บทที่ 27 สองท่านพ่อแย่งกันเอาใจ
ฮูหยินจวงเห็นบุตรชายคนโตลุกขึ้นยืนและเดินไปมาได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ นางจึงรีบก้าวเท้าตามเด็กหญิงตัวน้อยไปทันที
"มู่มู่ เ้าไม่ควรปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ เช่นนี้ หากพวกเขายังไม่ยอมอ่อนข้อเ้าจะไม่เสียเปรียบหรือ"
ซูมู่มู่เงยหน้าขึ้นใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ "ถ้าอย่างนั้นก็ตีจนกว่าจะยอม ท่านแม่จวงกับท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ต้องสงสารก็พอเ้าค่ะ"
"ไม่สงสาร ข้าไม่สงสารเลยสักนิด พวกเขาควรถูกสั่งสอนให้เข็ดหลาบ มีเ้าอยู่ข้าก็เบาใจ" ฮูหยินจวงถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดั้แ่เด็ก
แม้บิดามารดาจะมีบุตรสาวเพียงคนเดียว แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูแบบประคบประหงม มักจะบอกเสมอว่าหากเ้าไม่แข็งแกร่ง เ้าก็ต้องทนทุกข์ ต้องผ่านความยากลำบากจึงจะรู้ว่าควรผลักดันตนเองเพื่อให้เป็ผู้กำหนดโชคชะตาของตนเอง
"มู่มู่!"
"ลูกรัก!"
แม่ทัพใหญ่จวงและเมิ่งเฮ่อเห็นนางเดินเข้ามาทั้งคู่ต่างรีบวิ่งเข้ามาเอาอกเอาใจ ยื่นมือออกมาคนละข้างพลางมองซูมู่มู่ด้วยสายตาคาดหวังเต็มเปี่ยม
"มีข้าอยู่ ลูกรักไม่้าพวกท่านหรอก" ฮูหยินจวงอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาด้วยมือเดียวทันที
หึหึ!
ใครที่คิดจะแย่งลูกสาวของนางน่ะ ไม่มีทาง!
บนตัวของซูมู่มู่ นอกจากกลิ่นน้ำนมแล้วยังมีกลิ่นของโอสถซึ่งหอมมากเป็พิเศษ ซูมู่มู่ไม่จำเป็ต้องให้ใครอุ้มก็ได้แต่เมื่อถูกท่านพ่อทั้งสองแย่งกันเอาใจนางจึงเลือกท่านแม่จวงดีกว่า
มิเช่นนั้นในสถานการณ์ปัจจุบัน หากนางเลือกใครคนใดคนหนึ่งก็ดูเหมือนจะล่วงเกินอีกคน
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเลือกเลย แถมยังได้ทำหน้าทะเล้นใส่เ้าเด็กแสบทั้งสี่คนที่อยู่ด้านหลังด้วย
จวงหยวนเฟิงมองท่าทางของเด็กหญิง มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมีความรู้สึกภาคภูมิใจผุดขึ้นมา
นี่คือน้องสาวของเขา แข็งแกร่งสุด ๆ!
ส่วนจวงหยวนอวี่กลับเบะปาก สู้ไม่ได้ก็ต้องอดทนไปก่อน
จวงหยวนเตี้ยนทำหน้าทะเล้นตอบ หึหึ! น้องสาวคนนี้ดูเหมือนจะใช้ได้เลย...
ส่วนจวงหยวนปิงกำลังน้อยใจอย่างหนัก เดิมทีเขาเป็น้องเล็กที่สุดในบ้าน ปกติจะได้รับความรักเป็พิเศษจากบิดามารดา
แต่ตอนนี้ดีล่ะ ท่านแม่ดีกับแม่หนูน้อยคนนี้เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวจนมองไม่เห็นเขาเลย อยากจะร้องไห้เหลือเกิน...
ยิ่งเป็เช่นนี้ซูมู่มู่ก็ยิ่งมีความสุข นางหอมแก้มท่านแม่จวงฟอดหนึ่งต่อหน้าพวกเขาทั้งสี่คน
ฮูหยินจวงตื่นเต้นมาก รีบระดมจูบที่ใบหน้าของซูมู่มู่ราวกับนกหัวขวานจุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ... จูบไม่หยุด
ภาพนี้ทำให้แม่ทัพใหญ่จวงและเมิ่งเฮ่อต่างพากันอิจฉา
ในฐานะบุรุษ แม้บุตรสาวจะอายุเพียงสี่ขวบ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถและไม่กล้าทำเช่นนี้ ทำได้เพียงแค่คิดอยู่ในใจเท่านั้น
ใบหน้าของซูมู่มู่ถูกจูบจนบิดเบี้ยว ครั้งนี้นางได้แต่ยิ้มแหย ๆ อย่างจนปัญญา
ราชครูชิงอีเห็นศิษย์น้องเล็กในสภาพนี้ก็รู้สึกว่าตระกูลจวงดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่เลวร้ายนัก
การให้ศิษย์น้องอยู่ที่นี่ดูจะเป็ทางเลือกที่ไม่เลว ดีกว่าจวนราชครูที่แสนเ็าของเขา
"ว้าว แกะย่างทั้งตัว ท่านแม่ วันนี้เราได้กินของดีเช่นนี้หรือ" จวงหยวนปิงยังเด็ก อารมณ์น้อยใจเ่าั้ปลิวหายไปทันทีเมื่อเจออาหารเลิศรส
เขาแทบจะน้ำลายสอเพราะไม่ได้กินเนื้อแกะที่หรูหราเช่นนี้มานานแสนนานแล้ว
อีกทั้งยังย่างพร้อมกันถึงสองตัว สำหรับครอบครัวของพวกเขานี่ถือเป็ครั้งแรกอย่างแน่นอน
"เลิกทำท่าเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกได้แล้ว นี่คือการต้อนรับน้องสาว ท่านราชครู ใต้เท้าเมิ่ง เชิญ!" แม่ทัพใหญ่จวงยกไหสุราขึ้นมาดื่มจากไหโดยไม่ต้องใช้ถ้วย
เมิ่งเฮ่อไม่เคยเห็นการต้อนรับเช่นนี้ เขาโบกมือรัว ๆ "ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าดื่มสุราไม่ได้ ไม่อยากขัดความสำราญของพวกท่านทั้งสอง เชิญดื่มกันให้เต็มที่เถิด"
ราชครูชิงอีไม่ได้ปฏิเสธ รับไหสุรามาทันที
"ดูเ้าสิ มู่มู่ของพวกเราวรยุทธ์ดีเยี่ยม ในอนาคตต้องดื่มสุราได้แน่นอน เ้ามีอะไรดีถึงได้อยู่อันดับหนึ่ง ส่วนข้าอยู่อันดับสอง" แม่ทัพใหญ่จวงมองเมิ่งเฮ่อด้วยสายตาเหยียดหยามเล็กน้อย
อ่อนแอเหมือนลูกไก่แบบนี้ ถ้าโดนหมัดเดียวเข้าไปคงปลิวขึ้นฟ้าได้แน่
"หึ! ที่อยู่อันดับหนึ่งเพราะข้าคู่ควร การใช้ชีวิตในโลกนี้ไม่ได้พึ่งพาเพียงวรยุทธ์แต่ต้องพึ่งพาสุราด้วย" เมิ่งเฮ่อกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
"พึ่งปากดี ๆ ของเ้าสิ! พอไปถึงสนามรบเ้าจะพูดกับกองทัพศัตรูสามวันสามคืนหรืออย่างไร?" แม่ทัพใหญ่จวงไม่ยอมแพ้เช่นกัน
"การปกครองบ้านเมืองไม่ได้พึ่งพาเพียงกำลังวรยุทธ์ ท่านแม่ทัพใหญ่พูดเช่นนี้มันเกินไปแล้ว หรือท่าน้าจะเป็ศัตรูกับขุนนางฝ่ายบุ๋นทุกคน" เมิ่งเฮ่อตบโต๊ะลุกขึ้นยืน
"ท่านพ่อทั้งสอง หากพวกท่านยังทะเลาะกันอีก เนื้อแกะจะเย็นหมดแล้วพวกเราจะเริ่มกินกันแล้วนะเ้าคะ" ซูมู่มู่ทนไม่ได้ที่เห็นพวกเขาเถียงกันเหมือนเด็ก ๆ
แม่ทัพใหญ่จวงพอได้ยินคำว่าท่านพ่อทั้งสองก็ฉีกยิ้มกว้างทันที "ไม่ทะเลาะแล้ว ไม่ทะเลาะแล้ว มู่มู่ ข้าจะเอาขาแกะให้เ้านะ"
ฝีมือการใช้มีดของเขาดีมาก คนทั่วไปไม่มีทางได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้
"มู่มู่ ต้องกินคู่กับผักด้วยนะ เพื่อไม่ให้เ้าอ้วนเกินไป" ราชครูชิงอีเตือนศิษย์น้องเล็ก หากกินต่อไปนางคงกลายเป็ก้อนแป้งกลม ๆ จริง ๆ แน่
"ไม่เอา ข้าจะกินเนื้อ" ซูมู่มู่ส่ายหน้าทันที นางจะกินเนื้อ!
"ท่านราชครู ให้มู่มู่กินเนื้อก่อนเถิด พอเลี่ยนแล้วค่อยใช้ผักห่อกิน มู่มู่ของพวกเราไม่อ้วนเลยสักนิด ข้าอุ้มขึ้นมาได้เบา ๆ ด้วยมือเดียวเอง" ฮูหยินจวงรีบปกป้องลูกสาวทันที
อย่างไรเสีย ในบ้านของนางนอกจากลูกคนโตกับลูกคนที่สามคนอื่น ๆ ล้วนอ้วนทั้งนั้น
เ้าห้าอ้วนที่สุด เขาอายุไล่เลี่ยกับมู่มู่แต่กลับเป็คนที่อ้วนที่สุด
"ได้ยินไหมเ้าคะ ข้าไม่อ้วนเลยสักนิดมีแต่พวกท่านที่เอาแต่บอกว่าข้าอ้วน นี่เขาเรียกว่าแก้มยุ้ยต่างหากพอข้าโตขึ้นมันก็จะหายไปเอง ถึงตอนนั้นข้าจะสวยเหมือนท่านแม่จวง" ซูมู่มู่กัดเนื้อแกะย่างคำโตด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง
ดวงตาทั้งสองข้างหยีลง ชีวิตคนเราจะขาดเนื้อได้อย่างไร
"ฮ่า ๆ ๆ! ท่านแม่ได้รับฉายาว่านางั์อันดับหนึ่ง แต่เ้ากลับบอกว่าสวย ขำจะตายอยู่แล้ว!" จวงหยวนปิงหัวเราะจนปวดท้อง
ฮูหยินจวงสูดลมหายใจลึกอยากจะอดทน แต่ทนไม่ไหว!
นางหิ้วคอเ้าเด็กแสบขึ้นมาแล้วเตะกระเด็นไปทีหนึ่ง เ้าเด็กนี่กล้าทำลายภาพลักษณ์อันอ่อนหวานของท่านแม่ในขณะกินข้าว
จวงหยวนปิงปลิวออกไปอย่างกลมกลิ้ง บนโต๊ะนี้มีเพียงเมิ่งเฮ่อที่ใ ส่วนคนอื่น ๆ ไม่ใส่ใจเลย
เขารีบถามว่า "คุณชายเล็กจะาเ็หรือไม่?"
"หากแรงเพียงเท่านี้ทำให้าเ็ก็อย่าได้เป็คนตระกูลจวงเลย ลูกชายคนโตของข้าแม้จะเรียนหนังสือแต่เขาต้องเป็ผู้ที่มีวรยุทธ์สูงที่สุดในบรรดานักปราชญ์แน่นอน" แม่ทัพใหญ่จวงไม่ยอมให้ลูกชายเอาแต่เรียนจนละทิ้งการฝึกฝน
"ยอดเยี่ยม พวกท่านยอดเยี่ยมทุกคน! เมิ่งผู้นี้เลื่อมใสยิ่งนักจากนี้ไปขอฝากทุกท่านช่วยดูแลมู่มู่ด้วย ข้าที่เป็ท่านพ่อคนแรกช่างไร้ความสามารถนักไม่สามารถมอบ..." เมิ่งเฮ่อพูดถึงจุดที่เศร้าใจก็ยกไหสุราขึ้นมาดื่มทันที
เขาก็อยากจะอยู่ต่อเพื่ออยู่เคียงข้างลูกสาว แต่คำสั่งจักรพรรดินั้นยากจะขัด อีกทั้งลูกสาวก็มีเส้นทางของนางเองเขาไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้
เมิ่งเฮ่อดื่มสุราเหมือนจะเอาชีวิต ซูมู่มู่ใรีบวิ่งเข้าไปหา "ท่านพ่อ อย่าดื่มอีกเลย กินผักเยอะ ๆ เถอะ!"
"ไม่เป็ไร! พ่อไม่เป็ไร ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าขอใช้ถ้วยคารวะท่าน ข้าจะล้มลงให้มู่มู่ต้องอับอายไม่ได้" เมิ่งเฮ่อเริ่มใช้ถ้วย เพราะเขายังมีลูกสาวจะทำเื่น่าอายไม่ได้
มู่มู่มองดูท่านพ่อเมิ่งที่พยายามผูกสัมพันธ์กับท่านพ่อจวงอีกคนเพื่อนาง
"มู่มู่ เ้ากินเนื้อเยอะ ๆ เถิด" ฮูหยินจวงดึงเด็กหญิงตัวน้อยให้มานั่งลง ไม่ต้องกังวลเื่ผู้ชายดื่มสุรา อยู่ในบ้านไม่มีปัญหาหรอก
แต่ขณะที่มู่มู่กินเนื้อและมองดูท่านพ่อคนที่หนึ่งเนื้อนั้นกลับไม่หอมเหมือนเมื่อครู่เสียแล้ว
"ท่านนักพรตน้อย ท่านนักพรตน้อย ข้ามีเื่ด่วนขอความช่วยเหลือ" เสียงของผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนดังแว่วมาจากประตู
"ใต้เท้า ใต้เท้า โปรดให้พวกเราแจ้งให้ทราบก่อน" พ่อบ้านจวนตระกูลจวงะโตามหลังด้วยความร้อนรน
"เื่คอขาดบาดตายเช่นนี้จะแจ้งอะไรกัน! ท่านแม่ทัพใหญ่ต้องเข้าใจข้าแน่นอน" ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนะโลั่น ตอนนี้หากไม่ใช่นักพรตน้อยก็ไม่มีทางอื่นแล้ว