อีกด้านหนึ่งของห้างสรรพสินค้า
หญิงสาวสวมชุดเดรสแขนกุดสีชมพูรูปร่างสมส่วนเ้าของความสูง 170 เิเ กำลังเดินตามหาพี่ชายของเธอที่ส่งโลเคชั่นนัดพบมาให้ใบหน้าสวยหวานที่ออกไปทางลูกครึ่งตะวันตก ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ผมลอนยาวสลวยสีบลอนด์ถูกปล่อยถึงกลางหลัง ราวกับเทพธิดา ไม่ว่าเดินผ่านบริเวณไหนผู้คนที่ได้พบเห็นต้องมองเหลียวหลังและมีความรู้สึกว่าหญิงสาวเหมือนนางฟ้าเดินดิน
“อยู่ไหนนะพี่ลูซ” หญิงสาวพยายามกวาดสายตามองหาพี่ชาย
กึก!
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายสั่นขาที่กำลังก้าวอยู่หยุดชะงัก มือบางล้วงโทรศัพท์ไม่ทันได้ดูเบอร์ที่โทรเข้ามา กรอกเสียงหวานเตรียมบ่นพี่ชายเต็มที
“พี่ลูซอยู่ไหนแล้วคะเนี่ย...”
“พี่เอง” แค่เสียงทุ้มที่เอ่ยประโยคแรกหัวใจของเธอก็รู้สึกเต้นผิดจังหวะ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ติดต่อมาหาเธอั้แ่เกิดเื่คราวนั้น
“พี่...”
“อยู่กับลูซเหรอ”
“เรานัดกันค่ะ แต่ลิซยังหาพี่ลูซไม่เจอเลย”
“พี่ไม่กวนเราแล้ว”เขากำลังจะวางสาย อลิเซียกัดริมฝีปากแน่นคิดหาวิธีที่จะได้เจอเขาอีกครั้ง
“เดี๋ยวสิคะ อาทิตย์หน้าคุณพ่อบินกลับจากอิตาลี...มาทานข้าวด้วยกันมั้ยคะเราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว คุณพ่อเองก็บ่นคิดถึง”
ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสายปลายสาย มือบางกำโทรศัพท์แน่นรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ นานหลายนาที
ในที่สุด...
“พี่ตกลง”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไว้...ห้ะ!!จริงหรอคะ ลิซไม่ได้หูฝาดใช่มั้ยคะ” เธอได้ยินเสียงนุ่มทุ้มของปลายสายหัวเราะเบา ๆด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นถี่แรงมากยิ่งขึ้น รีบนัดหมายเขาอย่างรวดเร็วกลัวอีกฝ่ายเปลี่ยนใจ
“อาทิตย์หน้าเจอกันนะคะ”
เขาวางสายไปแล้ว แต่เสียงของเขายังก้องกังวานอยู่ในหูอลิเซียยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตรงนั้น แต่แล้วรอยยิ้มที่ปรากฏมีอันต้องหายไป เมื่อนึกถึงความเป็จริงพี่ชายของเธอเกลียดเขา ตั้งแง่เป็ศัตรูกันมาั้แ่เด็ก เธอเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมพี่ชายของเธอต้องเกลียดคนปลายสายขนาดนี้อีกทั้งยังคอยกีดกันไม่ให้เธอนั้นอยู่กับชายหนุ่มเพียงลำพัง
ในวันที่คนปลายสายพาตัวเองออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่พี่ชายของเธอส่งคนประกบตามเธอทุกฝีก้าวเพราะกลัวเธอจะแอบนัดพบคนคนนั้น เธอได้แต่ภาวนาว่าคงจะมีสักวันที่พี่ชายเธอจะเข้าใจและยอมรับเื่ของเธอกับเขาได้ในสักวัน
“เอ่อ แล้วตอนนี้ฉันต้องไปโรงพักด้วยมั้ยคะ”พลับพลึงเอ่ยถามลูเซียโน่อย่างเป็กังวล
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่ให้ลูกน้องของพี่จัดการให้”
