ตอนที่1 เด็กชายหิน
กรุงเทพมหานคร ปีพ.ศ. 25...
ศาลเ้าไท่กงแห่งหนึ่ง
ศาลเ้าแห่งนี้ทุกๆวันั้แ่เช้าตรูจะมีคนไทย คนไทยทั้งเชื้อสายจีนมากหน้าหลายตาเข้ามาจุดธูป ขอพรองค์เทพช่วยเหลือเื่ราวต่างๆ จวบจนเวลาย่ำค่ำถึงสามทุ่ม ค่อยบางตาลง ศาลเ้าแห่งนี้ปกติจะมีผู้เฒ่าผมขาวสูงวัย ร่างเล็ก ั์ตาฝ้าฟางคอยเก็บกวาด เช็ดถูดูแลศาลเ้าทั้งหลัง
ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปกว่าสี่ทุ่มคนไม่มีเข้ามาศัการะบูชาอีกท่านผู้เฒ่าเดินเก็บกวาดจนใกล้แล้ว เสร็จกำลังเดินเอาข้าวของไปเก็บก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของเด็กชายผู้หนึ่งดังมาแ่เบาราวกับพยายามควบคุมมิให้เสียงเล็ดลอดออกมา
“อาตี๋” ผู้เฒ่าผมขาวกวาดตามองหาต้นเสียงก่อนเห็นเด็กชายวัยหกขวบ ใบหน้ากลมตาตี่สวมใส่แว่นตาหนาเตอะ ผมตัดสั้นตั้งตรง เด็กชายเงยหน้าขึ้นมาสีหน้าแววตาตระหนกสองแก้มอมชมพูเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา เป็ทาง แสดงว่าผ่านการร่ำไห้มา่หนึ่งแล้ว
“อากง (ปู่) ศาลเ้าจะปิดแล้วหรือครับ” เด็กชายยกสองมือขึ้นมายกแว่นตาปาดเช็ดคราบน้ำตาออกอย่างร้อนรน
“ยาง ยางมายปิดหรอกตี๋เอ๋ย” ท่านผู้เฒ่ารีบบอกก่อนหันไปวางไม่กวาดพิงกำแพงด้านข้างเดินเข้ามาหาเด็กชาย ท่าทางดูไม่มั่นคงนัก
“แล้วลื้อเปงไร ถึงแอบมาร้องไห้ตงนี้อะ” ผู้เฒ่าหยอนตัวลงนั่งไม่ห่างอย่างปราณี“เล่าให้กงฟังได้น่า..” ผู้เฒ่าถามอีกครั้งอย่างสนใจ
“เตี่ย(พ่อ)นะสิ บอกว่าผมไม่เอาไหน เรียนก็ไม่เก่ง หัวก็ไม่ดี “เด็กชายครุ่นคิดนิดหนึ่งในที่สุดเอ่ยเล่าออกมา “แต่ผมไม่ใช่หัวไม่ดีน่ากง ผมเรียนเก่งมากเลย” เด็กชายเริ่มเสียงดังขึ้น
“พี่ชายผมั้แ่เรียนมาได้แค่ 1 ผมเรียนไม่เคยได้ต่ำกว่า20เลยสักครั้ง แต่ไม่รู้เป็ไร พอเตี่ยเห็นผลการเรียนผม ต้องโมโหทุกที วันนี้ยังตีผมตั้งสองที หากม่าม้าไม่เข้ามาห้าม ผมต้องโดนหนักแน่เลย”เด็กน้อยประกายตาเริ่มเปล่งประกายความภูมิใจออกมา “จริงนะกง... ผมเรียนแพ้แค่คนเดียวเอง ปีนี้อีกนิดเดียวผมได้ 21 แล้ว ฮี่ฮี่ ฮี่”
“....” ผู้เฒ่าต้องเงียบงันไปชั่ววูบหนึ่ง ก่อนหัวร่อออกมาดังลั่นแม้แต่ตัวเองยังไม่เคยคิดว่าจะขำขันได้มากเท่านี้จริง “อาตี๋ เองนี่ช่างคิดจริงๆ20 มากกว่า 1 อยู่แล้ว เหอๆๆ”
“แล้วลื้ออ่านหลังสืออาราย”ผู้เฒ่าผมขาวหันเป็เห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่ข้างๆเด็กน้อย
