“คราวนี้ ข้าจะโจมตีเด็ดหัวเ้า ขอทานตัวเหม็นน่าชัง!” จี้จิ่งเทียนหอบหายใจ ถี่ๆ คำรามกู่ร้องออกมาก้อง สำแดงท่า กระบี่โจมตีปราณจิต แบบไม่ประเมินว่ายเปียว อยู่ต่ำเกินไป อีกแล้ว
วูม! ซึ่งกระบี่นั้นเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ ขณะมันแผ่แสงร่างจี้จิ่งเทียน พุ่งออกไปสะบั้นกระบี่น่าหวาดกลัว มั่นใจว่าจะสังหารว่ายเปียว ได้อย่างแน่นอน
จากกระบวนท่าสังหารปราณจิต ที่ได้มาจากท่านพี่เฉียนกวงจิน ครั้นคิดไว้ใช้ภายในงานประลอง เลื่อนขั้นศิษย์สายในที่จะจัดขึ้น
ศิษย์สายนอก อย่างไรก็ไม่มีใครรับกระบวนท่าโจมตีนี้ ของเขาได้อย่างแน่นอน
“…หืม!” แต่เหมือนจะผิดคาด ร่างหลักว่ายเปียว ที่หนาวสะท้าน ด้วยความตาย อายเย็นแผ่ซ่านคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกลมหายใจ
จู่ๆ คล้ายร่างปราณจิต ถูกผลักออกมาจากกายเนื้อ
วูม! ร่างแสงปราณจิตว่ายเปียว จะรับกระบวนท่ากระบี่ ทำลายปราณจิตนั้นไว้ ด้วยท่าประกบสองมือ
ปึง! เปรี้ยง!
อัก! ก่อนปราณจิตผลักพวกเขา ‘กระเด็น’ กลับเข้าร่างอีกครั้ง
จี้จิ่งเทียน แทบไม่อยากเชื่อสายตา ว่า ว่ายเปียว มีการฝึกฝนปราณจิตด้วย
ทันใดที่ว่ายเปียวถอยหลังฝีเท้า บ่นขึ้น “ให้มันได้แบบนี้ซิ! การโจมตีเมื่อครู่เกือบทำให้ข้า กลับบ้านเก่าแล้วไง!”
เขาจะแอบโปรย เม็ดยาะเิปราณไว้ที่พื้น แล้วถอยหนี ฉาก ออกไปทันที
ตู้ม! ตู้ม เสียงะเิเม็ดยา ดังอึกทึกครึกโครม…ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“อะไรกัน!” อ๊าก! จี้จิ่งเทียน เผยความใออกมาสุดแสน ที่ส่ายหัวไปมาไม่อยากเชื่อว่าปราณจิตว่ายเปียว ก่อรูปมาอยู่ระดับที่สูงกว่ามันแล้ว
“ชิ! ไอ้เด็กนี่หรือว่า จะเป็นักปรุงโอสถ หากไม่มีปราณจิตแข็งแกร่ง เช่นนี้ ก็ไม่อาจอธิบายได้แล้วนะโว๊ย!”
จี้จิ่งเทียน เจอแรงะเิเข้าไปอย่างจัง ชนิดสติเขาแทบไม่หลงเหลือ าเ็หนัก เมื่อสบถ พ่นวาจาไม่จำยอมว่ายเปียว
เมื่อยันร่างออกมาแผ่อายสังหาร ราวจะไม่มีสิ้นสุด เตรียมพุ่งฆ่าสังหาร ว่ายเปียว “เ้ายังเหลือเม็ดยาะเิ อีกเท่าไหร่กันแน่ หา!”