“ขอบคุณมากเลยนะ ไม่ได้คุณนี่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน”พลับพลึงยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายยิ่งทำให้ลูเซียโนมองรอยยิ้มนั้นอย่างเพลิดเพลิน เขาชอบที่อีกฝ่ายมีรอยยิ้มที่จริงใจผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขาเจอนั้นล้วนแล้วเข้าหาเขาเพราะผลประโยชน์ทั้งนั้น
“เื่เล็กน้อยครับผม”เขายิ้มตอบจนลักยิ้มข้างแก้มปรากฏขึ้น
“คุณเป็คนที่ยิ้มมีเสน่ห์มากนะลูเซียโนผู้หญิงคนไหนเห็นคงจะตกหลุมเสน่ห์คุณแน่ ๆ” ลูเซียโนฟังแล้วไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่ได้ยินคำชมตรงๆ จากสาวน้อยตรงหน้า
“แล้วตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงหรือไงล่ะสาวน้อย” ลูเซียโนพูดอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตนเอง
“ฮ่า ๆ นั่นสินะ งั้นฉันเปลี่ยนคำใหม่เป็ผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วกันนะ”คำตอบของพลับพลึงทำเอาอีกฝ่ายผงะไปชั่วขณะ
“อีกอย่างเรียกพี่ว่าพี่ลูซก็ได้นะลูเซียโนมันดูห่างเหินยังไงชอบกล”
“ตอนนี้เราก็เพิ่งรู้จักกันนี่นะ”
ลูเซียโนยกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ
“โอ๊ะ!! เย็นแล้วขอตัวก่อนนะคะ”
พลับพลึงก้มมองดูนาฬิกาเห็นว่าเริ่มจะมืดค่ำแล้วจึงขอตัวลาแต่ชายหนุ่มไวกว่ารีบคว้าข้อมือของหญิงสาวด้วยความรวดเร็ว
“เดี๋ยวสิ...สาวน้อย”
“พี่ลูซ!!! อยู่นี่เองลิซหาพี่ชายตั้งนานเลยนะคะเนี่ย”
ลูเซียโนได้ยินเสียงเรียกของน้องสาวก็รีบปล่อยมือของสาวน้อยโดยอัตโนมัติพลับพลึงมองดูผู้หญิงหน้าตาลูกครึ่ง คล้ายกับลูเซียโนโผล่เข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“พี่ก็รอเราอยู่ตั้งนานยัยน้อง”
“ก็รถมันติดนี่คะ”
“แล้วทำไมถึงดูอารมณ์ดีแบบนี้มีเื่อะไรดี ๆ หรือไงเรา” ลูเซียโนเอ่ยถามน้องสาวด้วยแววตาเอ็นดู
“เพราะได้มาเจอกับพี่ชายไงคะ”คราวนี้อลิเซียยิ้มประจบพี่ชายเพราะรู้ว่าพี่ของเธอพ่ายแพ้ให้กับลูกอ้อนของเธอทุกที
“ปากหวาน”
“ว่าแต่...น้องคนนี้ใครเหรอคะ”อลิเซียถามน้ำเสียงตื่นเต้น
ไม่บ่อยนักที่จะเห็นพี่ชายของเธอพยายามเข้าหาผู้หญิงแต่ไม่คิดว่าจะดูเด็กขนาดนี้ อายุน่าจะราว ๆ ยี่สิบต้น ๆ
“สวัสดีค่ะ ชื่อพลับพลึงค่ะ”พลับพลึงทักทายอย่างเป็กันเอง
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออลิเซียค่ะเป็น้องสาวของพี่ลูซ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะวันนี้ฉันต้องกลับแล้ว ไว้คราวหน้าค่อยคุยกันใหม่” พลับพลึงตั้งท่ากำลังจะเดินจากไปลูเซียโนพยายามส่งสายตาให้น้องสาว อลิเซียรู้ความหมายนั้นดี
“พลับพลึงคะ ลิซว่านี่มันก็มืดแล้วให้พวกเราไปส่งดีกว่านะคะ”อลิเซียคะยั้นคะยออยากไปส่งจนพลับพลึงมีสีหน้าลังเล รู้สึกเกรงใจ
“นั่นสิ เป็ผู้หญิงนั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตราย”ลูเซียโนช่วยเสริม
“อ๋อ งั้นคุณลูเซียโนไม่ต้องเป็ห่วงฉันนั่งรถเมล์ รับรอง...เพื่อนตรึม” ลูเซียโนและอลิเซียอึ้ง
“ลิซรู้ค่ะว่ารถเมล์มีเพื่อนเยอะแต่ไปด้วยกันก็ได้นี่คะ ประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยน้า”
ได้ผล...