“นิยายจีนกำลังภายในครับกง อากงเคยอ่านหรือเปล่าครับ สนุกมากเลย ผมอยากเป็จอมยุทธ์ ........”เด็กน้อยรีบคุยอย่างสนุกสนานถึงเนื้อเื่นิยายจีนที่เคยอ่านผู้เฒ่าผมขาวก็รับฟังอย่างใจเย็น บางครั้งหัวร่อดังๆออกมา
“หากลื้อมีวรยุทธ์แล้วลื้อจะทามอาหราย”
“ผมจะโชร์เทพให้อาหมวยที่โรงเรียนดู ฮี่ฮี่ฮี่... อาหมวยต้องชอบผมแน่เลย” เด็กน้อยแสดงความคิดออกมาแทบทำให้ผู้เฒ่าอ้าปากกว้าง หัวร่อจนขากรรไกรแทบหลุด
“ผมก็แค่อยากให้เตี่ยรู้ ว่าผมไม่ใช่ขยะเท่านั้นเองอะกง”เด็กชายกล่าวต่อด้วยเสียงปนเศร้า “หากผมเก่งได้อย่างนั้นจริง ผมจะปกป้องเตี่ย ปกป้องม่าม้า คนพวกนั้นชอบทำร้ายเตี่ย แม้เตี่ยกับม่าม้าจะไม่ให้ผมรู้แต่ผมรู้บ้านเรายากจน เตี่ยเอาเงินเค้ามา”
“แต่พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเตี่ย” เด็กชายอายุเพียงหกขวบเปล่งประโยคสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบจนผู้เฒ่าผมขาวยังรู้สึกเย็นวาบในอก
“อาตี๋ นิยายมีเศษเสี้ยวความจริงนิดหน่อยเท่านั้นเอง”เฒ่าชรายกมือลูกศีรษะเด็กชายอย่างเอ็นดู
“ไม่นะกง... ผมเชื่อว่าสักวันผมจะฝึกลมปราณได้” เด็กชายที่ดูทะเล้นแต่ยึดมั่นในความคิดตนเองยิ่งนัก ชั่วพริบตาที่หันหน้ามาเถียงผู้เฒ่าผมขาวที่ตาฝ้าฟางพลันสว่างวาบขึ้นอย่างประหลาด
“หราย หราย ... ลื้ออยากฝึกวิชาไหนให้กงดูหน่อย...” เฒ่าชราไม่รอช้าคว้าข้อมือเด็กชายมาจับกุมไว้ ยามแรกเด็กชายดึงมือกลับแต่ราวกับขย่มศิลาก้อนใหญ่ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
“ลื้ออยากฝึกวิชา ก็ต้องสงบเยือกเย็นไว้” เฒ่าชราผมขาวกล่าวเคร่งขรึมบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกผนึกแข็งจนเด็กชายเริ่มหวาดกลัว แต่พริบตากลับสงบเยือกเย็นลงผิดธรรมดาของเด็กวัยหกขวบอย่างยิ่ง
-ช่างเป็ชีพจรขยะโดยแท้ ตระกูลเฮงกว่าสามร้อยปีมานี้ไม่มีผู้ใดผ่านเกณฑ์ สักคน ดูท่าพลังสายเืคงจบสิ้นแล้ว- เฒ่าชราคำนึงในใจ อดถอนหายใจแรงๆคราหนึ่งไม่ได้
“อากง...จะ.. จมูกกงมีเส้นใยขาวๆใหลออกมามากมายเลย”เสียงเด็กชายดังอย่างใ เมื่อเห็นบางสิ่งใหลออกมาจากจมูกของเฒ่าชราผมขาว
“อาตี๋ ลื้อเห็นรึ...” เฒ่าชรารีบปล่อยมือเด็กชายลงใบหน้าปรากฏความตระหนกยิ่งกว่าเด็กชายมากนัก
หลังจากนั้นเฒ่าชราผมขาวทำให้เด็กชายมองดูอีกหลายครั้งแต่เด็กชายก็ไม่เห็นสิ่งใดอีกเลย เฒ่าชราผมขาวอดถอนหายใจอย่างเสียดายไม่ได้ ในตอนท้ายเด็กชายถามถึงเื่ที่จะฝึกวิชาอีกด้วยความกระตือรือร้น -มีชีพจรขยะ ทั้งสมองไม่ค่อยปกติแล้วจะฝึกวรยุทธ์อันใดกัน เฮ้อ...เมื่อโตขึ้นคงเลิกเพ้อฝันได้” ผู้เฒ่าคิดในใจกำลังตัดสินใจบอกหักหาญไปตรงๆมีเสียงสตรีกลางคนดังขึ้น
