เริ่มได้...อันธพาลตัวน้อย
ในตอนนี้พระอาทิตย์ก็เริ่มส่องแสงมากขึ้นแล้วหูของเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินผ่านไปมาอยู่ด้านนอกดูเหมือนสาวใช้จะเริ่มเข้ามาทำงานกันแล้วสาเหตุที่ห้องของเ้าของร่างไม่มีสาวใช้ข้างกายนอนเฝ้าเพราะเมิ่งฝานคนเก่านั้นเป็อินโทรเวิร์ตและเคยชินกับการที่ไม่มีคนคอยดูแลเขาจึงให้สาวใช้ประจำตัวกลับไปนอนที่ห้องสาวใช้ได้
ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “บ่าวซีเจินเองเ้าค่ะฮูหยินตื่นแล้วหรือยังเ้าคะ” เสียงสดใสของเด็กสาววัยแรกแย้มดังขึ้นหล่อนเป็หนึ่งในสาวใช้ข้างกายของเมิ่งฝานที่ได้รับมาเมื่อยามแต่งเข้ามา
“ข้าตื่นแล้ว” เกอหนุ่มขานรับออกไปแสร้งเดินไปนั่งบนเตียง
ประตูถูกเปิดเข้ามาตามด้วยร่างบอบบางของสาวใช้วัยรุ่นเด็กสาวลอบมองสำรวจนาย “ฮูหยินตื่นนานแล้วหรือไม่เ้าคะ”เมื่อเห็นว่านายของตนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้วก็หน้าถอดสี
“ไม่เป็ไรวันนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับเลยตื่นเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย”เกอหนุ่มรู้ว่าสาวใช้คิดอะไรอยู่จึงบอกปัดไปปกติเหล่าสาวใช้จะเข้ามาเติมน้ำในห้องน้ำก่อนที่เ้านายจะตื่นขึ้นมาและช่วยทำความสะอาดร่างกายของเ้านายในทุก ๆ เช้าทว่าวันนี้เขากลับตื่นเร็วกว่าปกติ
“ขอบคุณเ้าค่ะ ฮูหยินจะรับสำรับเลยหรือไม่เ้าคะพี่สาวมู่กำลังไปดูห้องครัวอยู่เ้าค่ะ” พี่สาวมู่หรือมู่อ้ายก็เป็สาวใช้ข้างกายของเมิ่งฝานเช่นกัน
“ข้ายังไม่หิวหรอก” เมิ่งฝานส่ายหน้าดวงตาหลุบต่ำลงดูหม่นเศร้ามากยิ่งขึ้นทั้งที่เขาไม่ได้เศร้าอะไรทว่าเป็เพราะบุคลิกและสรีระของร่างกายนี้ทำให้เขาดูเศร้าตลอดเวลา
“ดูเหมือนวันนี้จะไม่มีหิมะตกแล้วข้าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย” เขาลุกขึ้นยืน
“แต่...”ซีเจินลังเลที่จะพูดเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดมันออกมา “แต่ฮูหยินร่างกายไม่แข็งแรง ออกไปตอนนี้จะดีหรือเ้าคะ”
“ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วออกไปแค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น” ริมฝีปากอิ่มยกขึ้นเล็กน้อยหากแต่บ่าวสาวที่แอบมองอยู่กลับรู้สึกสังเวชใจเสียเหลือเกินเมื่อวานฮูหยินมีไข้จนจับสั่นแต่ท่านเ้าเมืองก็ไม่มาดูเลยสักนิดหมอที่เรียกมาก็ใช้เวลาเพียงครู่เดียวเพื่อตรวจร่างกายและเทียบยาอีกทั้งป่วยไข้ขนาดนั้นฮูหยินยังไล่บ่าวอย่างพวกหล่อนให้ไปนอนที่เรือนบ่าวอีก
