ตอนที่ 12 ประลองแรก
ซึ่งหลังจากนั้นแล้วคนทั้ง 3 ก็ได้เดินไปยังเขตเทศกาล ที่ฟงหมิงก็ได้พบเจอเหล่าลูกศิษย์ของนิกายแห่งนี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่ครึ่งเดือนผ่านมา เขาก็แทบไม่เห็นเงาของคนเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย “ นั่นมันแม่นางซี และแม่นางอี้หนิ แล้วชายคนที่เดินตรงกลางนั่นใครกัน ทำไมแม่นางทั้งสองถึงเดินข้างเขาอย่างนั้น? ” เสียงกล่าวถามของศิษย์บางคน ที่เห็นสถานการณ์นี้ก็รีบถามเพื่อนด้านข้างทันที “ เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่บุรุษที่หล่อเหลาขนาดนี้ ตั้งแต่เข้านิกายมาข้าก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก เขามีที่มาที่ไปเป็นสิ่งใดกันแน่ ” หญิงสาวบางคนที่เห็นฟงหมิง ต่างก็รู้สึกหัวใจเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ผู้คนมีพรสวรรค์ต้องประลองกันถึงจะเห็นและคนเหล่านั้นย่อมเป็นที่ต้องตาของสตรีเพศ แต่ถ้าเทียบกับผู้ชายหล่อหน้าตาดี อันนี้มองภายนอกปราดเดียวก็เข้าใจ และดูจะมีประโยชน์กว่าวิชายุทธระดับสูงอีกบางครั้ง แถมบรรยากาศภายนอกของฟงหมิงที่แสดงออก ความมั่นใจ ความสงบ และท่าทีที่ดูสบายๆ ท่ามกลางสายตาของลูกศิษย์หลายพันคน ที่อยู่ระหว่างทางที่จับจ้องไปที่เขา ก็ทำให้ใครหลายคนเข้าใจได้ในทันที ว่าชายคนนี้ไม่ใช่พวกธรรมดา นั่นคือความคิดแรกของพวกเขาที่ได้เห็น ส่วนทางด้านฟงหมิง ที่เห็นบรรยากาศของเหล่าลูกศิษย์นิกายชายหญิงหลายพันคน มารวมตัวกัน ณ ลานกว้างด้านตรงกลางเขตเบื้องหน้านิกาย ก็รู้สึกดีแปลกๆ เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนมากขนาดนี้ ตั้งแต่มาใช้ชีวิตที่นี่ แถมพวกเขาเหล่านี้ ยังทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปอยู่ในโลกเก่า ที่ตอนช่วงเขาใช้ชีวิตอยู่ในเขตมหาลัย ทุกคนต่างมีชุดนักศึกษา และดูมีท่าทีไม่ต่างกับคนที่กำลังเข้าสอบปลายภาค แต่แตกต่างกันที่โลกนี้ คนเหล่านี้กลับพกกระบี่ แทนที่จะเป็นชีทกระดาษข้อสอบอย่างที่เคยเป็น “ ซีเหนียง ช่วงนี้เจ้าไม่ค่อยมาดื่มชากับพวกเราเลยนะ อย่าบอกว่าเป็นเพราะพ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้ ถึงทำให้เจ้าทิ้งพวกเราไป? ” และตอนนั้นระหว่างที่ฟงหมิงกำลังจมอยู่ในนิยายของตัวเอง ก็มีกลุ่มคนเดินมา 3 คน โดยเป็นชายร่างสูงเกือบ 2 เมตรหนึ่งคน ห้อยขวานขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง