ลูกผู้าุโ
“ไม่เลว” กู้เฉินเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อเขาทำการรูดทรัพย์ของชายวัยกลางคนผู้ซึ่งเป็ศิษย์ในเหมือนกับเขาเสร็จสิ้น
สิ่งที่เขาได้รับคือหินลมปราณห้าร้อยกว่าก้อน กระบี่ระดับสองหนึ่งเล่ม แม้บนร่างของชายวัยกลางคนจะมีเพียงเท่านี้ แต่กู้เฉินก็พอใจเป็อย่างมาก
เมื่อรวมกับหินลมปราณที่เขาจะได้รับจากสองภารกิจ กับหินลมปราณที่เขามีอยู่ มันก็จะเป็พันเจ็ดร้อยกว่าก้อน ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขาไม่ขาดแคลนหินลมปราณในเวลาสั้นๆ ได้
กู้เฉินรีบเก็บทุกอย่างไว้ภายในแหวนช่องว่างมิติ จากนั้นก็รีบไปทำภารกิจต่อ โดยไม่สนใจศพของชายวัยกลางคนเลยแม้แต่น้อย
คาดว่าอีกไม่นานคงจะมีสัตว์อสูรมาคาบไปจัดการให้ จัดการในที่นี้ย่อมเป็กินอยู่แล้ว เขาเชื่อว่ากลิ่นเือันหอมหวานของมนุษย์ จะล่อให้สัตว์อสูรมาอยู่แล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงเวลากลางคืน ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ดวงจันทราลอยขึ้นมาแทน แสงจันทร์สาดส่องผ่านเมฆ ทำให้พื้นที่จำนวนหนึ่งสว่างไสว
“เขี้ยวพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กยี่สิบอัน สมุนไพรจันทราสิบต้น”
ภายในป่าร้อยอสูร กู้เฉินนับของพวกนี้เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าครบดี เขาก็เก็บมันใส่ถุงผ้าที่ห้อยอยู่ข้างเอว เตรียมที่จะกลับไปรายงานเื่การทำภารกิจเสร็จสิ้น เพื่อรับหินลมปราณจำนวนสี่ร้อยก้อน
เมื่อทำเื่เหล่านี้เสร็จ เขาแน่นอนว่าจะได้กลับไปพักผ่อน จากจุดนี้ เห็นได้ชัดว่ากู้เฉินใช้เวลาที่ผ่านมาจนถึงเวลากลางคืน ทำภารกิจจนเสร็จสิ้นแล้ว
กู้เฉินพลันออกก้าวเดินกลับไปยังทิศทางที่สำนักกระบี่ดาราตั้งอยู่
แน่นอนว่าเพื่อความปลอดภัยของเขา หลังจากที่จัดการพยัคฆ์เขี้ยวเหล็กตัวที่สิบ เขาก็ได้แลกเปลี่ยนร่างของมันกับระบบ เพื่อทำให้เขาฟื้นฟูอยู่ในสภาพปกติเรียบร้อยแล้ว
เหตุผลที่กู้เฉินเลือกที่จะทำเช่นนี้ ล้วนแล้วแต่เป็เพราะว่า หากเกิดเื่อย่างเมื่อคราวก่อนขึ้นอีก เขาจะได้ไม่มีปัญหาในการรับมือ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเื่แบบนั้นขึ้นอีก เขาเพียงทำเผื่อความปลอดภัยของตัวเองเท่านั้น
“เ้าน่ะ ถ้ายังไม่อยากตาย ส่งของทั้งหมดที่มีมาซะ!”
โดยไม่คาดฝัน ขณะที่กู้เฉินกำลังเดินเพื่อกลับไปยังสำนักกระบี่ดารา จะมีร่างสองร่างพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกับคำรามเสียงดัง
กู้เฉินหยุดชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเพิ่งจะคิดไปหยกๆ ว่ามันจะไม่เกิดเื่แบบนั้นขึ้น คิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นเสียแล้ว
เขามองไปที่ทั้งสองคน ล้วนมองเห็นว่าทั้งสองคนเองก็เป็ศิษย์ในของสำนักกระบี่ดาราเช่นเดียวกัน อายุอยู่ใน่สามสิบกว่าๆ ทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังมีพื้นฐานฝึกตนระดับเดียวกับเขา ซึ่งก็คือระดับก่อตั้งปราณขั้นต้น
กู้เฉินไม่ลังเลที่จะดึงกระบี่ออกจากฝัก พุ่งเข้ามาคนทั้งสองในทันที จากคำพูดของอีกฝ่าย ชัดเจนว่ามาเพื่อฆ่าเขาปล้นชิงสิ่งของที่เขามี
ดังนั้น สิ่งที่เขาจำเป็ที่จะต้องทำ มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งก็คือลงมือตอบโต้โดยการฆ่าคนพวกนี้ซะ!
