ตอน 32 ศึกหนักหนามิอาจต้าน
"ท่านแม่ทัพ ทุกคนพร้อมออกเดินทางแล้ว"
"ตงเผยนำร่างน้องรองของข้าผูกกอดติดกับหลังข้าให้ที ข้าจะพาน้องข้าควบม้าไปด้วยกันข้าจะให้เขาได้เห็นทิวทัศน์ที่แสนงดงามริมทางเสียหน่อย เขาคงจะมีความสุขมากเอาทิวทัศน์นั้นไปเขียนบรรยายในบทกวีของเขาได้ดีทีเดียว"
"ทะ ท่านแม่ทัพ ท่านทำใจเสียเถิดคุณชายรองบัดนี้ชิ้นชีพแล้ว"
"ตงเผย หุบปาก!!!!!"
"ขอรับท่านแม่ทัพข้าจะไปจัดเตรียมให้ท่านเดี๋ยวนี้"
"แล้วไท่จื่อฉีหนิงล่ะขอรับ จะทำอย่างไร"
"อย่าเอ่ยชื่อนี้ให้ข้าได้ยินอีกข้าไม่สนว่ามันจะเป็ตายอย่างไรที่นี่ เป็ถึงไท่จื่อต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง"
"พี่น้องทหาร ห้ามผู้ใดพาไท่จื่อกลับไปด้วยเด็ดขาดข้าไม่ขอร่วมทางเดินกับจอมมารเช่นเขา"
ระหว่างเส้นททางกลับเมือง ที่แสนงดงาม
ชางเฟยชี้ไม้ชี้มือ หวังบรรยายทิวทัศน์โดยรอบให้น้องรองฟังแต่นั่นก็ไร้ผล ชางเฟยพยายามฝืนยิ้มหัวเราะให้ดูเบิกบานใจ
"เห็นนั่นไหมน้องพี่ มันงดงามเสียกระไร ภายภาคหน้าพี่จะพาเ้ามาเที่ยวที่นี่ นั่งเฝ้าเ้าเขียนกวีทั้งวัน เป็อย่างไรชอบหรือไม่"
แต่เมื่อไร้เสียงตอบกลับตลอดทาง ชางเฟยผู้เข้มแข็งหนักแน่นปั้นหน้าต่อไปไม่ไหวหลุดร้องไห้โฮออกมา
"หนทางมันช่างยาวไกล ข้าอยากให้ถึงจวนเสิ่นเร็วๆอดทนอีกหน่อยนะน้องพี่"
"ย๊ะ ย๊าาาาาาา!!!!"
ชางเฟยเร่งควบม้าเข้าเขตเมืองหลวง
รีบลงจากอานม้า อุ้มร่างน้องรองไว้ในอ้อมแขนคุกเข่าลงต่อหน้าตำหนักใหญ่ นิ่งเงียบเหล่าทหารที่ติดตามมามิอาจละทิ้งชางเฟยให้อยู่ลำพังไม่มีสักคนที่รีบกลับบ้านเรือนของตนแต่กลับคุกเข่าอยู่เป็เพื่อนชางเฟยหน้าตำหนักใหญ่
"ฮูหยินใหญ่ๆคุณชายใหญ่กับคุณชายรองกลับจากสนามรบแล้วเ้าค่ะ"
"เอ๋ เหตุใดลูกทั้งของข้าถึงได้กลับเร็วนัก "
"งั้นเ้าจงไปบอกโรงครัวให้เต็มอาหารชั้นดีและเหล้าไว้จัดงานเลี้ยงคืนนี้"
"ไอ๊หย๊า ดีจริงๆ เ้าดูชุดทั้งสองชุดนี้สิระหว่างที่ลูกทั้งสองออกรบ ข้าผู้เป็แม่ตั้งใจตัดเย็บชุดนี้ด้วยตัวเองหวังให้ลูกของข้าทั้งสองสวมใส่ในวันรับการอวยยศจากฝ่าา"
"เร็วๆ อย่าช้า รีบมาประคองข้าไป"
"ครั้งนี้ ข้าจะพูดดีกับลูกรองหน่อยเป็ข้าจริงๆที่ผิดต่อลูกรองมาโดยตลอด ข้ามักจะพูดจาแรงๆทำร้ายจิตใจลูกครั้งนี้ข้าตั้งใจจะขอโทษเขาจริงๆ"
ทันทีที่เห็นชางเฟยคุกเข่าตรงหน้า อุ้มร่างของปู้เถียวไว้ในอ้อมอก