ส่วนหญิงสาวอีกสองคนที่เดินตามกันมาติดๆ ซึ่งหญิงสาวสองคน ก็ถือว่าเป็นคนที่หน้าตาดีและด้อยกว่าซีเหนียงเพียงครึ่งขั้นเท่านั้น ด้วยชุดสีม่วง และสีฟ้าที่พวกนางใส่มา และแอบเผยไหล่ มันแสดงให้เห็นว่าพวกนางก็เป็นคนที่มีความมั่นใจ และบริหารสเน่ห์ตัวเองได้เป็นอย่างดี หากดูจากสายตาของบุรุษที่มองพวกนางด้วยตาเป็นมันระหว่างพวกนางเดินมา ทว่าสายตาของพวกนางก็ดูไม่สนใจอย่างอื่น และเพียงแค่จ้องมองไปทางฟงหมิงเป็นอันดับแรกด้วยแววตาที่ดูเป็นประกาย “ ข้าจะไปไหนก็เรื่องของข้า พวกเจ้าไม่ใช่เป็นพวกสงเหลาแล้วหรือ? เหตุใดต้องมาคุยกับข้า ” ตอนนั้นซีเหนียงตอบกลับไปอย่างเย็นชาทันที เหตุการณ์เมื่อครึ่งเดือนก่อน แค่คิดกลับไปก็ทำให้นางรู้สึกหัวเสียแล้ว สหายเพียงไม่กี่คนของนาง กลับหักหลังรวมหัว กล้าทำเป็นพ่อสื่อแม่สื่อจับคู่ให้นาง แม้การกระทำจะไม่บอกตรงๆ แต่เจตนาที่สื่อมา ก็ทำให้นางรู้สึกไม่ชอบแล้ว “ นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการนะซีเหนียง พวกเราแค่ต้องการรวมกลุ่มกับยอดฝีมือรุ่นเดียวกันเท่านั้น แม้พวกเราจะเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสในนิกาย และมีพรสวรรค์มาก แต่มันก็ไม่ผิดใช่ไหมล่ะที่เราจะสร้างสัมพันธ์ และสร้างสหายกับอัจฉริยะคนอื่นๆน่ะ ” หลินฉีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มชวนให้ผู้คนรู้สึกว่าคำพูดที่เธอกล่าวนั้น ไม่มีเจตนาอื่นแฝง “ นั่นสิๆ อีกอย่างนี่เจ้าไม่คิดแนะนำสหายใหม่ของเจ้าให้พวกเรารู้บ้างหรอ? อี้หลานน่ะพวกเรารู้จักแล้ว แต่ผู้ชายด้านข้างน่ะใคร ” ส่วนทางฝูหนิงหญิงสาวชุดม่วงอีกคน กลับกล่าวเข้าเรื่องทันที สำหรับนางผู้ชายคนนี้ดูมีบรรยากาศไม่ธรรมดาและแน่นอน พร้อมกันนั้นสิ่งที่นางสนใจเขาเป็นพิเศษก็เพราะหน้าตาเขาหล่อนั่นเอง “ หึ เจ้าจัดการเรื่องของสหายเจ้าไป ส่วนข้าจะพาฟงหมิงล่วงหน้าไป อย่าทำให้บรรยากาศเราเสีย ซีเหนียง ” ซึ่งอี้หลานเห็นอีกฝ่ายไม่แม้จะทักทายนาง นางก็ไม่ได้สนใจ และตรงกันข้ามนางกลับใช้โอกาศนี้ไล่สหายร่วมอาจารย์ตัวเองทันที ระหว่างจับมือของฟงหมิงเดินไปทันที ตอนนั้นก็สร้างความแปลกใจให้ใครหลายคนทันที เมื่อทุกคนไม่คิดว่าหญิงน้ำแข็งเช่นนาง ที่ไม่มีใครสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ จะแตะต้องเนื้อต้องตัวผู้ชายคนไหนได้อย่างนี้ ส่วนทางด้านซีเหนียง นางกัดฟันกรอดทันที และแอบด่าอี้หลานภายในใจ ‘นังตัวเลวร้ายนี่ มันกลับใช้โอกาสนี้คิดทำคะแนนนำไป ฝันไปเถอะ’(จบ)