ว่ายเปียว กล่าวเสียงเนิบนาบ ที่เช็ดเืมุมปากเผยความทะเล้น “ยังเหลืออีกเยอะ เลยล่ะ!” ขณะยิ้ม โยนเม็ดยาะเิปราณ ฉบับปรับปรุงเสริมความเข้มข้น ออกไปอีกครั้ง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! จี้จิ่งเทียนต้องคลานจากหลุมขึ้นมาแล้ว ที่ว่ายเปียวเหยียบหัว มันกลับไปนอนแผ่หลาในตอนท้าย
อัก! ปึง! “เ้าช่างโอหังนัก กล้าใช้วิธีสกปรก เล่นงานข้าเช่นนี้ เชียวหรือ ไอ้เด็กขอทานน่าชัง?” ที่เสียงไม่จำยอม ดังขึ้นมาจากจี้จิ่งเทียน
“กระบี่ม่วงนี่ ไม่เลวเหมือนกัน คงจะมีประโยชน์ อยู่บ้างแหละน่า” ว่ายเปียวเก็บกระบี่วิเศษ ที่มองพิจารณาเล็กน้อย
ก่อนเขาจะดึงถุงเก็บของ จี้จิ่งเทียน ด้วยท่าฝ่ามือหัตถ์ศูนย์ วูม!
หมับ! เตรียมจากไป ที่สภาพเขาเอง ก็าเ็หนัก ไม่ต่างกันมากนักตอนนี้
จี้จิ่งเทียน แผ่อายสังหารคำรามออกมากู่ก้อง ที่พยายามจะยืนหยัด ขึ้นมายืนตัวตรงอีกครั้ง “เ้าขอทานหาเื่ตายแล้ว ไม่รู้หรือไงว่า พี่ใหญ่ข้าเป็ศิษย์พี่ อันดับหนึ่งของศิษย์สายใน…”
“ยังไม่ส่งของ ของข้ากลับมาอีก บางทีข้าอาจพิจารณาให้เ้า ตายแบบไม่เ็ป ทรมานก็เป็ได้”
เมื่อคลี่ยิ้มเย้ยหยันในตอนท้าย ขณะแววตายังมั่นใจ สามารถทำให้ว่ายเปียว ขอทานตัวดีหวาดกลัวได้
ว่ายเปียวที่เตรียมเดินจากไป รับรู้ความเอาจริงในน้ำเสียงนั้น
เขาลอบถอนลมหายใจออกมายาว “เฮ้อ! ข้าอุตส่าห์เว้นทางเดินให้เ้า แต่ดูท่า…เ้า จะไม่้ามัน ซินะ คุณชาย จี้จิ่งเทียน!”
ซึ่งจะไม่มีใครคาดคิด คำพูดข่มขู่จี้จิ่งเทียน จะเป็คำพูดสุดท้าย…ของเขา
เมื่อว่ายเปียว เหยียบฝีเท้าอย่างแรง ปึง! เข้าหาศัตรู…เขาจะวาดเคล็ดวิชา แซ่ฟาดั ออกสังหารทันที
คลื่นปราณพลังบิดงอ คดเคี้ยว เฉียบคมราวคมกระบี่หลุดออกจากฝัก ตี ผ่า ร่างจี้จิ่งเทียน ขาดเป็สองท่อน
ฉัวะ! วูม! ที่เืสีแดงสดสาดกระจาย
พร้อมความไม่อยากเชื่อของจี้จิ่งเทียน ที่กล่าวออกมาในตอนท้าย “เ้า! เ้า! พี่ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปแน่ ว่ายเปียว…ไอ้เด็ก เห..”
ขณะเสียงพูดสุดท้าย พร้อมดวงตาเบิกโพลง มันไร้แสงชีวิตหายไป
ว่ายเปียว เดินหันหลังจากไป พลางบ่นงึมงำออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ผลที่จะตามมาด้วยซ้ำ “เ้าบีบบังคับให้ข้าต้องสังหารเองนะ”
“พอดีข้าไม่ค่อยชอบการข่มขู่ ของใครเสียด้วย ซิ! … มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ก็ยากลำบากอยู่แล้ว ยังคิดจะมาลดวันมีชีวิตของข้าไปอีก…”
“พวกนี้น่าชังนัก!” ว่ายเปียวเดินจากไป อดไม่ได้ที่จะขอบคุณขอทานน้อยจู่ฉิง ในใจลึกๆ ขึ้นมา ที่นางยัดวิชาไว้ในสาบเสื้อ ให้เขา่ก่อนมาสำนักมารบูรพา ได้มีวิชาไว้ฝึกปรือ
หากไม่มีเคล็ดวิชาขอทานน้อยให้มา เกรงว่าคงเป็เขาที่กลายเป็ศพแทนแล้ว…
ขณะผู้คนเฝ้าสังเกตการณ์รอบๆ ต่างก็อ้าปากค้างตามๆ กันหมดแล้ว ที่เห็นการประลองที่เละเทะของพวกว่ายเปียว จบลงแบบนี้ “จี้จิ่งเทียน ตายตกแล้ว เื่ใหญ่ของจริง ว่ายเปียว กล้าลงมือ เขาหาเื่ตายของจริง แล้วไง!”
