“แม่ขา เราจะไปไหนกันคะ”เสียงเด็กหญิงถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นแม่เก็บข้าวของลงกล่องใหญ่ๆ หลายใบ
“เราจะย้ายไปบ้านใหม่กันค่ะ”
“บ้านใหม่ ที่ไหนกันค่ะ” อลินไม่เข้าใจคำว่าบ้านนักเพราะชีวิตตั้งแต่เกิดมาก็รู้จักแค่อพาร์ทเมนท์นี่เท่านั้น
“บ้านหลังใหม่ค่ะ หลังใหญ่ๆ มีที่วิ่งเล่นให้อลินด้วยนะคะ”
เด็กหญิงยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีแต่ก็ลงมือช่วยแม่หยิบของโน่นนี่ลงกล่องโดยไม่ได้ถามอะไรอีกเมื่อแม่บอกว่าจะย้ายบ้านใหม่ก็ตามนั้น เพียงแต่มีแม่อยู่ที่ไหนๆ ก็คือบ้านของอลิน
ที่สองแม่ลูกต้องย้ายบ้านก็เพราะชยันต์ยื่นคำขาดให้ทั้งคู่มาอยู่ที่บ้านหลังเดิมของหญิงสาวตอนอยู่กับเขาชายหนุ่มให้เหตุผลว่าเพื่อที่พิญญาจะได้ไม่แพร่งพรายเรื่องที่เขาเคยมีลูกนอกสมรสกับอดีตผู้หญิงในสังกัดเพราะนั่นอาจนำมาซึ่งความเสียหายในชื่อเสียงของเขาและอาจเป็นช่องทางที่ผู้หญิงรายอื่นหาโอกาสทำแบบเดียวกันกับพิญญาก็ได้
ทันทีที่รถขนของมาส่งสองแม่ลูกที่หน้าบ้านอลินก็กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งปร๋อไปเกาะที่ประตูรั้วโดยไม่รอคนเป็นแม่ที่กำลังสาละวนเรื่องการขนของเข้าไปข้างใน
“อู้หู้ บ้านหลังใหญ่จังเลยค่ะแม่”
“ใช่จ้ะ แต่ทีหลังอลินอย่าโดดลงจากรถแบบเมื่อกี้อีกนะคะเดี๋ยวหกล้มเป็นแผลต้องไปหาลุงหมอนะ”
แต่ดูเหมือนว่าเด็กหญิงจะไม่สนใจคำเตือนของแม่เท่าไหร่นักเพราะพอพิญญาเปิดประตูรั้วให้เข้าไปได้ อลินก็วิ่งไปดูทางโน้นทีทางนี้ทีตามประสาเด็กที่อยากรู้อยากเห็นจนต้องร้องเตือนเป็นระยะๆ ว่าให้ระวังเพราะนอกจากภาวะติดเชื้อหลังคลอดที่ทำเอาเด็กน้อยเกือบตายมาแล้วหนหนึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวเล็กก็เจ็บออดๆ แอดๆ มาตลอด
แม้จะเห็นว่าจ้ำม่ำแบบนี้แต่เด็กหญิงก็ต้องไปพบหมออยู่ทุกเดือนเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่ากับเด็กในวัยเดียวกันแต่อลินก็เหมือนกับเด็กทั่วๆไปที่ชอบกระโดดโลดเต้นและซุกซนไปตามประสาทำให้ยากที่จะเชื่อฟังคนเป็นแม่ได้ทั้งหมด
“แม่ขา...”
