับความอํามหิตของบารอนผู้นั้นมาบ้าง เพียงแต่มิได้ให้ความสนใจกับเื่ราวที่ได้ยินได้ฟังมาเท่านั้น เขาเชื่อว่าผู้ที่นำข่าวลือมาแพร่กระจาย เพียงแต่พูดเกินความจริงเพื่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ขุนนางผู้นั้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทหารบางคนก็ไม่พอใจที่บารอนกายมีวิธีการฝึกทหารอย่างเข้มงวดกวดขันมาก
เขาแทบไม่อาจซ่อนความแปลกใจไว้ได้ เมื่ออินเจลแรมพยักหน้ารับ
“กระผมเคยเห็นด้วยตาตัวเองทีเดียวละขอรับใต้เท้า ไม่เคยมีทหารคนไหนตายเพราะถูกบารอนกายฆ่าในทันที แต่ก็มีทหารที่เคราะห์ร้ายหลายคนต้องล้มเจ็บลงจนถึงแก่ความตายในที่สุดภายหลังจากที่ถูกบารอนกายลงโทษไม่นานขอรับ”
“ถ้ายังงั้นข้าก็พอจะเข้าใจว่า ทำไมเ้าถึงยื่นดาบให้กับท่านบารอน” ฮิวจ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปทางรอยซ์ “เ้าหนุ่มนี้มันพูดความจริงนะรอยซ์ กายมักจะใช้วิธีการลงโทษทหารด้วยการซ้อมอย่างรุนแรงเพื่อให้พวกทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาหวาดกลัวแล้วก็จงรักภักดีในตัวเขา เ้าลองเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิอินเจลแรม ว่าตอนนี้เ้าเฮนรี่กับเ้ามอร์แกน ยังเป็แขนซ้ายแขนขวาของกายอยู่หรือเปล่า”
“เป็ที่ปรึกษาที่ใกล้ชิดมากทีเดียวขอรับ” อินเจลแรมพยักหน้าประกอบคำตอบ “ถ้าบารอนกายมีภารกิจที่สําคัญกว่าจะต้องทํา เฮนรี่กับมอร์แกนก็จะรับหน้าที่ฝึกทหารเองขอรับ”
“รวมทั้งลงโทษทหารที่ทําผิดด้วยตัวเองยังงั้นใช่ไหม” ฮิวจ์ถามต่อ
“ขอรับ รวมทั้งการลงโทษด้วย”
“เ้ามอร์แกนน่ะมันเหี้ยมกว่าเ้าเฮนรี่มาก” ฮิวจ์กล่าว “ข้าเองก็เคยเห็นตอนที่มันออกสนามรบมาแล้ว ตอนนั้นข้ายังคิดว่ามันจะต้องตาย เพราะต่อสู้กับทหารแซ็กซอน แต่ปรากฏว่ามันกลับเอาชนะทหารแซ็กซอนได้ ปีศาจยัง้าให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไป” เขาถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าช้า ๆ ขณะเดียวกันอินเจลแรมก็หันไปมองทางรอยซ์เอ่ยถามขึ้นว่า
“ขอให้กระผมพูดอย่างเปิดใจได้ไหมขอรับ”
“ก็เ้าไม่ได้ทําอยู่ตอนนี้หรอกเรอะ” เ้านายกลับย้อนถามมา
ใบหน้าของทหารหนุ่มแดงก่ำขึ้น ในยามนั้นรอยซ์มีความรู้สึกว่าตนเองแก่ชราลงอย่างถนัดใจ ทั้งที่เขาอายุมากกว่าทหารผู้นี้เพียงแค่สิบสองปีเท่านั้น แต่ความรู้สึกที่แสดงออกซึ่งแตกต่างกันมากนั้น ทําให้เขาดูแก่กว่าอินเจลแรมสักยี่สิบปีกระมัง
“เ้ามีอะไรอยากจะพูดยังงั้นหรืออินเจลแรม”
“ที่กระผมอยากจะพูดก็คือ ทหารส่วนใหญ่ที่อยู่ในกองทัพอาจจะเชื่อฟังคําสั่งของบารอนกายก็จริง แต่ไม่มีความจงรักภักดีหรอกขอรับ ทหารทุกคนกระทําตามคําสั่งของบารอนกายด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้นขอรับ ถ้าพวกเขาจะจงรักภักดีก็เห็นแต่จะมีแต่กับพระเ้าอยู่หัวเพียงองค์เดียวเท่านั้นขอรับ”