มองอย่างไรฮูหยินก็กำลังฝืนยิ้มอยู่เป็แน่แท้
การออกไปเดินเล่นคงเป็การเติมกำลังใจให้ตัวเองดังนั้นเด็กสาวจึงยอมจำนนและรีบนำผ้าคลุมผืนหนามาคลุมไหล่ให้ฮูหยินเกอ
“อุ่นพอหรือไม่เ้าคะ”
“อุ่นแล้ว” เห็นท่าทางหงอย ๆ ของเด็กสาวเมิ่งฝานก็แอบหัวเราะเอ็นดูเบา ๆ อยู่ในใจ อย่างน้อยก็มีคนที่จริงใจอยู่บ้าง
“ไปกันเถิด”
“เ้าค่ะ”
เกอหนุ่มออกมาเดินเล่นตามทางเดินรอบ ๆ เรือนหลัก
ด้านนอก พ้นชายหลังคาออกไปบนพื้นดินและต้นไม้เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนจากพายุหิมะที่พัดผ่านมาเมื่อคืนนี้
ดวงตาสีฟ้าใสทอดมองไปเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรีบด้านหลังของเขายังมีสาวน้อยซีเจินตามมาไม่ห่าง
“เ้าอายุเท่าไรแล้ว”
“เ้าคะ? บ่าว บ่าวสิบเจ็ดหนาวแล้วเ้าค่ะ”น้ำเสียงของเ้าหล่อนไม่มั่นใจนักว่าเ้านายหนุ่มถามถึงตนแน่หรือไม่
เมิ่งฝานพยักหน้า “เป็สาวใช้จวนนี้มานานเท่าไรแล้วหรือ”
“บ่าวเป็มาั้แ่เกิดเ้าค่ะแม่ของบ่าวเป็บ่าวโรงครัวของที่นี่เ้าค่ะ”
“อ้อเช่นนั้นฝีมือเ้าเองก็คงรสชาติดีเหมือนกันใช่หรือไม่”
เด็กสาวยิ้มแหย “ฝีมือบ่าวอย่าพูดถึงเลยเ้าค่ะ”
เกอหนุ่มเข้าใจในคำพูดนั้นจึงหัวเราะเอ็นดูออกมา “ข้าจะไม่พูดถึงมันอีก”
“เ้าค่ะ”สีหน้าของบ่าวตัวน้อยดูเลิ่กลั่กเมื่อเ้านายที่ดูแลมาสามเดือนนั้นมีท่าทีแปลกไปจากปกติเดิมทีแล้วฮูหยินเป็คนเก็บตัว พูดน้อยในหนึ่งวันถ้อยคำที่ออกจากปากของฮูหยินผู้นี้แทบนับคำได้ ไม่ อืม ก็ ข้าเข้าใจแล้วหรือไม่ก็ นำไปเถอะ วันนี้จึงแปลกพิกลหรือฮูหยินจะจับไข้จนเลอะเลือนไปเสียแล้ว
เมิ่งฝานมองผ่านสีหน้าเลิ่กลั่กของสาวใช้ไปหางตาของเขามองเห็นบางอย่างแวบ ๆ ร่างที่สูงประมาณเข่ากับของบางสิ่งที่ถืออยู่ในมือน้อยๆ ซึ่งไม่น่าเข้ากันกับบุคลิกของเ้าตัว
เ้าอันธพาลน้อยเจียงอันเฉิง
“อาเฉิง เ้าทำกระไรอยู่หรือ”เขาเอ่ยถามออกไปเสียงนุ่มหากแต่ฟังดูไร้ชีวิตชีวา ขณะที่ก้าวเท้าเข้าไปหาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่หนาว
ร่างเล็กสะดุ้งก่อนรีบเอามือไขว้หลังเพื่อซ่อนบางอย่างไว้
“ท่านแม่ ข้า ไม่ได้ทำอันใด” เด็กน้อยตอบเสียงติดขัด
“เช่นนั้นเหตุใดเ้าออกมาั้แ่เช้าตรู่เช่นนี้”
เด็กน้อยเม้มปากเข้าหากัน ดวงตาเผยแววไม่ยอมคน “ข้าปวดชิ้งฉ่อง!”เสียงเล็ก ๆ โพล่งออกมาช่างน่าขัน
“โอ้! ท่านแม่เชื่อเ้า” เมิ่งฝานตอบยิ้ม ๆ
เด็กน้อยเบิกตากว้าง เมื่อครู่คนผู้นี้แทนตัวว่าอย่างไรนะ?
