ผมเลิกคิ้วขึ้น ยืดหลังนั่งตรง ริมฝีปากค่อย ๆ คลี่ยิ้ม…
“อ๊มเอิ่มโอนอะอืบ อออื่นอาอ้ออายเอนเอ้าอ๋องโองอะอาอานเอ๋อ อ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
ผมเพิ่งโดนกระทืบ พอตื่นมาก็กลายเป็เ้าของโรงพยาบาลเหรอ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ
ผมหัวเราะ
หมอที่ยืนมองอยู่หัวเราะตาม
จากนั้นคนทั้งหมดในห้องก็พากันหัวเราะ
“อะอกอีอะอั๊บ” ตลกดีนะครับ ผมพูด
“เื่จริงค่ะ” พยาบาลตอบ
รอยยิ้มของผมค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเปลี่ยนเป็เรียบตึง จากนั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นทำเอาผมสะดุ้ง
[เื่จริงครับบอส]
ผมหันซ้ายหันขวา รู้สึกคุ้นหูจนขนหัวลุก ไม่ใช่เสียงหมอแน่ ๆ เพราะหมอพูดไทยไม่ได้
[ผมเบลลามี ดาเมียงครับ] เสียงเดิมพูด คราวนี้รู้เลยว่าดังมาจากข้างในหัวผม [เป็เลขาของบอสคนเก่า กาโลเวย์ คริสลอฟ หลังจากนี้จะรับหน้าที่ดูแลว่าที่บอสคนใหม่ต่อไปครับ]
ผมนอนนิ่ง กลอกตามองหมอและพยาบาลที่ยืนอยู่ ไม่มีใครยินเสียงนั้นนอกจากผมคนเดียว
[ผมจะอธิบายระบบทายาทมาเฟียก่อนที่บอสจะเริ่มทำภารกิจแรกนะครับ]
ระบบทายาทมาเฟีย? งั้นก็ไม่ได้ฝันเหรอ
[ระบบทายาทมาเฟีย ถูกสร้างขึ้นภายใต้คำสั่งของกาโลเวย์ คริสลอฟ และควบคุมระบบพื้นฐานโดยเอไออัจฉริยะอย่างผม เบลลามี ดาเมียง หรือเรียกสั้น ๆ ว่ามัวร์ เป็อดีตเลขาของบอสคนเก่า การสร้างระบบมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถของคนที่ถูกเลือกให้เป็บอสมาเฟียอย่างสมบูรณ์แบบ ระบบจะออกแบบและวางแผนให้ทายาททำภารกิจต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง ในแต่ละภารกิจจะมีรางวัลตอบแทนให้เมื่อทำสำเร็จ มูลค่าของรางวัลจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของภารกิจที่ได้รับ แน่นอนว่ารางวัลทั้งหมดเป็สมบัติของกาโลเวย์ คริสลอฟ ชื่อของบอสในตอนนี้จะถูกบันทึกในเอกสารทางกฎหมายว่าเป็เ้าของสมบัติคนต่อไป]
[สมบัติของคริสลอฟนั้นมีทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล ธุรกิจอาหารอุปโภคบริโภค หุ้น การลงทุน อัญมณี เครื่องประดับ แฟชั่นและธุรกิจที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีลูกน้องที่คอยรับใช้อยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักการทูต นักกีฬาและนักแสดง บอสจะเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดของลูกน้องได้ก็ต่อเมื่อทำภารกิจที่กำหนดในระบบไว้สำเร็จ ภารกิจจะเริ่มต้นต่อจากนี้ในอีกสองชั่วโมง ผมจะคอยสนับสนุนและเป็ที่ปรึกษาให้ตลอด อธิบายถึงตรงนี้มีเื่ไหนที่บอสไม่เข้าใจไหมครับ]
ผมนอนนิ่ง กะพริบตาปริบ ๆ
[สรุปว่าบอสเข้าใจนะครับ]
“อ๊ะ?!”
