ตอน 26 ว่าจะไม่แล้วนะ
"กงกง โม่เติ้งถูมาหรือยัง "ฝ่าาเดินวนไปมามูฟออนเป็วงกลม ร้อนใจรุมๆ ถึงขั้นะโถาม
"ฝ่าา ท่านยืนรอคนผู้เดียวนานสองนานขนาดนี้หากข่าวลือแพร่ออกไปคงไม่เหมาะสมแน่" กงกงเอ่ยตักเตือนลู่เปียน
"เหลวไหลน่า ข้าก็แค่รอส่งสหายเท่านั้นจะมีอะไรให้น่าพูดถึงกัน" ลู่เปียนตีมึนหน้าตาเฉย ใครๆดูก็รู้ว่าอะไรเป็อะไร
แค่มาส่งเพื่อน? หรอ แน่ใจนะมาส่งเพื่อนแต่สวมเครื่องยศรอเต็มตัวอีกทั้งยังสั่งให้คนละแวกตัวนั้นออกห่างทั้งหมด ห้ามเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว
ยู้ววว ชู้ววว... เสียงฝีเท้าม้าเร็วควบมาหน้าประตูวังโม่เติ้งถูสวมชุดเกราะทองที่อาจหาญ สง่างามดุจเทพาตลอดทางที่ควบม้าผ่านหน้าเมือง สาวๆสกุลน้อยใหญ่ต่างเป็ลมกันไปเป็แถบเพราะดาเมจความหล่อมันโคตรกระแทกตา จะว่าหล่อแบบวัวตายความล้มก็ไม่เกินจริง
แม้กระทั่งก๋านลู่เปียนเอง ก็ถึงขั้นต้องยืนตาค้างพูดไม่ออก
"กงกง ถอยไป ออกไปเร็ว ลืมไปแล้วเหรอว่าข้าสั่งไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้" ฝ่าารีบไล่กงกงหนี เพราะหวง หวงม๊ากกกกไม่อยากให้กงกงเห็นโม่เติ้งถูที่รูปงามเกินคน
"ลู่เปียน กองทัพของข้าล่ะเ้าสั่งทหารเล็กๆไปเร่งรัดข้านักมิใช่หรือ" เติ้งถูอุส่ารีบควบม้ามา เพราะโดนเร่ง มาถึงไม่เห็นทหารสักคน นางก็แปลกใจเป็ธรรมดา
"เติ้งถู แบบนี้มันใช้ได้เสียที่ไหนปล่อยให้ทหารนับแสนนายรอเ้าผู้เดียวได้อย่างไรกัน ข้าจำเป็ต้องออกคำสั่งแทนเ้าให้ต้าเชียงนำทัพรุดหน้าไปก่อน" ลู่เปียนทำทีขึงขังตำหนิติเตียนสหายรัก
"โม่เติ้งถูสหายข้า การรบครั้งนี้อันตรายนักเส้นทางยาวไกล ทุกท้องที่ทุรกันดาร เ้าจะต้องมีชีวิตรอดกลับมา หากเ้ากลับมาได้ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ข้าจะไม่โทษเ้า แม้จะแพ้ศึกแต่ได้เ้ากลับคืนมาข้าก็ไม่ติเตียน" ลู่เปียนเดินเข้าหาเขา พร้อมโอบกอดแน่นๆสักครั้งราวกับว่าครั้งนี้เป็การกอดลาที่ดีที่สุด
"ลู่เปียน!! เ้าโง่ ก็แค่ไปออกรบทำเป็อาลัยอาวรณ์เยี่ยงว่าข้าจะไปตายเสียอย่างนั้น ข้าเป็ถึงแม่ทัพใหญ่การไปรบเป็เื่ปกติ หน้าที่ที่ข้าต้องแบกรับไว้บนบ่า นอกจากจะนำทัพยังจะเผยความอ่อนแอ ความหวาดกลัวไม่ได้"
"เ้าก็เช่นกันลู่เปียนต่อหน้าข้าเ้าจะเป็ลู่เปียนวัยสามขวบก็ไม่เป็ไร แต่ต่อหน้าชาวประชาเ้าจงเป็ก๋านลู่เปียน นายเหนือหัวที่น่าเกรงขามสร้างความไว้วางใจแก่ชาวเมืองเสีย อย่าได้คิดทำอะไรตามใจชอบ " โม่เติ้งถูเองก็กล่าวสั่งสอนและกล่าวลาอย่างจริงจังเติ้งถูผู้เ็าโอบกอดลู่เปียนกลับแบบลึกซึ้ง จะว่านี่เป็ครั้งแรกในรอบ 18 ก็ว่าได้ ที่พวกเขาโอบกอดกัน
