ตอนที่ 54 ผู้นำตระกูลใหญ่มาเยือน
ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติไป เฉินอันหลานเห็นชายอ้วนผอมสองคนนั้นถูกลูกน้องของเหอเหวยปังป้อนกระสุนให้ไปคนละนัด ร่างไร้วิญญาณของคนทั้งคู่ถูกจับยัดเข้าไปในถุงดำขนาดใหญ่สองถุง จากนั้นก็ถูกลากออกไปนอกห้องวินาทีที่เฉินอันหลานได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง ดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นเบิกโพลงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาลืมตาตื่นขึ้นมาและค้นพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่หลังหนึ่ง แขนขาทั้งสี่ถูกพันธนาการไว้ด้วยกุญแจมือ ร่างกายของเขาถูกขึงพืดอยู่บนเตียง นอนหงายมองเพดานกว้างภายในห้อง“ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างกะทันหันจากมุมหนึ่งของห้อง เฉินอันหลานหันหน้าไปตามทิศทางของเสียงนั้นจนกระทั่งสายตาได้ปะทะเข้ากับร่างของเหอเหวยปังที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง คนคนนั้นกำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเฉินอันหลานจ้องมองเหอเหวยปังกลับด้วยสายตาเย็นชาครู่หนึ่ง จากนั้นไม่นานเขาก็ดึงสายตากลับมาและหันมาให้ความสนใจกับการพยายามที่จะสะบัดข้อมือให้เป็นอิสระจากกุญแจมือที่ล็อกแขนเขาไว้กับหัวเตียง โชคร้ายที่ไม่ว่าเฉินอันหลานจะพยายามออกแรงดึงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดจากพันธนาการนี้ได้ มิหนำซ้ำข้อมือทั้งสองข้างของเขายังได้รับบาดเจ็บจนปรากฏเป็นรอยแดงเถือกขึ้นมาอีกด้วย “จะดิ้นทำไมล่ะ อยู่เงียบ ๆ ไม่ดีกว่าหรือไง?...” เหอเหวยปังลุกขึ้นมาสำรวจที่ข้อมือของเฉินอันหลาน หลังจากแน่ใจแล้วว่าข้อมือนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก เขาก็ค้ำกายลงกับเตียงก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้คนที่นอนอยู่ มือทั้งสองข้างยันไว้กับขอบเตียง จ้องมองใบหน้างามนั้นในระยะประชิด“...จะได้ไม่เจ็บตัวด้วย” “เถ้าแก่ไม่ได้อยากขึ้นเตียงกับผมหรอกเหรอ?”“ใช่ ฉันอยาก”“งั้นจะล็อกแขนผมไว้ทำไมล่ะ?”เหอเหวยปังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินถ้อยคำแบบนั้นจากเฉินอันหลาน เขาหยุดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพียงไม่นานรอยยิ้มร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหอเหวยปังทิ้งตัวลงไปใกล้เฉินอันหลานมากยิ่งขึ้น ขยับชิดริมฝีปากอิ่มและกระซิบเสียงแผ่ว“ฉันอยากมีอะไรกับนาย แต่เพราะไม่อยากจะสนุกอยู่คนเดียวก็เลยรอจนนายตื่น แล้วเราค่อยมาสนุกไปด้วยกันทีละนิดไม่ดีกว่าเหรอ? ส่วนเหตุผลที่ฉันต้องล็อกแขนขานายไว้กับเตียงก็เพราะ...” เหอเหวยปังยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของเฉินอันหลานอย่างแผ่วเบาพลางเอ่ยต่อ“ตอนนั้น ที่นายเป็นแขนขาให้กับพี่ใหญ่ และเขาก็ค่อนข้างพอใจและให้ความสำคัญกับนายขนาดนั้น..แสดงว่ามือนายแทบไม่เปรอะเลือดสักหยดเลยใช่ไหมล่ะ?”เฉินอันหลานยกยิ้มเย็น“เถ้าแก่กลัวหรือไง?”เหอเหวยปังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มือที่กำลังลูบไล้ตามไปกรอบหน้าของเฉินอันหลานเปลี่ยนมาบีบปลายคางของอีกฝ่ายไว้แน่น ออกแรงบังคับให้อีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตากันก่อนจะเอ่ย“นายพูดถูก นายเป็นอัลฟ่าฉันเป็นแค่เบต้า ต่อให้เก่งกาจขนาดไหนร่างกายก็ยังมีข้อจำกัด จะให้เอาไปเทียบกับพวกอัลฟ่าได้ยังไงล่ะ จริงไหม?”“เพราะงั้นในตอนนี้ที่ยังมีโอกาส เถ้าแก่ก็ควรรีบปล่อยผมไปซะ”“โกรธเหรอ?”“อย่าให้ผมต้องพูดอีกเป็นครั้งที่สอง”เหอเหวยปังยิ้ม บีบปลายคางเฉินอันหลานให้แน่นขึ้น กดจูบลงที่ปลายจมูกของอีกฝ่ายก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนริมฝีปากลงมาเรื่อย ๆ เฉินอันหลานพยายามขัดขืนและเบี่ยงหน้าหลบ ใบหน้าของเหอเหวยปังชะงักค้างอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มที่เคยมีพลันมลายหายไปสิ้น ความเย็นเยียบค่อย ๆ สะท้อนออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้นบรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ยังคงดำเนินต่อไปใบหน้าของเหอเหวยปังมืดครึ้มลงในทันตา เขาออกแรงบีบปลายคางของเฉินอันหลานให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง หรี่ตาแคบลงและก้มไปกระซิบชิดใบหูของอีกฝ่าย“เป็นอัลฟ่าแล้วยังไงล่ะ ตอนนี้นายไม่ได้นอนอยู่บนเตียงของฉันหรอกเหรอ?”