“คุณครูครับ! แบบนี้มัน…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ใบหน้าแดงซ่านขณะปิดประตู แต่ละคำออกมาจากลำคอของเขาอย่างยากลำบาก เด็กหนุ่มไม่สามารถพูดอะไรได้อีก ซงเจี่ยเหวินยิ้มหวานให้เขาและพูดว่า “จะทำอะไระ? คิดจะมาอาบน้ำกับครูงั้นเหรอ ใจกล้าเกินไปแล้วนะ!”
“เปล่านะครับ เวลาไม่พอ ไม่ไม่ไม่ คือว่าผม…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่รู้จะวางไม้วางมืออยู่ตรงไหน เด็กหนุ่มมีเหงื่อผุดทั่วฝ่ามือและหน้าผากเต็มไปหมด ซงเจี่ยเหวินเดินนวยนาดเข้ามาเชยคางของเขาขึ้นก่อนพูด “ครูเคยคิดว่าเธอเป็เด็กโง่ๆ ที่เกเรคนหนึ่ง ก็ไม่เท่าไหร่นี่ อย่างเธอน่ะเหรอจะม่อสาว ดูก็รู้ว่าเธอเป็ผู้ชายบริสุทธิ์ไม่เคยแตะต้องผู้หญิงเลยะ”
“อึกอึก…”
เซี่ยปู้เอ้อร์กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ถึงแม้หัวใจจะบอกว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่เืลมสูบฉีดจนควบคุมไม่ได้แล้ว ััจากมือของซงเจี่ยเหวินเป็เหมือนยากระตุ้นทำให้เขามึนงงไปหมด เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่้าอะไรอีกแล้วนอกจากหาความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าในขณะนี้
“ว้าย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์รวบรวมความกล้า ดันร่างของซงเจี่ยเหวินไปติดผนัง เด็กหนุ่มไม่รอช้าก้มหน้าลงประกบริมฝีปากเข้ากับปากของเธอ แต่ซงเจี่ยเหวินรีบผลักเขาออกโดยทันที เธอพูดอย่างแง่งอนว่า “จะรีบไปไหนจ๊ะ จูบแรงจนปากจะแตกอยู่แล้ว ครูไม่หนีไปไหนหรอก เธอต้องฟังสิ่งที่ครูจะพูดก่อน”
เป็อีกครั้งที่ซงเจี่ยเหวินลูบไล้มือรอบลำคอของเขา พูดพร้อมกับยิ้ม “ครูไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดานะ ถ้าเธอไม่ได้ช่วยชีวิตครูเอาไว้ ครูคงไม่ยอมให้เธอฉวยโอกาสแบบนี้ ต่อจากนี้เธอมีหน้าที่คอยดูแลปกป้องครู ถ้าเธอรับปาก ครูจะทำให้เธอได้กลายเป็ลูกผู้ชายเต็มตัว เข้าใจไหมจ๊ะ?“
“ผมสาบานเลยครับ! ผมจะปกป้องครูเอง…”
เซี่ยปู้เอ้อร์พยักหน้าอย่างแข็งขัน ซงเจี่ยเหวินเอนกายพิงกำแพงสายตาเย้ายวน เมื่อเธอพบว่าเด็กหนุ่มยังคงยืนส่งเสียงหายใจหอบถี่อยู่ที่เดิม คุณครูสาวก็หัวเราะและแกล้งดุว่า “เด็กโง่! มัวยืนรออะไรอยู่ ไม่อยากอาบน้ำกับครูแล้วเหรอ ฮิฮิ ครูจะสอนวิชากายวิภาคให้เธอเดี๋ยวนี้แหละ!”
เืลมของความเป็ชายสูบฉีดไปทั่วร่างกายเซี่ยปู้เอ้อร์ เขาพุ่งเข้าไปจูบซงเจี่ยเหวินอย่างไม่รอช้าอีกต่อไปแล้ว ซงเจี่ยเหวินกอดรัดเด็กหนุ่มด้วยความเร่าร้อนราวกับเป็คู่รัก เธอไม่ผละริมฝีปากออกจากเขาเลย อีกทั้งยังเป็ผู้นำเหมือนแม่นกที่กำลังสอนลูกนกให้หัดบิน
“ผัวะ!”
