กฤติยาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้องตรวจคิ้วสวยขมวดเข้าหากันนิดๆ ปกติเวลานี้เขาจะต้องมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เป็เวลาเกือบปีแล้วที่พยัคฆ์จะมารับเธอหลังเลิกงานเสมอยกเว้นเขาจะติดงานด่วนจริงๆ ทั้งที่ตอนแรกเธอปฏิเสธเสียงแข็งแต่ก็ทนลูกตื้อเขาไม่ไหว และสุดท้ายก็กลายเป็ความเคยชินที่จะต้องรอเขามารับ
ความเคยชิน...
ที่เธอพยายามเลี่ยงมาตลอด เพราะเมื่อถึงเวลาที่สิ่งที่เคยชินหายไปอย่างเดียวที่เหลือไว้ก็คือความเ็ป
เธอไม่อยากเ็ปเหมือนแม่กับยาย
กฤติยาลุกขึ้นเก็บของก่อนเดินออกจากห้องตรวจไปตามทางเดินสู่ประตูใหญ่ของโรงพยาบาล
เสียงหัวร่อต่อกระซิกที่ดังมาจากทางเดินอีกด้านทำให้เธอชะงักฝีเท้าร่างสูงใหญ่ของคนที่คุ้นเคยอยู่ตรงนั้นกับผู้หญิงอีกคนที่เธอจำได้ว่าเป็หมอสูติ ที่มาใหม่ท่าทีที่ทั้งคู่แสดงออกต่อกันบ่งบอกถึงความสนิทสนมแบบไม่ธรรมดา
คุณหมอสาวหรี่ตารู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวใจเธอตัดสินใจเดินแยกหลบไปอีกทาง ทั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะหนีทำไม
“คุณหมอครับ คริสครับ เดี๋ยวก่อน”
เสียงของเขาะโไล่หลังเธอมา หญิงสาวหยุดเดินพยายามทำสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
“อ้าวคุณ” กฤติยาแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจเหมือนเพิ่งเห็นเขา
“คุณหมอจะไปไหนครับ”
“จะกลับค่ะ”
“งั้นไปกันครับ”
พยัคฆ์พูดพลางสาวเท้าเข้าหาคุณหมอสาวมือใหญ่ยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อรับสัมภาระมาถือให้เหมือนที่เคยทำมาตลอด
“พี่เสือ จะกลับแล้วเหรอ?”
เสียงหวานใสที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้พยัคฆ์ชะงักมือ
“อื้อ ฝากบอกคุณแม่ด้วยว่าพี่คิดถึง”
“ได้จ้า”
คุณหมอสูติคนสวยตอบรับ ไม่เพียงส่งยิ้มหวานให้พยัคฆ์แต่เธอกลับเขย่งตัวขึ้นแล้วบรรจงกดจมูกลงแก้มสากทั้งสองข้างคนตัวสูงกฤติยาคิ้วกระตุก ปากบางเม้มสนิทจนเป็เส้นตรง
“ฮรึ๊ยยยยย ทำอะไรอ่ะ คนเยอะแยะ”
พยัคฆ์บ่นพร้อมส่งสายตาดุใส่อีกฝ่าย
“ไม่มีใครสักหน่อย...อุ๊ย คุณหมอคริสตายจริงปลาไม่ได้สังเกตเลย หวังว่าคุณหมอคงไม่ถือสานะคะ”
คุณหมอสูตินารีเวช นามว่า มัสยาหรือปลาจีบปากจีบคอพูด ดวงตาใสๆ ที่ส่งมาให้อย่างเสแสร้งทำให้กฤติยารู้สึกคันยุบยิบที่มือเธอยืนอยู่ทนโท่ขนาดนี้ พูดได้อย่างไรว่าไม่เห็น
“ไม่ถือค่ะ...ไม่ได้สนใจ”
กฤติยาตอบเสียงเรียบก่อนหันหลังเดินออกไป ไม่สนใจเสียงร้องเรียกและเสียงฝีเท้าที่ก้าวยาวๆตามเธอมาติดๆ
ความรู้เจ็บจี๊ดๆที่อกซ้ายเหมือนจะหนักขึ้นกว่าเดิมจนเธอนิ่วหน้า
“เดี๋ยวครับคุณหมอ รอผมด้วย”
ข้อมือเล็กถูกมือใหญ่ฉวยจับไว้ใจเธออยากจะสะบัดมันออก แต่ร่างกายที่อ่อนแรงจากการทำงานติดต่อกันเกินสามสิบชั่วโมงและความรู้สึกวูบโหวงทำให้เธอได้แค่หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่
“ฉันกลับเองได้ค่ะคุณไปจัดการเื่ของคุณ...คนของคุณต่อเถอะ”
“เอ๊ะ คุณหมอหมายถึง....”
