นักโทษกาลเวลา
ท่ามกลางความมืดสลัวภายในทางเดินแคบๆ นั้นมีเพียงตะเกียงเซนเทียดวงน้อยที่คอยลอยนำทางไป แต่ก็ดูเหมือนมันจะเกรงใจในความมืดเสียกระมังถึงได้หรี่แสงเสียจนมองเห็นทางข้างหน้าไม่ชัดเจนเอาเสียเลย
เนย่าเดินตามมาดามรีรีนที่ยังคงตั้งใจกุมมือเธออย่างสั่นเทา มาดามกำลังกังวลใจกับบางสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่เด็กหญิงก็ยังเดินตามไปอย่างว่าง่ายไม่มีท่าทีตื่นกลัวใด ๆ แม้แต่น้อย
มาดามยังก้าวเดินไปข้างหน้าเงียบ ๆ จนกระทั่งพบเข้ากับทางตัน เช่นเดิมมันคือประตูเหล็กซึ่งสภาพไม่ได้ต่างจากบานแรกสักเท่าไร หรืออาจจะเก่ากว่าเสียด้วยซ้ำ
เ้าตะเกียงเซนเทียเริ่มจะไม่น่ารักเสียแล้วยิ่งเดินลึกเข้ามาเท่าไรมันก็ยิ่งหรี่แสงให้เล็กลงเท่านั้นคล้ายกับกลัวจะไปรบกวนสิ่งรอบข้างให้ตื่นขึ้น
“เนย่า ฉันไปต่อกับเธอไม่ได้ ทนายห้องจะอนุญาตให้เ้าของเข้ามาได้แค่คนเดียวเมื่อแรกที่เลือกเ้าของเท่านั้น ประตูบานต่อไปจะไม่ยอมเปิดถ้าฉันยังอยู่ที่นี่” มาดามดูจะกังวลเล็กน้อยในขณะที่พูดกับเนย่า
“แล้วจะต้องให้หนูทำยังไงต่อไปคะ” เธอถาม หันมองซ้ายขวาก็ยังมีแต่ความมืด มาดามจะทิ้งเธอไว้ในนี้จริงๆหรือ
“ฉันจะออกไปก่อน เมื่อฉันออกไปแล้วประตูถึงจะเปิดให้เธอ เพราะเธอผ่านทางเข้ามาได้ ทางต่อไปเขาจะยอมให้เธอไปต่อเอง ถ้ายังไงพรุ่งนี้เธอไปรอฉันที่ห้องเดิมก็แล้วกันนะ ห้องรับแขกเมื่อสักครู่นี้แหละ ดูแลตัวเองให้ดีนะเนย่า ฉันไปก่อน” มาดามย่อตัวลงลูบแก้มแด็กหญิงเบาๆ แล้วเดินจากไปพร้อมกับตะเกียงเซนเทีย
เนย่าได้แต่ยืนมองตามภาพที่ค่อย ๆ กลืนไปกับความมืดของมาดาม ก่อนเสียงประตูบานแรกจะปิดลง ความมืดเข้าครอบงำในทันใดแต่เพียงไม่นาน ก็มีคบไฟรูปกรงเล็บัที่กำดวงไฟสีน้ำเงินไว้ เกิดสว่างขึ้นตลอดแนวกำแพงอิฐเก่าที่เธอเพิ่งเดินผ่านมา ส่องให้เห็นทางเดินแคบ ๆ ที่เรียบมันสีสันราวกับน้ำทะเลยามเมื่อมีแสงไฟอยู่ข้างใต้มันงดงามมาก
ส่วนด้านข้างของประตูเหล็กบานเก่าทั้งสองข้างนั้นเป็รูปหัวัซึ่งคาบลูกไฟสีแดงไว้ในปาก หน้าตาของมันไม่ได้ต่างจากวีโนสที่เธอขี่มา แต่ที่ต่างออกไปคือแผงคอที่กางออกมานั่นต่างหาก เพราะวีโนสมีแพงคอที่เป็หนามแหลมเรียงไปตามลำคอ แต่หัวัทั้งสองหัวนี้มันกางออกรอบบริเวณคอคล้ายกับรูปพัด
“สุดยอดไปเลยแฮะ” เนย่าเผยยิ้มอย่างตื่นเต้น เมื่อพูดจบบานประตูเหล็กที่ไม่มีมือจับก็ค่อย ๆ แง้มเปิดให้เธอเข้าไปด้านใน