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คนทั้งสองลืมเลือนความรักอันแสนดื่มด่ำรีบะโแยกออกจากกัน เซี่ยปู้เอ้อร์มองไปที่ประตูและพบว่าเฉินจิงฮัวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเ็า ตอนนี้เซี่ยปู้เอ้อร์รู้สึกตื่นกลัวเหมือนสามีที่ถูกจับได้ว่านอกใจภรรยา แม้แต่สองขาก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว
“ครูเฉิน ฟังผมก่อน…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยลิปสติกอยากจะร้องไห้ เขารู้สึกอับอายเหมือนโจรที่ถูกตำรวจจับได้ แต่เฉินจิงฮัวชี้มือไปที่ซงเจี่ยเหวินและะโด้วยความโกรธ “ซงเจี่ยเหวิน เธอมันหน้าไม่อาย แม้แต่เด็กนักเรียนก็ยังจะอ่อยงั้นเหรอ!”
“ฉันน่ะเหรอหน้าไม่อาย เซี่ยปู้เอ้อร์นับเป็เด็กนักเรียนรึไง มีแต่เธอที่ควงแขนเขาได้หรือไง? ฉันไม่มีสิทธิ์จูบเขาว่างั้น…”
ซงเจี่ยเหวินเหยียดกายยืนตรงด้วยความมั่นใจ ก่อนที่จะยกมือปิดปากหัวเราะเยาะ “ไม่ต้องทำมาเป็พูดสั่งสอนฉันหรอกนะ เฉินจิงฮัวเธอมีดีมาจากไหน ใครๆก็รู้ว่าเธอเป็เมียน้อยคนอื่น จัดการเช็ดเื่สกปรกของตัวเองก่อนไหม แล้วค่อยมาสอนฉัน”
“เธอ...เธอพูดบ้าอะไร! ใครเป็เมียน้อยกัน…”
เฉินจิงฮัวโกรธจนพูดอะไรไม่ออก เธอสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ซงเจี่ยเหวินดึงตัวเซี่ยปู้เอ้อร์เขาไปจูบเย้ยหยันต่อหน้าต่อตา “ใครเป็เมียน้อยย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ถ้าไม่ใช่เมียน้อยเขาแล้วเมียเขาจะตามมาหาเธอทำไม? วันนี้เซี่ยปู้เอ้อร์จะต้องเป็ของฉัน เธอจะทำอะไรได้”
“เซี่ยปู้เอ้อร์! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้…”
เฉินจิงฮัวดึงมือเซี่ยปู้เอ้อร์ลากเขาออกมาจากห้องน้ำ หลังจากนั้นก็ดุเขาเสียงเข้ม “เซี่ยปู้เอ้อร์! ซงเจี่ยเหวินไม่ใช่แค่ครูของเธอเท่านั้นนะ แต่ยังเป็ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วด้วย เธอไม่มีศีลธรรมบ้างหรือไง ทำแบบนี้มันต่างจากสัตว์เดรัจฉานตรงไหนกัน? ”
“ครูเฉิน ผมสัญญาครับ ผมจะไม่ทำแบบนี้อีก…”
เซี่ยปู้เอ้อร์คอตกด้วยความละอายใจ ได้แต่ยืนเอามือกุมเป้าไม่กล้าเงยหน้าขึ้น เขาไม่อยากมองดวงตาของเฉินจิงฮัว เพราะดวงตาของเธอทำให้เด็กหนุ่มคิดถึงแม่ของตนเอง แม่ซึ่งเป็ผู้หญิงที่เขาทั้งรักและทั้งเกลียด
“เอาเถอะ มันไม่ใช่ความผิดของเธอ ถ้าซงเจี่ยเหวิน้าจะอ่อยเธอจริงๆ วัยรุ่นแบบเธอก็คงควบคุมตัวเองไม่อยู่...”
