ตอนที่ 11
"ชวนเอ๋อร์ อย่าวิ่งรอพี่ก่อน"
ฉิงเจียวิ่งไล่ตามน้องสาวตัวน้อย ที่วิ่งเตลิดหนี อาจจะเป็เพราะใที่เห็นภาพความรุนแรงต่อหน้า โดยมีม่อหลานวิ่งตามหลังมาติด ๆ
ในที่สุดเด็กสาวก็วิ่งมาถึงตัวเด็กน้อยตัวกลม แล้วอุ้มขึ้นมาไว้แนบอก
"แง ๆ" เด็กน้อยร้องไห้ออกมาด้วยเสียขวัญ
"ไม่เป็ไรนะชวนเอ๋อร์ พี่อยู่นี้แล้ว ไม่เป็ไร"
ฉิงเจียเอ่ยปลอบน้องสาว พร้อมส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้สตรีที่วิ่งตามหลังมา
"เด็กน้อย กลัวข้าหรือ ไม่ต้องกลัวน่ะ" ม่อหลานยื่นมือจะไปลูบหลังฉิงชวน แต่ฉิงเจียขยับตัวพาน้องออกให้ห่าง
"พี่ฉิงเจีย ท่านแม่ ข้ากลัว" ฉิงชวนที่ซุกหน้าอยู่กับอกของพี่สาวกล่าวขึ้น
ม่อหลานยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก นางไม่เคยมีลูกมาก่อน จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้คนเป็แม่ควรทำตัวเช่นไร
ก่อนจะนึกถึงภาพตอนนางยังเด็ก ร้องไห้งอแง ครูปรานีก็จะนำของอร่อย ๆ มาล่อ หลังจากนั้นนางก็จะหยุดร้องไห้ทันที
"ฉิงชวน หิวหรือไม่ แม่จะเข้าไปจับไก่ป่ามาย่างให้กินดีหรือไม่"
ได้ผล ใบหน้าเล็กยอมเงยหน้าขึ้นมอง ยามที่ได้ยินคำว่าไก่ย่าง
"มีหรือเ้าคะ ลูกอยากกิน"
"เ้า...ท่านแม่ ไม่ควรโกหกน้องสาวข้าอย่างนั้น" ฉิงเจียเอ่ยน้ำเสียงไม่เชื่อในตัวของสตรีแปลกหน้า ก่อนจะหันมากล่าวเสียงอ่อนลงกับน้องสาว "ชวนเอ๋อร์หิวมากหรือไม่ กลับไปรอพี่ที่บ้าน พี่จะกลับไปหาของกินมาให้เ้าอีก"
เด็กสาววางน้องสาวลงบนพื้น ตั้งใจจะกลับไปที่เมืองฮั้วอีกรอบหนึ่ง แต่ว่ากลับมีมือที่ใหญ่กว่าจับแขนของเด็กสาวเอาไว้
"เ้ากลับไปไม่ได้ มันอันตราย ยิ่งเ้าเริ่มโตเป็สาวด้วยแล้ว อยากกลับไปเจอแบบเ้าพวกนั้นอีกหรือ ข้าบอกเอาไว้เลย ว่าคนแบบนี้ยังมีอีกมาก ที่เห็นสตรีเป็ของเล่นปลดปล่อยอารมณ์" ม่อหลานกล่าวน้ำเสียงจริงจัง พอเห็นท่าทีชั่งใจของเด็กสาวก็กล่าวต่อไป
"ข้ารู้ว่าเ้าแค้น ชิงชังข้าที่เป็ต้นเหตุให้แม่เ้าตาย แต่เพื่อความปลอดภัยของเ้า ของน้องสาวตัวเล็ก ๆ ของเ้า ให้ข้าได้ดูแลพวกเ้า เพื่อตอบแทนบุญคุณของมารดาเ้าได้หรือไม่"
ฉิงเจียสบสายตาที่มีแววอ้อนวอนของสตรีที่ตัวสูงกว่า พร้อมกับมองไปทางน้องสาวที่ยังเด็กนัก ใช่ บนโลกนี้อันตรายมีมากมายเกินไป เด็กสาวนิ่งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจได้
"ได้ ข้าจะให้ท่านชดใช้ ด้วยการดูแลน้องสาวข้า ถึงอย่างไรเสีย นางก็คิดว่าท่านคือท่านแม่อยู่แล้ว"
"ดี ถ้าอย่างนั้น พวกเรากลับบ้านกันเถอะ แล้วข้า ไม่สิ แม่จะล่าสัตว์มาทำอาหารให้พวกเ้ากิน"