เนย่าชะโงกหน้าเข้าไปหยั่งเชิงก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปอย่างช้า ๆ ข้างในมืดสลัวแต่ก็ยังพอมองพื้นที่ภายในเห็นเพราะแสงคบไฟจากด้านนอกส่องเข้ามาให้มีแสงสว่างอยู่บ้าง
แต่...ไม่มีที่ให้ได้ไปต่อแล้ว ไม่ว่าเธอจะเดินไปมุมไหนก็เป็เพียงทางตันและกำแพงที่เย็นเฉียบ เนย่านั่งลงอย่างอย่างหมดแรงหลังพิงกับกำแพงที่เย็นเยียบเตรียมตัวจะหลับ
เธอยอมรับสภาพเพราะนี่คงจะเป็ห้องที่ทนายห้องเตรียมไว้ให้กับเธอเป็แน่ นั่นก็เพราะเธอเป็เด็กไม่ดีมาก่อน ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะจัดห้องให้เธอเหมือนกับคุกมืด แม้จะเสียใจอยู่ไม่น้อย ที่ตามคนแปลกหน้ามา แต่เธอก็มาถึงที่นี่แล้วคงไม่มีทางให้เลือกมากนัก สิ่งที่ทำได้ก็คงเป็เพียงรอคอยวันพรุ่งนี้ที่จะมาถึง
คำว่าจะไม่อดอยากและชีวิตจะไม่ยากลำบากนำพาเธอมาให้อยู่ในที่นี้ มันก็คงไม่ได้แตกต่างจากบ้านโพรงไม้ของเธอนักหรอก เด็กหญิงฟุบหน้าลงเตรียมจะหลับ
สายลมเย็นพัดมาจากไหนสักแห่งกระทบเข้ากับใบหน้าของเนย่า เธอเงยหน้าขึ้นจากอาการนั่งกอดเข่าแล้วลุกขึ้นยืนทันที
สายลมเมื่อสักครู่มาจากไหนกันนะ เนย่าเดินหาทิศทางของลมในเมื่อในนี้มีลมก็น่าจะมีทางเข้าของมันอยู่ อาจจะทำให้เธอได้พบประตูบานต่อไปก็ได้ เด็กหญิงจึงเดินวนหารอบๆ อีกครั้ง
พึ่บ!! เท้าเธอเหยียบเข้ากับบางอย่างและราวกับปุ่มเปิดสวิตช์ลูกไฟสีน้ำเงินหลายสิบดวงพุ่งขึ้นมาจากพื้นและลอยคว้างอยู่กลางอากาศทำให้สามารถมองเห็นภาพสถานที่ที่เธอคิดว่าเป็ห้องได้ชัดเจนขึ้น
มันไม่ใช่ห้อง ภายในไม่มีเหลี่ยมมุมแต่ดูเหมือนจะเป็สิ่งก่อสร้างที่ก่อขึ้นเป็ทรงกระบอกเสียมากกว่า อิฐเก่าๆ สีขะมุกขะมอมมีตะไคร่น้ำจับเป็บางแห่ง สิ่งของถูกวางระเกะระกะ บ้างผุพังบ้างก็ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดีมองสภาพแทบไม่ออกว่าที่กอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอมันคืออะไรกันแน่
แต่ที่สะดุดตาเป็ที่สุดดูเหมือนจะเป็กระจกเงาบานใหญ่ที่ถูกฝุ่นและหยากไย่เกาะจนหาเงาของเธอไม่เจอ มันติดอยู่กับตัวผนัง กรอบของมันฉลุลายคล้ายกับงูใหญ่สีดำพันกระหวัดเกลียวกันไปมาอย่างประณีต คงมีเพียงของสิ่งนี้ที่ไม่ผุพังไปตามกาลเวลา เนย่าเดินเข้าไปใกล้ ใช้มือแสนมอมแมมของเธอลูบบานกระจกเพื่อปัดฝุ่นออกอย่างแ่เบา แต่ทว่าเงาร่างที่อยู่ในนั้นไม่ใช่เธอ...
