.........ถ้าฉันร่วงลงไปทุกสิ่งทุกอย่างก็คงสลายหายไปเหมือนน้ำตาสินะ.....
ร่างของหญิงสาวค่อยๆ โน้มเลื่อนลงที่ราวระเบียง สองแขนทิ้งลงอย่างสิ้นแรง สายลมพัดหวีดหวิวราวกับจะกระชากร่างให้ร่วงหล่นลงไปไม่วินาทีใดก็วินาทีหนึ่ง
“อีกิ๊ฟ! อย่าะโลงไป !”
นิวเบิกตากว้างะโสุดเสียงเมื่อเห็นร่างบางกำลังจะร่วงจากราวระเบียงหลังห้อง
หมับ!
นิววิ่งเข้าไปคว้าร่างบางได้ทันก่อนที่เธอจะตกลงไปตาย
“อีกิ๊ฟแค่มึงตกงานแค่นี้ มึงก็จะคิดฆ่าตัวตายเหรอ กว่ามึงจะโตมาจนป่านนี้ เรียนจบตั้งปริญญาโทมึงคิดได้แค่นี้เหรออีกิ๊ฟ !”
นิวพ่นคำพูดออกมาแทบไม่หายใจหัวใจยังคงเต้นระทึกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ นี่ถ้าบีไม่โทรบอกให้เขามาเยี่ยมกิ๊ฟพรุ่งนี้เพื่อน ๆ คงได้ไปงานศพมันแทนแน่ ๆ
คนถูกดุปรือตาขึ้นมองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้างวยงงก่อนที่จะขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาว่า
“ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตายฉันแค่หน้ามืดจะเป็ลม”
กิ๊ฟบอกเพื่อนพร้อมกับเสียงท้องร้องดังประกอบคำพูด
......โครกคราก.....
“นี่แกอย่าบอกนะว่าแกหิวข้าวจนเป็ลมน่ะ”
คนถูกถามพยักหน้าแทนคำตอบนิวเหลือบตาขึ้นบนอย่างเซ็ง ๆ แล้วตะคอกใส่หน้าคนหิวว่า
“เมื่อครู่กูหัวใจจะวายตายแล้วอีกิ๊ฟ !”
.....................................................................
“สรุปคือ...มึงไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ก็เลยต้องกินมาม่าแทนข้าวมาเป็เดือนแล้ว”
นิวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวยัดข้าวผัดลงท้องจวนจะเกลี้ยงจานแล้ว
โชคดีที่เขาซื้อข้าวกล่องติดมือขึ้นมาด้วยเพราะตั้งใจว่าจะมากินข้าวเย็นเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวแต่เมื่อมาถึงหน้าประตูห้อง เขาเคาะประตูห้องตั้งนานแต่ไม่มีคนออกมาเปิดให้และรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างจึงหยิบเอาคีย์การ์ดสำรอง ที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มเท่านั้นที่รู้ว่าเ้าของห้องซ่อนไว้ใต้ป้ายเลขห้อง
ดังนั้นเขาจึงเปิดประตูห้องของเพื่อนสาวเข้ามาได้และช่วยเธอก่อนที่จะตกตึกลงไปตายกลายเป็ข่าวหน้าหนึ่ง
กิ๊ฟกลืนข้าวลงคอก่อนเอ่ยตอบกลับไปว่า
“เอ่อก็ฉันยังหางานไม่ได้ ฉันก็เลยต้องประทังชีวิตด้วยมาม่า แต่กินเยอะ ๆ เข้ามันก็เบื่อพอเบื่อก็ไม่กิน แล้วพอไม่กิน ฉันก็จะเป็ลมอย่างที่แกเห็นนั่นแหล่ะไม่ได้คิดสั้นเว้ย คนอย่างอีกิ๊ฟซ่า ท่าพระจันทร์ ไม่มีทางคิดฆ่าตัวตายโง่ ๆแบบนั้นหรอก”
