แกร๊ก...... แกร๊ก......
เสียงประตูห้องนอนเปิดและปิดในเวลาเกือบๆ เที่ยงคืน ซึ่งในเวลานั้นณัฐวลัญช์ยังไม่หลับ จิตใจเ้าหล่อนพะว้าพะวัง คิดแต่เื่ของคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่น ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะทำอะไรถึงไหนๆ กันแล้วก็ไม่รู้ อย่างนี้จะให้หลับลงไปได้ยังไงกันล่ะ
ณัฐวลัญช์ลุกขึ้นนั่งมองคนที่เดินเข้าห้องมา ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าคนตัวเล็กได้ผ่านการร้องไห้มาสดๆ ร้อนๆ ก็เห็นชัดว่าขนตายังคงเปียกชื้นน้ำตา และแถมตาก็แดงบวมซะขนาดนั้นด้วย
“ทำไมยังไม่นอนอีก!!??”
อัศม์เดชถามพร้อมกับจับจ้องมองดูใบหน้าสวยหวาน ซึ่งสภาพที่คนตัวโตได้เห็นอยู่ในขณะนี้ ทำให้หัวใจเขากระตุกไปได้ชั่วขณะ แต่ก็แค่เพียงแป๊บเดียว ก็กลับเป็ปกติตามเดิม
“ก็!!.... คุณ เอ่อ!!.... นายท่านยังไม่ขึ้นมา ฉันจึงยังไม่หมดหน้าที่”
ณัฐวลัญช์พูดโดยแสร้งหันมาต่ำลงที่หน้าอกแกร่ง ทั้งยังแอบสำรวจเสื้อผ้าเขาไปด้วย เพื่อหาความผิดปกติ
“อืม!! มีความรับผิดชอบอย่างนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องบอกตั้งสั่งอะไรเยอะ”
อัศม์เดชพูดพลางก็ใช้มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อไปพลาง ณัฐวลัญช์จึงลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปใกล้กายแกร่ง ยื่นมือเรียวเล็กไปปลดกระดุมเสื้อให้แทน เมื่อคนตัวโตเห็นอย่างนั้นจึงละมือจากกระดุม ปล่อยให้คนตัวเล็กทำไป ไม่คิดจะร้องห้ามปรามออกมา โดยสายตาคมเข้มก็จับจ้องมองใบหน้าสวยหวานอย่างไม่วางตา
“ต่อไปหากจะเรียกคุณ ก็เรียกไป ไม่ต้องมาเอ่อๆ อาๆ เรียกคุณเรียกนายท่านอยู่อย่างนี้ มันน่ารำคาญเข้าใจมั้ย!!”
อัศม์เดชพูดเสียงเข้มติดรำคาญอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น สายตาของเขาก็ยังคงมองจับจ้อง มองใบหน้าสวยหวานสลับกับการ มองริมฝีปากบางจิ้มลิ้ม
“ค่ะ”
ณัฐวลัญช์ช้อนสายตามอง ใบหน้าคมเข้มของอัศม์เดชนิดหนึ่ง ก่อนจะเลี่ยงหลบสายตาโดยการมองดูมือ ที่ทำการปลดกระดุมเสื้อให้เขา เพราะเธอรับรู้ได้ถึงกระแสสายตาคมกล้า ที่เข้าสื่อออกมาอย่างเปิดเผย ว่าตอนนี้เขากำลัง้าอะไรอยู่
แต่พอสมองน้อยๆ พลันหวนคิดไปถึงว่า เขาอาจจะทำอะไรต่อมิอะไร กับแขกสาวสวยเซ็กซี่ ก็ให้รู้สึกหัวใจร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุ่ม และให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และรู้สึกหลายสิ่งอย่างมากมายปะปนจนตีกันวุ่นวายไปหมด
“คุณอยู่กับผู้หญิงของคุณจนครึ่งค่อนคืน แล้วยังไม่พออีกหรือไงคะ??”
ณัฐวลัญช์เผลอพูดแง่งอนแกมประชดประชันออกไป เมื่อคนตัวโตก้มลงมาจูบซับซุกไซร้ที่ซอกคอระหงหอมกรุ่น ซึ่งทำพูดนั้นทำให้คนตัวโตหยุดชะงัก ผละใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาออกห่าง เขาขมวดคิ้วหรี่ตามองใบหน้าสวยหวานนิ่ง ซึ่งตอนแรกเขาเหมือนจะไม่เข้าใจ แต่ไม่นานก็รู้ว่าที่คนตัวเล็กพูดออกมานั้นหมายถึงอะไร
“ทำไม!!?? ที่พูดออกมาอย่างนี้ อย่าบอกนะว่าเธอหึงฉันน่ะ เธอคงลืมไปแล้วล่ะสิว่าเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมาหึงหวงฉัน ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้ที่ฉันอยากจะทำ ฉันเป็เ้านายเป็เ้าหนี้ของเธอ เพราะฉะนั้น ฉันจะทำอะไรก็ได้ และจะมีผู้หญิงสักกี่คนก็ได้ หมดหน้าที่ของเธอแล้วไปนอนซะ!!”
อัศม์เดชปัดมือเรียวเล็กออก เดินออกห่างจากร่างบางทันที
ปัง!!!! ....
อัศม์เดชเดินเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับปิดประตูห้องน้ำเสียงดังสนั่น โดยที่ณัฐวลัญช์ยังคงยืนนิ่งชาเงียบงัน แล้วน้ำใสๆ ก็ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากสองตาคู่สวย หัวใจดวงน้อยๆ ที่อ่อนบางอยู่แล้ว ยิ่งบางมากเข้าไปอีก และพอเจอเข้ากับคำพูดที่เชือดเฉือนหัวใจอย่างนี้ ก็ยิ่งทำให้บาดทะลุเป็แผล เืไหลอาบนองไปทั่วภายใน จนรู้สึกเ็ปรวดร้าวไปหมด
‘ใช่สิ!! เรามาอยู่ที่นี่ก็เพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่เขา เราไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวและหัวใจของเขา อย่างที่เขาว่า.... อย่างนี้ก็อย่าได้ไปหลงรักเขาสิ จงจำเอาไว้ว่าเรามาอยู่ที่นี้เพื่ออะไร ลัน!!’
ณัฐวลัญช์เดินโซซัดโซเซไปล้มตัวลงบนเตียงนอน ฝั่งที่เธอนอนตามเดิม
ถึงจะบอกกับตัวเองอย่างนั้น แต่หัวใจดวงน้อยๆ ก็ยังไม่วายเจ็บช้ำอยู่ดี จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ในเมื่อตอนนี้เธอได้รักเขาไปแล้ว รักทั้งๆ ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย และรักทั้งๆ ที่ไม่ควรจะรัก มันก็ต้องเ็ปอย่างนี้ใช่ไหม
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