ใครคนหนึ่งอยู่ในนั้น ถูกตรึงอยู่อยู่บนโซ่ใหญ่ที่ระโยงระยางอยู่รอบตัวมันห้อยเขาอยู่กลางอากาศ เขาเป็ใครกันนะ ชายในชุดสีดำ ผมเผ้ายาวรุงรังปิดหน้าปิดตาเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเขาเผยให้เห็นรอยอักขระแปลก ๆ ที่กลางหน้าอก ไอสีดำหมุนวนอยู่รอบตัวเขาเหมือนกับคอยพ่นลมยาสลบที่ทำให้เขาหลับใหล
“ท่าน...ท่านได้ยินหนูไหม” เนย่าตื่นใกับภาพที่เห็นเขาอาจจะอยู่อีกฝากของกระจกก็ได้ เขาอาจกำลังจะตายถ้าเธอไม่รีบช่วยเขาออกมา เด็กหญิงทุบกระจกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็ผล แม้จะนำสิ่งของที่คิดว่าน่าจะทำให้กระจกแตกได้มาทุบแต่ก็ไม่ได้ผลเช่นเดิมจนกระทั่ง สายตาของเนย่าเหลือบไปเห็นอักขระบางอย่างที่ล้อมอยู่ด้านในกรอบของกระจกอีกทีมันเรืองแสงสีทอง เธอไม่เคยร่ำเรียนหนังสือ แต่เธอก็สามารถอ่านมันออกได้อย่างประหลาด
~นักโทษที่ไร้กาลเวลา นักมายาที่ไร้ตัวตน เพียงเอ่ยนามที่ร่ายมนต์พร้อมโลหิตชลแห่งสัญญา~เนย่าอ่านออกเสียงอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่เธอไม่เข้าใจความหมายของมันสักเท่าไร
“หรือกระจกบานนี้จะเป็ที่กักขังเขา เพราะเขาเป็นักโทษอย่างนั้นหรือ” เนย่ากอดอกทำท่าครุ่นคิด มันต้องมีทางปลดปล่อยเขาสิ แต่จะให้ทำยังไงล่ะก็เธอยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเลยนี่นา เธอบ่นกับตัวเองแล้วก็เกาหัวอยู่อย่างนั้นเป็นานสองนาน
หรือนี่จะเป็บททดสอบให้เธอได้ทำความดี งานนี้ถ้าเธอทำสำเร็จนอกจากเธอจะสามารถช่วยชีวิตคนในกระจกได้แล้วเธออาจจะได้ห้องใหม่ก็ได้นะ เพราะทนายห้องอาจจะเล็งเห็นความดีของเธอบ้าง เนย่าคิดเข้าข้างตัวเอง แต่จะปล่อยคนหรือผีก็ตามให้ห้อยโตงเตงอยู่อย่างนั้นมันก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน คงไม่มีใครชอบถูกแขวนไว้นานๆ หรอก
“จะให้เอ่ยชื่อเขาก็คงไม่ใช่เพราะไม่เห็นบอกไว้นี่นา อืม...จะใช่ชื่อเรารึเปล่านะ” เนย่าบ่นพลางลูบคางไปมา แล้วลองเอ่ยชื่อตนเองดัง ๆ ดู
“เนย่า!!” เพียงเธอเอ่ยชื่อกระจกก็ลั่นดังเปรี๊ยะเกิดรอยร้าวเป็ทางยาวแต่ก็ยังไม่แตก
“อ้าว!ถูกด้วยเหรอ แล้วโลหิตชลแห่งสัญญาคืออะไรนะ หรือว่า...” ในขณะที่เนย่ากำลังครุ่นคิดนั้นสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติของกรอบกระจก มันเคลื่อนไหวเหมือนงูกำลังเคลื่อนตัวไปมา เนย่าเพ่งมองมันอยู่สักครู่ก็มีหัวงูสีดำโผล่ขึ้นมาจากกลางกระจกและหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้นบริเวณกรอบกระจกโดยรอบก็หยุดเคลื่อนไหวเช่นกัน เธอมองไม่เห็นชายในกระจกแล้วเพราะหัวงูที่ยืนออกมานั้นบดบังเขาอยู่
