บทที่ 166 ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์
เพราะความหวังที่จะรอดชีวิตกลับไปให้ได้ การมีลมหายใจแข่งกับเวลาเพียง 3 วันนั้นทำให้พวกเขายังสามารถต่อสู้ไปได้อีกสักเล็กน้อย ดังนั้นทุกคนจึงร่วมมือกันเพื่อหาทางรอด แทนที่จะอยู่รอความตายเฉยๆ เหล่าทหารหาญจึงตกลงกันว่าจะขุดหลุมเพื่อซ่อนตัวจากพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ หากราชินีของพวกมันวางไข่เสร็จก่อนเวลาที่พวกหน่วยกู้ฉุกเฉินจะมาช่วยเหลือ
ซูหยวนและคนอื่นๆผลัดลำดับกันเพื่อเฝ้าระวังภัย เพราะเธอมีสายตาที่ดีมาก ดังนั้นตอนซูหยวนเฝ้าระวังจึงไม่ต้องมีคนอื่นอยู่ด้วย ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ถือเป็นการเอาเปรียบแต่อย่างใด เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องสับเปลี่ยนกันไปขุดหลุมซ่อนตัว ซูหยวนไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงในส่วนนี้เลย
นอกจากนี้ พวกทหารก็ยังแบ่งทรัพยากรอย่างน้ำและสารอาหารให้พวกเธออย่างเท่าเทียมด้วย สิ่งนี้ทำให้ซูหยวนพอใจกับการกระทำของพวกเขามาก
ความเป็นอยู่ของพวกเขาค่อนข้างดีในวันแรก แม้จะต้องทำงานหนักตลอดเวลา ถึงอย่างนั้นเมื่อหลุมลึกมากพอที่จะซ่อนตัวคนได้สัก 30-35 คน จู่ๆปัญหาก็ได้เกิดขึ้นแล้ว!
ป๊อก ป๊อก ป๊อก!
สัญญาณไม้ที่แขวนเอาไว้หน้าหลุมดังขึ้น ทุกคนที่กำลังขุดหลุมอยู่ถึงกับต้องหยุดมือ พวกเขามองหน้ากันด้วยความตกใจ การแจ้งเตือนเป็นสัญญาณนี้ หากดังหนึ่งครั้งแปลว่ามีสัตว์กลายพันธุ์ใกล้เข้ามา ถ้ามีสองครั้งแปลว่ามีสัตว์กลายพันธุ์มาใกล้ประมาณ 3 ตัวขึ้นไป แต่ถ้า 3 ครั้ง...อาจจะเป็นสัญญาณว่าราชินีของตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์นั้นวางไข่เสร็จแล้ว หรือมีสัตว์กลายพันธุ์มากกว่า 10 ตัวขึ้นไป!
เพราะไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ทั้งสองนี้ก็เป็นสิ่งอันตรายมากอยู่ดี!
ซูหยวนไม่จำเป็นต้องขึ้นจากหลุมก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเฝ้าระวังมาสักพักหนึ่งแล้ว ไม่คิดเลยว่าแค่งีบหลับไปไม่ถึง 10 นาที พวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็จะเริ่มก่อปัญหา
“เกิดอะไรขึ้น!” เมื่อเห็นคนส่งข่าววิ่งกลับมาด้วยหน้าตาตื่นตระหนก คนในหลุมก็กระซิบถามไปทันที
“ฝูงตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์มีการเคลื่อนไหวรูปแบบแปลกๆ”
“อะไร? พวกมันเคลื่อนไหวแล้วงั้นหรอ?”
“ใช่ ตอนนี้พวกมันบินไปรอบๆ ต้องการหาอาหาร เดาว่าราชินีของพวกมันน่าจะวางไข่เสร็จแล้ว” เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนที่กำลังทำงานหนักอยู่ก็รู้สึกว่างานที่กำลังทำหนักกว่าเดิมเป็นสิบเท่า
พวกเขาคว้าอุปกรณ์ป้องกันและอาวุธมาตั้งแต่ที่ได้ยินสัญญาณเตือนล่วงหน้าแล้ว แต่สภาพจิตใจของพวกเขาตอนนี้ไม่พร้อมที่จะต่อสู้ครั้งใหญ่เอาเสียเลย
ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนั้นมีมากเท่าไร ก่อนหน้านี้พวกเขาลองไปตรวจสอบคร่าวๆแล้ว มีไม่ต่ำกว่า 200 ตัวอย่างแน่นอน และด้วยจำนวนของพวกเขาเพียงไม่ถึงร้อยคน ต้องต่อสู้กับตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่ได้เปรียบฝ่ายพวกเขาทุกอย่าง เช่นนี้จะสามารถเอาชนะได้อย่างไร
หากเป็นวันที่ 3 ที่พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวก็ว่าไปอย่าง แต่นี่...อีก 2 วัน! เป็นอีก 2 วันที่พวกเขาจะต้องเอาตัวรอดให้ได้กันเอง แบบนี้มันยากเกินไป....
