ตอนที่ 22 เผชิญหน้ากับนางพญา
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
แม้ทุกคนจะไม่เห็นวัตถุทรงกลมนั้น แต่พวกเขากลับสังเกตเห็นการหายไปของเด็กหนุ่ม
“นั่นอะไรกัน!”
“เขาหายไปแล้ว!”
“เดวิด เฟิร์สวันหายไปแล้ว”
เก่งกาจที่รู้เื่นี้เขาก็ใเป็อย่างมาก เด็กหนุ่มนั้นเป็เพื่อนสนิทของคุณปู่ และคุณปู่ก็ฝากให้เขาดูแลเป็อย่างดี แต่ในตอนนี้กลับหายไป
“แย่แล้ว หรือเขาจะหลงเข้าไปในเส้นทางหลบหนีของนางพญา” เก่งกาจเอ่ยออกมาอย่างเป็กังวล
“แม้เขาจะเป็ผู้มีความสามารถพิเศษ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับนางพญา เขาไม่มีทางรอดได้แน่”
โดยปกติแล้วมอนสเตอร์ระดับบอสนางพญาจะมีพลังรบเหนือกว่ามอนสเตอร์ธรรมดาเป็อย่างมาก ความร้ายกาจของมันสามารถเทียบได้เท่ากับมอนสเตอร์ที่อยู่ในอบิสสีขาวระดับสูงได้เลยทีเดียว
ซึ่งต่อให้เฟิร์สจะมีความสามารถในการหลบหลีกที่เยี่ยมยอดเพียงใดก็ไม่สามารถต่อกรกับระดับนางพญาได้แน่
แม้แต่ในกลุ่มทีมสำรวจนี้ก็มีเพียงเก่งกาจเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ชายหนุ่มตรงมาที่ตำแหน่งที่เฟิร์สหายไป เขาพยายามที่จะตรวจหาความผิดปกติ แต่ก็ไม่พบ
“เขาคงถูกกับดักค่ายกล” วอชเชอร์สาวดันแว่นขึ้นและเอ่ย
“กับดักค่ายกลหรอ? แล้วเขาจะไปโผล่ที่ไหน”
“ฉันไม่รู้ แต่คิดว่าคงจะอยู่ในถ้ำนี้”
“งั้นฉันจะไปตามหาเขา”
พูดจบเก่งกาจก็ตรงไปที่วังวนและออกไปจากห้องนี้ในทันที โดยที่เขาไม่สนใจแกนสปีริตที่ตกอยู่เกลื่อนกลาดเลยแม้แต่น้อย
ส่วนคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ติดตามออกไป สาเหตุเป็เพราะพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเก่งกาจ ต่อให้ค้นหาจนพบ พวกเขาก็ไม่มีกำลังที่จะไปต่อสู้กับนางพญา เพราะนั่นเป็การรนหาที่ตาย
อีกอย่างพวกเขาก็สนใจแกนสปีริตตรงหน้านี้มากกว่า
วอชเชอร์สาวแม้้าที่จะออกไปกับเก่งกาจ แต่เธอก็เกรงว่าจะไปเป็ตัวถ่วงเปล่าๆ อีกอย่างเธอต้องรวบรวมข้อมูลของที่นี่ด้วย
อย่างไรก็ตามทีมสำรวจของพวกเขาก็เป็กลุ่มเฉพาะกิจที่รวมคนมาเพื่อทำภารกิจหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่แคลนที่จะต้องรวมมือร่วมใจกัน
ดังนั้นผู้ที่ออกไปตามเฟิร์สจึงมีแค่เพียงเก่งกาจคนเดียวเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง เฟิร์สได้ถูกกับดักค่ายกลพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่รู้จัก
ที่นั่นเขาได้พบกับวงแหวนอักขระขนาดใหญ่กับร่างมหึมาที่มีความสูงนับสิบเมตรของมอนสเตอร์ั์ที่มีหน้าตาคล้ายลูกโป่งั์
ไม่รู้ว่าเป็โชคดีหรือโชคร้ายที่มอนสเตอร์ตัวนี้ดูอ่อนแรงเป็อย่างมาก โดยที่วงแหวนอักขระนั้นคอยทำการฟื้นฟูมันอยู่
นั่นจึงทำให้สภาพของมันในตอนนี้เหมือนกำลังหลับใหล
