ปัณรสที่ได้ฟังคำตอบจากธณายุเธอก็ได้แต่นิ่งเงียบไป ถึงแม้จะรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่เขาสืบเื่ของเธอ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ารับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น
“รีบไปจัดการลาออกจากที่นี่ซะ แต่หากว่าคุณลังเล ผมจะไปจัดการทุกอย่างให้คุณเอง”
“ฉันทำเองได้ คุณไม่ต้องมายุ่ง” ปัณรสที่ได้ยินคำพูดเผด็จการของธณายุ ก็หันไปบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ก่อนที่จะรีบเดินออกจากรถไปทันที
หลังจากที่ออกจากรถได้ เธอก็เดินเข้าไปยังห้องทำงานที่เคยทำเป็ประจำ เพื่อทำการเก็บของใช้ส่วนตัวและเขียนใบลาออก ตามคำสั่งของธณายุ
“คนิ้งเมื่อวานตอนเย็นแกหายไปไหนมา ทำไมโทรไปก็ไม่รับ เมื่อเช้าก็ไม่มาทำงาน” รัตติยาที่พยายามโทรหาปัณรสั้แ่เมื่อคืน แต่ไร้การตอบรับ ซึ่งเธอก็รู้สึกเป็ห่วงปัณรสอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าเธอจะโทรไปกี่สายก็ไร้การตอบกลับ ตอนเช้าโทรไปอีกก็ยังคงเป็เช่นเดิม แถมเช้ามาก็ไม่เห็นเพื่อนของตนเองมาทำงาน ยิ่งทำให้เธอใจคอไม่ดี โทรไปหาทยากรที่เป็พี่ชายของเพื่อน ก็ไม่ตอบรับเช่นเดียวกัน
“พอดีมีเื่ที่บ้านนิดหน่อยน่ะ”
"มีเื่อะไร อย่าบอกนะว่าไอ้พี่คณินเขาไปก่อเื่อะไรเอาไว้ให้แกไปตามเช็ดตามล้างอีก" รัตติยาถามกลับด้วยความโกรธเคือง หลังจากได้ยินคำตอบจากปัณรส
“ก็ไม่มีหรอก ก็เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ” ปัณรสตอบรัตติยาไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เผลอร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนของตัวเอง “พอดีฉันมีปัญหากับพี่คณินนิดหน่อย ก็เลยไม่ได้รับสายแก"
"แล้วนี่แกจะเก็บของไปไหน ไม่มาทำงานวันเดียวหัวหน้าจะย้ายจุดงานแกเลยหรือไง" รัตติยาเห็นปัณรสกำลังเก็บของใส่กล่องก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
"หัวหน้าไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่ที่ฉันมาวันนี้ก็ตั้งใจจะมาลาออกน่ะ”
"ลาออก" รัตติยาถามซ้ำด้วยความไม่แน่ใจ ว่าตัวเองได้ยินไม่ผิด “ทำไมจะต้องลาออกด้วย แกมีเื่อะไร ไอ้พี่คณินมันไปทำอะไรผิดมาอีก บอกฉันได้นะ เดี๋ยวฉันไปเคลียร์ให้ ไม่เห็นจะต้องลาออกเลย” รัตติยาพยายามพูดเกลี้ยกล่อม ไม่อยากจะให้เพื่อนของตนลาออก เพราะเธอรู้สึกเป็ห่วงปัณรสจริงๆ ยิ่งเห็นว่าพี่ชายของเพื่อนตนเป็คนไม่เอาไหน ยิ่งรู้สึกเป็ห่วงมากกว่าเดิม กลัวว่าพี่ชายของเพื่อนจะจนตอกจนต้องเอาน้องสาวไปขาย
“ไม่มีอะไรหรอกแกไม่ได้เื่ใหญ่อะไร ฉันแค่อยากจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ยังไงฉันฝากหนังสือลาออกไปให้ผู้จัดการด้วยนะ” ปัณรสที่เห็นรัตติยาคะยั้นคะยอจะเอาคำตอบให้ได้ จึงรีบบอกปัดไป ก่อนที่จะยื่นใบลาออกให้กับเพื่อนไปจัดการต่อให้ “แกไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่เป็ไร ถ้าฉันจัดการทุกอย่างได้เมื่อไหร่แล้วจะโทรมาหานะ”
“คนิ้ง...”
