(นิยายแปล) สะใภ้หนุ่มแสนดี พบคุณผีประจำบ้าน

    ตอนที่ 15 มีเหตุผล (2)

    ตอนที่ 15 มีเหตุผล (2)

            “อืม” หลานรั่วหร่านมองป้ายคำสั่งทหารที่อยู่บนอกของลู่โจวอีกครั้งแล้วกล่าวเสริม “ตอนนี้เขายังมีอีกหนึ่งสถานะเพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือคู่หมั้นของหนานเสวียน”

            เก่อเซียงอี้ชะงักเล็กน้อย ยิ้มแล้วเอ่ย “ที่แท้เขาก็คือคนที่หนานอีพูดถึงนี่เอง”

            ลู่โจวยื่นมือให้เธอ “สวัสดีครับ ผมชื่อลู่โจว คุณเรียกผมว่าเสี่ยวโจวก็ได้”

            เก่อเซียงอี้จับมือเขา “ฉันชื่อเก่อเซียงอี้ เป็๲เพื่อนเล่นกับอาเสวียน๻ั้๹แ๻่เด็กจนโต หากว่าคุณไม่รังเกียจก็เรียกฉันว่าเซียงอี้เถอะ”

            “ได้ครับ”

            หลานรั่วหร่านเอ่ยกับลู่โจว “เซียงอี้จะพักอยู่บ้านตระกูลลี่สองสามวัน นายช่วยเตรียมที่พักให้เธอด้วย”

            ลู่โจวได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าหลานรั่วหร่านไม่ได้ตั้งใจจะให้เก่อเซียงอี้พักอยู่ที่เรือนเล็กถิงหว่าน และเขาก็รู้แค่ว่าบ้านหยางเหมินและเรือนข้างสามารถให้คนพักได้ แต่พ่อบ้านเคยบอกไว้ว่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากลี่หนานเสวียน คนอื่นไม่สามารถเข้าออกลานบ้านหรืออนุญาตให้คนเข้าพักที่บ้านหยางเหมินได้ตามใจชอบ ซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถจัดแจงให้คนไปพักที่เรือนของคนอื่นได้ ดังนั้นจุดประสงค์ที่แท้จริงของหลานรั่วหร่านคืออยากให้เก่อเซียงอี้พักอยู่ใกล้ลี่หนานเสวียนนั่นเอง

            “ได้ครับ” เขาพูดกับเก่อเซียงอี้ “เรือนข้างของบ้านหยางเหมินยังไม่มีแขก แต่ว่าบ้านหลังนั้นมีเพื่อนผู้ชายที่สนิทกับผมมา๻ั้๹แ๻่เล็กจนโตสองคนอาศัยอยู่ ถ้าคุณไม่ถือสาผมจะให้คนรับใช้ไปทำความสะอาดห้อง และจะบอกให้เพื่อนๆ ของผมพยายามไม่ไปรบกวนคุณนะครับ”

            เก่อเซียงอี้ยิ้ม “ขอแค่มีที่ให้พักก็พอแล้วค่ะ”

            หลานรั่วหร่านไม่ได้คัดค้านใดๆ

            หลังจากดื่มชายามเช้า ลู่โจวก็พาเธอไปที่เรือนข้างของบ้านหยางเหมิน

            เก่อเซียงอี้มองไปทางบ้านหยางเหมินแล้วถามลู่โจว “เสี่ยวโจว คุณพักอยู่ที่ไหน ใช่บ้านหยางเหมินที่อยู่ข้างๆ หรือเปล่า”

            “ใช่แล้ว”

            เก่อเซียงอี้เผยสีหน้าอิจฉา “ฉันโตมากับอาเสวียน แต่กลับไม่เคยเข้าไปในบ้านของเขาเลย เขาก็ไม่ยอมให้พวกเราเข้าไป บอกว่าด้านในอันตราย ฉันสงสัยมากว่าบ้านของเขาอาจจะเลี้ยงสุนัขดุ แต่ฉันก็ไม่เคยได้ยินเสียงหมาเห่าเลยนะ”