“อืมๆ แบบนี้ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักมารบูรพา ต้องไม่ปล่อยผ่าน ว่ายเปียวไปแน่!”
สภาพว่ายเปียว ร่างโชกเื สะบักสะบอม เดินลัดเลาะกลับที่พักตอนนี้ ไม่มีใครกล้า ลองดีกับว่ายเปียว ที่ถอยฝีเท้าให้อีกฝ่าย ยามเดินผ่าน…
ทว่าก็มีบางคนมองว่ายเปียว เป็เหมือนศพเดินได้แล้ว หากถูกศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่ง สำนักมารบูรพาหมายหัว ก็ไม่ต่างอะไรกับ คอว่ายเปียว มีเคียวใหญ่ ยมทูตรอพิพากษา
ผู้คนอดไม่ได้สูดลมหายใจเข้าไปลึก กับเื่ใหญ่ครั้งนี้ ต่างก็ไม่มีใครคาดคิดถึง
ซึ่งข่าวคราวนี้ แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ราวรองเท้าติดปีก รั้วเฉินกวางที่รอดมาได้ ยังแทบไม่อยากเชื่อ ว่ายเปียว จะสังหารจี้จิ่งเทียน ลงไป
พลันให้เขา ขมวดคิ้วด้วยความเป็ห่วงขอทานน้อยขึ้นมา “แล้วแบบนี้ เ้าจะกลายเป็ศิษย์สายในได้อย่างไร ว่ายเปียว? เ้าไม่รู้หรือไงศิษย์พี่อีกฝ่าย…เป็ถึงศิษย์พี่ใหญ่ อันดับหนึ่งของสำนักมารบูรพา ของเราเชียว”
ณ เขตหมู่ตึกศิษย์สายใน ภายในห้องเรือนพักกว้างขวางส่วนตัว ของศิษย์พี่อันดับหนึ่งของสำนัก
เฉียนกวงจิน กำลังพูดคุย กับพวกศิษย์สายตรง สร้างเส้นสายแผ่ขจรขจายภายในสำนักให้มั่นคงขึ้น…
ั้แ่เขาขึ้นเป็พี่ใหญ่อันดับ 1 ของสำนักมารบูรพา จากอาการาเ็ปราณจิตในโลกาของศิษย์พี่ ลู่เฉิน
ก็ทำให้เฉียนกวงจินผู้มาแทนตำแหน่ง ต้อง…ต้อนรับแขกศิษย์สายตรง มาพูดคุยหารือสร้างบารมีกับเขา อยู่บ่อยครั้ง
คนภายนอกแทบมองเป็เื่ปกติ…แล้ว
ซึ่งศิษย์พี่ปราณจิตเสียหายอย่างลู่เฉินตอนนี้…เขาน่าจะหายดีขึ้นมากแล้ว พร้อมกลับไปฝึกฝนโลกา ได้อีกครั้ง
จู่ๆ ชายหนุ่มคนสนิท จะวิ่งกรูเข้ามารายงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนปั้นยาก
เมื่อเห็นพี่ใหญ่เฉียนกวงจิน กำลังรับแขกคนสำคัญอยู่ตอนนี้
“เ้ามีอะไรว่ามา หยูข่าย?” ที่เฉียนกวงจิน หรี่ดวงตา มอง คล้ายเป็การบอกเขาว่า หากเป็เื่ไม่สำคัญ ยังไม่ต้องมารายงานตอนนี้
หยูข่าย ทอสีหน้าลำบากใจที่กระซิบข้างใบหู “จี้จิ่งเทียน น้องชายของท่าน เขาตายตกไปแล้วขอรับตอนนี้”
เสียงบีบ ถ้วยชาในมือ แตกะเิดังขึ้นทันที เมื่อบรรยากาศภายในห้อง คล้ายเกิดอายสังหาร
ก่อนคลื่นสภาวะรุนแรงนั้น จะถูกเฉียนกวงจิน เก็บลงไปอย่างรวดเร็ว
ปึง!
