ณ สถานที่อันสวยงามอุดมสมบูรณ์ ท้องฟ้าสีครามสดใส
ผู้คนในยามเช้าต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างพลุกพล่านเสียงพูดคุยจอแจ พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันร้องเรียกหาลูกค้า แสงสีต่างๆ ตามธาตุพลังประจำตัว ถูกใช้ออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต
สถานที่ที่ผู้คนต่างตัดสินความเป็มนุษย์กันด้วยพลังธาตุที่ ผู้แข็งแกร่งย่อมกลายเป็ที่นับหน้าถือตาและยอมรับนับถือผู้ที่อ่อนแอก็ย่อมตกเป็เบี้ยล่างและโดนกลืนกิน
ดังนั้นต่อให้เป็เพียงชาวบ้านสามัญหากสามารถผลักดันตัวเองให้กลายเป็คนที่แข็งแกร่งพวกเขาก็จะสามารถเพิ่มฐานะทางสังคมได้เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะยอมทุ่มทุกอย่างที่มีให้แก่บุตรหลานที่มีแววว่าจะทำให้ครอบครัวของตัวเองรุ่งโรจน์
แต่ทว่าก็มีกลุ่มบุคคลที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นก็คือบุคคลที่ไร้ซึ่งพลัง พวกเขาเหล่านั้นช่างน่าสงสาร พวกเขาต่างเกิดมาเมื่ออายุครบห้าขวบก็จะได้รับเข้าการทดสอบในการปลุกพลังของทั้งสี่ธาตุอันได้แก่ ธาตุไม้ ธาตุไฟธาตุน้ำ และธาตุลม เมื่อพลังแห่งธาตุปรากฏ หัวไหล่ด้านขวาของพวกเขาจะปรากฏสัญลักษณ์ประจำตัวของแต่ละธาตุ ได้แก่ มังกรฟ้า ธาตุไม้ หงส์แดงธาตุไฟ เต่าดำ ธาตุน้ำ และพยัคฆ์ขาว ธาตุลม
สำหรับบุคคลที่ไร้ซึ่งพลังธาตุ สัญลักษณ์จะไม่ปรากฏออกมา พวกเขาจะถูกตัดสินว่าคือบุคคลระดับล่างและไร้ซึ่งประโยชน์ในทันที…….
ยามเย็นมาเยือน พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันเก็บร้านเพื่อพักผ่อนบรรยากาศที่คึกคักตลอดทั้งวัน เริ่มเงียบสงบ…
เด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งได้รับค่าจ้างของวันนี้รีบรับเศษเงินอันน้อยนิดสำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับนางนั้นมันมีค่าเป็อย่างมากสำหรับคนไร้พลังเช่นนาง
เด็กสาวรีบเก็บเงินไม่กี่เหรียญทองแดงไว้ในชายแขนเสื้ออย่างหวงแหนพร้อมกับเศษผักที่เหลือๆ ที่ไม่สามารถนำมันไปขายได้ ร่างบางค่อยๆ ลัดเลาะซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว เพื่อเดินทางกลับไปยังวัดร้างด้านหลังของเมืองหลวงสถานที่แห่งนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่ซุกหัวนอน ของบรรดาผู้ที่ไร้ซึ่งพลังทั้งหลายพวกเขาต่างถูกนำไปทิ้งที่นั่นตั้งแต่ยังเด็กหรือจะบอกได้ว่าตั้งแต่ผลการวัดพลังปรากฏออกมาแล้วนั่นเอง
“นี่...เ้าน่ะ”
เสียงของชายฉกรรจ์เอ่ยเรียกเด็กสาวที่แต่งกายซอมซ่อ ร่างบางทำเป็ไม่ได้ยินและพยายามเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้น
พรึบ..
ลูกบอลพลังธาตุสีฟ้าอันเป็สัญลักษณ์ของธาตุน้ำถูกปาไปอย่างจังตรงเข้าที่กลางหลังของเด็กสาว
“เ้าน่ะ..พวกข้าเรียกแล้วกล้าเมินอย่างนั้นรึ!!”
น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ของชายคนหนึ่งดังขึ้น เด็กสาวได้แต่ตัวสั่นงันงกพลางคิดในใจ อีกแล้วหรือ เหตุใดหนอนางจะต้องมาเจอกลุ่มคนพวกนี้อยู่ร่ำไปขนาดนางพยายามเปลี่ยนเส้นทางในการกลับไปยังวัดร้างทุกๆ วัน
เหตุใด์จึงไม่เมตตานางบ้าง
ผลัก!!
ร่างบางถูกผลักกระแทกเข้ากับกำแพงของโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง แม้ในเหตุการณ์จะมีคนเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ผู้คนเ่าั้เลือกที่จะปิดประตูบ้านของตัวเอง แล้วทำเป็ไม่เห็นเื่ราวเพราะอย่างไรพวกไร้พลังก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับพวกเขาอยู่แล้ว เด็กสาวหมดหนทางที่จะร้องขอความช่วยเหลือ
เธอจึงได้แต่หลับตายอมรับชะตากรรมแต่อย่างไรก็ตามเธออยากให้เงินค่าจ้างในวันนี้ ไปถึงมือบรรดาน้องๆที่ถูกนำมาทิ้งใหม่ เพื่อที่อย่างน้อยพวกเขาจะได้นำเงินนี้ไปหาซื้ออาหารหรือข้าวของอย่างอื่นได้
“ข้าคุยกับเ้าอยู่ไม่ได้ยินหรืออย่างไร?”
