บทที่ 2 ห่วงมิติเวลาแปรผัน
"ถึงเวลาเดินทางแล้วสินะ งานคืนนี้ฉันจะได้รางวัลเหมือนทุกปีหรือเปล่านะ"
"เอาเถอะ!! ก็คาดเดาได้ไม่ยากหรอก"
จ้าวซิ่วอิงสวมชุดราตรีสีขาวยาวถึงพื้น ชุดโชว์หลังเผยให้เห็นผิวเนียนขาวราวกับหิมะ เธอเดินไปขึ้นรถหรูที่จอดรอรับเธออยู่หน้าบ้าน ในค่ำคืนนี้เธอมั่นใจอย่างมากว่าต้องดูสวยสง่าไม่แพ้ใครในงานอย่างแน่นอน
"ออกรถได้เลยค่ะ"
จ้าวซิ่วอิงมองออกไปนอกหน้าต่างรถตลอดการเดินทาง รถขับผ่านข้างทางไปอย่างรวดเร็ว ในบางที่ก็ครึกครื้น บางที่ก็เงียบเหงา บางที่ก็มีผู้คนมากมายจนดูแออัด บางที่ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียว ในโลกใบนี้ช่างไม่มีอะไรที่สมดุลเลย
ขณะที่เธอกำลังเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ด้วยรถหรูคันดังกล่าว ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็ไปด้วยดีไม่มีอะไรน่ากังกล ถนนก็โล่งรถก็ไม่ติดไปร่วมงานทันแน่นอน แต่แล้วในชั่วพริบตาเดียว อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเธอ
จ้าวซิ่วอิงแทบจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนเธอมึนงง เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ตัวของเธอ เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่นอกนอกรถ หรูที่เธอนั่งมา เธอเกิดความสงสัยเพราะเมื่อสักครู่เธอยังนั่งอยู่ในรถคันนี้อยู่เลย เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ รถ แล้วมองเข้าไปในรถหรูคันนั้นทำให้เธอพบว่า มีร่างของเธอและคนขับรถเสียชีวิตอยู่ในรถ
เธอใมากจนถอยหลังออกมา เธอรีบสำรวจร่างกายตัวเองอย่างรีบร้อน แต่ก็ไม่พบาแเหมือนภาพที่เธอเห็นตัวเองนั่งอยู่ในรถ เธอพยายามตั้งสติและยอมรับความจริงว่าตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว และที่เธอออกจากรถมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เป็เพียงิญญาเท่านั้น
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่"
"ฉันตายไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม"
"ไม่นะ!! ไม่!!"
"ไม่จริง!! ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังไม่ได้ใช้ชีวิตตามที่ฉันหวังเลย"
เธอรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเธอยังไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในแบบที่เธอ้า ทำในสิ่งที่อยากทำ อยากมีพื่อน อยากมีแฟน ได้ัักับความรู้สึกที่คนทั่ว ๆ ไปเขาทำกันเลย
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ร้องไห้คร่ำครวญอาลัยอาวรณ์กับชีวิตทีเธอโหยหา อยู่ ๆ ก็มีแสงสว่างจ้าเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบสงบไปชั่วขณะ เมื่อเธอลืมตามองดูอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในโลกที่เธอรู้จักอีกแล้ว
"นี่มันที่ไหนกันแน่"
"ทำไมมันถึงมีแต่สีขาวเต็มไปหมดเลยล่ะ"