“เออหน่า ฉันแค่ลาออกไม่ได้ไปตายสักหน่อย” ปัณรสไม่ปล่อยให้รัตติยาได้พูดอะไรต่อ จึงรีบพูดตัดบทเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มเพื่อให้รัตติยาได้สบายใจและไม่ซักไซ้อะไรต่อ แม้จะเป็รอยยิ้มที่ฝืนมากก็ตาม
“ฉันไม่อยากให้แกลาออกเลยนะคนิ้ง แต่ถ้าหากแกตัดสินใจดีแล้ว ฉันเอาใจช่วยให้แกผ่านเื่นี้ไปได้เร็วๆ ก็แล้วกันนะ มีอะไรก็ส่งข่าวมาบอกกันบ้าง อย่างเงียบหายไปเป็อันขาด”
“ฉันสัญญาว่าจะไม่เงียบหายไป” เธอบอกกับรัตติยา ก่อนที่จะเก็บของต่างๆ ใส่กล่องให้เรียบร้อย แล้วออกมาจากบริษัทฯ ทันทีโดยที่ไม่ได้พูดคุยกับใครอีก เพราะหากเธอไปร่ำลาเพื่อนที่ร่วมงานที่ตนเองสนิท ก็อาจจะทำให้เธออดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้ เพราะแต่ละคนที่ทำงานที่นี่พวกเขาต่างก็ดีกับเธอทุกอย่าง การที่ลาออกกะทันหันจึงทำให้เธอรู้สึกใจหายอยู่บ้าง
“ทำไมไปนานจัง กะอีแค่ไปเขียนใบลาออก” ธณายุที่นั่งรอปัณรสอยู่ในรถ เห็นหญิงสาวหายไปนานก็รู้สึกร้อนใจ พอเห็นเธอเดินเข้ารถมาก็เอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ
“ฉันมีเื่จำเป็ที่ฉันจะต้องจัดการ หากว่าคุณรอไม่ได้ก็น่าจะกลับไปก่อน”
“มีเื่อะไรที่จำเป็กะอีแค่เขียนใบลาออกเท่านั้น"
"ฉันมีงานที่ฉันต้องรับผิดชอบ อยู่ๆ ฉันก็ลาออกกะทันหันแบบนี้ ฉันก็ต้องส่งต่องานให้คนอื่นก่อนไม่ใช่เหรอ"
"ส่งงานต่อ หรือว่าไปร่ำลาผู้ชายคนอื่นกันแน่"
"ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ว่าฉันจะไปร่ำลาใคร ในเมื่อฉันรับปากว่าจะมีลูกให้กับคุณตามที่ได้ทำข้อตกลงกันไว้ ฉันก็จะรักษาสัญญาที่จะไม่มีอะไรกับใครจนกว่าจะคลอดลูกของคุณออกมา
"แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าลับหลังผมแล้วคุณจะไม่หักหลังผม”
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้มั่วขนาดที่จะไปมีอะไรกับใครต่อใครไม่เลือกสถานที่แบบนี้”
“มันก็ไม่แน่ คนที่มันเข้าตาจน มันก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ”
“ถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆ ฉันจะไม่เอาใครมาทำลูกให้หรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ฉันจะทำก็คือการฆ่าคุณให้ตายซะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาอุ้มท้องให้ยาก”
“งั้นก็ดี ผมจะรอวันที่คุณฆ่าผมก็แล้วกัน” ธณายุบอกปัณรสอย่างท้าทาย ก่อนที่จะทะยานรถออกไปด้วยความเร็ว โดยที่ไม่สนใจหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ อีก