หลังจากอำลากันเรียบร้อย แม่ทัพใหญ่ก็พร้อมออกรบ ะโขึ้นอานม้าควบอาชาออกไปตามเส้นทางอันแสนลำบาก ทว่าเหล่ากองกำลังพลรุดหน้าไปไกลกลุ่มศัตรูที่ซุ่มดูกองกำลังอยู่ตามริมทาง เห็นแล้วว่ากองทัพนับแสนขาดผู้ควบคุมจึงได้กลับไปวางแผนดักทางทำร้ายคนของลั่วหยาง เพื่อตัดกำลังรบ
ในเวลาต่อมา เพียงแค่ 1 ชั่วยาม กองทัพนับแสนนายเดินทางถึงหน้าค่าย อยู่ไม่ไกลจากแนวรบสักเท่าไหร่
เพราะต้าเชียงเริ่มรู้สึกแปลกๆมาตลอดทางเขาจึงสั่งเร่งกำลังฝีเท้าให้ไวขึ้นมาก ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่เกิดการปะทะระหว่างทางแผนที่ฝ่ายศัตรูตั้งไว้พังไม่เป็ท่า
"โถ่เอ๊ย เ้าโง่ แผนข้าพังหมดอย่างนี้แล้วหากกลับไปรายงานต่อหัวหน้า เราต้องตายกันหมดแน่"เสียงทหารฝั่งศัตรูที่ซุ่มริมทางพูดคุยกัน
"เอาไงดีล่ะพี่ใหญ่"
"น้องข้า พวกเ้าดูนั่นสิเหมือนกับว่ามีเสียงม้าเร็วกำลังควบมา "
"เหอะ ดูเหมือนว่า นั่นจะเป็แม่ทัพใหญ่ของพวกมัน"
"ดีล่ะงั้นก็เตรียมลงมือกับแม่ทัพใหญ่ของพวกมันเสียเลยดีกว่า "แกนนำทหารที่ซุ่มอยู่เตรียมเล็งดอกธนูอาบยาพิษหลายดอกไปที่เติ้งถู
แน่นอนว่าเขาหลบธนูอาบยาพิษได้หลายดอกทหารที่ซุ่มอยู่เผยตัวออกมากว่าร้อยคน ชักดาบรุมฟาดฟันกับเติ้งถูเพียงคนเดียว
เริ่มแรกเดิมทีเขามีแรงมหาศาลที่จะสังหารคนนับร้อยในดาบเดียวแต่ทว่าดอกธนูอาบยาพิษ 1 ดอกปักเฉือดเนื้อเขานิดหน่อยั้แ่แรกไหนเลยจะคิดว่าาแเล็กๆนั่นจะเป็อันตรายถึงเพียงนี้พิษอันร้ายแรงค่อยๆแล่นเข้าสู้กระแสเื
ถึงจะเป็อย่างนั้นโม่เติ้งถูก็ยังฝืนใจออมแรงสู้กับทหารชั่วฝั่งศัตรูกว่าร้อยคน สังหารพวกมันจนสิ้น
"ขะ ขะ ข้า....จะไม่รอดั้แ่ยังไม่ได้เริ่มออกศึกเชียวหรือ" โม่เติ้งถูอ่อนแรงลงมาก มือสั่นสะบั้น เนื้อตัวเริ่มเหลืองซีดปากเป็สีม่วงเขียว เติ้งถูสักดาบลงดินเพื่อค้ำประคองกาย ทนได้ไม่นานนักเขาก็หมดสติลง นอนกองกับศพเหล่าทหารชั่วที่เขาฆ่า
หลังจากนั้นไม่นานนัก ใครจะคิดว่าคุณหนูใหญ่แห่งแคว้นเฉียงผู้หาความสำราญใส่ตนด้วยการออกมาล่าสัตว์ในยามนี้พบเข้ากับกองทัพซากศพทหารของฝ่ายตนกว่านับร้อยคน ตายเกลื่อนบนทางเดิน