อย่าว่าแต่จะเข้าใจเลย แค่ฟังให้ทันยังยากเกินไป
วินาทีต่อมาก็มีผู้ชายตัวสูง ใส่ชุดสูทสีดำเข้ามาในห้อง มองยังไงก็ไม่ใช่คนไทยแน่ ๆ เขาก้มหัวให้ผมทีหนึ่งแล้วหันไปส่งสายตาให้หมอและพยาบาลคนอื่น หมอหันมาโค้งคำนับให้ผม พยาบาลทำตามจากนั้นก็เดินออกจากห้อง ผมมองแผ่นหลังคนทั้งหมดด้วยอาการมึนงง คงเป็เพราะฤทธิ์ยาแน่ ๆ บางทีผมอาจจะยังไม่ตื่น ร่างผมจริง ๆ อาจจะนอนอยู่ที่บนพื้นหน้าหอพัก
[บอสกำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลลอส ซีสแอตเทิลจริง ๆ ครับ] เสียงในหัวพูด [นี่ไม่ใช่ความฝัน]
ผมกลอกตามองบน พยายามทำให้ลูกตายุบเข้าไปในสมอง เผื่อว่ามันจะมองเห็นที่มาของเสียงได้
‘มีเอไออยู่ในหัวฉันจริง ๆ เหรอ บ้าน่า’ ผมคิด
[ผมอยู่ในหัวบอสจริง ๆ ครับ] เสียงเดิมตอบ การโต้ตอบอย่างรวดเร็วทำเอาขนแขนผมลุกซู่ซ่า
‘ได้ยินความคิดด้วย? แม่ง โคตรหลอน’
[การอ่านความคิดของบอสเป็หน้าที่หนึ่งของผมครับ]
ผมกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง กลอกตาล่อกแลก พยายามควบคุมไม่ให้ตัวเองคิด แต่มีใครบ้างล่ะที่จะหยุดคิดได้
‘แม่เ้าโว๊ย มีเอไอชื่ออาลาเมียง ดามัง อยู่ในหัวฉัน เอาเื่นี้ไปบอกใคร ใครจะเชื่อ’
[ไม่น่าจะมีใครเชื่อนะครับ] เสียงในหัวตอบ [อีกอย่าง ผมชื่อเบลลามี ดาเมียง ไม่ใช่อาลาเมียง ดามังครับ]
‘ชื่อเรียกยากระดับสิบ’
[จะเรียกสั้น ๆ ว่ามัวร์ก็ได้ ผมแจ้งในรายละเอียดตอนแรกแล้ว]
‘ฟังทันที่ไหน’
[ถ้าบอสอยากให้ผมอธิบายซ้ำอีกรอบ...]
‘อย่าเลย’ ผมคิด ‘สรุปว่าฉันยังต้องจ่ายค่ารักษาไหม’ ผมถามเื่ที่กังวลที่สุด แม้จะรู้สึกบ้านิด ๆ ที่คุยกับตัวเองในหัว ‘อนาคตฉันคือเ้าของโรงพยาบาลแล้วนี่ เ้าของคงไม่ต้องจ่ายหรอกมั้ง’
[ปัจจุบันยังไม่ใช่ก็ยังต้องจ่ายอยู่ครับ]
‘งามไส้’
[อีกสองชั่วโมงจะเริ่มต้นทำภารกิจแรก ถ้าบอสทำสำเร็จอาจจะได้รับเงินรางวัลเป็ค่ารักษาก็ได้]
‘แล้วทำไมต้องรออีกสองชั่วโมง บอกภารกิจมาเลยไม่ได้เหรอ’ ผมถาม
[ไม่ได้ครับ ตอนนี้บอสต้องคุยกับผู้ปกครองก่อน]
‘ห๊ะ?’
