เสียงะโเรียกชื่อทำให้ชายหนุ่มสะดุ้ง เสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากที่ดังตามมาทำให้เขารู้ถึงเ้าของเสียงนั้นทันที ภูธเรศเงยมองหน้าสาวน้อยที่เดินเข้ามา รอยยิ้มเจิดจ้าเช่นเดียวกับแสงตะวันทำให้เขาต้องยิ้มตาม แม้ว่าข้างในจะรู้สึกอะไรเลย..
“มานั่งทำอะไรตรงนี้เนี่ย แล้วมาที่นี่ได้ยังไง” เสียงนั้นถามเจื้อยแจ้ว คิ้วเล็กโก่งตัวสูงขึ้นเป็เชิงสงสัย
“ตะวัน” ภูธเรศเรียกชื่อของเธอ แม้อีกฝ่ายจะยิ้มให้ แต่ตะวันรู้สึกได้ทันทีถึงความผิดปกติของชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าขาวตี๋เจื่อนไปอย่างเห็นได้ชัด เธอหยุดก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เขา
หญิงสาวกำลังจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเดินกลับที่พัก แต่บังเอิญเจอภูธเรศเสียก่อน เขาเป็แฟนของพี่สาวคนละแม่ของเธอ ‘บุหลันรังสรรค์’
ร่างบางคิดถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยแน่นแฟ้นนักกับพี่สาวคนนี้ อาจจะเพราะอายุค่อนข้างจะห่างกันและดูเหมือนบุหลันรังสรรค์เองก็ไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่.. ต่างกับภูธเรศที่คอยดูแลและเอ็นดูเธอราวกับเป็พี่ชายแท้ ๆ เขามักแวะมารับเธอไปกินข้าวด้วย ช่วยติวหนังสือ และเป็ที่ปรึกษาเื่ต่างๆ ให้เธอเสมอ..
ตะวันวาดลอบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเธอด้วยสีหน้าเป็กังวลเล็กน้อย คนตัวเล็กตัดสินใจจับแขนเขาก่อนจะเขย่าไปมาจนอีกฝ่ายต้องร้องห้าม
“ตะวัน ทำอะไรเนี่ย” เสียงทุ้มโวยวาย แม้จะรับรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่าย้า
“ก็พี่ภูเป็อะไรเล่า!? นั่งหน้าเจ๋ออย่างกับคนอกหัก เดี๋ยวพี่บุหลันก็กลับมาแล้วน้า ๆ ๆ ๆ ” เสียงเล็กร้องโอ๋เอ๋ เธอยังคงยิ้มกว้างให้เขา รู้ดีว่าชื่อพี่สาวมักทำให้อีกฝ่ายยิ้มได้เสมอ
แต่ครั้งนี้กลับแปลกไป.. ภูธเรศซึมยิ่งกว่าเก่าเมื่อได้ยินชื่อนั้น
“พี่สาวเรากลับมาไทยแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอก ขณะที่ตะวันวาดได้แต่อ้าปากเล็กน้อย พยักหน้ารับ แต่ไม่มีสีหน้าแปลกใจที่ไม่รู้ข่าว ปกติบุหลันรังสรรค์ไม่เคยติดต่อเธอมากมายอยู่แล้ว
“ถ้างั้นก็ดีสิ ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้น พี่ไม่ดีใจเหรอ” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว พลางนิ่วหน้าเล็กน้อยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเธอคนนี้
“พี่..” ภูธเรศพูดต่อ ก่อนจะชะงักราวกับไม่รู้จะกลั่นกรองถ้อยคำออกมาอย่างไร ตะวันวาดเฝ้ารออย่างใจเย็น
“บุหลันขอเลิกกับพี่” ในที่สุดภูธเรศก็เลือกที่จะพูดจนจบ ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างเ็ป ตะวันวาดเองก็ใไม่แพ้กันที่ได้ยินเื่นั้น ั้แ่จำความได้พี่สาวของเธอก็เป็แฟนพี่ภูแล้ว.. มันนานเสียจนเธอไม่สามารถจินตนาการได้ถึงภาพพี่ภูที่ไม่มีพี่บุหลัน และพี่บุหลันที่ไม่มีพี่ภู
ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หญิงสาวอดะเืใจไม่ได้.. ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายที่เปรียบเสมือนพี่ชายของเธอกำลังเ็ปจริง ๆ .. ตะวันวาดไม่เคยเป็ภูธเรศเป็เช่นนี้มาก่อนเลย.. ผู้ชายที่มักจะมีรอยยิ้มสดใส เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่ทำให้เธอมีความสุข สุขุม และเป็สุภาพบุรุษเสมอ
“ใจเย็นนะพี่ภู” เสียงหวานกล่าว
ตะวันวาดทำอะไรไม่ถูก ร่างบางค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะสวมกอดภูธเรศอย่างอ่อนโยน เธอได้แต่หวังว่าเธอจะสามารถปลอบใจเขาได้บ้าง..