ฮูหยินใหญ่เริ่มเปลี่ยนสีหน้า จากยิ้มเบิกบานเตรียมต้อนรับลูกสีหน้าเริ่มซีดเซียวเข้าทุกที เมื่อเห็นั์ตาแดงก่ำ บนใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
"ลูกข้า เหตุใดน้องเ้าไม่ร่าเริงเช่นเคยหรือว่าปู้เถียวยังไม่ยกโทษให้แม่"
ชางเฟย ไม่กล้าแม้กระทั่งมองตาแม่ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แหบเบา
"ท่านแม่ ผิดที่ข้า ไม่อาจปกป้องน้องได้หากแลกเปลี่ยนได้ ข้าขอตายแทนเสียงยังจะดีกว่า"
ฮูหยินใหญ่ผู้เป็แม่ร้องไห้โฮ โผเข้ากอดร่างลูกทั้งสองคนไว้ในอ้อมกอด
"ลูกแม่.... เสี่ยวเถียว แม่ขอโทษคำขอโทษของแม่มันช้าไปใช่หรือไม่"
"ในใจแม่ เป็แม่เอ็นดูเ้าที่สุดที่ผ่านมาแม่ผิดเอง"
หลิงหลิงหว่านวิ่งมาด้วยความดีใจ หวังลึกๆว่าตนจะได้แต่งกับเขาตามที่ปู้เถียวให้สัญญาไว้ เสียงเรียกนำหน้ามา
"เสิ่นปู้เถียว.... ท่านกลับมาแล้วหรือ"
หลิงหว่านเอง กลับต้องทรุดลงเช่นกันเมื่อเห็นร่างไร้ิญญาของชายในดวงใจ รีบวิ่งเข้าโผกอดเขาเช่นกัน ตัดพ้อต่างๆนาๆ
"เสิ่นปู้เถียว เ้ามันคนโกหกไหนบอกว่าจะปลอดภัยกลับจากสนามรบ กลับมาคราวนี้ ข้ายังจำคำเ้าได้เ้าบอกว่าจะขอข้าแต่งงาน กล้าผิดคำพูดได้อย่างไร "
ยังไม่ทันได้พักหายใจหายคอ ชางเฟยยังไม่ทันได้พบแม้กระทั่งหน้าอี้หรานกลับมีกองกำลังทหารจำนวนมากจากวังหลวง เข้าควบคุมตัวชางเฟยไปรับโทษ
"ท่านแม่ ข้าต้องไปแล้ว คัร้งนี้เป็ข้าที่ล้มเหลวนำทัพแพ้ศึก แม่ทัพใหญ่ไร้ประโยชน์เช่นข้าสมควรได้รับโทษแล้ว"
"จวนเสิ่นลูกขอฝากไว้กับท่านแม่"
ฮูหยินใหญ่ ร้องไห้แทบขาดใจ
"ไม่นะ ลูกข้า!!!!"
ณ วังหลวง ตำหนักใหญ่
"ทูลฝ่าา ข้ายินยอมรับโทษทั้งหมด"
"ชางเฟย ข้าผิดหวังในตัวเ้ามากศึกครานี้พ่ายแพ้ลง เ้าคงรู้นะ ว่าตามธรรมเนียมจะต้องทำอย่างไร"
"ข้าน้อยทราบดีว่าฝ่าารับสั่งปะาทั้งหมด"
"ก็ดีเหมือนกันคนอย่างข้าอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์"
"ได้ตามไปอยู่กับน้องรอง นั่นคือสิ่งที่ข้าปรารถนา"
"ทหาร !!! นำแม่ทัพชางไปขังในคุกหลวงพรุ่งนี้รอปะา ประกาศไปให้รู้ทั่วเมือง"
ณ ค่ายทหารชายแดนรบ
ฝั่งศัตรูเข้าบุกค่ายทหาร พบแค่ไท่จื่อเ้าสำราญหน้าโง่นั่งระงมจมอยู่บนเก้าอี้ทองตัวเก่า เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด ไท่จื่อผู้มากถ้อยคำกล่าวเกลี้ยกล่อมหลอกล่อ หาข้อแลกเปลี่ยนจนกระทั่งฝ่าศัตรูพึงพอใจจึงมีชีวิตรอดมาได้ อีกทั้งยังยินยอมเข้าร่วมฝ่ายศัตรู ยอมเป็คนทรยศต่อแผ่นดิน