หลังจากที่ธณายุขับรถออกจากบริษัทฯ ของปัณรสได้ไม่นานก็มาถึงบ้านศิริกิจวัชรา ซึ่งภายในบ้านของชายหนุ่มนั้นก็จัดว่าเป็อาณาจักรที่ใหญ่โตไม่ใช่น้อย นอกจากจะมีบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านต่อสายตาของผู้ผ่านไปผ่านมาแล้ว ยังมีบ้านหลังเล็กหลังใหญ่อีกหลายหลังที่สร้างอยู่ในอาณาเขตของบ้านด้วย
เมื่อธณายุที่ขับรถเข้าไปในอาณาเขตของบ้านศิริกิจวัชราแล้ว ก็ไม่ได้เข้าไปยังบ้านหลังใหญ่แต่อย่างใด กับตรงไปยังด้านหลังของบ้านหลังใหญ่แทน ซึ่งมีบ้านอีกหลังที่สร้างแยกออกมา ซึ่งบรรยากาศรอบบ้านที่เขาพาเธอมานั้นดูเงียบสงบและร่มรื่นต่างจากบ้านหลังใหญ่มาก
“ต่อจากนี้ไปคุณจะต้องอยู่บ้านหลังนี้ จนกว่าคุณจะสามารถมีลูกให้กับผมได้”
ปัณรสมองไปรอบๆ บ้านหรูสองชั้นด้วยความแปลกใจ ถึงแม้ว่าบ้านหลังที่ชายหนุ่มพาเธอมานั้นจะไม่ใหญ่เท่ากับทุกๆ บ้านที่อยู่ในอาณาจักรศิริกิจวัชรา แต่ก็ดูหรูหราโอ่อ่าไม่ต่างกัน ปัณรสมองสำรวจไปรอบๆ บ้านด้วยความแปลกใจ ว่าทำไมชายหนุ่มถึงพาเธอมาพักที่นี่ หรือที่เขาพาเธอมาอยู่บ้านนี้เป็เพราะเขามีภรรยาใหญ่อยู่แล้ว แต่ว่าพวกเขาทั้งสองไม่มีทายาทด้วยกันจึง้าจะให้คนอื่นมาท้องลูกแทนให้
“มีอะไรอยากจะถามไหม” ธณายุเห็นว่าปัณรสมองสำรวจบ้าน พร้อมกับหันมองหน้าตนเหมือนว่ามีอะไรอยากจะพูด แต่ก็ไม่พูดออกมาเขาจึงเปิดโอกาสให้เธอได้ถาม เพื่อที่เธอกับเขาจะได้เข้าใจตรงกัน แต่เมื่อเขาเอ่ยถามหญิงสาวกับนิ่งเงียบไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
“.......” ปัณรสที่เห็นว่าธณายุเปิดโอกาสให้ตนเองได้ถาม แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกมา เพราะเธอไม่ได้สนใจว่าเขาจะมีเมียหรือไม่ การที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อเป็เครื่องมือผลิตลูกให้กับเขาเท่านั้น ส่วนเื่ที่เขาจะมีใครหรือไม่มีใคร ไม่มีผลอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย
“ไม่สงสัยก็ดีแล้ว” ธณายุบอกอย่างไม่ใส่ใจมากนัก “อ้อ! อยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องออกไปเดินเพ่นพ่านที่ไหน หากว่า้าอะไรก็บอกคนของผม หรือถ้าหากอยากไปไหน ซื้ออะไรที่นอกเหนือจากที่คนของผมซื้อให้ ก็บอกแล้วกันผมจะเป็คนพาคุณไปเอง”
ปัณรสที่ได้ยินธณายุได้บอกเอาไว้ ก็ได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ไม่ได้โต้ตอบใดๆ ออกมา เพราะสิ่งที่เขาได้บอกนั้นเธอได้เตรียมใจมาแล้ว ว่าชีวิตหลังจากนี้คงไม่ต่างอะไรกับการติดคุก แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจเลือกที่จะทำมันแล้ว เธอก็ไม่ควรเรียกร้องอะไร ทำได้เพียงแค่ก้มหน้ารับกรรมที่พี่ชายเธอได้ก่อเอาไว้ก็พอ