-กิ๊ฟซ่าท่าพระจันทร์ – เป็ฉายาที่เพื่อน ๆ ในคณะ ฯสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งให้เธอในฐานะที่เป็ประธานรุ่น
“กิ๊ฟ...ถ้าแกหางานไม่ได้ แกจะทนอยู่กรุงเทพฯ ให้ลำบากไปทำไม ทำไมแกไม่กลับบ้านไปหาพ่อแม่”
นิวทอดเสียงอย่างนึกเป็กังวลแทนเพื่อน
“ไม่มีทางฉันตัดตัวเองออกจากกองมรดกแล้ว จะไม่มีทางกลับบ้านเหยียบที่นั่นอีก”
กิ๊ฟขึ้นเสียงสูงอย่างหนักแน่นเมื่อเอ่ยถึงที่บ้าน ก็พลันทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจขึ้นมาอีกเท่าตัวอาการอยากอาหารเมื่อครู่ก็หายไป เธอจึงเอื้อมมือไปยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแทน
“แกก็เป็แบบนี้ลดศักดิ์ศรี และทิฐิลงบ้างเถอะ”
นิวกรีดนิ้วจิ้มลงกลางหน้าผากเพื่อนสาวคิดเื่ของมันแล้วหัวจะปวดแทน มันคงเป็คนเดียวในประเทศไทย ที่ประกาศปาว ๆว่าตัดตัวเองออกจากกองมรดกของพ่อแม่ อีกทั้งยังเป็ลูกน้องที่หัวแข็งที่สุดในประวัติศาสตร์เพราะกล้าแม้กระทั่งข่มขู่หัวหน้าว่าจะลาออกถ้าไม่ให้ความเป็ธรรม !
“ฉันมีทิฐิตรงไหนก็แค่ไม่อยากกลับไปให้คนที่บ้านสมน้ำหน้า ที่เอาตัวเองไม่รอดจนต้องซมซานกลับบ้าน”
กิ๊ฟตอบเสียงอ่อย
“แล้วแกจะเอาไงต่อแกยังหางานทำไม่ได้เลยนะ”
“นั่นสิ รถฉันก็ถูกยึดไปแล้ว กระเป๋าก็ขายไปเป็ค่าผ่อนคอนโดแล้วหากไม่ได้งานภายในเดือนนี้ ตำนานอีกิ๊ฟซ่า ท่าพระจันทร์ต้องกลายเป็ประวัติศาสตร์แน่ ๆ มึง”
เธอคร่ำครวญออกมา
นิวถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเขาเองก็พอจะเข้าใจว่า สมัยนี้หางานยากจริง ๆ ใครมีงานประจำมีเงินเดือนก็ควรจะกอดไว้แน่น ๆ
“แก...จะมาทำงานที่บริษัทกับฉันไหมล่ะ”
คำชวนของนิวนั้นทำให้กิ๊ฟหยุดคร่ำครวญ แล้วหันมาตอบโดยไม่ต้องคิดว่า
“ทำ !”
“แต่ตำแหน่งที่ว่างอยู่...มีแค่ตำแหน่งเลขาฯ นะ”
“ว่าไงนะ!”
“บริษัทฉันว่างแค่ตำแหน่งนี้ตำแหน่งเดียวเท่านั้นแหละที่สำคัญคือ เขาไม่สนว่าแกจะจบวุฒิอะไรมา อายุเท่าไหร่รับหมดจ๊ะ”
“แต่ฉันจบปริญญาโทนะแกจะให้ฉันลดตัวไปคอยเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟกาแฟนี่นะ แกก็รู้ว่าฉันพูดคะ พูดขากับเ้านายไม่เป็ไม่ชอบเดินตามใครต้อย ๆ ด้วย”
กิ๊ฟขึ้นเสียงสูงเธอจบปริญญาตรีบัญชีและบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ (BBA) แล้วทำงานไปด้วยเรียนต่อไปด้วยจนปริญญาโท แล้วจะให้เธอไปนั่งหน้าห้องยิ้มหวาน ๆคอยประจบเ้านายไปวัน ๆ เนี่ยนะ !
“ฉันก็ช่วยแนะนำแกได้เท่านี้คิดดูแล้วกัน จะยอมลดศักดิ์ศรี หรือจะยอมอดตาย”
.........................................จบตอน..................................................