พวกเขาอาจจะแค่ทะเลาะกันก็ได้.. เื่ราวอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด.. ตะวันวาดคิดในแง่ดีคงสวมกอดภูธเรศไว้
สองวันต่อมา..
ลึกเข้าไปในซอยเล็กใจกลางย่านชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร สินธพเดินออกมาจากบ้านไม้สีเขียวชั้นเดียวหลังไม่ใหญ่โตนัก บริเวณด้านหน้ามีแปลงผักสวนครัวเล็กๆ ซึ่งปลูกเอาไว้เพื่อทำอาหารเอง แสงไฟสีส้มบริเวณประตูหน้าบ้านถูกเปิดต้อนรับความมืดที่ค่อยๆ เคลือบคลานเข้ามา
ชายวัยกลางคนพลางจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนคุยโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียดห่างออกไปไม่ไกลจากแปลงผักนั้น เด็กหนุ่มทำให้เขาระลึกถึงพี่สาวบุญธรรมที่ได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ โครงใบหน้าและรูปร่างของอันธกานต์ได้รับมาจากมารดาแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็ผมเส้นหนาหยักศกเล็กน้อย คิ้วสีดำสนิทเป็ทรงโค้ง ผิวสีน้ำผึ้งออกคล้ำ จะมีก็เพียงสัดส่วนความสูงถึง 189 เิเ และั์ตาสีน้ำตาลเข้มวาววับเท่านั้นที่ได้รับตกทอดมาจากบิดาของเขา
ร่างสูงทำท่าจะวางหูจากคู่สายปัจจุบันของเขา ทำให้สินธพตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในบ้านรอหลานชาย ทว่าทันทีที่อันธกานต์วางสายลง สายเรียกเข้าอีกสายก็ดังขึ้นทันที.. ั์ตาคมปราดมองชื่อนั้น ก่อนจะกดรับสายอย่างเสียไม่ได้
- บุหลัน -
‘พี่ธันอยู่ไหนคะ’ เสียงปลายสายดังแจ้วขึ้น ทำให้ชายหนุ่มนึกได้ถึงนัด ‘เตรียมงานแต่ง’ ที่เขาลืมไปเสียสนิท
“ฉันอยู่บ้านลุงสินธพ.. เธอจัดการไปก่อนเลย เอาที่เธอชอบนั่นแหละ” เขาตอบอย่างรวดเร็ว
‘แต่..’
“ฉันเสร็จธุระแล้วเดี๋ยวจะตามไป” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเด็ดขาดทำให้ปลายสายไม่กล้าที่จะงอแงต่อ
‘ก็ได้ค่ะ.. ครั้งหน้าเจอลุงสินธพ พี่ธันพาบุหลันไปด้วยสิ’ อีกฝ่ายเปลี่ยนเื่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“อืม” เสียงทุ้มตอบสั้น
เมื่อวางสายลงั์ตาคมกลอกขึ้นมองบนกลับไปกลับมา เขาไม่คิดว่างานแต่งงานจะยุ่งยากและเื่เยอะขนาดนี้ อันธกานต์สูดลมหายใจเข้าอย่างอดทนอดกลั้น
ว่าแล้วร่างสูงก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินฉับๆ กลับเข้าไปในตัวบ้าน
อาหารหลายจานที่วางอยู่บนโต๊ะยังคงไม่ถูกแตะเลยแม้แต่น้อย อันธกานต์เดินเข้าไปนั่งระหว่างชายและหญิงวัยกลางคนที่อายุไล่เลี่ยกัน
“ลุง ป้าอัญ ผมบอกแล้วนี่นาว่าไม่ต้องรอ” เสียงทุ้มบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่คนตรงหน้าไม่ยอมรับประทานอาหาร ทั้งที่เขาเองบอกไปแล้วก่อนจะออกไปรับโทรศัพท์ว่าให้ทั้งคู่เริ่มรับประทานก่อนเลย
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ป้าเองที่บอกให้ลุงรอหลานกินข้าว” อัญญา กล่าวขณะที่เริ่มตั้งกับข้าวใส่จานของอันธกานต์
ร่างสูงเริ่มตักข้าวใส่ปากพร้อมกับสินธพและอัญญา หญิงวัยกลางคนมองภาพนั้นอย่างพอใจ
“มีอะไรเร่งด่วนรึเปล่าครับคุณหนู” สินธพเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อม ขณะที่อันธกานต์พยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบังเช่นกัน
“เลขาผมโทรมาบอกว่าตึกสำนักงานใหญ่ไฟไหม้ครับ” เสียงทุ้มตอบต่อ สิ่งที่ได้ยินทำให้อัญญาถึงกับยกมือแนบหน้าอก