หลังจากนั้น เฉินจิงฮัวก็ถอนหายใจออกมายาวแรง โยนกางเกงวอร์มมาให้เขา “รีบใส่ซะ ในอนาคต เธอต้องอยู่ให้ห่างๆ จากซงเจี่ยเหวิน ผู้หญิงแบบนี้แหละชีวิตจะมีแต่ปัญหา ถ้ามีความละอายใจสักหน่อยคงทำเื่แบบนี้ไม่ได้ แค่คิดครูก็ยังอายแทนแล้ว”
“ครูช่างใจดีกับผมเหลือเกิน…”
เซี่ยปู้เอ้อร์จับมือของเฉินจิงฮัว แต่่ล่างของเขายังคงผงาดง้ำค้ำโลก เฉินจิงฮัวสะบัดมือของเขาออกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต พร้อมกันนั้นก็ถอยหลังไปแต่กลับสะดุดขาตนเองจนล้มลงไปบนเตียง และในตอนนั้นเอง คุณครูสาวก็ได้รู้แล้วว่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ได้เติบโตกลายเป็ผู้ชายจริงๆ แล้ว
“ปู้เอ้อร์! รีบมาดู…”
จังหวะนั้น ครูใหญ่สื่อวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง แล้วทุกคนก็ต้องหยุดชะงัก สิ่งที่เห็นคือเฉินจิงฮัวนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าแดงซ่าน เซี่ยปู้เอ้อร์คุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนขอบเตียง กางเกงไม่ได้ใส่เสียด้วยซ้ำ คุณครูผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยความอับอายว่า “นี่มันยังกลางวันอยู่เลยนะ! ทำไมถึงไม่ปิดล็อคประตู”
“ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะคะ เราไม่ได้…”
เฉินจิงฮัวรีบผลักเซี่ยปู้เอ้อร์ออกไป แต่ครูใหญ่สื่อโบกไม้โบกมือเหมือนไม่เห็นเป็เื่สำคัญ “เราเข้าใจนี่คือเื่ธรรมดาสำหรับชายหนุ่มหญิงสาว แต่เอาไว้กระชับความสัมพันธ์กันทีหลังเถอะนะ มีเด็กนักเรียนอีกหลายคนติดอยู่ข้างบน รีบขึ้นไปช่วยพวกเขากันก่อนเถอะ”
“ดีเลยครับ พาผมไปเร็ว…”
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบใส่กางเกงวอร์มแล้ววิ่งออกจากห้อง เฉินจิงฮัวติดตามเขาไปด้วยความรู้สึกเขินอายเต็มขั้น ครูใหญ่สื่อนำทางพวกเขาขึ้นไปที่ชั้นบนเข้าไปภายในห้องที่ว่างเปล่าห้องหนึ่ง ครูใหญ่ชี้ไปที่ผนังห้องและบอกว่า “มีคนติดอยู่ในห้องน้ำห้องข้างๆ นี่แหละ เราได้ยินเสียงตอนที่มาหาอาหาร”
“ห้องข้างๆ เหรอครับ งั้นก็ฆ่าซอมบี้แล้วช่วยพวกเขาออกมาก็ได้แล้วนี่”
เซี่ยปู้เอ้อร์แนบหูกับผนังห้องและลองเคาะดู ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือตอบกลับมา ดูเหมือนจะมีมากกว่าหนึ่งคนเสียด้วย แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร ครูใหญ่สื่อก็พูดด้วยความเจ็บใจว่า “ห้องข้างๆ เรามีพวกซอมบี้อยู่สิบกว่าตัว ที่นั่นเป็ห้องของคุณครูจ้าว เขาเป็คนที่สอนนักเรียนนอกเวลา”
“หึ ตอนนี้รู้แล้วสินะว่าการเรียนนอกเวลามันทำให้คนตาย ไม่มีอะไรทำก็เอาแต่สอนนอกเวลาอยู่ได้…”
