พวกเราเดินไปยังประตูห้องพยาบาลที่อยู่อีกฝั่งของกับดัก
พอปลอดภัยแล้ว คำถามในหัวของผมก็ดังขึ้นมาอีก
แค่ห้องพยาบาลทำไมต้องใช้เครื่องป้องกันการบุกรุกนั้นด้วย
ทำไมต้องถึงขนาดมีเลเซอร์ตรวจจับผู้บุกรุกหรือปืนพลาสม่า
เลเซอร์? ปืนพลาสม่า? เพื่ออะไร?
หรือที่นี่ไม่ใช่แค่ห้องพยาบาลธรรมดา?
หรือนี่เป็เกมที่กำลังทดสอบผมอยู่?
หรือที่จริงแล้วผมจะอยู่ในเกมออนไลน์แบบเชื่อมจิตบางอย่าง?
ผมส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป พยายามกลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อน
ผมยื่นมือไปผลักประตูห้องพยาบาลเบื้องหน้า แต่มันไม่ขยับ
เหมือนมันจะเป็ประตูเลื่อน แต่มันก็ไม่มีหูจับเลื่อนเช่นกัน
ประตูห้องพยาบาลถูกล็อกเอาไว้ด้วยระบบอะไรสักอย่าง
“จะเข้ายังไงละเนี่ย?”
โนที่เดินตามผมมาชี้ไปตรงพนัง
ผมปาดแขนเสื้อกาวน์หมอที่ใส่อยู่กับผนังตรงนั้น ปรากฏว่ามันเป็แป้นเรียบๆ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
จากสายตาดูน่าจะเป็เครื่องใส่รหัสละมั้ง
หมายความว่ายังไง? เป็แสกนลายมือเหรอ หรือว่าจะต้องใส่รหัสตัวเลข แต่ก็ไม่มีปุ่มตัวเลขเลย
ทางตันซะแล้ว
ผมลองคิดว่าถ้านี่เป็เกม ถ้ามีใครสักคนจัดฉากอยู่ ตามสัญชาติญาติของผมที่เล่นเกมมาจำนวนมากตอนที่เคยฝันจะเป็นักแคสเกมอันดับหนึ่งของโลกทำให้พอจะเดาวิธีการไปต่อได้ไม่ยาก
ถ้าเป็เกมปริศนาล่ะก็จะต้องมีคำใบ้บางอย่างแน่ๆ คำใบ้จะต้องมีมาแล้วเพียงแต่เราไม่ได้สนใจ
ผมคิดถึงห้องเมื่อครู่ มีเอกสารที่ไม่ได้อ่าน หรือจุดที่ลืมสำรวจหรือเปล่า?
บางทีถ้าย้อนกลับไปที่ห้องเมื่อครู่ อาจจะมีคำใบ้บางอย่างอยู่
พอคิดแบบนั้น ผมก็กันมาเห็นโนยืนอยู่ด้านหลัง กำลังมองดูแป้นเปล่าๆ นั้น
“เธอรู้รหัสเหรอ?”
ผมถาม
เธอยืนอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอามือต่อยเข้าเครื่องเต็มแรง
“เฮ้ยยยย ต่อยทำไม”
แถมต่อยแตกอีก แรงโคตรเยอะเลยแม่นี่
จากนั้นโนก็เอามือแงะรอยแตกนั้นให้ใหญ่ขึ้น จนเห็นสายไฟด้านใน
“เฮ้ย!”