[พ่อกับแม่มาเยี่ยมครับ]
พูดจบประตูห้องก็เปิด ผมเห็นหน้าคุณสมคิดก่อน สมคิดคือชื่อพ่อของผม หน้าของคุณนายเพ็ญแขโผล่ตามเข้ามาทีหลัง แม่กลอกตามองรอบ ๆ ห้องอึดใจหนึ่ง เมื่อเห็นผมที่นอนบนเตียงก็เดินตาแดงเข้ามา
“ใครทำลูกน่ะ” แม่ยื่นมือมาใกล้แต่ไม่กล้าจับหน้าผม “ไหนบอกแม่สิ ใครทำลูกชายของแม่”
ผมพยายามฝืนยิ้ม แต่ปากบวมอยู่ ยิ่งยิ้มก็ยิ่งเบี้ยว
“อ๊มไอ่เอ็นไออั๊บ” ผมไม่เป็ไรครับ
“โธ่เอ๊ยยย ทำไมคนเราถึงได้ใจร้ายแบบนี้” แม่พูดเสียงสั่น “ลูกเจ็บมากหรือเปล่า เจ็บมากเลยใช่ไหม”
“อ๊มไอ่เอ็นไออั๊บ” ผมไม่เป็ไรครับ ผมพูดซ้ำ
“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง” พ่อพยายามหาจังหวะถามแทรก
ผมส่ายหัว “อ๋อออกอ่าอ๋มไอ่เอ็นไอ” หมอบอกว่าผมไม่เป็ไร
พ่อขมวดคิ้ว คงฟังที่ผมพูดไม่ออก พอเห็นพ่อกับแม่ขับรถมาหาแบบนี้ ผมก็รู้สึกแย่สุด ๆ พ่อกับแม่ผมเป็ครูโรงเรียนประถมต่างจังหวัด นี่คงลางานแล้วรีบมาหาเลย แม่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พ่อก็ตาแดง ๆ ด้วย พอเห็นว่าทั้งคู่เป็ห่วงผมก็เลยพูดเื่ค่ารักษาไม่ออก
“เพื่อนลูกที่ชื่อปอบอกว่าแจ้งตำรวจแล้ว ลูกรู้ไหมว่าถูกใครทำร้าย”
“คุณก็อย่าเพิ่งไปถามอะไรมากเลย” พ่อว่า “ลูกยังเจ็บอยู่ พูดฟังรู้เื่ที่ไหน”
“ฉันก็แค่เป็ห่วง ทำไมมันต้องมาทำร้ายลูกเราด้วย”
“ก็คงเป็พวกเด็กเกเรนั่นแหละ เดี๋ยวตำรวจก็จัดการเอง”
“แล้วส้มล่ะ” แม่ถาม “ส้มรู้เื่นี้หรือยัง ระหว่างมานี่แม่โทรหาส้มไม่ติดเลย ส้มคงไม่ได้โดนทำร้ายไปด้วยหรอกใช่ไหม”
“เอ่อ...” ผมส่ายหัว “ไอ่อั๊บ”
พ่อที่อ่านท่าทางของผมออกดูโล่งใจ “ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว”
สำหรับพ่อกับแม่ ส้มก็เป็เหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ตอนเรียนมอสี่ ผมเคยบอกพ่อกับแม่ว่าแอบชอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่โรงเรียน พ่อแม่ผมไม่ค่อยเหมือนพ่อแม่เด็กคนอื่นนัก พอลูกชายบอกว่ามีสาวที่ชอบ นอกจากจะไม่ห้ามยังเชียร์ให้ตามจีบด้วย เพราะฉะนั้นตอนที่ส้มตกลงคบกับผมเป็แฟน ทั้งคู่ก็เลยดีใจมาก พ่อกับแม่ชวนส้มไปกินข้าวที่บ้านทุกอาทิตย์ ไปเที่ยว่วันหยุดด้วยกันตลอด ถ้ารู้ว่าส้มไม่เคยจริงใจกับผมเลย พ่อกับแม่คงช็อก ผมไม่กล้าพูดเื่ส้ม ยิ่งแฟนใหม่ของส้มเป็คนส่งคนมากระทืบผมด้วยแล้วยิ่งไม่กล้ากว่าเดิม