เซี่ยปู้เอ้อร์กวาดตามองบรรดาคุณครู ก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากห้องมาที่ประตูห้องข้างๆ แต่เขาไม่กล้าเคาะประตูโดยตรง ได้แต่นอนหมอบอยู่บนพื้นและมองผ่านช่องว่างใต้ประตู สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือมีขาของซอมบี้อยู่สิบกว่าตัวจริงๆ และพวกมันกำลังยืนรวมตัวกันอยู่หน้าประตูห้องน้ำ
“อู๋หยู่หาน ฉันได้ยินเสียงของอู๋หยู่หาน…”
เฉินจิงฮัวอุทานออกมาเบาๆ และยกมือขึ้นปิดปาก ตอนนั้นครูใหญ่ได้ย่อกายลงมานั่งข้างๆ เซี่ยปู้เอ้อร์ พูดด้วยความร้อนใจว่า “นักเรียนเซี่ย รีบหาทางช่วยเขาเถอะ อู๋หยู่หานเป็หน้าตาของโรงเรียนเรา เขาจะได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงเป่ย ครูใหญ่จะทำยังไงถ้าเขาตายขึ้นมา”
“ไม่ไหว พวกมันมีเยอะเกินไป”
เซี่ยปู้เอ้อร์ลุกขึ้นยืนแล้วส่ายหน้า แววตาของคุณครูทุกคนแสดงความผิดหวังออกมาทันที เฉินจิงฮัวดึงเขามายืนด้านข้างก่อนพูดว่า “ปู้เอ้อร์ ครูรู้ว่าเธอต้องหาทางช่วยจนได้ ลองดูก่อนเถอะ ในห้องมีอยู่หลายชีวิตเลยนะ”
“ผมรู้ว่าการช่วยคนอื่นเป็เื่ดี แต่ก่อนจะช่วยคนอื่นได้ เราต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนนะครับ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ส่ายศีรษะอย่างแข็งขัน แต่ก็ไม่ได้พูดออกมาว่าหมดหนทางช่วยเหลือเสียทีเดียว เฉินจิงฮัวพยายามอ้อนวอนต่อไป “ปู้เอ้อร์ ครูขอร้องเธอละนะ พ่อแม่ของอู๋หยู่หานเป็ชาวนาชาวไร่ ไม่ง่ายเลยที่จะเลี้ยงดูให้เขาเติบโตได้ถึงขั้นนี้ ถ้าเขาตายไปสักคน พ่อแม่เขาจะอยู่ยังไง”
“พอได้แล้ว เฉินจิงฮัว”
ทันใดนั้น ซงเจี่ยเหวินเดินเข้ามาผลักเฉินจิงฮัวออกไป แล้วจึงพูดด้วยความไม่พอใจ “อู๋หยู่หานน่าสงสาร เราจะตายไปพร้อมกับเขาเลยไหมล่ะ อยากทำตัวเป็คนดีก็ช่วยดูสถานการณ์บ้าง ถ้าซอมบี้มันออกมาใครจะเป็คนฆ่าซอมบี้พวกนั้น เธอหรือครูใหญ่จะเข้าไปฆ่ามันไหมล่ะ?”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันจะตายตามเซี่ยปู้เอ้อร์ไป…”
เฉินจิงฮัวมองเซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยความอ้อนวอน เด็กหนุ่มยังคงไม่พูดอะไรออกมา ครูใหญ่สื่อถึงกับก้มลงคุกเข่าต่อหน้าเขา พูดเหมือนจะร้องไห้ว่า “ปู้เอ้อร์! ฉันรู้ดีว่าฉันไม่ใช่ครูใหญ่ที่ดีนัก แต่ครูใหญ่ใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อทำให้เด็กนักเรียนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้โปรดช่วยเหลือพวกเขาด้วยเถอะนะ!”
“ปู้เอ้อร์ ครูก็ขอร้องเธอด้วยคน…”
เฉินจิงฮัวนั่งลงคุกเข่าข้างครูใหญ่ คุณครูที่เหลืออยู่อีก 3 คนมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจคุกเข่าลงต่อหน้าเซี่ยปู้เอ้อร์ เด็กหนุ่มถึงกับพูดอะไรไม่ออกหนักกว่าเก่า ผิดกับซงเจี่ยเหวินที่พูดด้วยความฉุนเฉียวว่า “อย่าไปสนใจ คนพวกนี้ไม่มีศีลธรรม น่าอายสิ้นดี!”