*แคว้นเฉียงเป็แคว้นเดียวที่ปกครองโดยอ๋อง ตลอด่หลายอายุคนที่ผ่านมามีหลายแคว้นที่ปกครองโดยกษัตริย์ แต่ที่นี่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงยังทำตามธรรมเนียมเดิม แน่นอนว่าด้วยความที่แคว้นเฉียงเป็เพียงแคว้นเล็กๆจึงตกเป็เป้าหมายของแคว้นใหญ่ๆที่จะแย่งชิงดินแดน แน่นอนว่าลั่วหยางก็เป็หนึ่งในนั้นที่้าตีแคว้นเฉียงให้สิ้นจึงได้นำมาซึ่งการมีศึกาในครั้งนี้*
ทุกคนมักจะเข้าใจผิดคิดว่าแคว้นเฉียงเอาชนะได้ง่ายราวพลิกฝ่ามือแต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเลย แม้แคว้นเฉียงจะเป็แคว้นเล็กๆก็จริงแต่กองกำลังพลของเขาเก่งกล้าดั่งเหล็กหลอมอีกทั้งอ๋องเผิงรุ่ยที่ปกครองก็เก่งกาจไหวพริบเป็เลิศหากไม่เก่งจริงแคว้นเฉียงคงไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง มานับพันปีขนาดนั้น
ศึกครั้งนี้ที่ลั่วหยางเผชิญไม่ใช่เื่ง่ายแล้วแม้กระทั่งสตรีในแคว้นเฉียงยังรู้จักวิธีการรบ และเก่งกาจไม่แพ้ผู้ชายกันเลยทีเดียวหากจะกล่าวถึงคุณหนูใหญ่นั้น ไม่ต้องเป็ห่วงไหนเลยจะด้อยไปกว่าคนอื่น นางเก่งกาจจนใต้หล้าต้องขนานนามว่ายอดสตรีหนึ่งเดียวในใต้หล้า
ทว่าบุรุษที่เป็หนึ่งในใต้หล้านั้นกลับหายใจรวยรินพลาดจะตายเพราะโดนยาพิษ แต่ยังโชคดีที่คุณหนูใหญ่แคว้นเฉียงผู้ที่มีนามขานว่าเป็ยอดสตรีหนึ่งเดียวในใต้หล้าช่วยเหลือไว้
"คุณหนูใหญ่เ้าคะ ข้างหน้านั่นตรวจสอบแล้วเป็คนของฝ่ายเราทั้งหมด มีเพียงหนึ่งคนที่ดูแล้วน่าจะเป็คนของลั่วหยาง
"จริงหรือ หนึ่งคนจะสังหารนับร้อยจนสิ้นได้อย่างไรพาข้าไปดูซิ" คุณหนูใหญ่รู้สึกแปลกใจมากเพราะนางไม่เคยพบใครที่เก่งกาจได้เท่านี้มาก่อน
"ชายผู้นี้ ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็แม่ทัพใหญ่ของฝ่ายศัตรู หึหึ ช่างเป็เื่บังเอิญอะไรขนาดนี้"คุณหนูใหญ่แค่เห็นเติ้งถูครึ่งหน้าก็เกิดถูกชะตานางไม่ได้สนใจว่าเขาจะเป็ภัยหรือไม่อย่างไร นางคิดถึงแต่เื่ความสนุกเท่านั้น
"พวกเ้า เขายังไม่ตายนี่ เร็วเข้า...ช่วยชีวิตเขาไว้ เอายาถอนพิษให้เขากินซะ" คุณหนูใหญ่ออกคำสั่ง
"คุณหนูใหญ่เ้าคะ แต่ว่า... เขาคือคนของฝ่ายศัตรูหากให้ยาถอนพิษแก่เขา ไม่เป็ผลดีต่อเราแน่เ้าค่ะ" สาวใช้ที่ติดตามมาพยายามเตือนสติ
"เหลวไหล!!! มันจะไม่เป็ผลดีกับข้าได้อย่างไร !!เขาสามารถสังหารทหารฝ่ายเราได้ 100 คนข้าไม่เคยเห็นใครเก่งกาจเท่านี้มาก่อนข้านั้นคิดว่าเขาเป็คู่ต่อสู้ที่คู่ควรต่อสู้กับข้าที่สุด ไม่สู้รักษาเขาให้หายดีตอนนั้นข้าจะประลองกับเขาเอง หากเป็ภัยต่อข้า ต่อแคว้นเฉียง ข้าสังหารเขานั้นเป็เื่ง่ายนิดเดียว" คุณหนูใหญ่อย่างนางพูดลำพองตนด้วยความประมาท