ขาเล็ก ๆ ก้าวถอยหนีเมื่อร่างโปร่งของเกอหนุ่มก้าวเข้าหา
“เ้าถือสิ่งใดไว้ข้างหลังหรืออาเฉิง”
“มะ... ไม่มี” เด็กชายตอบเสียงเบา หลบตาที่จ้องมองมา
“แต่ท่านแม่เห็นเหมือนตุ๊กตาผ้า เ้าเล่นมันด้วยหรือ”
เด็กน้อยเม้มปาก ส่ายตาไปมา “ข้าเก็บได้ที่ทางเดิน”
“อ้อ เช่นนั้นเ้าจะทำอย่างไรกับมันต่อไปหรือ”
“ข้าจะเอาไปทิ้ง”
“หืม? ไม่ลองหาเ้าของดูก่อนหรือ”ร่างบางย่อตัวลงนั่งเสมอกับเ้าอันธพาลน้อยที่กำลังหัดโกหก และโกหกเก่งมากเสียด้วย
“เหตุใดต้องหา”เด็กชายยู่หน้าเมื่อมีคนมาขัดความตั้งใจเดิมของตน “มันน่าเกลียดขนาดนี้”มือเล็กชูตุ๊กตาผ้าไว้ตรงหน้า มองมันอย่างรังเกียจ “ทิ้งไปก็สิ้นเื่”
“เช่นนั้นดาบอันนั้นก็น่าจะทิ้งไปด้วยดูเหมือนเ้าของมันจะไม่้าแล้ว”เมิ่งฝานมองไปยังดาบไม้ที่วางอยู่ริมทางเดินข้างแจกันดอกไม้
เด็กน้อยมองตามไปก็เห็นเป็ดาบไม้ของตัวเอง “ไม่ได้! นี่ดาบของข้า”เ้าตัวทิ้งตุ๊กตาผ้าแล้ววิ่งไปคว้าของเล่นของตนมากอดไว้อย่างหวงแหน
“อ้อ ของเ้าหรอกหรือท่านแม่ก็นึกว่าไม่มีเ้าของเสียอีก”
“มัน เป็ ของ ข้า!” เด็กน้อยตะคอกเสียงหนักแน่นดวงตาแดงเรื่อ
“ของของเ้าก็ดีแล้ว ท่านแม่จะได้ไม่นำไปทิ้ง”มือเรียวหยิบตุ๊กตาผ้าที่ถูกทิ้งไว้ขึ้นมาด้วยความเบามือ “แล้วอันนี้เล่าเ้ารู้หรือไม่ว่าของผู้ใด”
“ข้าไม่รู้เหตุใดข้าต้องรู้ด้วย”
“ไม่รู้จริงหรือ” ร่างบางก้าวเข้าไปหาเด็กตัวจิ๋ว “ท่านแม่ว่ามันดูคุ้นตามากเลยนะ”
เ้าอันธพาลตัวน้อยส่ายตาล่อกแล่ก กอดดาบไม้ไว้แน่นผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงกับชุดที่สวมไม่เรียบร้อยชายเสื้อชายกางเกงหลุดไปหลุดมาก็ยิ่งดูเหมือนอันธพาลจริง ๆ เข้าไปกันใหญ่
“เ้าลองไปถามพี่ ๆ ดูสิ ว่าของใคร แล้วคืนให้เขา”
“พี่ใหญ่ไม่อยู่” เด็กน้อยเม้มปากอย่างไม่ยินยอม
“พี่รองของเ้าเล่า”
“พี่รองยังไม่กลับจากสำนักศึกษา” เด็กชายเชิดหน้าขึ้น
“พี่สามเล่า”
คราวนี้เ้าตัวเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไรออกมา
“ไปถามพี่สามของเ้าสิ”
“ไม่ใช่ของข้า!” เอ่ยจบก็บึนปากขึ้นด้วยความขัดใจ
“ไปถามสิ ท่านแม่จะไปเป็เพื่อน”
“ไม่ต้อง ข้าไปเอง” มือเล็ก ๆเอื้อมมาคว้าตุ๊กตาผ้าไปแล้ววิ่งด๊อกแด๊กไปยังห้องของพี่ชายคนที่สาม