“อาหิน...” เสียงสตรีวัยกลางคนดังขึ้นมาทางด้านหน้าศาลเ้า น้ำเสียงแฝงความกระวนกระวายใจจนรับรู้ได้
“ม่าม้า...” เด็กชายชื่อหินอุทานเบาๆ “กง ผมต้องไปก่อนนะม่าม้าตามแล้ว ออ... ผมชื่อหิน ม่าม้า้าให้ผมแข็งแกร่งดังหินหนักแน่นดั่งหิน ใจแข็งดั่งหิน ฮี่ฮี่ฮี่... แต่ผมก็เป็ได้แค่ขยะเท่านั้น”เด็กชายยิ้มลุกขึ้นยืนยกมือทั้งสองมาประกบฝ่ามือคารวะอำลาเฒ่าชราตามแบบชาวยุทธ์ของจีนอย่างทะมัดทะแมง ชั่วพริบตานั้นเองเฒ่าชราผมขาวดวงตาแทบถลนออกมาเบื้องนอกเมื่อเห็นจุดแสงสีทองสว่างวาบจากกลางหน้าฝากเด็กชาย
–ดวงตาจิติญญาปรากฏ- เฒ่าชราผมขาวคำนึงในใจ
“อาตี๋...” เฒ่าชรารีบส่งเสียงไล่หลังเด็กชายที่กำลังวิ่งไปทางหน้าประตูศาลเ้า“หากลื้อมีเวลา กงมีนิยายจีนโบราณมากมาย ลื้ออาจสนใจ”
“ครับกง พุ่งนี้ผมมาหานะครับ”
“ม่าม้า...” เด็กชายนามว่าหิน วิ่งไปโอบเอวมารดาอย่างซุกซน สุดท้ายมีเสียงสะอื้นไห้เบาก่อนทั้งสองเดินห่างออกไปจนลับมุมตึกแห่งหนึ่งเฒ่าชราผมขาวมองดูจนลับตา ก่อนหันหลังเดินเข้าไปในตัวศาลเ้าประตูหน้าศาลพลันปิดตัวลงอย่างแ่เบา
ภายในศาลเ้า ด้านหลังเทพองค์ใหญ่สุด เฒ่าชราผมขาวเดินผ่านเข้าไปก่อนบังเกิดเสียงกลไกลดังแ่เบา แล้วเงียบลง ด้านหลังองค์เทพปรากฏประตูเล็กๆบานหนึ่งเมื่อประตูเปิดออกมีหญิงชราผมขาวโพลน ถือไม้เท้าหัวัยืนรออยู่ดูตามภายนอกหญิงชรายังมีอายุมากกว่าเฒ่าชราหลายปีนัก
“คุณหนูหยก...” เฒ่าชราคารวะคราหนึ่ง ก่อนบอกเล่าเื่ราวที่คุยกับเด็กชายที่มาจากตระกูลเฮงนามว่าหินให้ฟังรอบหนึ่ง
“อีกหนึ่งเดือน ประตูก็จะเปิดออกแล้ว ตอนนี้ที่ได้ทราบข่าวมา อาหมวยจากตระกูลซู กับอาตี๋ตระกูลโง้วต่างมีพร์เพียงพอ หากมีเด็กน้อยตระกูลเฮงอีกผู้หนึ่งนับว่าเกินจำนวนไปผู้หนึ่ง” หญิงชรานามหยกเอ่ยหย่างครุ่นคิด
“แต่คุณหนู เด็กแซ่เฮงนี้ มีบางอย่างที่แปลกประหลาด บ่าวเฒ่าอยากจะเปิดห้องชะตาลองดูสักครั้ง หากต้องเลือกจริงๆตราประทับพิเศษที่ท่านผู้นำตระกูลเฮงได้มาเมื่อสามร้อยปีก่อนคงได้ลองใช้ดูสักครั้ง”
“เอาเถอะ... สามร้อยปีก่อนตระกูลเราติดหนี้ตระกูลเฮงครั้งหนึ่งหวังว่าบุตรหลานผู้นั้นจะทำให้ตระกูลเฮงกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”หญิงชรานามหยกกล่าวจบปิดประตู กลไกลเื้ัองค์เทพปิดสนิทลง
“ที่เหลือขึ้นอยู่กับวาสนาเ้าแล้ว เ้าหนูขยะ ฮ่าฮ่าฮ่า..” เฒ่าชราผมขาวหัวร่อคราหนึ่ง
.................