เธอฉีกสายไฟด้านใน แล้วต่อกันยังไงก็ไม่ทราบอยู่ครู่หนึ่งทำให้ประตูปลดล็อกออกในที่สุด
ประตูเลื่อนเปิดออก
“…” ผมมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความงงงวย
พยายามมองไปรอบๆ เผื่อมีกล้องของผู้ควบคุมเกม
นี่ไม่ถือว่าโกงเกมใช่มั้ยนะ
ไฟถูกเปิดอัตโนมัติทำให้เห็นว่าานหลังประตูเป็บางอย่างที่ดูเหมือนห้องพยาบาล
แสงไฟในห้องเปิดอัตโนมัติ พาให้เห็นบรรยากาศที่ดู... นิ่งงัน
ทุกอย่างดูสะอาดในแบบที่ไม่ควรสะอาดได้ ถ้ามันถูกทิ้งร้างมานานขนาดนี้
พื้นเรียบมันสะท้อนแสงสลัวจากหลอดไฟ LED ้า
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเจือจางยังหลงเหลือจาง ๆ เหมือนฝันที่ยังไม่จางหาย
โต๊ะสเตนเลสวางอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้ครบ
เข็มฉีดยา ขวดยา หลอดทดลอง
มีอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เต็มไปหมด มีอุปกรณ์ไฮเทคบางอย่างที่ผมไม่รู้จัก อุปกรณ์บางอย่างดูไฮเทคจนเหมือนหลุดมาจากนิยายไซไฟ
แต่ทั้งหมดกลับเก่า...ซีด...เหมือนทุกอย่างหยุดเดินมานานหลายศตวรรษ
ผมเดินเข้าไปในห้องพยาบาล
โนบอกว่าในห้องมีจะมีอุปกรณ์สำหรับปลุกโซล อะไรสักอย่างสินะ ผมไม่เห็นเข้าใจเลยว่ามันจะเป็อะไรได้ มีแต่อุปกรณ์สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เคยเห็นทั่วไป
มีเข็มฉีดยา หลอดยา กับขวดสเปรย์น่าสงสัยที่ถ้านี่เป็เกมแนวไบโอ เราจะต้องกวาดพวกมันใส่กระเป๋าให้เต็มสินะ
จะว่าไปแล้ว เราควรปฐมพยาบาลให้โนก่อนหรือเปล่า?
“มือเธอไม่เป็อะไรเหรอ?”
ผมถามถึงมือโนก่อน เนื่องจากต่อยเครื่องแตกแบบนี้น่าจะมีแผลบ้างละนะ
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“จะบ้าเหรอ ต่อยผนังด้วยมือเปล่าแบบนั้นจะไม่เป็อะไรได้ยังไง”
ผมบ่นทันทีว่า แม่นี่ดูแลตัวเองยังไงกันฟ่ะ
ผมมองหาอะไรสักอย่างก็เจอผ้าพันแผลที่เหลืออยู่กับยาล้างแผลที่ไม่รู้หมดอายุไปนานยังเข้า ผมเดินตรงไปหาโน แล้วดึงมือของโนที่เจ็บมา
“มานี่”
“คะ?”
มือของโนยังเรียบเนียนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เป็ไปได้ยังไง?
แต่ไม่แน่มือของเธออาจจะาเ็อยู่ด้านในที่มองไม่เห็นก็ได้
ผมเอาสเปรย์เย็นฉีดที่มือของเธอ ถึงกลัวว่า เธอจะเจ็บจากฤิทธิ์ยา ทว่า โนกลับทำหน้าไม่รู้รู้สึกอะไรซะงั้น
แถมสายตาผมยังเอาแต่มองหน้าสวย ๆ สลับกับ่ด้านหน้าชุดของเธอที่ขาดทำให้เห็นผิวขาว ๆ สวย ๆ อีก
อย่าว่อกแว่กสิฟ่ะ คิริน จะไปหลงความสวยแบบนี้สิ
ยัยนี่ไว้ใจไม่ได้ นายก็รู้นี่หว่า
ผมท่องนะโมในใจตั้งสมาธิแล้วพันแผลให้โนแบบเร่งรีบ
“เอ้า เสร็จแล้ว”
โนเอียงคอไม่เข้าใจ
“ทำแผลน่ะ ทำแผล เอ้า เป็ผู้หญิงหัดรู้จักระวังตัวหน่อยนะ เจ็บตัวแบบนี้ไม่ดี”
“ไม่ดี?”
“อื้อ ไม่ดี เอ้าล่ะ แล้วอุปกรณ์กระตุ้นโซลที่จะทำให้เราไปต่อได้อยู่ที่ไหนล่ะ”
โนพยักหน้า แล้วเดินไปรอบๆ
พอโนหันหลังไปค้นหาอะไรบางอย้าง ส่วนผมก็เดินมองนั่นนี่ พยายามเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ
ด้วยประสบการณ์ซึ่งผมได้มาจากการเล่นเกม่ที่อยากเป็นักแคสเกมอันดับหนึ่งของโลก ผมพยายามคว้าหากระเป๋าย่ามอันหนึ่งในห้องพยาบาล แล้วก็พยายามควานหาเอาของที่ดูเหมือนว่าจะจำเป็ยัดลงไป
ผมเอาผ้าพันแผล กับกระป๋องสเปรย์ที่โนฉีดมือตัวเองเมื่อครู่เก็บใส่กระเป๋า
แล้วพยายามสำรวจว่ามีอะไรอีกมั้ยที่น่าจะมีประโยชน์
จนไปเจอคู่มือบางอย่างตกอยู่ใกล้ ๆ
ผมหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเห็นว่า มันคือ คู่มือระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารหลังนี้
The Nest รวงผึ้ง?