แม้เฟิร์สจะมาปรากฏตัวที่นี่อย่างไม่ตั้งใจ แต่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้น นั่นเป็เพราะพลังสปีริตในร่างของเฟิร์สนั้นเบาบางเกินไปอีกทั้งมอนสเตอร์ตัวนี้ยังอ่อนแรงเป็อย่างมาก มันจึงไม่ได้สังเกตถึงการมีอยู่ของเด็กหนุ่ม
หากเปลี่ยนเป็ตอนที่มันมีสภาพที่สมบูรณ์กว่านี้ หรือเป็คนอื่นที่มีการบ่มเพาะสูงมาที่นี่ มันจะต้องรู้ตัวแน่ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ประมาทที่จะปิดซ่อนกลิ่นอายของตนเอง เนื่องจากในอดีตเขาเคยเป็ผู้ใช้อักขระ สำหรับกลยุทธ์การปิดซ่อนกลิ่นอาย จึงเป็สิ่งที่ไม่ยากเย็น
แต่การปิดบังกลิ่นอายนี้ก็ทำได้อย่างง่ายๆ เท่านั้น เพราะมอนสเตอร์ที่อยู่ที่นี่มีการบ่มเพาะที่สูงกว่า หากพวกมันตั้งใจสังเกตสักหน่อยก็จะสามารถจับได้อย่างง่ายดาย
ในตอนนี้เฟิร์สจึงต้องทำตัวสงบนิ่งเป็อย่างมาก
‘นี่น่ะหรอ? นางพญามอนสเตอร์’ เฟิร์สตกตะลึงไม่น้อย เขาไม่คิดว่าตนเองจะโชคร้ายถูกกับดักค่ายกลส่งมาที่นี่
เขาพยายามไม่เคลื่อนไหวและสังเกตการณ์อย่างเงียบสงบ
ตอนนั้นเองสายตาของเขาก็หันไปเห็นถุงไข่ที่ถูกโยนออกมา แน่นอนว่าภายในถุงไข่นั้นจะต้องเป็มอนสเตอร์
เขารีบสอดส่องหาทางออกอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าขยับตัวตามอำเภอใจ เพราะเกรงว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าจะตื่นขึ้น
‘ไม่มี’
‘ที่นี่แม้จะดูเหมือนภายในของถ้ำ แต่มันกลับไม่มีทางเข้าออกที่เชื่อมต่อกับด้านนอก นั่นหมายความว่าจะต้องใช้ค่ายกลออกจากที่นี่อย่างนั้นหรอ?’
เหงื่อเย็นเริ่มไหลออกมาจากข้างหน้าผากของเด็กหนุ่ม แน่นอนว่าเขาหวาดกลัวมอนสเตอร์ตรงหน้านี้ อีกทั้งรอบๆ ยังมีถุงไข่มอนสเตอร์ที่เตรียมพร้อมจะฟักออกมาอีกด้วย
หากเป็อีกโลกหนึ่งเขาสามารถจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ในตอนนี้เขาไม่มีพลังที่จะทำเช่นนั้น
เฟิร์สรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจมอนสเตอร์ขนาดั์ รยางค์สีแดงผุดออกมาจากลูกโป่ง มันค่อยๆ เคลื่อนไหวแล้วคายถุงไข่ออกมาจากส่วนปลายของรยางค์ โดยที่ไม่ได้สังเกตการมีอยู่ของเฟิร์ส
หัวใจของเฟิร์สนั้นเต้นรัวแรง เขากำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้
‘แต่เดี๋ยวก่อน! นั่นมันวงแหวนฟื้นฟูไม่ใช่หรอ ต่อให้เป็วงแหวนฟื้นฟูของอักขระสปีริต แต่วงจรการทำงานของมันก็แทบจะไม่ต่างกัน หากฉันสามารถเข้าใจวงจรเ่าั้ได้ ไม่แน่ว่าฉันอาจจะแก้ไขวงแหวนนี้ให้กลายเป็ทางรอดของฉัน’
ในโลกก่อนเฟิร์สเคยเป็ถึงผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว แม้ในโลกนี้พลังนั้นจะไม่ติดตามมาด้วย แต่ความรู้ความเข้าใจของเขาก็ยังคงอยู่
หาก้าฟื้นฟูพลังอักขระคงจะต้องใช้เวลา แต่หากจะใช้ประโยชน์จากสิ่งของที่มีหรือทำการแก้ไข นั่นอาจพอเป็ไปได้
มันเหมือนกับช่างกุญแจที่ไม่จำเป็ต้องสร้างกุญแจ ขอเพียงรู้ในบางสิ่งก็สามารถปรับเปรียบบางสิ่งและแก้ไขแม่กุญแจนั้นได้