“ไม่เป็นไร พวกเรารีบซ่อนตัวก่อน บางทีพวกมันอาจจะยังไม่เห็นพวกเราก็ได้ หรืออย่างน้อยๆ...ก็ประวิงเวลาไปได้อีกสักหน่อย” ทหารคนหนึ่งรีบเสนอความคิดเห็น
หลุมที่พวกเขาขุดนั้นเพียงพอที่จะซ่อนตัวได้แค่ครึ่งหนึ่งของทหารที่เหลือ ดังนั้นจึงต้องมีอีกครึ่งที่เสียสละไปซ่อนตัวในตำแหน่งอื่น และแน่นอนว่าซูหยวนไม่มีโอกาสที่จะซ่อนตัวในหลุมนั้น
เพราะเธอเป็นอีกคนที่จะต่อสู้กับพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้ ด้วยอาวุธที่เป็นธนูของเธอ ซูหยวนสามารถโจมตีพวกมันได้จากระยะไกล ดังนั้นจึงอาสาออกไปซ่อนตัวอยู่ข้างนอก รวมกับพวกนักเรียนอีก 3 คน เพื่อขอให้อาจารย์เติ้งได้ซ่อนอยู่ในหลุมหลบภัยอย่างปลอดภัย แม้อาจารย์จะไม่ต้องการ แต่นี่เป็นการเสียสละครั้งใหญ่ของทุกคน สุดท้ายจึงต้องอดทน ยอมมีชีวิตอยู่ต่อไปท่ามกลางความเจ็บปวด
รุ่นพี่หวังติดตามซูหยวนไป เธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องอาวุโสอีก เธอเป็นคนที่เคารพผู้แข็งแกร่งกว่า และซูหยวนก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่เธอยอมรับจากใจจริง
ส่วนรุ่นน้องทั้งสองคนนั้นไม่ต้องพูดถึง พวกเขาไม่มีแผนที่จะแยกตัวออกไปอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและพร้อมสำหรับการต่อสู้ ซูหยวนจึงได้พาทั้งหมดไปยังบริเวณบ่อโคลน ที่นั่นมีอิฐโค้งที่แม้จะถูกทำลาย แต่ก็เพียงพอให้พวกเธอเข้าไปซ่อนที่ใต้อิฐโค้งเหล่านั้น
ที่ซูหยวนเลือกจะซ่อนที่บ่อโคลนเป็นเพราะเธอกำลังพนันครั้งใหญ่กับเจ้าจระเข้สีแดง ตำแหน่งที่ซูหยวนเลือกจะซ่อนตัวนั้นเป็นตำแหน่งใกล้เคียงกับตำแหน่งสุดท้ายของสะพานมากที่สุด และน่าจะเป็นตำแหน่งที่ยังปลอดภัยอยู่
ต้องไม่ลืมว่าตอนที่เจ้าจระเข้สีแดงปรากฏตัวออกมา เป็นตำแหน่งที่พวกจระเข้หนามร่นถอยไปมากแล้ว หากไม่ใช่เพราะพวกมันไปก่อกวนบริเวณที่พักผ่อนของจระเข้สีแดง ก็คงจะไม่เห็นมันออกมาอาละวาด นอกจากนี้...เธอยังได้กำหนดตำแหน่งของเจ้าจระเข้สีแดงเอาไว้แล้ว ถึงมันจะซ่อนตัวอยู่ใต้บ่อโคลน แต่ตำแหน่งของมันก็ยังแสดงให้เห็นบนแผนที่ของเธออยู่ดี
ซูหยวนรู้ แต่ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนั้นไม่รู้! หากพวกมันต้องการจะมาล่าพวกเธอจริงๆ เธอก็จะลากมันไปที่ตำแหน่งของจระเข้สีแดงทันที ปล่อยให้เจ้าจระเข้สีแดงออกมาอาละวาด อย่างน้อยๆ...ถ้าต้องตาย เธอก็จะไม่ปล่อยให้ศัตรูของตัวเองตายไปด้วย
