ลมเย็นเยือกโชยปะทะร่างเพรียวระหงบนหน้าผาสูง ใบหน้าหมองเศร้าดูสิ้นไร้ความรู้สึกแววตาเลื่อนลอยของนางกำลังมองขอบท้องฟ้ายามราตรีหาใช่เบื้องล่างที่สูงชัน ลู่เสียน บุตรีแม่ทัพลู่เฉาผู้เกรียงไกร ได้รับความชอบ พระราชทานงานหมั้นให้แก่นาง และองค์ชายเจ็ดซึ่งเกิดจากหม่ากุ้ยเฟย สนมรักฮ่องเต้ บัดนี้นางกำลังคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผิดพลาดเพราะตัวเอง ความรักที่นางมอบให้กับมิใช่คู่หมั้นสูงศักดิ์ดั่งองค์ชายเจ็ด แต่กลับเป็เพียงอ๋องในนาม เพราะคำหวานที่เขาป้อยอทำให้นางหลงคิดว่าเขานั้นมีใจรักนางจริง ๆ ยอมเอ่ยปากขอบิดาใช้ความดีความชอบขอยกเลิกการหมั้นหมาย จนได้มาแต่งให้กับเขา เพียงไม่นานสันดานชั่วช้าที่หวังบัลลังก์ก็ฉายชัด เขาหลอกให้นางขโมยป้ายอาญาสิทธิ์เคลื่อนกองพลของบิดาปิดล้อมวังหลวงก่อการฏ ในครานั้นองค์ชายเจ็ดได้รับตำแหน่งเป็อ๋องปกครองเมืองฮั่นได้ข่าวการฏจึงยกทัพมาช่วยเหลือ แต่โชคไม่ดีเพราะกำลังพลที่น้อยกว่าทำให้พ่ายแพ้จบชีวิตในา รวมทั้งตระกูลนางยังถูกบุรุษผู้นั้นขจัดจนหมดสิ้น ทิ้งให้นางใช้ชีวิตอยู่เพียงท้ายจวนหลังเก่า ต้องทนทุกข์ทำงานมิต่างบ่าวรับใช้ท้ายจวน ถูกบรรดาภรรยาของบุรุษนั้นรังแกส่งคนมาทุบตีนางทุกวันไม่ต่างสุนัข พอได้พบหน้าจึงไม่อาจหยุดความสงสัยที่จะกล่าวถาม
“เหตุใดท่านต้องทำกับข้าถึงขนาดนี้” น้ำเสียงสั่นเครือกลับไม่ได้รับความปลอบโยน มีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอราวถูกใจ
“ก็เพราะเ้าโง่เขลาเอง คิดหรือว่าข้าจะรักเ้าจริง ๆ สตรีไร้รสชาติเช่นนี้ไม่มีวันที่ข้าจะยกตำแหน่งใด ๆ ให้เสียหรอก” สิ้นเสียงเหยียดหยันร่างบางจึงทรุดตัวลงแทบหมดแรง มองแผ่นหลังของบุรุษชั่วผู้นั้นอย่างแค้นเคืองใจ เรือนที่เคยพักกลับกลายเป็เล้าหมูสกปรก ทั้งยังทำร้ายป้ายบรรพชนนางทำให้ความหวังอันริบหรี่พังทลายลง หนทางปลดปล่อยความทุกข์ที่มีคือการจากลาชะตากรรมอันโหดร้าย ด้วยการทิ้งร่างลงสู่เหวลึกเบื้องหน้า ‘หากมีโอกาสอีกสักครา ข้าจะขอแก้ไขความผิดอันไม่น่าให้อภัยนี้ และจะขอแก้แค้นคนผู้นั้นให้สมกับที่ลวงหลอกข้า’ สิ้นความคิดนั้นร่างบางระหงก็ทอดกายลงจมดิ่งสู่พื้นพสุธาพร้อมป้ายชื่อบิดามารดาตน