ก่อนที่เขาจะพูดจบร่างบอบบางของอีกฝ่ายก็ซวนเซพยัคฆ์รีบผวาเข้ารับร่างอ่อนแรงของอีกคนทันที วงแขนใหญ่ประคองร่างบอบบางทรุดร่วงไว้ในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณหมอครับ คริส คริสครับ”
เสียงร้องเรียกอย่างร้อนรนของคนตัวโตเป็เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนสติจะดับวูบไป
เสียงคุยกันเบาๆ ทำให้กฤติยารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
“คุณหมอฟื้นแล้วเหรอคะ”นางพยาบาลที่ยืนจัดของอยู่ข้างเตียงหันมาทัก
“นุ่น กี่โมงแล้ว” กฤติยาถามเมื่อเห็นหน้าพยาบาลที่คุ้นเคยกัน
“เกือบทุ่มนึงแล้วค่ะ”
‘วูบไปนานเหมือนกันแฮะ’เธอนึกในใจ อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองรอบห้องเพื่อมองหาใครบางคน
“คุณเสือคุยกับหมอปลาอยู่ค่ะ”
นลินีบอกอย่างรู้ทัน แหมจะไม่รู้ได้ยังไงก็มารับมาส่ง เช้าถึงเย็นถึง ส่งข้าวส่งน้ำกันขนาดนี้ ถึงไม่บอกว่าทั้งคู่เป็อะไรกันแต่ก็รู้กันทั่วโรงพยาบาลโดยเฉพาะเสียงกิจกรรมแสนเร่าร้อนที่เล็ดลอดออกมาจากห้องพักแพทย์เวรดึกในวันที่คุณหมอสาวไม่มีเคส ที่ทำเอาเหล่าพยาบาลสาวๆ หน้าแดงกันทั้งวอร์ด
“อ้อ”กฤติยารับทราบสั้นๆ อย่างไม่รู้จะพูดอะไร เขาคงทำตามที่เธอบอก ‘จัดการเื่ของเขา คนของเขา’
“คุณหมอจะเข้าห้องน้ำเหรอคะ เดี๋ยวนุ่นช่วย?”พยาบาลสาวถามขึ้นเมื่อเห็นกฤติยาขยับลงจากเตียง
“ฉันจะกลับแล้ว”
“คุณหมอไม่รอคุณเสือก่อนเหรอคะเดี๋ยวนุ่นไปตามให้”
“ไม่เป็ไร ปล่อยเขาทำธุระของเขาไปเถอะ”กฤติยาตอบเสียงเรียบ ก่อนหยิบกระเป๋าและสัมภาระมาถือไว้ แล้วเดินออกจากห้องไป
2 ขีด!!!