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ ศิษย์พี่ใหญ่… ใครทำให้ท่านขุ่นเคืองใจ ขึ้นมาเล่า?” ศิษย์สายตรงผู้าุโ กัวเหลิน เอ่ยถามขึ้น พร้อมสีหน้าใ ไม่น้อย
คนอื่นๆ นั่งร่วมโต๊ะอีกสองท่านเอง ก็ยังพยักหน้า เผยความอยากรู้ขึ้นมา มองตาไปที่เฉียนกวงจิน เป็สายตาเดียวกันแล้ว
“เหอะๆ ข้าทำตัวเสียมารยาท กับพวกเ้าแล้วล่ะ” เฉียนกวงจิน กลับมาแสร้งทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน เมื่อกล่าวต่อ
“ไอ้น้องชายไม่ได้เื่ ข้า เหมือนว่าจะพลาดท่า ตายตกไปเสียแล้ว ทั้งๆ ยังไม่ได้เป็ศิษย์สายในด้วยซ้ำ”
“หืม! อะไรกัน เื่ใหญ่เลยไม่ใช่หรือศิษย์พี่ใหญ่เฉียนกวงจิน”
อีกคนในโต๊ะเองก็กล่าวสำทับขึ้น ด้วยความฉุนเฉียว ขณะตบโต๊ะดัง ปัง! “นี่มันใจกล้าห่อฟ้ามากเกินไปแล้วนะ น้องจี้จิ่งเทียน เป็คนของใครกัน ยังกล้าลงมืออีก”
เฉียนกวงจิน…ทอสีหน้าแสร้งไม่ใส่ใจต่อ ที่ยกมือขึ้นปราม ขณะรักษาภาพลักษณ์ตนเองไว้
แต่ฝ่ามือบีบอีกข้างด้านล่างโต๊ะ บีบเข้าหากันจนแน่น จะะเิแล้ว “น้องกัวเหลิน เป็ธรรมชาติของการฝึกฝน ผู้แข็งแกร่งในหมู่ศิษย์สายนอก ย่อมมีไม่ขาดมือ”
“อืมๆ ท่านช่างใจกว้างยิ่งนัก …แต่ข้าอยากจะเห็น คนใจกล้าห่อฟ้าคนนั้น เสียแล้วซิ!”
“อ่า อ่า งั้นพวกเราขอตัวไม่รบกวนศิษย์พี่ใหญ่แล้ว”
ทันใดพวกเขาเดินจากไป…
เฉียนกวงจิน ได้ชื่อว่าเป็อันดับหนึ่ง ก็หายใจหนัก ถี่ ขึ้นมา ที่คำรามด้วยความกราดเกรี้ยว เผยดวงตาบ้าคลั่ง “ไอ้หมอนี่มันเป็ใคร…ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเลยหรือไง ที่สังหารน้องชายของข้าไป”
หยูข่าย ชายคนสนิทได้แต่ก้มหน้า เมื่อเอ่ยชื่อของว่ายเปียว ขอทานที่ผู้คนพูดถึงขึ้นมา “ซึ่งจี้จิ่งเทียนจะต้องโดนกลอุบาย บางอย่าง เ้าหนุ่มน้อยนี่ เป็แน่”
ปัง! “ให้มันขึ้นมาเป็ศิษย์สายใน เมื่อถึงตอนนั้น จะเป็วันตายของมันแน่!”
หยูข่าย ยิ้ม พร้อมรับคำสั่ง ของผู้เป็นาย…ที่ถอยฉากจากไป