รอยซ์มิได้แสดงความแปลกใจกับเื่นี้ เขาเอนหลังพิงอยู่กับชั้นเหนือเตาผิง ยกมือขึ้นกอดอก ท่าทางภายนอกนั้นราวกับเขากําลังสบายอารมณ์ ทั้งที่ในใจกําลังเดือดพล่าน คนแบบบารอนกายนั้นน่าจะเป็ผู้ทําลายมากกว่าจะเป็ผู้ค้ำจุนราชบัลลังก์
“อินเจลแรม...” ฮิวจ์เอ่ยขึ้น “เ้าเป็คนขอย้ายมาอยู่ในกองทัพของบารอนรอยซ์เองยังงั้นหรือ”
น้ำเสียงที่ถามนั้นบ่งบอกถึงความอ่อนเพลียที่กำลังเกิดกับฮิวจ์อย่างมาก เขายกมือขึ้นลูบเคราขณะที่รอฟังคําตอบอยู่ มือนั้นสั่นระริก
“ใช่ขอรับ กระผมเป็ผู้ขอย้ายเอง” อินเจลแรมตอบเรียบ ๆ “แต่โดยความเป็จริงแล้วกระผมแทบจะไม่ได้หวังว่าตัวเองจะได้รับการพิจารณาเลย ทั้งนี้เพราะมีรายชื่อของทหารที่ขอย้ายมาอยู่ในกองทัพของบารอนรอยซ์นับพันคนทีเดียว แต่เป็เพราะพ่อกระผมสามารถจะกราบทูลให้พระเ้าวิลเลียมทรงเชื่อในเื่นี้ได้ กระผมก็เลยได้รับการพิจารณาให้ย้ายมาได้ก่อนคนอื่น ซึ่งก็ต้องนับว่าโชคดีมากทีเดียวขอรับ”
“ถึงยังไงข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เ้าสามารถทําได้ถึงขนาดนั้นยังไง ไม่ว่าจะได้รับการอนุญาตจากพระเ้าอยู่หัวหรือไม่ก็ตาม เพราะก่อนอื่นเ้าจะต้องได้รับอนุญาตจากบารอนกายสําหรับการย้ายในครั้งนี้เสียก่อน แล้วก็เป็ที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าบารอนกายน่ะ ไม่ใช่คนที่จะอนุญาตให้ใครทําตามที่ขอร้องได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครก็ตามที่เขามองเห็นอยู่ ว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะเป็ประโยชน์กับบารอนรอยซ์ เพราะว่าเขานั้นเป็คู่ต่อสู้กับรอยซ์มาั้แ่เกิดละกระมัง”
“อันที่จริงนะ...” ฮิวจ์หัวเราะเบา ๆ อยู่ในลําคอ “ข้าก็ออกจะเห็นใจกายในเื่นี้อยู่เหมือนกัน เพราะไม่ว่าจะทําอะไรเขาก็มักจะมาเป็อันดับสองอยู่เสมอ ข้าคิดว่าเื่แบบนี้แทบจะทำให้เขาคลั่งด้วยความริษยาเสียด้วยซ้ำ”
รอยซ์ยังคงจับตามองหน้าอินเจลแรมอยู่ สังเกตเห็นสีหน้าที่แดงก่ำ เมื่อทหารหนุ่มสังเกตว่าเ้านายกำลังจับตามองตนอยู่ก็โพล่งออกมาว่า
“บารอนกายไม่ใช่เพื่อนของใต้เท้าหรอกขอรับ เขามีแต่ความอิจฉาริษยาใต้เท้าอย่างเดียวเท่านั้น เพราะใต้เท้ามีฝีมือเหนือกว่าเขามาก”
“แต่ทําไมเขาถึงยอมให้เ้าย้ายมาอยู่กับรอยซ์ได้ล่ะ” ฮิวจ์ยังคงสงสัยในเื่นี้อยู่