ภาพจำที่เธอเห็นเมื่อสักครู่ได้หายไปหมด เธอสับสนและหวาดกลัวมาก ทุกสิ่งรอบข้างเป็เพียงแค่สีขาว มองไปทางไหนก็มีแต่สีขาวไกลสุดลูกหูลูกตา เธอเศร้าเสียใจกับสิ่งร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ร้องไห้ฟูมฟายด้วยความหวาดกลัวเท่านั้น
เธอพยายามตั้งสติและมองไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาสิ่งอื่นนอกเหนือจากพื้นที่สีขาว ที่ที่เธออยู่ความจริงแล้วมันคืออะไรและตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันแน่ แล้วเธอก็ได้พบอะไรบางอย่างที่เหมือนประตูมิติ
เธอตัดสินใจเข้าไปข้างในประตูนั้นก็พบว่าเป็พื้นที่สีขาวดังเดิม เธอสำรวจพื้นที่ด้วยความคาดหวังว่ามันจะทำให้เธอพบเจอพื้นที่ที่เธอรู้จัก แต่เธอก็พบเพียงประตูมิติหลายบาน และด้านใดนั้นก็เป็เพียงแค่พื้นที่สีขาวที่ว่างเปล่าเท่านั้น ดูเหมือนว่าที่ที่เธออยู่มันน่าจะเป็ห้วงมิติที่แปลกประหลาด เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในที่ที่ไร้ขอบเขตและไม่สามารถหาทิศทางได้
"ไม่นะ!! นี่ฉันจะอยู่ในที่ที่ว่างเปล่าแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน"
เธอสติแตกอีกแล้วไม่สามารถควบคุมสติได้เธอหวาดกลัวและตื่นตระหนกกับสิ่งที่เธอได้พบเจอ เธอกระวนกระวายสับสนไปหมด เธอ้าจะออกไปจากที่นี่ แต่มันก็ไร้วี่แววที่จะออกไปได้
ไม่นานนักจ้าวซิ่วอิงก็รู้สึกได้ถึงการดึงดูดที่รุนแรงเป็อย่างมาก มันกำลังดึงดูดเธอไปในที่ไหนสักที่ แรงดึงดูดนั้นรุนแรงมากจนทำให้ิญญาของเธอแทบสลาย
"อ๊าก!!" เธอกรี๊ดเสียงดังด้วยความหวาดกลัว
ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเหมือนเธอถูกดึงเข้ามาในอยุ่ในร่างของใครบางคน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องหรูหรา ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีแดงเข้มและเครื่องเรือนก็ดูแปลกตา เธอมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าที่ที่เธออยู่มันไม่น่าจะใช่โลกในปัจจุบัน ดูเหมือนเธอจะอยู่ในยุคโบราณ เพราะข้าวของรอบ ๆ ตัวเต็มไปด้วยของโบราณทั้งนั้นเลย
"พระชายา!! พระชายายังมีชีวิตอยู่ ข้าดีใจจริง ๆ เลยเ้าค่ะ" สวี่จื่อลู่เอ่ยด้วยความดีใจ เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ เตียงของพระชายา
"พระชายาท่านฟื้นขึ้นมาข้าดีใจยิ่งนักเ้าค่ะ"
"ที่นี่มันที่ไหนกันอีกละเนี่ย" จ้าวซิ่วอิงเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง
จ้าวซิ่วอิงค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีสวี่จื่อลู่คอยประคอง เธอเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องแล้วหยุดที่กระจก เธอเดินเข้ามาส่องกระจกใกล้ ๆ เธอก็ต้องใเมื่อเห็นหน้าตาของตัวเองในกระจกเหมือนตัวเธอในโลกปัจจุบัน เพียงแต่ว่าใบหน้าของเธอในตอนนี้มีรอยแผลเป็จนทำให้ดูน่าเกลียด