“ตายแล้ว” หล่อนว่า
“ไม่เสียหายเท่าไหร่ ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ” เสียงทุ้มรีบบอกต่อ แม้จะมีเค้าความเคร่งเครียด
สินธพไม่กล่าวอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แม้จะเป็ห่วงอยู่บ้างแต่เขาก็เชื่อใจในตัวหลานชาย
“กินข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าฝีมือป้าอัญเลยนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองไปยังหญิงวัยกลางคน ใบหน้านิ่งขรึมฉีกรอยยิ้มกว้างที่ถ้าหากไม่ใช่คนใกล้ชิดจริงๆ แทบจะไม่มีวันได้เห็น
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะจ๊ะ” หญิงร่างท้วมกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มกว้างพึงพอใจในคำชม
ได้ยินเช่นนั้น คนชมจึงตั้งหน้าตั้งตากินอย่างไม่รอช้า
ป้าอัญญา.. ผู้ซึ่งเป็คู่ชีวิตของลุงสินธพ บุคคลที่เปรียบเหมือนพ่อคนที่สองของเขา ลุงสินธพเคยย้ายไปอยู่ที่ยุโรปกับอันธกานต์เมื่อหลายปีก่อน แต่เมื่อได้เจอกับป้าอัญญา ทั้งคู่ก็ตัดสินใจกลับมาใช้บั้นปลายชีวิตเงียบ ๆ อยู่ที่ประเทศไทย แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ลุงสินธพก็ยังคอยดูแลอันธกานต์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แถมตอนนี้ยังดึงป้าอัญญามาให้ดูแลเขาไปด้วย
“จะว่าไป.. ลุงนัดเจอหนูตะวันแล้วนะ ภายในอาทิตย์นี้แหละ” สินธพกล่าวขึ้นกลางวงอาหาร ขณะที่อันธกานต์กำลังคิ้วเต็มปากเต็มคำ ใบหน้าคมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“คุณหนูจะไปด้วยกันกับลุงไหม จะได้แนะนำอย่างเป็ทางการเสียที”
ร่างสูงนิ่งเล็กน้อย ก่อนจะเคี้ยวข้าวจนหมด และตอบอย่างเนือยๆ
“ไม่ดีกว่าครับ ฝากลุงจัดการไปเลย”
สินธพพยักหน้ารับ
“เสียดายนะครับ เธอถามถึงคุณหนูอยู่หลายครั้งเชียว ล่าสุดที่เพิ่งคุยกันเธอก็ถามถึง คงอยากจะขอบคุณด้วยตัวเอง” เขาเอ่ยต่อ
อันธกานต์ลอบมองชายวัยกลางคนที่เอ่ยเล่าเื่ของสาวน้อยตะวันวาดให้เขาฟัง ความจริงที่ว่าอันธกานต์และตะวันวาดรู้จักกันคงจะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้.. เพราะแม้แต่ตะวันวาดเองก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็ใคร..
อันธกานต์กระตุกยิ้ม พ่นลมหายใจออกทางจมูกสั้น ๆ ใบหน้าของเด็กสาวที่เขาเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่วันก่อนปรากฏในห้วงความคิดอย่างแจ่มชัด ั์ตากลมซ่อนเร้นความขี้เล่นเอาไว้ด้วยภายใต้ใบหน้ารูปไข่ที่ดูหวานขึ้นกว่าตอนเด็กเล็กน้อย เธอยังคงไว้ผมพองฟูสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลัง แม้เวลาจะผ่านไปเป็สิบปี
ร่างสูงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนล้วงสมาร์ตโฟนของตัวเองออกมา เขากดเข้าแอปพลิเคชันสื่อสารที่ใช้ประจำ ั์ตาคมจ้องมองรายชื่อติดต่อที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ ก่อนตัดสินใจกดชื่อเธอ
- ตะวันวาด -
‘พรุ่งนี้เที่ยงว่างไหม’
นิ้วเรียวกดส่งข้อความก่อนจะปิดหน้าจอโทรศัพท์และเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว
การกระทำนั้นตกอยู่ในสายตาของสินธพและอัญญา ทั้งคู่มองหน้ากันเล็กน้อย.. อันธกานต์ที่เพิ่งเงยหน้ามารู้สึกได้ถึงคำถามบนใบหน้าของทั้งคู่.. เขายิ้มให้ผู้มีพระคุณทั้งสองก่อนจะเอ่ยนิ่งๆ
“ลุง.. ป้าอัญครับ ผมกำลังจะแต่งงาน”
“!!!! ”