“รุ่นน้องอัน พวกเราจะทำยังไงต่อไป ถ้าพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์มาเจอพวกเราล่ะก็...” รุ่นพี่หวังขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่ารุ่นน้องจะพาทุกคนมาซ่อนตัวที่บ่อโคลนนี้
ด้านหลังเป็นจระเข้หนาม ไหนจะมีหนามพิษในบ่อโคลนอีกจำนวนมาก แล้วข้างบนก็อาจจะมีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เข้ามาโจมตี แบบนี้แล้วจะเรียกว่าเป็นตำแหน่งที่ดีได้อย่างไร
แม้เธอจะสงสัย แต่เธอก็เชื่อใจซูหยวนมากพอที่จะไม่ขัดในตอนแรก ถึงอย่างนั้น...เธอก็อยากรู้ว่าเธอฝากชีวิตไว้กับแผนอะไรอยู่กันแน่
“อันดับแรก ฉันคิดว่าการซ่อนตัวที่บ่อโคลนอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะนอกจากพวกเราแล้ว ก็มีจระเข้หนามจำนวนมากที่ขนาดตัวใหญ่กว่า ถ้าพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ต้องการอาหาร เจ้าจระเข้หนามก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าพวกเรา”
“อีกอย่าง....ฉันไม่รู้ว่าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์พวกนั้นจะรับรู้การมีอยู่ของจระเข้สีแดงตัวใหญ่เมื่อครู่หรือเปล่า ถ้ามันรู้...พวกเราก็น่าจะรอดได้ เพราะมันคงไม่คิดจะมาล่าใกล้ๆนี้”
“แล้วก็อีกเหตุผลหนึ่ง ฉันไม่ต้องการจะพาพวกเราไปเสี่ยงเจอกับพวกกลายพันธุ์ชนิดอื่นอีกค่ะ ด้วยความสามารถของพวกเรา หากต้องต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์จากเขต K ตามลำพังคงทำไม่ได้แน่”
ซูหยวนไม่ลำบากที่จะต้องอธิบายเหตุผลให้สมาชิกในทีมฟัง เพราะเธอรู้ดีว่าความเชื่อใจกันในสถานการณ์นี้สำคัญที่สุด หากเธออมพะนำไม่ยอมพูดอะไรออกไป แล้วทำให้ทุกคนกังขาในความคิดของเธอ เช่นนั้นตอนที่ต้องต่อสู้ร่วมกัน พวกเขาก็จะมีความคิดที่โทษเธออยู่อย่างนี้ แทนที่จะมุ่งไปกับการต่อสู้เพียงอย่างเดียว และซูหยวนก็ไม่ต้องการอย่างนั้น...
แม้ว่าเธอจะซ่อนเหตุผลสุดท้ายอย่างการที่...ถ้าจวนตัวจริงๆ เธอจะหนีเข้าฟาร์มของตัวเองโดยใช้บ่อโคลนพวกนี้เป็นจุดอำพรางตัว แล้วต่อให้พวกทหารเก็บกู้ฉุกเฉินมาถึง พวกเขาก็จะไม่พบร่องรอยความผิดปกติใดๆอยู่ดี การที่เธอจะหายไป แล้วค่อยปรากฏตัวออกมาในเขตปลอดภัยในวันข้างหน้าก็จะไม่ใช่เรื่องผิดปกติอีก
เธอเพียงแค่มองหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้ตัวเองก็เท่านั้น ในขณะที่รุ่นพี่หวังและรุ่นน้องทั้งสองก็มองหาตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ตัวเองมีด้วยการติดตามเธอมา ซูหยวนไม่คิดว่าตัวเองกำลังเอาเปรียบคนอื่นตรงไหน...