เฉินอันหลานขบกรามแน่น ไม่ตอบคำเหอเหวยปังแลบลิ้นเลียใบหูของเฉินอันหลานอย่างแผ่วเบา คนถูกกระทำตัวสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม เหอเหวยปังที่เห็นภาพนั้น พลันในแววตาก็แปรเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งขึ้น เขายกยิ้มจาง ๆ แล้วกระซิบที่ข้างใบหูอย่างยั่วเย้า“ทำไม อัลฟ่า ไวต่อความรู้สึกขนาดนั้นเลยเหรอ?”“เหอเหวยปัง ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่”“พูดจาโหดร้ายจังเลยนะ หลังจากผ่านคืนนี้ไปเราค่อยมาคุยกัน...ถ้านายยังมีแรงเหลือล่ะนะ”“...”เหอเหวยปังเผยอปากเล็กน้อย ขบเบา ๆ บริเวณติ่งหูของอีกฝ่าย แรงกระตุ้นเล็กน้อยราวกับกระแสไฟฟ้าแลบวาบไปตามแขนขาของเฉินอันหลานทำเอานิ้วเท้าของเขาจิกเกร็งทว่าสตินึกคิดยังคงแจ่มชัด ถ้าไม่คิดหาทางจัดการกับเหอเหวยปังตอนนี้ ความลับที่ว่าเขาเป็นโอเมก้าจะต้องเปิดเผยออกมาแน่นอน และพอถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องหัวเราะเยาะใคร“ดีไหม” เหอเหยปังขบกัดที่ติ่งหูของเฉินอันหลานอีกสองครั้ง เพยิดหน้าไปทางใบหูแดงก่ำนั้นพร้อมกับหัวเราะน้อย ๆ แล้วกล่าว“ตรงนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วนะ”“ไสหัวลงไปจากตัวผมเดี๋ยวนี้”“เห็น ๆ กันอยู่ว่านายรู้สึกดี ยังจะมาปากแข็งอยู่อีก”“หุบปาก!”“ตอนนายโกรธนี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ” เหอเหวยปังนวดคลึงใบหูแดงก่ำของเฉินอันหลาน“นายไม่คิดเหรอว่าเป็นอัลฟ่ามันไม่ดีเท่าไหร่ เพราะงั้นเมื่อกี้รู้สึกดีกว่ามั้ยที่ถูกฉันเลียน่ะ? อาเล่อ เป็นของฉันเถอะนะ ฉันจะทำให้นายกลายเป็นโอเมก้าของฉัน”เฉินอันหลานรู้สึกอยากฆ่าเหอเหวยปังให้ตายคามือ“ฝันไปเถอะ!”ได้ยินดังนั้น แววตาของเหอเหวยปังก็เย็นเยียบขึ้นไปอีก เขาละความพยายามที่จะพูดคุยต่อรองกับเฉินอันหลานดี ๆ แล้วเปลี่ยนมาเป็นพยายามถอดเสื้อผ้าของเฉินอันหลานออกแทน แต่จัดการไปได้แค่ครึ่งทาง เสียงเคาะประตูรัว ๆ จากด้านนอกก็ดังขัดขึ้นก่อน เหอเหวยปังไม่คิดจะสนใจเสียงนั้น และยังคงพยายามปลดกระดุมเสื้อเฉินอันหลานต่อไป แต่เสียงเคาะประตูจากข้างนอกก็ยังคงดังระรัวอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะเงียบลง“ไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังยุ่งอยู่น่ะ!?”“เถ้าแก่ครับ มีผู้นำตระกูลใหญ่มาที่นี่ครับ”“ผู้นำตระกูลใหญ่?”มือที่กำลังปลดกระดุมอยู่หยุดชะงักไปในทันที เถ้าแก่เหอขบกรามแน่นก่อนจะยอมละมือออก ลงจากเตียงและเดินขมวดคิ้วไปเปิดประตูหลังจากประตูเปิดออก ลูกน้องของเขาที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก็โน้มตัวมาใกล้เจ้านายและกระซิบบางอย่างที่ข้างหูอยู่สองสามคำ ไม่นานสีหน้าของเหอเหวยปังก็เปลี่ยนไป เถ้าแก่เหอดึงประตูปิดและรีบร้อนเดินออกไปในทันที ก่อนไปยังไม่วายทิ้งคำสั่งให้ลูกน้องเฝ้าหน้าประตูไว้ หากไม่มีคำสั่งจากเขา ห้ามให้ใครเข้าไปเด็ดขาดเมื่อเหอเหวยปังจากไปแล้ว เฉินอันหลานก็หันมาจัดการกับกุญแจมือของตัวเองทันที หลังจากทั้งดีดดิ้นทั้งสะบัดอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก็พุ่งเข้าจู่โจมร่างกายของเฉินอันหลานอย่างฉับพลัน รุนแรงกว่าความรู้สึกตอนถูกกระตุ้นด้วยแรงขบกัดของเหอเหวยปังเสียอีก ความรู้สึกนี้พุ่งถาโถมมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ ล้นทะลักเสียจนดูเหมือนว่ามัน...จะหยุดไม่อยู่?และฉับพลันนั้นเอง เรื่องบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวสมองของเฉินอันหลาน ให้ตายเถอะ ยาระงับฮีทของเขากำลังจะหมดฤทธิ์อีกแล้ว!