            ลู่โจวยิ้มตอบ “บ้านของเขาว่างเปล่ามาก ไม่มีอะไรเลย”

            “งั้นทำไมไม่ให้พวกเราเข้าไปล่ะ แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่ให้เข้า”

            “ผมไม่รู้ แล้วก็ไม่เคยถามเขาเ๹ื่๪๫นี้มาก่อนด้วย” ลู่โจวเห็นว่าคนรับใช้จัดเตียงนอนเสร็จเรียบร้อยก็ถามขึ้นอีกครั้ง “คุณจะกินมื้อเที่ยงอยู่ที่นี่ หรือจะไปกินที่เรือนเล็กถิงหว่าน”

            เก่อเซียงอี้ถาม “แล้วนายกินมื้อเที่ยงที่ไหนล่ะ”

            “ปกติผมกินข้าวที่บ้านหยางเหมิน”

            “พวกเพื่อนสนิทของนายล่ะ”

            “บางครั้งพวกเขาก็จะไปกินข้าวกับผมที่บ้านหยางเหมินเหมือนกัน”

            “งั้นฉันสามารถไปกินด้วยได้หรือเปล่า”

            ลู่โจวครุ่นคิด แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหาลี่หนานเสวียน “ผมขอถามหนานเสวียนก่อน”

            ไม่นานลี่หนานเสวียนก็ตอบข้อความ ‘ตอนนี้นายเป็๲เ๽้าของบ้านหยางเหมิน ทุกอย่างให้นายตัดสินใจ แต่ไม่สามารถให้คนพักค้างคืนอยู่ที่บ้านหยางเหมินได้ แล้วก็ตอนที่นายไม่อยู่ อย่าให้คนอื่นอยู่ที่นั่น’

            ลู่โจวมองโทรศัพท์มือถือแล้วเลิกคิ้วขึ้น คนคนนี้เป็๞โรครักความสะอาดมากเกินไปหรือเปล่าถึงไม่ชอบให้คนอื่นไปที่บ้านของเขา

            เก่อเซียงอี้ถาม “อาเสวียนว่ายังไงบ้าง”

            ลู่โจวตอบ “เขาให้ผมตัดสินใจเอง”

            “งั้นนายยินดีให้ฉันไปที่บ้านหยางเหมินหรือเปล่า”

            “แน่นอนว่ายินดี รอให้ถึงตอนเที่ยง คุณกับพวกเพื่อนๆ ผมผานม่อและผานสื่อค่อยไปที่นั่นด้วยกัน”

            “ดีจริงๆ ขอบคุณนะเสี่ยวโจว”

            ทันทีที่ลู่โจวออกไปจากห้องของเธอ ก็ถูกผานม่อและผ่านสื่อลากไปที่ห้องของพวกเขา

            ผานม่อถามตรงประเด็นทันที “คุณชาย สาวสวยคนนั้นคงเป็๲พี่เซียงอี้ที่คุณหนูลี่บอกใช่ไหม”

            ลู่โจวพยักหน้า “ใช่แล้ว”

            ผานม่อโกรธเป็๲ฟืนเป็๲ไฟ “คุณชาย โง่หรือเปล่าเนี่ย นายก็รู้ว่าเธอกับพันตรีลี่เป็๲เพื่อนเล่นด้วยกันมา๻ั้๹แ๻่เด็ก ยังจะให้เธอพักอยู่ที่นี่อีก นายอยากให้เธอมีแต้มต่อได้ผลประโยชน์หรือไง”

            “ถ้าลี่หนานเสวียนชอบเธอ ทั้งสองคนคงคบกันไปนานแล้ว อีกอย่างพวกนายลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนฉันเคยบอกว่ายังไง...” ลู่โจวยิ้มเ๯้าเล่ห์ “ศัตรูที่มองไม่เห็นถึงจะเป็๞คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุด แต่ถ้าเอาศัตรูมาไว้ใกล้หูใกล้ตาคอยจับตามองก็ควบคุมง่ายขึ้นมาก ศัตรูหัวใจก็เช่นกัน”

            ผานม่อ “...”

            

            ผานสื่อยิ้ม “มีเหตุผล”