กฤติยาไม่อยากจะเชื่อสายตาหัวใจเต้นรัว เหมือนจะหลุดออกมานอกอกเพื่อความแน่ใจหญิงสาวหยิบที่ตรวจครรภ์อีกอันมาทดสอบ
“2 ขีด จริงๆ ด้วย”
กฤติยาลิงโลดเมื่อในที่สุดสิ่งที่เธอพยายามมาเกือบปีก็สำเร็จจนได้หลังจากกลับจากโรงพยาบาล ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เธอลองตรวจการตั้งครรภ์ดูเพราะปกติแล้วถึงเธอจะตัวเล็กแต่ไม่ได้อ่อนแอ ต่อให้เข้าเวรติดต่อกันก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะถึงกับเป็ลมหมดสติ
กฤติยามือสั่น เธออยากแบ่งปันความรู้สึกยินดีนี้กับเขาคนนั้นแต่เมื่อนึกถึงภาพเมื่อตอนเย็นแล้วใบหน้าสวยก็หม่นลง
“ดีเหมือนกันที่ท้องแล้วจะได้แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง”
กฤติยานึก คุณหมอสาวสูดหายใจลึกมือเล็กกำที่ตรวจครรภ์ไว้แน่น ก่อนสาวเท้าออกจากห้องนอน
เขายังอยู่ตรงนั้น ร่างสูงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาจอทีวีมืดสนิทเพราะคนตรงหน้าไม่ได้คิดจะสนใจมัน เขาเพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้นที่เดิม เหมือนก่อนที่เธอจะหนีเข้าห้องนอนไป เพราะไม่อยากฟังสิ่งที่เขาพยายามจะพูดจะอธิบาย จะว่าไปก็ดูงี่เง่าเหมือนนางเอกละครหลังข่าวอยู่เหมือนกัน
“ฉันท้องแล้ว”
กฤติยาพูดเสียงเรียบมือเล็กยื่นที่ตรวจครรภ์ไปตรงหน้าคนตัวโตที่นั่งซึมกะทืออยู่ในใจนึกหวั่นไหวว่าเขาจะมีปฏิกิริยากับเื่นี้ยังไง
“จริงเหรอครับ?”
จากหน้าซึมกะทือเปลี่ยนเป็ลิงโลดในชั่วพริบตา ตาคมเป็ประกายระยิบระยับร่างบอบบางถูกอีกฝ่ายดึงเขามากอดแน่นจนเธอแทบจมไปกับแผงอกกว้าง
“ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” กฤติยารู้สึกเหมือนเห็นหูทิพย์หางทิพย์ของหมาั์ตรงหน้ากระดิกริกๆ
“ดีใจที่สุดเลยครับ”
“แต่ยังไม่ได้ 5 ล้านหรอกนะคะเพราะจะจ่ายก็ต่อเมื่อเด็กสมบูรณ์ดี”
“คุณหมอ ผมไม่ได้สนใจเื่นั้น”
พยัคฆ์รู้สึกจุกแน่นในอก ใบหน้าที่ลิงโลดเปลี่ยนเป็หม่นหมองดวงตาคมมองสบตากลมโตที่มีเพียงความว่างเปล่าของอีกฝ่าย
“ขั้นแรกสำเร็จแล้วเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้คุณย้ายออกได้ หลังตรวจคัดกรองความผิดปกติ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรฉันจะโอนเงินให้ทันที”
“สำหรับคุณหมอผมคงเป็แค่ลูกจ้างเป็พ่อพันธุ์ผลิตน้ำเชื้อให้คุณเท่านั้นสินะครับ” พยัคฆ์พูดตัดพ้อเสียงแหบแห้ง
“ใช่ค่ะ ก็ตกลงกันชัดเจนั้แ่แรกแล้วนี่คะ”
กฤติยาพูดเสียงเรียบ ก่อนเดินเข้าห้องนอนทิ้งคนตัวโตให้ยืนนิ่งงัน
บางสิ่งบางอย่างเหมือนวิ่งจากกระเพาะมาจุกคาอยู่ที่คอหอยและกำลังจะล้นทะลักออกมาทางปาก พยัคฆ์รีบวิ่งเข้าห้องน้ำและปลดปล่อยออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหล