" นี่มันเวลาเท่าใด "
เขาหมุนซ้ายขวามองหานาฬิกาอาจเป็เพราะ เขาไม่ได้อยู่ห้องของเขามานานมันจึงทำให้เขาไม่ค่อยที่จะคุ้นชินกับห้องของตัวเองในตอนนี้
" ตีสอง สี่สิบห้านาที แสดงว่าเราย้ายกลับมาตอน ประมาณ เที่ยงคืน "
เขาคาดว่าเขาใช้เวลาในการสำรวจและหาทักษะที่เหมาะสมกับตนเองประมาณ 3 ชม.
" มีเวลาประมาณ 2 ชม. "
เขาคาดว่าประมาณ 6 โมงเช้า แม่เค้าคงเข้ามาปลุกเขาแน่นอน สมัยก่อนตอนที่เขายังไม่ถูกส่งตัวไปโลกของผู้ฝึกตน เขานั้นเป็เพียงเด็กวัยรุ่นธรรดาทั่วไปที่เล่นเกมเกือบเช้าจนลุกขึ้นไม่ไหวต้องให้พ่อแม่คอยจ่ำจี้จ่ำไชมาปลุกให้เขาตื่นขึ้นไปโรงเรียน
ถึงแม้เขาชอบเล่นเกม แต่เขาก็ค่อยช่วยงานบ้านที่บ้านเล็กๆน้อยๆเสมอและผลการเรียนของเขาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรพอไปวัดไปวาได้
เขาคิดว่าเขาน่าจะใช้เวลา 2 ชม.ในการเปิดจุดชีพจร คนทั่วไปมีชีพจรหลัก 36 จุด ชีพจรย่อยอีก 36 จุด รวมเป็ 72 จุด แต่กับเส้นชีพรศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างกัน เขามีชีพจรหลักเพียง 6 จุดเท่านั้นแต่ละจุดแยกเพิ่มชีพจรย่อยเพิ่มอีก 6 เป็ระบบนี้ 120 วง
และจะมีชีพจรศักดิ์สิทธิ์อีก1จุด รวมแล้วเขามีจุดชีพจรที่ต้องทะลวงก่อนจะก้าวขึ้นไปเป็ระดับเซียนทั้งสิ้น 721จุดด้วยกัน ลำพังถ้านับเฉพาะปัจจัยภายในอย่างพลังหยินหยางที่แพร่กระจายรอบๆตัวเค้า อาจทำให้เค้าไปถึงระดับเซียนได้ใน 60 ปี
แต่นั่นเป็เื่ของอนาคต ตอนนี้เขาต้องอยู่กับปัจจุบัน เขาค่อยๆซึมซับพลังหยางจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวของเขา แล้วค่อยๆหมุนเวียนภายในตัว 1รอบใช้เวลาประมาณ 15 นาที หรือ 1 เค่อ ตามตำราจีนโบราณมันใช่เวลานานกว่าที่เขาคิด
ในรอบที่2 เขาใช้เวลาราว10นาที ในการหมุนเวียนและในรอบที่ 3 เขาเวลาใช้เพียง 5 นาทีเท่านั้น และในตอนนั้นเองเขาก็ค่อยๆบีบอัดพลังหยางให้ปลายเรียวแหลม ก่อนส่งมันพุ่งตรงไปทะลวงจุดชีพจร
" !!ตู้มมม!! " ( เสียงดังในหัวเขา )
เขารู้สึกแน่นในอก ก่อนจะทนไม่ไหวจนต้องกระอักเืออกมา
" !! อ๊อก !! "
เืเสียจำนวนไม่น้อยถูกขับออกมาตอนนี้ เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย และค่อยๆ ดึงดูดพลังหยางเข้าไปเติมเต็มในจุดชีพจร และเริ่มซึมซับพลังหยินเข้ามาในร่างกายก่อนหมุนเวียนตามทักษะของเขาแล้ว เริ่มทะลวงจุดชีพจรที่ 2 ต่อทันที
" !! อ๊อค !! "
เขาขับเืเสียออกมาอีก ดูเหมือนร่างกายของเขาตอนนี้จะมาถึงขีดจำกัด เขาจำเป็ต้องปรับสมดุลของพลังหยินหยางในร่างก่อนจะเริ่มฝึกทักษะ ดารา 9 นภาต่อไป
" วันนี้เราเสียเืไปเยอะมาก "
กล่าวถึง ทักษะกายาะ แม้ตัวเขาอยากจะเริ่มบ่มเพาะใจจะขาดแต่ด้วยการบ่มเพาะ
กายาะ นั้นจำเป็ต้องใช้บ่อสมุนไพรสำหรับลงไปแช่ขณะบ่มเพาะ ด้วยความไม่พร้อมจึงทำให้เขายังไม่สามารถฝึกได้ในตอนนี้
หลังจากนั้นเขาเริ่มเข้าสู่สมาธิเพื่อปรับสมดุลของพลังต่อไป เขาค่อยๆลืมตามองไปที่นาฬิกา มันเวลา 7:42 น.