ท่าทางของเฟิร์สเปลี่ยนเป็สงบนิ่งอย่างรวดเร็ว เขาพยายามเพ่งสมาธิไปที่วงแหวนอักขระที่อยู่ใต้พื้น
ขณะเดียวกันนางพญาที่มีรูปร่างเหมือนลูกโป่งั์ก็ทยอยขย้อนถุงไข่ออกมาเรื่อยๆ จากภาพนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมอนสเตอร์ถึงได้มีจำนวนมากมายขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นขั้นตอนนี้ก็ทำให้นางพญาใช้พลังไปอย่างมหาศาล อีกทั้งร่างกายที่อ่อนแอจึงทำให้มันไม่ได้จะสนใจสิ่งรอบข้าง
ภายในหัวของเด็กหนุ่มกำลังประมวลวงแหวนอักขระตรงหน้านี้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเขาก็ทำความเข้าใจอักขระสปีริตไปด้วย
หลายชั่วโมงผ่านไป
สภาพของเฟิร์สในตอนนี้แทบจะไม่ต่างจากท่อนไม้ เขาไม่ได้ขยับตัวหรือเคลื่อนไหวใดๆ
สิ่งที่เขาทำคือสังเกตและเรียนรู้วงแหวนอักขระตรงหน้าอย่างเงียบๆ เท่านั้น
แล้วตอนนั้นเอง ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นราวกับภายในหัวเกิดการรู้แจ้งบางอย่างขึ้นมา
‘อักขระสปีริต ในที่สุดฉันก็เข้าใจมัน มันเป็อย่างที่ท่านอาจารย์เคยว่าไว้ อักขระทุกรูปแบบล้วนมีต้นกำเนิดเดียวกัน พลังทุกรูปแบบล้วนมีต้นกำเนิดเดียวกัน หากสามารถทำความเข้าใจต้นกำเนิดนั้นได้ ไม่ว่าอักขระชนิดใด ประเภทใด ล้วนเป็ภาษาเดียวกัน’
‘พลังอาจแตกต่าง รูปลักษณ์อาจจะไม่เหมือนกัน แต่พวกมันล้วนมีรากมาจากที่เดียวกัน กล่าวได้ว่าพวกมันทั้งหลายคือสิ่งเดียวกัน’
‘อักขระก็คืออักขระ แม้จะมีรูปแบบแตกต่างกันไป ยังไงมันก็คืออักขระเช่นเดิม วิถีการโคจรของวงแหวนนี้ก็เช่นกัน!’
ั์ตาของเฟิร์สตอนนี้เป็ประกายด้วยปัญญา
อย่างไรก็ตามครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว
ต้องรู้ไว้ว่าผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวนั้นเทียบได้เท่ากับระดับจอมเวทย์ แม้จะไม่รู้ว่าขั้นจอมเวทย์ในโลกนั้นเทียบกับการบ่มเพาะสปีริตได้ระดับใด แต่ที่แน่ๆ คือเหนือว่าเก่งกาจผู้เป็เวเนเตอร์ดาราแดงแน่นอน หรือบางทีอาจเทียบได้กับระดับดาราน้ำเงิน ซึ่งเป็บุคคลสุดยอดของโลกในยุคปัจจุบัน
แม้เฟิร์สในตอนนี้จะไม่มีพลังของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอย่างสมบูรณ์ แต่ความรู้ความเข้าใจในศาสตร์อักขระของเขานั้นก็ไม่อาจดูแคลนได้
ตอนนั้นเองเป็ครั้งแรกที่เขาเริ่มขยับตัว
ร่างของเด็กหนุ่มผอมบางในเสื้อผ้าอันหลวมโพล่งลดตัวลงนั่งชันเข่า สองฝ่ามือของเขาประทับลงบานพื้นดิน
พลังสายหนึ่งแล่นเข้าสู่วงแหวนอักขระ
พลังนี้เหมือนใบไม้ที่ล่องไปตามสายน้ำ ไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างใหญ่โต แต่กลับกลมกลืนไปกับสายน้ำ
ไม่นาน พลังนั้นก็เหมือนสายน้ำ
มันโคจรไปตามวิถีแห่งวงแหวนอย่างเป็ธรรมชาติ
‘โอกาสมีครั้งเดียวเท่านั้น หากพลาดครั้งนี้ไปนางพญาจะต้องรู้ตัวอย่างแน่นอน ฉันต้องทำให้ได้ ...’
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นนั้นสว่างขึ้น
แก้ไขอักขระ!