และในคืนนั้นเอง ไท่จื่อฉีหนิงเข้าร่วมกับกองทัพฝั่งศัตรูทำข้อตกลงกันบางอย่าง นำพาศัตรูบุกล้อมเมืองหลวง
อีกทางหนึ่ง ระหว่างที่ชางเฟยถูกคุมขังในคุกหลวง ฉีหนิงฉวยโอกาสนี้ไปจับคนจวนเสิ่นทั้งหมดเอาไว้
หวังเอาไว้เป็ข้อต่อรองเมื่อครั้งได้ปะทะกัยเสิ่นชางเฟย
ในยามค่ำคืนที่แสนเงียบงัน วังหลวงไม่ได้มีการรักษาการที่เข้มงวดนักเมื่อเหล่าพี่น้องทหารรู้ว่า แม่ทัพใหญ่ชางเฟยจะโดนปะาในรุ่งเช้า ต่างหย่อนยานในหน้าที่หวังประท้วงร้องขอความเห็นใจต่อฝ่าา
ตึกๆๆๆๆๆ เสียงกล้องรบดังขึ้น
ฝ่าาตื่นจากบรรทมยามดึก
"นั่นเสียงกลองรบเหตุใดดังลั่นในวังหลวงของข้า"
"เสียงนี้ มันควรดังที่สนามรบ"
"ทูลฝ่าา ตอนนี้ศัตรูล้อมเมืองหลวงทั้ง 4ทิศ จะทำเช่นไรดี "
"พวกนั้นคงได้ยินข่าวที่ท่านประกาศสังหารแม่ทัพใหญ่จึงฉวยโอกาสนี้ตีเมืองของเรา"
"ข้าเสียกำลังพลไปมากอีกทั้งยังกำลังสั่งปะาแม่ทัพใหญ่ ก็จริงอย่างที่เ้าว่า"
"ขันทีข่านจี๋ ไปนำชุดเกราะัทองออกมาสวมให้ข้า"
"คืนนี้ ข้าจะสู้กับพวกมันจนตัวตายข้าอยากจะรู้ให้จงได้ ว่าผู้ใดควบคุมอยู่เื้ั"
"เ้าจงนำเื่นี้ไปบอกฉีหนิงให้ระวังตัวไว้ให้ดีเพราะหากข้าเป็อะไรไป อย่างน้อยเขาก็คือไท่จื่อ สืบทอดอำนาจจากข้าได้ขอเพียงมีไท่จื่อข้าก็วางใจ"
"ทูลฝ่าา ไท่จื่อยังมิได้กลับเมืองหลวง "
"เ้าว่าไงนะ เป็ไปได้อย่างไร ไท่จื่อมิได้กลับมาพร้อมขบวนของชางเฟยหรอกหรือ"
"หรือลูกข้าจะตกระกำลำบากที่แดนรบที่ห่างไกล"
"เช่นนั้นจงแบ่งทหารมือดีออกมา 3 คน ให้เร่งควบม้าเร็วไปตามหาลูกค้า ณ แดนรบ"
"รับบัญชาฝ่าา"
ณ คุกหลวง
"ห่ะ นั่นมันเสียงกลองรบของฝั่งศัตรูเหตุใดดังลั่น กึกก้องเพียงนั้น เที่ยงคืน ในงามเงียบสงัดเช่นนี้ชาวเมืองต้องหวาดกลัวมากเป็แน่"
"นี่เ้า พลทหารคุกขวา "
"ขอรับท่านแม่ทัพ"
"ตอนนี้นอกคุกนั่น เกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"เรียนท่านแม่ทัพ ตอนนี้กองทัพศัตรูล้อมเมืองไว้ 4ทิศ เกรงว่าเมืองหลวงคงแตกพ่ายในครานี้"
"พลทหารคุกขวา หยิบดาบให้ข้า ขอชุดเกราะสักชุด"
"ข้าจะขอสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าาจนตัวตาย"
"ข้าจะทวงคืนความแค้นให้น้องรองของข้า "
"ครั้งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญคงเป็แผนการของไท่จื่อแน่ เขาใจร้อนเกินไป อยากครองใต้หล้าก่อนเวลาอันควร"