“เพื่ออะไรกันนะจะให้ฉันจับงั้นรึ หรือจะเป็ที่จับบานประตู..” เนย่าแม้จะลังเลแต่ก็ยังค่อย ๆ เอื้อมมือเข้าไปหาหัวงูสีนิลที่หยุดนิ่งค้างราวกับรูปปั้นนั้นช้า ๆ
คล้ายกับเธอต้องมนต์สะกด และ ควับ!! มันฉกมือของเธอก่อนจะมุดหายเข้าไปในนั้นเนย่าชักมือกลับด้วยความใ เธอถูกสัตว์มีพิษทำร้าย ทำยังไงดีนะ เธออาจจะตายก็ได้
เธอไม่รอช้าที่จะวิ่งกลับไปทางเดิมเพื่อหาใครสักคนมาช่วยเธอ แต่แล้วประตูก็ปิดลงพร้อมกับไอดำที่แผ่ขยายออกมาจากกระจกอย่างช้า ๆ เนย่ายังคงกุมมือที่มีรอยเขี้ยวขนาดใหญ่และมีเืไหลไว้มั่น น่าแปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกเ็ปเลยสักนิด นี่คืออาการของคนใกล้ตายอย่างนั้นหรือ
เนย่าหันกลับไปมองกระจกที่เพิ่งจะฉกเธอไปหมาด ๆ มันมีไอดำพุ่งออกมาไม่ขาดสาย มีเสียงโซ่ตรวนเสียดสีกันไปมา ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำเนย่า เด็กหญิงน้ำตารื้นขอบตา จะให้เธอหนีไปทางไหนได้ก็ในเมื่อมันมีทางออกอยู่ทางเดียว
ไอดำที่ไหลออกมาจากกระจกนั้นมันค่อย ๆ รวมตัวกันจนเป็สสารที่หนาแน่นขึ้นแล้วเปลี่ยนรูปร่างเป็ใครคนหนึ่ง...คนที่เธอคิดจะช่วยเขา ในขณะนี้เขาออกมายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
ภาพตรงหน้าเด็กหญิงเริ่มมืดมัว อาจจะเป็พิษร้ายของงูสีดำตัวนั้น เธอคงไม่มีทางรอดกลับไปพบหน้าเพื่อน ๆ ที่โลกของเธออีกแล้ว เธอคงจะต้องนอนตายอยู่ในที่แห่งนี้อย่างอนาถ
“ทะ... ท่าน ช่วยหนู ดะ.... ด้วย” นี่คงเป็คำพูดสุดท้ายก่อนั์ตาสีมรกตของเด็กหญิงจะมืดลงพร้อมกับร่างกายมอมแมมแสนบอบบางที่ทรุดลงไปกองกับพื้น
ดวงตาสีทับทิมข้างซ้ายค่อย ๆ ลืมขึ้น ในขณะที่ข้างขวานั้นถูกปิดทับด้วยผ้าเก่าสีตุ่น ผมเผ้ายาวรุงรังดำสนิทปิดบังความเยาว์วัยบนใบหน้า หนวดเคราที่รกครึ้มทำให้เขาดูสูงอายุ แต่ไม่เลยร่างกายผิวพรรณที่มีรอยอักขระและาแที่เกิดจากโซ่ตรวนนั้นไม่สามารถบดบังมัดกล้ามและเนื้อหนังที่สมส่วนของเขาได้
“อิสระที่ข้ารอคอยมาถึงแล้ว” เสียงแหบโหยเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะลอยขึ้นสูงและหายไปในหมอกควันดำมืดของมวลอากาศรอบกาย จุดมุ่งหมายของเขาคือยอดหอคอยขาว
ณ ยอดหอคอยขาว
ชายชราที่นำพาเด็กหญิงมายังนครเซนเทียได้คอยใครคนหนึ่งอยู่นานแล้ว และเขาเอ่ยทักขึ้นเมื่อควันดำมืดจางหายไปพร้อมกับคนที่เขาเอ่ยชื่อคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้า
“มาแล้วหรือบาร์ราม” ชายชราวางแก้วนมอุ่นลงพลางผ่อนลมหายใจด้วยอาการสงบ