อาคารที่ถูกสร้างลงลึกไปถึงใต้ดิน ที่มีการสร้างอาคารหลังหนึ่งไว้้าเพื่อหลอกตาคน และ ด้านในจริง ๆ คือ ห้องทดลองบางอย่างของบริษัท
เอ…เหมือนมาจากเื่ไหนสักเื่หว่า?
คุ้น ๆ นะ
ช่างเถอะ ลองดูอย่างอื่นต่อ
ผมเปิดหน้าอื่น ๆ ดูจนพบว่ามีรายงานการต่อเติมระบบป้องกันเพิ่มเติม ที่แนบเพิ่มด้านหลัง
ดูเหมือนว่าหลังจากสถาบันวิจัยนี้เปิดมาได้หลายสิบปี กลับมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นจนต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัย
มาหยุดที่คำอธิบายระบบป้องกันมันเขียนระบุว่าระบบรักษาความปลอดภัยจะมีเซฟตี้ทำให้ไม่โจมตีมนุษย์อย่างแน่นอน
อะไรนะ?
ไม่ทำอะไรกับมนุษย์
ระบบรักษาความปลอดภัยจะโจมตีเฉพาะเครื่องจักรเท่านั้น
อ้อ... ผมเข้าใจล่ะ หมายความว่าสุนัขเหล็กเ่าั้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัยของศูนย์วิจัย แต่เป็ผู้บุกรุก ระบบรักษาความปลอดภัยถูกสร้างมาเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันบุกเข้ามานี่เอง
มิน่าล่ะ ตอนที่เลเซอร์มาถึงตัวผม ผมถึงไม่เป็อะไร
เพราะผมเป็มนุษย์
กลับกันมันเลยทำลายพวกสุนัขกองเต็มไปหมด
ดังนั้นจริงๆ พวกเราไม่ต้องหลบอะไรก็ได้ แต่เดินเข้าไปตรงๆ ก็ไม่มีปัญหานี่หว่า
โนอาจจะไม่รู้เื่นี้ทำให้เธอต้องะโท่ายิมนาสติกแบบนั้นเพื่อหลบเลเซอร์ตรวจจับ
ไม่สิ...
ในตอนนั้นเธอบอกให้ผมตามเธอไป
โนไม่น่าจะคาดหวังว่าผมจะะโตามเธอได้ แต่เธอมั่นใจว่าผมจะไม่เป็อันตราย แสดงว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าผมเดินฝ่าเลเซอร์ไปตรงๆ ก็ไม่เป็ไร
แปลว่าเธอรู้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยจะไม่ทำอันตรายมนุษย์?
แล้วทำไมโนต้องหลบ?
แค่อยากจะโชว์ทักษะยิมนาสติกของตัวเองเหรอ? ไม่ใช่แน่?
หรือว่า...
โนคิดว่าระบบรักษาความปลอดภัยจะทำอันตรายเธอ
หมายความว่า เธออาจจะไม่ใช่คน
ทั้งทักษะยิมนาสติกเหนืุ์ มือที่ต่อยผนังแตกโดยไม่เป็อะไรสักนิด
โนอาจจะเป็…
ไม่ทันได้นึกจบ
จู่ ๆ ตรงคอของผมก็เหมือนถูกบางอย่างปักเข้าเต็มเป้า ทำเอาผมถึงกับสะดุ้งโหยงเหมือนมดกัด มือพยายามจับที่คอ
“อะไร?”
ผมหันไปก็เห็นว่า โนยืนอยู่ด้านหลังพร้อมกับปืนรูปร่างปลายแหลมเหมือนเข็มฉีดยา
ก่อนที่จะรู้ตัว เธอก็ปักมันเข้าใส่คอของผมไปเสียแล้ว