คำว่าประหยัดเงินในกระเป๋าของอลิเซียเป็เหตุผลที่น่าสนใจไม่น้อยหนุ่มลูกครึ่งเหมือนรู้ว่าเธอกังวลเื่ใด รีบพูดดักคออย่างรู้ทัน
“มาเถอะน่า พลับพลึงไม่ต้องกลัวพี่หรอกมีอลิเซียไปด้วยทั้งคน” พลับพลึงยิ้มแหยที่ถูกเขารู้ทัน
ก็แหม...เขาก็ดูเสือผู้หญิงพอตัวนี่นาถึงจะไม่ได้สวยถึงขนาดผู้ชายเหลียวหลังแต่ก็นับว่าหน้าตาจัดอยู่ในมาตรฐานดีอยู่นะ
“ก็ได้ค่ะ”
ภายในรถ
“พลับพลึงเรียนอยู่ปีอะไรเหรอ”อลิเซียเป็คนเปิดบทสนทนาขึ้นคนแรกเมื่อเห็นว่าทุกคนเอาแต่เงียบั้แ่ขึ้นรถมา
“ปีสามค่ะ...แล้วคุณอลิเซียละคะ”
“เรียกลิซเฉยๆ ก็ได้ค่ะปีนี้ลิซอายุครบ 28 ปีแล้วค่า” อลิเซียตอบอย่างอารมณ์ดี
“หา..คุณลิซ 28 ปีแล้วเหรอคะไม่อยากจะเชื่อ” พลับพลึงเบิกตาโตไม่อยากจะเชื่อ
“ลิซดูหน้าไปกว่าอายุเหรอคะ”
“มะ ไม่ใช่ค่ะ คุณลิซหน้าเด็กมากต่างหาก”พลับพลึงรีบปฏิเสธพัลวัน
ใครจะกล้าคิดว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านคนขับจะหน้ามากกว่าอายุตัวเอง อลิเซียเป็ผู้หญิงที่ดูน่ารักมากถึงแม้จะมีความสูงมากเกือบ 170 ซม แต่ด้วยผมลอนสีบลอนด์ยาวสลวย ดวงตากลมโตขนตายาวเป็แพ ั์ตาสีเทาเข้มคล้ายกับพี่ชายผิวขาวเนียนละเอียดอมชมพูแบบคนสุขภาพดี จมูกโด่งรับกับใบหน้ารูปไข่ เรียกได้ว่าเป็ส่วนผสมของทางตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว
เหมือนเทพธิดาเดินดินเลยอ่ะ
“ขอบคุณที่ชมนะคะ” อลิเซียยิ้มให้พลับพลึงผ่านกระจกหน้ารถ
“แล้วหอพักนักศึกษาของพลับพลึงอยู่ทางไหน”ลูเซียโนถามขึ้นมาบ้าง
“อ๋อ ตรงไปเลยค่ะ แล้วก็พอถึงทางแยกเลี้ยวขวา...”พลับพลึงบอกทางไปหอพักของตัวเองแล้วก็นั่งเงียบให้เขาไปส่ง
รถหรูสัญชาติยุโรปเลี้ยวเข้าไปทางตึกหอพักนักศึกษาหลายคนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาหยุดยืนมองให้ความสนใจ พลับพลึงรู้สึกว่าไม่อยากเป็เป้าสายตากำลังจะรีบเปิดประตูรถลงแต่ถูกเสียงทุ้มหยุดไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน...สาวน้อย”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”พลับพลึงเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
“พอดีร้านกาแฟของพี่กำลังขาดพนักงานพาร์ทไทม์วันหยุดถ้าสนใจติดต่อมาได้นะครับ”
เขายื่นนามบัตรมาให้หญิงสาวพลับพลึงรับมาแบบงง ๆ แต่เมื่ออ่านชื่อร้านชัด ๆ ดวงตาเรียวสวยต้องเบิกกว้าง
นี่มันร้าน...
หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยความเหลือเชื่อเขายิ้มมุมปากนิด ๆ ยืดอกภูมิใจท่ามกลางสายตาจ้องจับผิดของน้องสาว
เราเท่ห์สินะ...หึหึหึไม่ต้องมองด้วยความชื่นชมขนาดนั้นก็ได้
“งั้นเดี๋ยวฉันให้คำตอบอีกทีนะคะวันนี้ขอตัวก่อน” พลับพลึงรีบวิ่งจากบริเวณนั้นเพราะไม่อยากเป็เป้าสายตาเพื่อนในมหาวิทยาลัยคนอื่น
“พี่ชาย มองตามตาปรอยเลยนะคะ”อลิเซียแซวยิ้ม ๆ
“ไม่ต้องมาแซวเื่ของพี่ว่าแต่ยัยน้องเถอะวันนี้ทำไมดูอารมณ์ดีนัก” ลูเซียโนจับผิดคืน
“ปะ เปล่านี่คะ เรากลับบ้านกันเถอะ”อลิเซียไม่ตอบ จะบอกพี่ชายได้ยังไงล่ะว่าคนคนนั้นติดต่อมา มีหวังพี่ชายเธอได้อาละวาดแน่ๆ อลิเซียหยิบมือถือ กดเข้าไปดูสายโทรเข้าล่าสุดแล้วยิ้มมีความสุข
ลิซจะตั้งตารอวันที่ได้เจอกันนะคะ