“อาจจะเป็เพราะท่านมองเห็น ว่ากระผมไม่มีทางที่จะเป็ประโยชน์กับบารอนรอยซ์ตรงไหนได้เลยกระมังขอรับ” อินเจลแรมก้มลงมองหัวรองเท้าของตนเอง “และยิ่งกว่านั้น ทั้งเฮนรี่และมอร์แกนก็หัวเราะกันอย่างขบขันด้วย เมื่อบารอนกายยอมให้กระผมย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ เพราะทั้งสองคนนั้นเชื่อว่า กระผมไม่มีทางที่จะเป็ทหารเช่นที่พวกเขาเป็กันได้ขอรับ”
“แล้วเพราะอะไรบารอนกายถึงได้มองเห็นว่าเ้าไม่เหมาะกับการเป็ทหาร” รอยซ์เอ่ยถามออกไป
“เป็เพราะกระผม...เป็คนใจอ่อนขอรับ” อินเจลแรมสารภาพ “บารอนกายมีความเห็นว่าคนที่จิตใจอ่อนแออย่างกระผมไม่เหมาะที่จะเป็ทหารภายใต้บังคับบัญชาของท่านหรอกขอรับ ซึ่งเมื่อมาถึงตอนนี้มันก็ได้พิสูจน์แล้ว ว่ากระผมเป็เช่นนั้นจริง ๆ บารอนกายอ่านจิตใจกระผมได้อย่างถูกต้องที่สุด ความอ่อนแอของกระผมทําให้ใต้เท้าต้องได้รับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้”
อารมณ์ของรอยซ์พลุ่งโพลงขึ้นทันที
“อินเจลแรม ระวังปากคําของเ้าไว้ให้ดี เื่ที่เกิดขึ้นนั่นน่ะ มันไม่ได้หมายถึงความพ่ายแพ้อะไรเลยนะ” เขาพูดด้วยเสียงกระชาก “เฮ้ย...เอาดาบลงเสียทีสิ เ้าน่ะยังไม่เคยได้รับการฝึกอย่างแท้จริงเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นครั้งนี้ข้าจะไม่เอาโทษเ้าหรอก แต่ถ้าหกเดือนหลังจากนี้ เมื่อเ้าเข้ามาอยู่ใต้บังคับบัญชาของข้าแล้ว เ้ายังทำความผิดพลาดแบบนี้อีกละก็ ข้าจะหักคอเ้าเสียเข้าใจไหม”
“ขอรับใต้เท้า...” อินเจลแรมหวาดหวั่นกับเสียงพูดของรอยซ์ในยามนี้ยิ่งนัก “ถ้ากระผมทําความผิดอีก ก็ยินดีที่จะให้ใต้เท้าเอาชีวิตกระผมเลยขอรับ กระผมขอรับรองว่าจะไม่ทําผิดอย่างนี้...”
“เ้าอย่าเพิ่งมาให้คํารับรองอะไรกับข้าเลย แล้วก็เลิกคิดเสียที่ว่าไอ้ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่มันแปลว่าความพ่ายแพ้ ถึงยังไงเลดี้นิโคล่าก็ไม่มีวันที่จะหลุดมือข้าไปได้หรอก เมื่อข้าพร้อมที่จะเดินทางกลับสู่ลอนดอน ข้าจะไปที่สํานักนางชีนั่น แต่ข้าจะไม่เข้าไปข้างในหรอกนะ อินเจลแรม แล้วเ้าจะได้เห็นว่าเมื่อถึงเวลาเธอนั่นแหละที่จะเป็ฝ่ายวิ่งออกมาหาข้าเอง” เขาสืบเท้าเข้าไปหาทหารรับใช้ผู้นั้น “เ้ายังสงสัยอะไรในคําพูดของข้าอีกไหม อินเจลแรม”
“ไม่เลยขอรับใต้เท้า...กระผมไม่สงสัยเลยขอรับ” อินเจลแรมตอบเสียงสั่น
รอยซ์เพียงพยักหน้ารับ เขามิได้อธิบายให้ทหารผู้นี้เข้าใจต่อไปว่าเขาวางแผนการอะไรไว้ในใจ และอินเจลแรมก็รู้ดีว่าเขาไม่อยู่ในสถานะที่จะสอบถาม เพื่อความเข้าใจแต่อย่างใดได้
แต่หลังจากนั้น รอยซ์ก็จําเป็ที่จะต้องเก็บแผนการที่จะไปเอาตัวเลดี้นิโคล่ากลับมาไว้ก่อน เนื่องจากฮิวจ์ล้มป่วยลงอย่างหนักเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้ พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ขุนศึกผู้นั้นก็ต้องนอนอยู่แต่ในเตียงด้วยพิษไข้