“บัดซบ! กล้าต่อต้านรึ?” หนึ่งในสองคนสบถออกมา เขามีชื่อว่าเกาหยง ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็ลูกชายของผู้าุโคนหนึ่งของสำนักกระบี่ดารา
เขามักจะทำเื่พวกนี้อยู่เสมอ โดยศิษย์ในส่วนมาก ไม่กล้ามีปัญหากับเขา เนื่องจากกลัวว่าเขาจะไปฟ้องพ่อ จึงทำได้แต่ยอมส่งของทุกอย่างที่มีให้กับเขา
คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะพบเจอคนต่อต้าน หนำซ้ำยังมีระดับพื้นฐานฝึกตนเท่ากับตัวเองอีก ในความคิดของเขาอีกฝ่ายกำลังรนหาที่ตายอยู่เห็นๆ!
“พี่เกา มันกล้าต่อต้าน ฆ่ามันกัน!” อีกคนหนึ่งพูด เขามีชื่อว่าตันผาน เป็ลูกชายของผู้าุโคนหนึ่งของสำนักกระบี่ดาราเช่นเดียวกัน เขาจึงเป็แบบเดียวกันกับเกาหยงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ซึ่งไม่ว่าเขาจะทำเื่พวกนี้ ก็ไม่มีใครกล้าต่อต้านเขา คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าวันนี้จะมีคนต่อต้าน เมื่อเป็แบบนี้ เขาจะไม่รู้สึกโกรธได้ยังไง?
ฉัวะ!
แต่หลังจากพูดจบศีรษะของเขาก็กระเด็นหลุดออกจากบ่า ด้วยคมกระบี่ของกู้เฉิน!
เขาย่อมไม่มีความคิดที่จะยืนรอให้ตันผานกับเกาหยงพูดคุยกันให้จบก่อนอยู่แล้ว และในสถานการณ์แบบนี้ ยังกล้ายืนพูดคุยกันอีก เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตันผานเอาสมองส่วนไหนคิด
เคร้ง!
หลังตัดศีรษะของตันผาน กู้เฉินก็ตวัดกระบี่เข้าใส่เกาหยง หวังตัดศีรษะของอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน คาดไม่ถึง เกาหยงไหวตัวทัน ยกกระบี่ขึ้นต้านรับ
“ตันผาน!” ดวงตาของเกาหยงกลายเป็แดงก่ำ เมื่อได้เห็นจุดจบอันน่าอนาถของตันผาน
ภายในใจของเขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่ากู้เฉินจะกล้าฆ่าตันผาน ผู้ซึ่งเป็ลูกชายของผู้าุโสำนักกระบี่ดาราเหมือนกันกับเขา
“สารเลว! กล้าฆ่าตันผาน ข้าจะฆ่าเ้า!” เกาหยงคำรามออกมาอย่างโกรธจัด ตันผานนับเป็สหายที่ดีของเขามาเป็เวลานาน เมื่อถูกคนอื่นฆ่าต่อหน้าต่อตา เขาจะไม่โกรธได้หรือ?
“กระบี่ลม!” คลื่นลมสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นมาบนกระบี่ของเกาหยง เขาก้าวถอยออกมาหนึ่งก้าว ก่อนฟาดฟันกระบี่ออก
กู้เฉินะโหลบออกไปด้านข้าง ขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดว่ามันคงเป็วิชาระดับสอง แต่เขาย่อมไม่รู้สึกหวาดกลัวอยู่แล้ว
ดูจากการประกระบี่กันเมื่อครู่ เขาก็รับรู้อย่างชัดเจนว่าเกาหยงอ่อนแอกว่าตัวเอง ดังนั้น ถึงเขาจะไม่ใช่วิชากาลเวลาหรือทักษะเก้าดาราออกมา เขาก็สามารถเอาชนะได้
หลังจากที่หลบกระบี่ของเกาหยงได้ เขาก็สืบเท้าเข้าไป แทงกระบี่เข้าที่คอของเกาหยง
ฉึก!
ปลายกระบี่แทงทะลุคอของเกาหยงออกไปด้านหลังคอ เืพุ่งกระฉูดออกมา ดวงตาของเกาหยงเบิกกว้างจนแทบจะถลน เขาอ้าปาก เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้พูด ประกายแสงแห่งชีวิตภายในแววตาของเกาหยงก็มืดลงอย่างรวดเร็ว
กู้เฉินดึงกระบี่ออก ตวัดสองสามครั้ง เพื่อสลัดเื จากนั้นเก็บกระบี่เข้าฝัก มองศพของเกาหยงที่ล้มลงพื้นอย่างไม่รู้สึกอะไร
ย่อมเป็เช่นนี้ คิดมาฆ่าเขาเพื่อปล้นชิงสิ่งของ เขาย่อมไม่มีความสงสารใดๆ ให้อยู่แล้ว เรียกได้ว่ารนหาที่ตายเองทั้งนั้น
กู้เฉินไม่รู้เลยว่าเขาเพิ่งจะฆ่าลูกของผู้าุโสำนักกระบี่ดาราไปสองคน แต่ถึงเขารู้เกรงว่าเขาคงจะไม่สนใจ
เพราะเป็คนพวกนี้เริ่มก่อน มีเหตุผลอะไรที่จะให้เขาไว้ชีวิต คนที่้าชีวิตของเขา ไม่ว่าเป็ลูกของใคร เขาก็หาได้สนไม่
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนก็ตายไปแล้ว ใครจะไปบอกผู้าุโเ่าั้ว่าลูกชายถูกเขาฆ่าตาย?
ย่อมไม่มีอยู่แล้ว!
จบบทที่ 24