ชายฉกรรจ์สามคนเดินตรงมาทางเด็กสาวที่กำลังสั่นงันงกด้วยความกลัว
“ไม่...ไม่ทราบว่าคุณชายทั้งสามมีอะไรกับข้าหรือเ้าคะ??”
ชายฉกรรจ์หนึ่งในนั้นแสยะยิ้ม ก่อนที่จะจับแขนของเด็กสาวไว้พร้อมกับหันไปบอกกับอีกสองคนที่มาด้วยกัน
“ข้าเห็นนังนี่เอาเงินเก็บไว้ในชายแขนเสื้อเอาออกมา”
เพียงครู่เดียวชายฉกรรจ์หนึ่งในสองคนก็หยิบเงินจำนวนสองเหรียญทองแดงออกมาก่อนยื่นให้คนที่เป็หัวหน้าได้ดูสิ่งที่อยู่ในมือ ชายคนที่จับแขนของเด็กสาวสะบัดเด็กสาวกระเด็น
“เหอะ!!เสียเวลาชะมัด”
ชายทั้งสามเมื่อได้สิ่งที่ตัวเอง้าเป็ที่เรียบร้อย ก็ส่งสัญญาณพากันไปหาเหยื่อรายต่อไปแต่ทว่า
หมับ..
ขาของชายที่อยู่ตรงกลางหยุดชะงัก เนื่องจากเหมือนมีอะไรบางอย่าง มารั้งเท้าของตนเองไว้ทั้งสามคนมองไปที่ข้อเท้าของชายคนที่อยู่ตรงกลางอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเรียกพลังธาตุน้ำสาดใส่เด็กสาวร่างเล็กกัดฟันแน่นที่ถูกอะไรบางอย่างพุ่งใส่กลางหลังเป็ครั้งที่สองแต่มือบางก็ยังจับข้อเท้าของอีกฝ่ายไว้อย่างเหนียวแน่น ชายฉกรรจ์อีกสองคนที่เหลือกระชากแขนของเด็กสาวคนละข้างจนสหายของตนหลุดจากการถูกเกาะกุม
ชายฉกรรจ์คนที่โดนรั้งข้อเท้าเมื่อครู่มองเด็กสาวเนื้อตัวมอมแมมอย่าง ไม่สบอารมณ์เขาดึงพลังธาตุไฟออกมา ก่อนจะปล่อยมันให้พุ่งไปกระแทกกลางหน้าอกของเด็กสาวอีกครั้งจนอีกฝ่ายทรุดลงไปนอนกองกับพื้น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกทั้งสามคนจึงพากันออกไปจากตรอกแห่งนี้
เด็กสาวที่ไร้พลังธาตุแต่กลับโดนคนที่มีพลังโจมตีใส่ตัวเองถึงสามครั้ง จนร่างกายภายในบอบช้ำอย่างหนัก ร่างเล็กกระอักเืออกมาคำโตน้ำตาแห่งความแค้น ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจพรั่งพรูออกมา พร้อมกับเืที่ไหลออกจากมุมปากและรูจมูกเด็กสาวพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็เซล้มไปเสียทุกครั้ง
เหตุใดหนอ์จึงกลั่นแกล้งนางเช่นนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็ลูกเต้าเหล่าใครมีเพียงแหวนหยกที่ถูกซ่อนเก็บไว้ใต้ชั้นของเสื้อผ้าที่เป็เบาะแสนางยังไม่มีโอกาสตามหาบิดา หรือมารดาเพื่อถามหาเหตุผลที่ทิ้งนางเช่นนี้
ใบหน้ามอมแมมเต็มไปด้วยคราบดินเปรอะเปื้อนยิ้มเยาะเย้ยให้กับตัวเองนางเป็เพียงคนที่มีเพียงชื่อเท่านั้นไร้ซึ่งแซ่ และนามของนางคือ จิวอิงซึ่งมีความหมายว่า โชคชะตาแห่งความกล้าหาญ
นางเคยมีความฝันว่าอยากจะทำให้กลุ่มคนที่ถูกทอดทิ้งมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น แต่คงไม่อาจเป็ไปได้แล้วใช่หรือไม่??
ร่างเล็กพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานไปให้ถึงจุดหมายแม้จะรู้อยู่แก่ใจดี ว่าคงไม่อาจเป็ไปได้ เรี่ยวแรงของเด็กสาวค่อยๆหมดลงเรื่อยดวงตาเริ่มพร่ามัว พร้อมกับอาการจุกแน่นที่หน้าอก
พรวด..
ร่างเล็กกระอักเืออกมาอีกระลอก ก่อนที่สติของเด็กสาวจะหมดไป และรวมไปถึงลมหายใจที่แ่เบาก็หายไปเช่นกัน
...........................