ม่อหลานโล่งใจ ที่ฉิงเจียยอมเปิดใจให้ระดับหนึ่ง และตัวนางเองคงต้องปรับตัวในการที่เป็แม่คนด้วย
หญิงสาวก้มลงช้อนเด็กน้อยขึ้นมาอุ้มไว้ ฉิงชวนเลิกกลัวมารดาแล้ว ยกสองมือน้อยโอบรอบลำคอของม่อหลาน
ทั้งสามคนเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติ จนกลับมาถึงหมู่บ้านอู๋ ตอนแรกม่อหลานไม่ทันได้สังเกตสภาพรอบตัวเท่าไร เพราะจิตใจจดจ่อในการตามหาตัวฉิงเจีย
แต่ว่าขากลับนี้หญิงสาวจึงมองเห็นสภาพบ้านเรือนแต่ละหลังที่ทรุดโทรมไม่แพ้บ้านของเด็กทั้งสอง แล้วที่สำคัญผู้คนที่ออกมานั่งอยู่หน้าบ้าน มักเป็คนแก่เฒ่าหรือไม่ก็เด็ก ๆ เนื้อตัวของพวกเขามอมแมม สวมใส่เสื้อผ้าขาด ๆ และมีรูปร่างที่ผอมแห้งเหมือนกับผู้มีพระคุณของนางไม่มีผิด
"ฉิงเจีย ทำไมถึงมีแต่คนแก่คนเฒ่า หนุ่มสาวหายไปไหนกันหมด"
เด็กสาวมองคนในหมู่บ้านอู๋ ผู้มีชะตากรรมที่น่าสงสารเหมือนกัน ก่อนจะตัดสินใจเล่าเื่แคว้นอู๋ที่ล่มสลาย และประชาชนที่เหลือรอด ฮ่องเต้แคว้นฉิน ทรงไว้ชีวิต และให้อยู่ในการดูแลของเมืองฮั้ว
คนในหมู่บ้านอู๋จึงเป็แค่พลเมืองชั้นต่ำ เป็หมู่บ้านยาจก บ้านไหนมีบุตรชายก็จะถูกจับไปทำงานเป็ทาสแลกกับข้าวเพียงไม่กี่กระสอบ มาให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้าน ส่วนบ้านไหนมีบุตรสาวมักจะถูกฉุดคร่าไปเป็นางบำเรอ พอตั้งท้องหรือเบื่อหน่ายก็จะถูกไล่ให้กลับมาหมู่บ้าน หากสตรีคนใดงดงามมาก อาจจะถูกส่งขายต่อให้หอนางโลมอีกทอด
ที่เหลืออยู่ก็เป็คนชราที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ กับสตรีที่เคยผ่านเื่ราวเลวร้ายมา
ที่ดินทำกิน พวกเขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ จะปลูกผักหาของไปขายก็ไม่ได้ เพราะห้ามคนในหมู่บ้านมีทรัพย์สินไว้ใน
จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะอดยาก กินไม่เคยอิ่มในสักมื้อ ที่ยังพอมีของป่าได้กินประทังชีวิตกันบ้าง เพราะท่านอาเฟิงหนานชายหนุ่มที่เป็เหมือนหัวหน้าหมู่บ้าน นำมาแจกจ่ายให้ตามมีตามเกิด
ม่อหลานที่ฟังเด็กสาวเล่าให้ฟังไปตลอดทาง รู้สึกะเืใจมาก บนโลกใบนี้ยังมีหมู่บ้านที่เป็เหมือนทาสทั้งหมู่บ้านอีกหรือ ไม่มีอิสระ พบแต่ความลำบาก ไม่เหมือนตัวนาง ที่แม้จะถูกทำโทษแบบทารุณ แต่นางไม่ต้องมาอดอาหาร กินอยู่อย่างทรมานแบบนี้
"เอาล่ะ ถึงบ้านแล้ว พากันรออยู่ที่นี่ ข้า...แม่จะเข้าป่าไปหาอาหาร ขอร้องอย่างเดียวอย่าพากันออกจากบ้านไปไหน"
หญิงสาวกำชับเด็กทั้งสอง เรียบร้อยแล้ว จึงเข้าไปในบ้าน เพื่อค้นหาสิ่งของจำเป็ที่จะต้องใช้ในการล่าสัตว์ เมื่อได้ของที่้าครบ ม่อหลานก็มุ่งสู่ป่าทันที...