" แปลกมาก ทำไมแม่ถึงยังไม่มาปลุกเรา "
เจ็ดโมงกว่าหมายความว่าตอนนี้เขาคงไปโรงเรียนไม่ทันแลัว ปกติแล้วแม่ของเขาจะมาปลุกเขาตอนประมาณ 6 โมงเช้าของทุกๆวัน
" หรือวันนี้เป็ วันหยุด "
ความทรงจำสุดท้าย ก่อนถูกส่งไปโลกผู้ฝึกตนของเขานั้นเลือนลางมาก เขาจำได้ว่ารู้สึกตัวอีกที เขาก็ไปอยู่ในร่างของขยะตระกูลหนึ่งในโลกผู้ฝึกตนนั่น ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นเพื่อลงไปดูว่าคนที่บ้านของเขาไปไหนกันหมด
เขาเดินผ่านกระจกและส่องดูมันทำให้เข้าใเป็อย่างมาก
" ทำไมเราถึงผอมลง และ ทำไมผิวของเราถึงซีดลงขนาดนี้ "
แต่เดิมตัวเขาก่อนไปโลกผู้ฝึกตน เขาเป็คนอ้วนท้วมสมบูรณ์ แต่ตอนนี้เขากลายเป็คนผอมแห้งและมันผอมจนมากเกินไป และถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนผิวเข้มแต่มันก็ไม่ซีดขนาดนี้
" มันเกิดอะไรกับเรากันแน่ "
เขาเดินออกจากห้องลงไปบันไดบ้านทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนก่อนตอนที่เขาจะถูกส่งตัวไป เขาเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่ม ปรากฎว่าในตู้เย็นนอกจากน้ำเปล่าแล้ว มีแค่ผักเท่านั้น ปกติตู้เย็นที่บ้านจะมีน้ำผลไม้ นม ลูกหมากรากไม้ต่างๆไม่ก็ของกินเล่นอยู่ตลอด
แม้ครอบครัวของเขาจะไม่ได้ร่ำรวย แต่พ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกอดอยาก
" นี้มันแปลกจริงๆ "
เขาไม่รู้ว่าวันนี้เป็วันอะไร วันที่เท่าไร ตอนแรกเขาคิดว่าตนเองน่าจะกลับมาในวันที่
เขาถูกส่งตัวไปแต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็เช่นนั้น เขาลองเดินหาแม่ทั่วบ้านแต่กลับหาไม่เจอ เขาตัดสินใจเดินไปที่โทรศัพท์กดเบอร์โทรศัพท์ของพ่อเค้า
" หมายเลขที่ท่านเรียก อยู่ในระหว่างการระงับใช้บริการ " ( เสียงจากปลายสาย )
ขณะที่เขากำลังจะกดโทรออกไปหาเบอร์แม่ของเขานั้น เขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเหล็กดัดที่หน้าบ้านของตนเอง เขาจึงรีบออกไปดูทันที แล้วเขาก็ได้เจอแม่ของเขาจริงๆ
แม่กำลังหอบถุงข้าวของสองไม้สองมือดูถุลักถุเล น้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานานเออล้นออกจากทั้ง 2 ตา เขารู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ มันยากมากจริงๆที่จะเอ่ยปากเรียกออกไป
" แม่ "
เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ก่อนที่เธอจะตะลึงปล่อยข้าวของที่หอบไว้ 2 มือ วิ่งเข้ากอดลูกชายคนเดียวของเธอ
" ปื๊ด ลูกแม่ "