ความเืเย็นของนางนั้นไม่เป็ลองใคร เพียงแค่สาวใช้พูดขัดหู นางดึงธนูหนึ่งดอกเสียบใส่คันง้างยิงปักลำคอสาวใช้คนนั้นจนทะลุ
"พวกเ้า มีใคร้าจะขัดแย้งกับข้าอีกหรือไม่"หลังจากสังหารคนอย่างหน้าตาเฉย คุณหนูใหญ่หันหน้ามองสาวใช้ที่ติดตามมาเรียงคนตวาดถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนสาวใช้ทั้งหมดไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
แต่ความแปลกประหลาดมันอยู่ตรงที่ พอพิษวิ่งเข้ากระแสเืโม่เติ้งถูยังไม่สิ้นใจ กลับค่อยๆตาฝ้าฟางมองอะไรได้ไม่ชัด จังหวะนั้นเองที่คุณหนูใหญ่นั่งยองลงข้างลำตัวของเขาหวังหยิบยาป้อนลงในปากของเติ้งถู เพื่อทดสอบว่าไม่ได้หยิบยาผิดขวดนางจึงใช้ริมฝีปากคาบยาไว้ตรงมุมปาก และใช้ลิ้นอังๆเลียเม็ดยา
โม่เติ้งถูที่สายตาฝ้าฟางเสียงหูแว่วๆได้ยินพวกนางคุยกันเื่ยาถอนพิษ เขารอจังหวะนี้อยู่แล้วจังหวะที่นางจะเข้าใกล้ขึ้นหน่อยเติ้งถูพลิกตัวกลับมายกมือขึ้นสวมจับใบหน้าของนางโดยที่นางไม่ได้ตั้งตัวโน้มตัวขึ้นแย่งเม็ดยาจากปากของนาง
แต่ว่า..........การแย่งเม็ดยามันดูแปลกๆน่ะสิเติ้งถูดันใช้ปากของตัวเองแย่งเม็ดยาจากปากนาง กลายเป็ว่าสองคนนี้จูบกันไปโดยปริยายสาวรับใช้ที่ตามมาก็ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก ชักดาบจ่อลำคอเติ้งถูไว้แล้ว
คุณหนูใหญ่ยกมือขึ้นสั่งให้สาวใช้ลดดาบลงทว่านางเองไม่ยอมปล่อยเม็ดยาให้หลุดจากปากไป นางใช้ฟันกัดไว้แน่นในส่วนของเติ้งถูนั้นก็ยิ่งขยี้เพื่อที่จะยื่อแย่งเม็ดยานั้นมาให้ได้เขาไม่สนอะไรทั้งนั้น วินาทีนี้ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มีชีวิตรอด
สำหรับเติ้งถู แค่นี้ไม่เรียกว่าจูบหรืออะไรทั้งนั้นแต่มันคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับคุณหนูใหญ่ที่แข็งกระด้างไม่เคยได้รับความอ่อนโยนจากบุรุษเขากลับขโมยจูบแรกของนางไป คุณหนูใหญ่คิดว่านี่คือการจูบอย่างตั้งใจ
"หึหึ ใช้ได้นี่หนุ่มนี่ เมื่อเพ่งมองหน้าเ้าดีๆเ้าก็หล่อเหลาโดนใจข้าไม่เบา อีกทั้งยังขโมยจูบแรกของข้าไปเสียดื้อๆ"
"บุรุษนิสัยเช่นนี้ ช่างตรงใจข้านัก "
"เสียอย่างเดียวเ้านั้นเป็ศัตรูที่ท่านพ่อไม่้า"
หลังจากที่เติ้งถูแย่งยาจากปากของนางได้สำเร็จอาการที่โดนพิษจะค่อยๆๆดีขึ้นอย่างรวดเร็วเป็เช่นนั้นชุนอี้หวัน(ชื่อของคุณหนูใหญ่แคว้นเฉียง)กลัวว่าเติ้งถูจะหนีไปนางจึงสกัดจุดตายเบาๆเพื่อให้เขาหมดสติไปกะทันหัน