“นานแล้วสินะที่ข้าไม่ได้พบท่าน” ผู้มาเยือนนามบาร์รามยังคงก้มหน้านิ่งแล้วเอ่ยทักตอบ
“วันที่เ้าเป็อิสระมาถึงเสียทีนะ คนปลดปล่อยเ้าเป็ยังไงบ้าง” ทรีบาสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบ แต่บาร์รามกลับลุกขึ้นยืนและตรงเข้ามาหาเขาอย่างมุ่งร้าย แต่ก็ต้องชะงักงันคล้ายกับต้องมนตริ์ เมื่อทรีบาสสบั์ตาสีเทาของเขาเข้ากับบาร์ราม
“ท่าน ยังมีหน้ามาถามถึงเด็กโสโครกนั่นกับข้ารึ เขาผู้นั้นไว้ใจท่านมาก แต่ท่านกลับนำเชื้อพันธุ์โสโครกเยี่ยงนั้นเข้ามาเหยียบโลกแห่งนี้ ที่นี่ ให้ปลดปล่อยข้าและลิ้มเืโสมมของมัน” แม้บาร์รามพยายามจะฝืนอำนาจของทรีบาสที่สะกดเขาให้หยุดนิ่งแต่ก็ไร้ผล ทรีบาสยังคงทำตัวตามสบาย เขานั่งลงบนเก้าอี้โยกสีงาช้างและจ้องมองบาร์รามพลางส่ายศีรษะไปมา
“เ้าเข้าใจผิดแล้วบาร์ราม เด็กคนนั้นไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นจะปลดปล่อยนักโทษแห่งกาลเวลาเช่นเ้าได้ยังไง เ้าไม่คิดถึงข้อนี้บ้างหรือ” ทรีบาสโยกเก้าอี้เบา ๆ พลางยกยิ้มอย่างใจเย็น
“แต่ข้าไม่อาจยอมรับเด็กนั่นให้เป็นายของข้าได้ท่านก็น่าจะรู้นี่ เขาอีกคนต้องไม่ยอมแน่ และไม่มีวันยอม” บาร์รามยังคงดึงดันเพื่อฝืนอำนาจมนตร์นั้น
“วันหนึ่งเขาจะต้องยอม เมื่อรู้ว่าร่างใหม่ของเขากำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร จากนี้ข้าขอให้เ้าดูแลเด็กคนนั้นเป็อย่างดี แม้ในใจเ้าจะไม่เต็มใจยอมรับเนย่าก็ตาม อย่าลืมนะว่าเผ่าพันธุ์ของเ้ายึดมั่นในบุญคุณแค่ไหน การที่เ้าแหกกฎและนอกคอกมันจะนำมาซึ่งจุดจบเช่นคราวที่แล้วนะบาร์ราม” ทรีบาสเอ่ยเตือน
“ท่านนำเด็กนั่นมา เพื่อสร้างบุญคุณให้กับข้า ข้าซึ่งมีเืของเผ่าพันธุ์ทนาย แม้ข้าจะไม่เต็มใจสักนิด ท่านมันชั่วช้านัก ได้...ถ้าท่าน้าเช่นนั้นข้าจะทำตาม แต่ถ้าเด็กนั่นตายระหว่างทำภารกิจล่ะก็ท่านเองก็ต้องรอไปอีกพันสองร้อยปีเพื่อรอคนที่เหมาะสมคนใหม่ ทรีบาสเ้าจะต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่นำมนุษย์เข้ามายังโลกเซนเทีย และให้มันทำภารกิจอันสูงส่งนี้จำคำข้าไว้เขาอีกคนจะไม่มีทางยอมเื่นี้แน่” สิ้นคำร่างของบาร์รามก็ถูกสายหมอกสีดำทะมึนกลืนหายและลอยกลับไปยังหอคอยสีน้ำเงินที่เขาเพิ่งจากมา เหลือเพียงชายชราที่ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยล้า
“จะไม่มีการรอคอยอีกแล้วบาร์ราม เพราะเด็กหญิงแห่งเชื้อพันธุ์มนุษย์ที่เ้ารังเกียจหนักหนา จะมาเปลี่ยนแปลงชะตาของเผ่าพันธุ์พิเศษอย่างพวกเรา” ทรีบาสหลับตาลงอย่างช้าๆ เสียงโยกเก้าอี้แ่เบาล่องลอยไปตามสายลมด้วยความหวัง