ด้วยความที่เธอมีความรู้เื่การแพทย์ เธอก็รู้ได้ทันทีเลยว่าใบหน้าของเธอที่เป็แบบนี้เกิดจากผิวหน้าถูกสารพิษอย่างแน่นอน
ตอนนี้เธอไม่ใช่จ้าวซิ่วอิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็ถึงพระชายาองค์ชายหก คงจะสามารถเดาได้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ คงเกิดมาจากการแก่งแย่งชิงดีกันของบรรดาผู้หญิงของสามีเธอ
"อุตส่าห์ทะลุมิติมาอยู่ในโลกอื่น ได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่ฉันก็ยังไม่เป็อิสระหรอเนี่ย ก็ยังคงหาคนที่จริงใจกับฉันยากเหมือนเคย เพื่อนที่รู้ใจกับชายอันเป็ที่รักฉันคนนี้คงไม่มีวาสนาได้พบเจอจริง ๆ สินะ " จ้าวซิ่วอิงตัดพ้อกับตัวเองเบา ๆ
การปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับจ้าวซิ่วอิง เธอจึงต้องเรียนรู้การเป็พระชายาขององค์ชายหกและจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกใหม่นี้ให้ดีกว่าโลกเดิมที่เธอจากมา
อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดล้มลงไป มีสวี่จื่อลู่ช่วยประคองเธอให้มานอนพักผ่อนที่เตียง ความทรงจำเก่า ๆ ของเ้าของร่างก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในความทรงจำของเธอ ทำให้เธอรู้สึกปวดหัวและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"พระชายาเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ" สวี่จื่อลู่เอ่ยถาเธอด้วยความเป็ห่วง
"ข้าไม่เป็อะไร แค่รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย คงต้องนอนพักผ่อนต่ออีกสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น" จ้าวซิ่วอิงเอ่ย
"แน่นะเ้าคะ ให้ข้าไปตามท่านหมอมาตรวจดูอาการดีหรือไม่เ้าคะ"
"ข้าไม่เป็ไรจริง ๆ เ้าอย่าได้กังวลเกินไปเลย"
"เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะไปต้มน้ำแกงร้อน ๆ ทำอาหารอร่อย ๆ มาให้พระชายานะเ้าคะ" สวี่จื่อลู่เอ่ย เธอรีบออกไปเตรียมอาหารมาให้พระชายาของเธอ
จ้าวซิ่วอิงได้รับความทรงจำของเ้าของร่างมาทั้งหมด เธอจึงไต่ตรองกับตัวเองเื่ชีวิตใหม่ของเธอ การใช้ชีวิตในโลกนี้ที่ไม่คุ้นเคยและการช่วยแก้แค้นให้กับเ้าของร่างนี้ด้วย ในเมื่อชะตาฟ้าลิขิตให้เธอได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งในร่างของจ้าวหนิงเอ๋อ เธอก็จะเป็จ้าวหนิงเอ๋อที่สมบูรณ์แบบที่สุด จะใช้ชีวิตแทนเธอให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ทุกอย่างที่เ้าเคยโดนกระทำ ข้าคนนี้จะช่วยแก้แค้นให้เ้าเองนะจ้าวหนิงเอ๋อ ต่อไปนี้ฉันคือจ้าวหนิงเอ๋อเวอร์ชั่นอัพเกรด ไม่ว่าใครหน้าไหนที่เคยทำกับเธอเอาไว้ฉันจะค่อย ๆ คิดบัญชีกับพวกมันทีละคน"
"ก่อนอื่นต้องรีบขับพิษออก แล้วรีบบำรุงร่างกายที่โดนวางยาพิษให้ฟื้นฟู และยังต้องแก้พิษที่ใบหน้าที่เป็สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูอัปลักษณ์น่ารังเกียจแบบนี้ ต้องใช้ให้จื่อลูกไปซื้อสมุนไพรมาให้ซะแล้ว"
"จื่อลู่!! จื่อลู่!!"