เมื่อธณายุได้บอกข้อห้าม รวมถึงสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำเมื่ออยู่บ้านของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอเดินเข้าไปในบ้าน แต่พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นหญิงวัยกลางคนร่างท้วมเดินเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ป้าอรเตรียมห้องให้ผมแล้วใช่ไหมครับ” ธณายุถามหญิงวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงสุภาพ
น้ำเสียงที่ธณายุพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนนั้น ก็ทำให้ปัณรสถึงกับต้องหันไปมอง เพราะเป็คำพูดที่สุภาพต่างจากพูดกับเธอซะเหลือเกิน ตอนพูดกับเธอนั้นเขาแทบจะกินเืกินเนื้อเธอเสียให้ได้
“เตรียมเอาไว้แล้วค่ะ ให้ป้าเอากระเป๋าของคุณผู้หญิงไปเก็บข้างบนเลยไหมคะ”
“เอาไปเก็บเลยก็ได้ครับ” ธณายุบอกกับหญิงวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวน “อ้อป้าอร ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปคุณคนิ้งจะมาเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้ ยังไงผมก็ฝากให้ป้าอรและทุกคนดูแลเธอด้วย”
ธณายุแนะนำปัณรสให้กับแม่บ้านที่ดูแลบ้านได้รู้จักอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ก่อนที่จะหันไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง
“นี่ป้าอรเป็แม่บ้านใหญ่ประจำบ้านหลังนี้ ซึ่งถ้าคุณ้าอะไรก็บอกป้าอรได้เลย"
คำพูดคำจาที่เขาได้แนะนำให้กับแม่บ้านได้ฟังนั้น ถึงแม้จะเป็คำที่ไม่ได้มีอะไร แต่คนฟังกับรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดที่เขาได้พูดออกมา
เมื่อธณายุได้แนะนำบังอร แม่บ้านประจำบ้านของเขาให้ปัณรสได้รู้จักแล้ว เขาก็พาเธอเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ตรงไปยังห้องที่เขาได้จัดเตรียมเอาไว้
“นี่เป็ห้องนอนของคุณ” ธณายุแนะนำห้องที่เขาได้จัดเตรียมไว้ให้ปัณรสได้รู้ ซึ่งเขาอยากจะให้หญิงสาวมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง “ส่วนห้องของผมอยู่ข้างๆ แต่สองห้องนี้เป็ห้องแฝดที่มีประตูเชื่อมหากันได้จากภายใน ดังนั้นคุณกลัวนะว่าผมจะมาหาคุณไม่ได้หากว่าคุณล็อกห้องหนี”
“ฉันไม่ได้อยากรู้” ปัณรสที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากธณายุ เธอก็อดที่จะโต้ตอบไม่ได้
“วันนี่ก็พักผ่อนซะ เหนื่อยมาทั้งวันละ วันพรุ่งนี้ผมจะพาไปตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีลูกกัน” ธณายุที่ได้ยินคำตอบจากหญิงสาวก็รู้สึกหมั่นไส้ อยากจะจับเธอมาตีก้นซะให้เข็ด แต่เขาเห็นว่าวันนี้เธอได้เจอเื่ราวมามากมายพอสมควรแล้ว เลยไม่อยากจะต่อปากต่อคำมาก
