นางหันมายิ้มให้กับเขาแม้ภายนอกจะดูเป็เข้มแข็งแต่แท้จริงแล้วนางก็แอบรู้สึกน้อยใจแม่สามีอยู่มิใช่น้อยที่มักแสดงท่าทีไม่ถูกใจนางอยู่บ่อยครั้ง
“ท่านพี่วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยๆถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับห้องก่อนนะเ้าค่ะ”นางพูดพลางรีบลุกออกจากโต๊ะอาหารในทันที
คหบดีเหวินมองดูนางก็พอจะรับรู้ในสิ่งที่นางรู้สึกเขารีบลุกจากโต๊ะอาหารพร้อมกับรีบตามนางไปทันที
ครั้นเหวินเฟิงเหอกลับมาถึงห้องของนาง ด้วยความเหนื่อยล้าจากการดูแลร้านกลับยังต้องมาเหนื่อยใจกับแม่สามีนางค่อยๆเดินไปนั่งที่เตียงอย่างหมดแรง ใบหน้าเล็กๆดูเศร้าลงในทันที
คหบดีเหวินที่ตามเข้ามา เขามองดูเหวินเฟิงเหอที่นั่งอยู่บนเตียงท่าทางของนางดูเหนื่อยล้าอีกทั้งใบหน้ายังดูเศร้าหมองเขาค่อยๆเดินเข้าไปนั่งข้างๆนาง
“เ้าคงเหนื่อยมากสินะฮูหยินของข้า”
นางหันไปยิ้มให้กับเขาก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักที่แสนอบอุ่นนั่น
“ท่านพี่ข้าขอเพิ่มกำลังจากท่านซักครู่นะเ้าคะ”
มือใหญ่ค่อยๆบรรจงปัดเส้นผมออกจากใบหน้าที่งดงามของนาง
ใบหน้าเล็กค่อยๆหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า
เขามองดูใบหน้างดงามที่กำลังหลับใหลอยู่บนตักเขาด้วยความสงสาร
“เฟิงเหอข้าขอโทษที่ดูแลเ้าไม่ดีเท่าที่ควร แต่ข้าสัญญาว่าข้าจะดูแลและปกป้องเ้าให้ดีที่สุด”
มือใหญ่ค่อยๆประคองศีรษะของนางวางไว้บนหมอน
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเ้าอีก”เขาพูดขึ้นก่อนจะมองดูนางที่กำลังหลับใหลพร้อมกับรีบเดินออกจากห้องไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก.....เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เล่าฮูหยินที่กำลังนั่งดูเครื่องประดับอยู่กับหลี่หยางเหมยเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูทั้งคู่ต่างหันไปมองยังเสียงนั่นพร้อมๆกัน
“ใครกันมาเคาะห้องข้าในเวลาเช่นนี้หยางเหมยเ้าไปดูซิ”
“เ้าค่ะเล่าฮูหยิน”
นางรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูในทันที
“นายท่าน”นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มหวานออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู
“ข้าขอคุยกับท่านแม่หน่อยเ้าออกไปก่อนเถอะ”เขาพูดพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องของเล่าฮูหยินโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลนางแม้แต่น้อย
“อ้าว จ้วนสือ เ้ามีอะไรเช่นนั้นหรือจึงได้มาหาแม่ในเวลาเช่นนี้”เล่าฮูหยินถามขึ้นเมื่อเห็นคนที่เข้ามาในห้องคือบุตรชายเพียงคนเดียว
คหบดีเหวินหันไปมองหลี่หยางเหมยราวกับกำลังไล่นางให้ออกไป
เมื่อนางเห็นท่าทางนั่นของเขาก็เข้าใจได้ดีก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป เมื่อเขาเห็นว่านางออกจากห้องไปแล้วจึงหันไปหาเล่าฮูหยิน
“ว่าเช่นไรเ้ามีอะไรกับแม่เช่นนั้นหรือ”
เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้สักก่อนจะมองหน้าเล่าฮูหยิน
“ท่านแม่ข้ามีเื่จะถามท่าน”
“เ้ามีเื่อะไร”
“เหตุใดท่านแม่จึงมักแสดงท่าทีราวกับไม่พอใจในเฟิงเหอนางนัก”
“อ่อ นี่เ้ามาหาแม่ในเวลานี้เพื่อจะมาตำหนิแม่เื่เมียของเ้างั้นหรือ”นางพูดขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อได้ฟังที่บุตรชายถาม
“ท่านแม่ข้าไม่ได้ตำหนิท่านข้าเพียงอยากรู้ว่าเหตุใดท่านจึงจงเกลียดจงชังนางนัก ไม่ใช่ข้าไม่รู้ว่าท่านคิดเช่นไรกับนางแต่ข้าพยายามทำเป็ไม่สนใจเพราะข้าไม่อยากให้ท่านและเฟิงเหอต้องมีเื่หมางใจกัน”
“หึ แม่ไม่นึกเลยว่านังคุณหนูบ้านนอกนั่นจะทำให้เ้าหลงหัวปรักหัวปรำจนกล้าตำหนิแม่”
“ท่านแม่”
“ก็ได้หากเ้าอยากรู้ว่าเพราะเหตุใดแม่จึงไม่ชอบนางแม่ก็จะบอกให้ เป็เพราะนางไม่ใช่คนที่แม่เลือกเช่นไรเล่า อีกอย่างตระกูลของนางก็เป็เพียงคหบดีบ้านนอกไม่คู่ควรกับเ้าซักนิด”
“หึ เพียงเพราะนางเป็บุตรสาวของคหบดีแคว้นเล็กๆเช่นนั้นหรือที่ทำให้ท่านแม่ไม่ถูกใจนาง แปลกเสียจริง”
“แปลกเช่นไร”
“ท่านแม่ ท่านแม่ลืมไปแล้วเช่นนั้นหรือก่อนที่ท่านจะเป็ฮูหยินของคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองฮุ่ยหยางท่านก็เป็เพียงบุตรสาวของพ่อค้าขายผ้าร้านเล็กๆหาได้ร่ำรวยไม่แล้วเหตุใดตอนนี้จึงได้ดูแคลนเฟิงเหอนางนักเล่า”
“จ้วนสือ นี่เ้า”
“ท่านแม่ หากท่านไม่ถูกใจเฟิงเหอเพียงเพราะนางเป็คุณหนูบ้านนอกแล้วเหตุใดกับหลี่หยางเหมยท่านจึงได้ทั้งรักและเอ็นดูนางนักเล่าทั้งๆที่นางไม่มีอะไรเทียบเฟิงเหอได้ซักนิด”