“ว่าไงคะ ไหน...ไปเจออะไรมา”
“นี่ค่ะ อลินไปเจอรูปมา ผู้หญิงในรูปนี้เหมือนแม่มากเลยค่ะ”
เด็กน้อยยื่นรูปที่ใส่กรอบไว้อย่างดีให้แม่ดูแต่เมื่อพิญญาเห็นแล้วก็นิ่งไปจนเจ้าตัวเล็กใจเสียเพราะเธอไปเจอรูปนี้โดยบังเอิญและไม่ได้ขโมยมาจากไหนรูปนั้นเป็นรูปถ่ายคู่กันระหว่างพิญญาและเพื่อนๆ ตอนไปออกค่ายหญิงสาวยังจดจำเพื่อนของเธอได้ดีและยังจำวันเวลาแห่งความสุขนั้นได้เหมือนมันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เองแต่เมื่อชีวิตพลิกผัน...ทำให้เธอต้องหลีกหนีจากสังคมและตัดขาดจากคนในรูปนี้ผู้หญิงที่เคยขายตัวแลกเงินแบบเธอจะมีเพื่อนสักกี่คนที่คบหาอย่างจริงใจและไม่ดูถูกวันเวลาที่น่าอดสูในอดีต
“แม่ขา”
“หืม...มีอะไรหรือลูก”
“ถ้าแม่ไม่ชอบ อลินเอาไปเก็บไว้ที่เดิมได้นะคะแล้วอลินจะไม่เอามาให้แม่ดูอีก”เด็กหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเต็มที่จนคนเป็นแม่ต้องดึงตัวเข้ามากอด
“แม่ไม่เป็นไรสักหน่อย นี่ไง...แม่ยิ้มแล้วเห็นไหม”พอเห็นแม่ยิ้มได้เจ้าตัวเล็กก็รู้สึกโล่งใจจนออกไปหาอะไรเล่นซนได้อีกครั้ง
หลังจากที่สองแม่ลูกช่วยกันจัดของในบ้านกันเกือบทั้งวันบ้านหลังใหม่ของอลินก็เสร็จเรียบร้อยคนที่ตื่นเต้นตั้งแต่ย้ายของจนจัดของเสร็จตอนนี้อยู่ในสภาพหมดเรี่ยวแรงและรอแม่ทำอาหารเย็นอย่างใจจดจ่อเย็นนี้พิญญาทำอาหารง่ายๆ ไข่ตุ๋นนุ่มฟูมีหมูสับกับกุ้งนิดหน่อยคลุกกับข้าวสวยร้อนๆซึ่งเป็นของโปรดของลูกสาว เรียกได้ว่าทำเมื่อไหร่ก็ต้องหมดเกลี้ยงทุกครั้งแต่ในระหว่างที่พิญญากำลังทำกับข้าวอยู่นั้นเสียงรถคันหนึ่งก็จอดที่หน้าบ้าน
ชยันต์เดินเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้สนใจมองว่าสองแม่ลูกกำลังทำอะไรกันอยู่ก็นี่บ้านของเขาจะเข้าจะออกทำไมต้องใส่ใจด้วยอีกอย่างชายหนุ่มก็คุ้นเคยกับบ้านหลังนี้เพราะเป็นรังรักของเขากับพิญญามาก่อน
“คุณลุงมาหาใครคะ”
เสียงเล็กๆ ของอลินทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงักที่หน้าประตูชยันต์ต้องใช้เวลาประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจว่าเด็กหญิงแก้มยุ้ยคนนั้นคงเป็นลูกสาวของพิญญาอันที่จริงเขาไม่ชอบเด็กเท่าไหร่นักเพราะเด็กเล็กๆมักจะสร้างความวุ่นวายและน่ารำคาญ ยิ่งเริ่มพูดได้เจื้อยแจ้วแล้วด้วยมีแต่จะซักไม่หยุดด้วยร้อยพันแปดคำถาม
“ใครมาเหรออลิน เอ่อ...” ทันทีที่เงยหน้าละสายตาจากสิ่งของที่กำลังจัดอยู่ในมือหญิงสาวก็อึ้งไปชั่วขณะ อันที่จริงเธอก็รู้อยู่ว่าจะมีสักกี่คนที่มาบ้านหลังนี้ได้
“ฉันแวะมาดูน่ะว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม” ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆบ้านทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเพราะเขาไม่เคยเคลื่อนย้ายสิ่งของในบ้านหลังนี้เลยตั้งแต่พิญญาจากเขาไปบ้านนี้ถูกเก็บรักษาและดูแลอย่างดีแบบที่มันเคยเป็นเมื่อนานมาแล้ว
“เรียบร้อยดีค่ะ”
หญิงสาวตอบห้วนๆ โดยมีเจ้าตัวเล็กยืนแอบอยู่ด้านหลังอลินถูกสอนมาว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าและตอนนี้คนแปลกหน้าคนนั้นดันมาอยู่ในบ้านใหม่ของเธอเสียได้
“แล้วนั่น เด็กคนนั้น”
“นี่อลิน...ลูกสาวของฉัน ส่วนนี่...คุณชยันต์ เขาเป็น เอ่อ...เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ค่ะ”พิญญาบอกกับลูกสาวที่ยืนมองคุณลุงตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ
“อ๋อ คุณลุงเจ้าของบ้าน”เมื่อรู้ว่าผู้ชายตัวโตตรงหน้าไม่เป็นพิษเป็นภัยอลินก็เลิกหลบข้างหลังแม่แล้วเดินกลับไปเล่นตุ๊กตาที่โซฟาตามเดิม