“ทำไมจะต้องตรวจ หรือเป็เพราะว่าคุณไร้ประสิทธิภาพ เลยไม่สามารถที่จะมีลูกกับภรรยาของตัวเองได้”
“สำหรับผมไม่มีคำว่าไร้น้ำยา หากว่าผม้า แต่ในเมื่อคุณจะมาตั้งท้องลูกของผม ผมก็ต้องมั่นใจว่าลูกที่เกิดมาจะต้องสมบูรณ์แข็งแรง การเตรียมพร้อมั้แ่ยังไม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ใช่เื่แปลกนิ แล้วอีกอย่างผมก็ลงทุนไปตั้งสิบล้าน หากว่าคุณไม่สามารถมีลูกให้ผมได้ การลงทุนผมก็ต้องเสียเปล่า ดังนั้นการไปตรวจสุขภาพก่อนก็จะได้รู้ไงว่าผมควรที่จะลงทุนต่อ หรือว่าถอนทุนคืนกันแน่”
“อยากจะทำอะไรก็เชิญเลยค่ะ”
“ก็ดี พูดง่ายๆ แบบนี้ค่อยอยู่กันได้ง่ายหน่อย” ธณายุพูดกับปัณรสเสร็จเขาก็เดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่ได้สนใจอะไรเธออีก เพราะเขาอยากจะให้เธอได้พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้พร้อมกับการตรวจสุขภาพในวันพรุ่งนี้
เมื่อเขาออกมาจากห้องของปัณรส เขาก็เดินไปบอกให้บังอรเตรียมอาหารให้กับหญิงสาว ก่อนที่เขาจะกลับไปทำงานต่อ เพราะเขายิ่งอยู่ใกล้เธอก็ยิ่งรู้สึก้าเธอมากขึ้น หากอยู่ต่อเกรงว่าจะลากเธอลงสนามรักหลายต่อหลายครั้ง จนเธอไม่มีโอกาสได้พักเป็แน่
ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงมีความ้ามากขนาดนี้ จะบอกว่าเป็ผลข้างเคียงของยาที่ชยพลให้เขากินเมื่อคืนนี้ ก็ไม่น่าจะเกี่ยว เพราะยาที่เพื่อนเขาเอาให้กินนั้นจะมีผลกับอารมณ์ในระยะสั้นๆ เท่านั้น เมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นและปลดปล่อย ความ้านั้นก็จะหมดไป แต่นี่ก็ข้ามวันมาแล้ว เขาคิดว่าฤทธิ์ยาน่าจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่พอเขาได้อยู่ใกล้เธอ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอ กับทำให้เขาอยากจะกระชากร่างของเธอมาขย้ำหลายต่อหลายครั้ง
“เป็อะไรวะ เห็นมึงนั่งเหม่อๆ ั้แ่มาแล้ว หรือว่าคิดถึงเมียป้ายแดงของมึงวะ” ชยพลที่เห็นว่าธณายุดูเหม่อๆ ไม่ได้สนใจงานที่อยู่บนโต๊ะเลยแม้แต่นิด ก็อดไม่ได้ที่จะแซวออกมา “ว่าไปแล้วน้องไอ้คณินนี่ก็สวยดีเหมือนกันนะ ตอนแรกที่กูได้ยินพวกลูกน้องมันพูดกันว่าน้องไอ้คณินสวยมาก กูก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ แต่พอได้เห็นหน้าตาชัดๆ นี่แทบหลงเลย รู้อย่างงี้เอาไว้เองดีกว่า”
“มึงเปลี่ยนใจตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว เพราะกูไม่ชอบให้ใครมาซ้ำรอยกู”