"เ้าค่ะพระชายา"
สวี่จื่อลู่รีบวิ่งเข้ามาหาจ้าวหนิงเอ๋อในห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกหา นางเหนื่อยหอบยืนอยู่ตรงหน้าจ้าวหนิงเอ๋อเพื่อรอรับคำสั่งทำให้จ้าวหนิงเอ๋อเอ็นดูกับท่าทีของเธอไม่น้อย
"เ้ารีบไปหากระดาษ พู่กัน และหมึกมาให้ข้าที"
"พระชายารอสักครู่นะเ้าคะ ข้าจะรีบไปนำมาให้เ้าค่ะ"
ไม่นานนางก็รีบนำของที่จ้าวหนิงเอ๋อ้ามาให้ นางอดความอยากรู้ไม่ได้อยากจะถามเ้านายมาก ๆ แต่ก็ต้องสำรวมกิริยา อดความอยากรู้ของตัวเองเอาไว้
"จื่อลู่เ้าช่วยผลหมึกให้ข้าที"
"เ้าค่ะพระชายา"
จ้าวหนิงเอ๋อเขียนชื่อสมุนไพรลงในกระดาษ ชื่อสมุนไพรทั้งหมดเป็ตัวยาสำคัญที่ใช้ในการรักษาร่างกายของนางทั้งนั้น นางเขียนชื่อสมุนไพรอย่างชำนาญเหมือนกับว่าตัวนางเป็หมอ
"สมุนไพรเหล่านี้เป็สมุนไพรชั้นดี เ้าไปหาซื้อมาให้ข้าให้ได้"
"เป็ยาชุดหรือเ้าคะพระชายา"
"ไม่ใช่ยาชุดหรอกนะ เ้าเพียงแค่ไปตามหาสมุนไพรเหล่านี้มาให้ข้าก็พอ ส่วนยาชุดนั้นข้าจะจัดสมุนไพรแยกออกมาอีกที หากร้านขายสมุนไพรถามเ้า เ้าก็บอกไปว่า้าสมุนไพรมาเติมเต็มสมุนไพรที่ขาดหายไปจากร้านหมอในเมืองข้าง ๆ"
"เ้าค่ะพระชายา"
"จำเอาไว้นะจือลู่ เื่ที่เ้าไปซื้อสมุนไพรเ้าต้องทำอย่างลับ ๆ อย่าให้ใครในจวนนี้ล่วงรู้เด็ดขาดแม้กระทั่งองค์ชายหกก็รู้ไม่ได้"
"เ้าค่ะพระชายา ข้าขอไปนำน้ำแกงกับอาหารมาให้พระชายาก่อน แล้วข้าจะรีบไปซื้อสมุนไพรมาให้พระชายานะเ้าคะ"
"ขอบใจเ้ามากจื่อลู่"
สวี่จื่อลู่ส่งยิ้มให้จ้าวหนิงเอ๋อด้วยความยินดีที่จะทำทุกอย่างให้ด้วยความเต็มใจ นางรีบออกไปจัดเตรียมอาหารมาให้เ้านายทันที
จ้าวหนิงเอ๋อคิดในใจถึงแม้จะไม่ได้ััความรักจากคู่รัก ไม่ได้พบกับชายอันเป็ที่รัก แต่ก็ยังได้พบกับมิตรแท้ที่มาในรูปแบบของสาวใช้ผู้ภักดี ทีในโลกใบนี้หาคนที่จริงใจยากกว่าโลกที่จากมามาก
ชีวิตต่อจากนี้ไปจะประมาทไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว ทุกสิ่งรอบข้างล้วนแฝงไปด้วยภัยอันตราย และผู้คนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ฉะนั้นก็ต้องกลายเป็คนที่มีเล่ห์เหลี่ยมด้วยเหมือนกัน จะได้รู้เท่าทันคนอื่นและสามารถเอาตัวรอดได้ ระหว่างที่จ้าวหนิงเอ๋อคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้น เสียงสวี่จื่อลู่ก็ดังมาจากด้านนอกประตู
"พระชายาเ้าคะ อาหารมาแล้วเ้าค่ะ" สวี่จื่อลู่ยกอาหารมากมายมาวางลงที่โต๊ะ
"กลิ่นหอมมาก"
"พระชายาลองชิมดูสิเ้าคะ มีแต่อาหารที่พระชายาชอบทั้งนั้นเลยเ้าค่ะ ข้าขอรับรองรสชาติว่ามันอร่อยทุกจานแน่นอนเ้าค่ะ"
"เช่นนั้นหรือ ขอบใจเ้ามาก"
"เ้าค่ะพระชายา เช่นนั้นข้าจะออกไปซื้อสมุนไพรมาให้พระชายานะเ้าคะ ข้าไปไม่นานหรอกเ้าค่ะ แล้วข้าจะรีบกลับมาเก็บจานให้ พระชายาค่อย ๆ ทานไปนะเ้าคะ"
"ได้สิ เช่นนั้นข้าจะทานอาหารรอเ้ากลับมาก็แล้วกัน"
"เ้าค่ะพระชายา"