“คงจะมิกล้าละครับ ยกให้คุณเพื่อนไปก่อนดีกว่า เพราะว่าผมยังไม่พร้อมจะมีห่วงในตอนนี้ ถ้าชั่วครั้งชั่วคราวผมไม่ติด แต่ถ้าได้คุณคนิ้งผมคงต้องเก็บซ่อนเอาไว้เป็อย่างดี ไม่คืนคุณเพื่อนอย่างแน่นอน” ชยพลบอกกับเพื่อนออกไปอย่างขำๆ ก่อนที่เขาจะหันไปยังเคาร์เตอร์ เพื่อชงเหล้าที่พ่องไปจากแก้ว “สนใจรับสักแก้วไหมครับ”
“เดี๋ยวกูจัดการเอง”
“กลัวผมวางยาคุณอีกเหรอครับคุณวายุ” ชยพลหันไปถามธณายุอย่างกวนๆ “แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่กูช่วยให้อะไรมันง่ายขึ้น ถ้ากูไม่ใส่ยาให้ผู้หญิงคนนั้นกิน มึงคิดเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นจะยอมนอนกับมึงง่ายๆ และยิ่งถ้ากูไม่ใส่ยาให้มึงกินด้วย เมื่อวานมึงก็อาจจะไม่ทำอะไรเธอก็ได้ กูรู้นิสัยมึงดี”
“กูต้องขอบใจมึงใช่ไหม”
“ก็ใช่อะดิ” ชยพลตอบไปอย่างมั่นใจ โดยที่ไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำเลยแม้แต่น้อย กับรู้สึกภูมิใจกับผลงานของตัวเองด้วยซ้ำ
“ขอบใจ” ธณายุเอ่ยขอบใจชยพลไปอย่างไม่พอใจมากนัก “แต่ทีหลังถ้ากูไม่สั่งมึงไม่ต้องเสื....ก”
“สาบานครับคุณวายุ ว่าเพื่อนคนนี้จะไม่ทำอีก” ชยพลรับปากธณายุไปอย่างขำๆ “ว่าแต่เมื่อคืนน้องไอ้คณินเธอเด็ดมากหรือเปล่าวะ”
“ไม่ต้องเสื....ก”
“เฮ้ย! เราเป็เพื่อนกันนะโว้ย มีอะไรก็แชร์ๆ กันมั้งดิ อยากรู้ว่าผู้หญิงที่หน้าหวานๆ ดูท่าทางเรียบร้อยแบบนี้ เื่บนเตียงจะเด็ดขนาดไหน”
“อยากรู้ก็ไปหาลองเองก็แล้วกัน”
“ขี้เหนียวชะมัด เื่แค่นี้ก็ไม่ยอมเล่าให้ฟัง”
“.........”
“หรือว่ามึงติดใจคุณคนิ้งเข้าแล้ววะ” ชยพลที่เห็นว่าเพื่อนเขาได้แต่นั่งน่าขรึมอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก็อดที่จะแซวออกไปไม่ได้ ภาพเมื่อเช้าที่เห็นเพื่อนเขายิ้มให้กับผู้หญิงคนนั้น ก็ทำให้เขาอดที่จะคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาสนใจผู้หญิงคนนั้นแล้วหรือเปล่า
“ก็มึงอยากจะให้ผู้หญิงคนนั้นมาอุ้มบุญให้กับลูกกูเองไม่ใช่เหรอ”
“เื่นั้นมันก็ใช่ แต่ก็แค่อุ้มบุญไม่เห็นจะต้องพาไปอยู่ที่บ้านเลย ก็แค่รอให้เธอท้องแล้วก็คลอดลูกมึงออกมาก็แค่นั้นแต่นี่เอาเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย มันก็น่าสงสัยอยู่นะ”
“แล้วถ้าปล่อยให้เธอไปอยู่ที่อื่นแล้วกูจะมั่นใจได้ยังไงว่าเด็กที่เกิดมาเป็ลูกของกู”
“มึงก็ไม่ต้องรอให้เธอท้องเองไง เดี๋ยวนี้วิทยาการทางการแพทย์ทันสมัยจะตาย มึงก็ให้หมอฉีดน้ำเชื้อของมึงไปในตัวเธอเลยก็ได้ ฉีดครั้งเดียวก็ติดแหละ ดีไม่ดีมึงอาจจะได้ลูกแฝดก็ได้”
“กูชอบทำเองแบบสดๆ”
“มึงเริ่มสนใจผู้หญิงคนนี้แล้วก็บอก”
“ไปทำงานของมึงได้แล้ว ที่ผับมีงานน้อยไปใช่ไหม หรือว่ากูจะถอนหุ้นจากมึงดี มึงจะได้ไม่มีเวลามายุ่งเื่ของคนอื่น”
“เออ! กูไม่ยุ่งแล้วก็ได้ แต่ยังไงก็เบาๆ กับเธอหน่อยนะ อย่ามัวแต่ผลิตลูกบ่อยนักล่ะ เดี๋ยวไม่มีแรงทำงาน” ชยพลแซวธณายุไปแบบขำๆ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี
“ผู้หญิงที่มากับคุณวายุเป็ใครเหรอป้า” สาวใช้ที่อยู่ในบ้านเดินเข้ามาถามบังอรด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าเ้านายหนุ่มพาผู้หญิงเข้ามาอยู่ที่บ้าน เรียกได้ว่าเป็เื่ที่แปลกสำหรับทุกคน เพราะเ้านายหนุ่มนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเข้าถึงยากที่สุดในบรรดาพี่น้อง อุปนิสัยเป็คนเข้มขรึม ไม่สนใครและดูเ็าไม่สนโลก ทำให้เหล่าแม่บ้านหรือพนักงานที่มาทำงานด้วยต่างก็ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ ยิ่งเป็เื่ผู้หญิงสาวๆ ที่้าจะเข้ามายั่วยวนชายหนุ่มแล้วบอกเลยว่าต้องเผ่นแนบกันไปทุกราย แต่วันนี้ทุกคนต่างเห็นเ้านายหนุ่มพาผู้หญิงเข้าบ้าน หลายคนจึงให้ความสนใจ
“คุณผู้หญิงของบ้าน” บังอรบอกกับเด็กสาวออกไปตามคำที่เ้านายบอกเอาไว้
“อะไรนะป้า คุณผู้หญิงเหรอ” สาวใช้ถามด้วยความใ “หมายถึงเมียคุณวายุน่ะเหรอป้า”
“แล้วแกจะะโทำไม ประกาศให้รู้กันทั่วบ้านใหญ่เลยดีปะละ แกกับฉันจะได้ชะตาหัวขาดไปพร้อมกัน”
“ก็คนมันในี่ป้า คุณวายุนี่น่าจะ 34 35 แล้วมั้ง แต่ไม่เคยเห็นแกพาผู้หญิงที่ไหนมาที่บ้านนี้สักคน แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงมีแฟนปุ๊บปั๊บแบบนี้”
“เขามีหรือไม่มีแฟนแกรู้กับเขาหรือไง เื่ของเ้านายอย่าไปยุ่งมากเลย หากอยากทำงานที่นี่ยาวๆ ก็หัดสงบปากสงบคำซะบ้าง”
“ไม่ยุ่งก็ได้” สาวใช้บ่นอิดออด ก่อนจะหันไปหาบังอรอีกครั้ง “ว่าแต่ผู้หญิงของคุณวายุสวยไหมป้า”
“หน้าตาจิ้มลิ้มเลยแหละ สมแล้วแหละที่คุณวายุเลือกมาเป็เมีย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอป้า อยากจะเห็นแล้วซิ”
“ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะไม่ได้เห็น เพราะเธอเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ยังไงแกก็ต้องได้เห็น” บังอรบอกกับสาวใช้ไปอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก “แยกย้ายกันไปทำงานได้แหละ เดี๋ยวคุณวายุมาเห็นว่าพวกแกเกาะกลุ่มนินทาเขา มีหวังได้ตกงานเป็แน่”
"พวกสาวใช้ที่มารวมกลุ่มกันถามบังอรเื่นายหญิงของเ้านายหนุ่ม ก็รีบแยกย้ายกันไปทำงานทันทีที่ได้ยินคำที่บังอรบอก เพราะพวกเธอรู้ฤทธิ์เ้านายหนุ่มดี ถึงแม้จะไม่ได้ร้ายแบบโจ่งแจ้งเหมือนกับเ้านายใหญ่ของบ้านศิริกิจวัชราอย่างเดชาวัต แต่เ้านายคนเล็กของบ้านใหญ่กับร้ายเงียบกว่ามาก จนใครๆ ต่างก็เกรงกลัว