รุ่นพี่หวังและรุ่นน้องอีกสองคนได้ฟังเหตุผลของอันซูหยวนก็ทำได้แค่ถอยหายใจ พวกเธอไม่ได้มีแผนการที่ดีกว่านี้อีกแล้ว สุดท้ายการติดตามซูหยวนมาก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริงๆ
พวกเขาซ่อนตัวอยู่พักใหญ่ๆ จนเกือบคิดว่าจะไม่เจอปัญหาเสียแล้ว ทว่า...ยังไม่ทันที่พวกเขาจะชะล่าใจได้ จู่ๆเสียง “พั่บ พั่บ” ก็ดังอยู่ไม่ไกลออกไป
“................” ทุกคนมองหน้ากันเอง เข้าใจได้ว่าตอนนี้สถานการณ์กำลังตรึงเครียดขนาดไหน
ทหารทุกคนซ่อนตัวอยู่นิ่งเช่นกัน ไม่มีใครอยากจะถูกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่กำลังมาสำรวจหาเหยื่อพบตัวเป็นคนแรก
มันบินวนอยู่รอบๆพักใหญ่ก่อนจะจากไป ซูหยวนขมวดคิ้ว รู้สึกได้ถึงเค้าลางหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทุกคนลงไปในบ่อโคลน พยายามอำพรางตัวให้ได้มากที่สุด ซึ่งทั้ง 3 คนก็ไม่ชักช้า มุดลงไปในบ่อโคลนจนเหลือแค่ส่วนของลูกตาเอาไว้เท่านั้น
ที่ปากของพวกเขายังคาบหลอดเอาไว้ ใช้มันหายใจแทนจมูกไปก่อน ส่วนหัวที่ปรากฏขึ้นมาก็ใช้ไม้กระดานหรืออิฐวางทับเอาไว้ให้ดูเหมือนว่ารอบๆนี้เป็นแค่เศษขยะเท่านั้น
พั่บ พั่บ
โชคดีที่ซูหยวนส่งสัญญาณให้พวกเขาเร็วพอ ไม่อย่างนั้นตอนที่ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์กลับมา คงจะพบเจอพวกเขาเป็นแน่ ทั้งสี่คนกลั้นหายใจ กลัวว่าจะถูกเจ้าตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่บินวนรอบบ่อโคลนจับได้ว่าพวกเธอซ่อนอยู่ที่นี่ ก่อนที่จะเกิดเสียง ...
ปัง! ตู้ม....
ร่างของจระเข้หนามที่ซ่อนตัวอยู่ในบ่อโคลนตวัดหางที่เต็มไปด้วยหนังหนาๆของมันโจมตีเข้าไปที่ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์อย่างแรง อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งตัวอยู่แล้ว จึงถูกหางฟาดจนร่วงน้ำ มันพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาต่อสู้ แต่น่าเสียดายที่ปีกของมันเปียกโคลนแล้วไม่สามารถทำอะไรได้อีก
“ปรากฏว่าจระเข้หนามพวกนี้ก็คือดาวข่มของตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์!! ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันพาราชินีไปวางไข่ตั้งไกลแบบนั้น!” รุ่นน้องเติ้งอุทานออกมาด้วยความยินดี ตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่โชคร้ายถูกกินเป็นอาหารแล้ว ดูเหมือนว่าการที่พวกเธอมาซ่อนตัวที่บ่อโคลนนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีจริงๆ
“ก่อนหน้านี้ฉันเกลียดพวกแกมาก แต่หลังจากนี้...ฝากพวกแกปกป้องพวกเราด้วยนะ!” รุ่นน้องเติ้งหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เธอขอให้พวกจระเข้หนามซ่อนตัวให้ดีๆ หลังจากนี้ถ้าเกิดมีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์มาใกล้ๆอีก พวกมันจะได้จับกินเป็นอาหารให้หมดเสียเลย
อย่างไรก็ตาม...คำพูดของเธอกลับทำให้รุ่นน้องอี้ที่เงียบมาตลอดปรายตามองราวกับกำลังจะบอกว่า “เธอโง่งมขนาดนี้ได้ยังไง”
เพราะการที่เจ้าจระเข้หนามเป็นดาวข่มของตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้แบบนี้ ไม่ได้แปลว่าพวกมันเองก็แข็งแกร่งมากพอที่จะเป็นศัตรูกับพวกนั้นได้หรอกหรือ? แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน? ใช่...ในบ่อของจระเข้หนามอย่างไรล่ะ!
ถ้าไม่ใช่เพราะรุ่นพี่อันมีเทคนิคพิเศษในการตรวจสอบตำแหน่งของสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ คิดว่าพวกเขาจะรอดจนถึงตอนนี้ได้หรือ? พวกมันซ่อนตัวได้แนบเนียนขนาดนั้น ก่อนหน้านี้มองเห็นหรือเปล่าว่ามีพวกมันอยู่ตรงไหนบ้างน่ะ...เหอ เหอ เหอ ถึงเวลานี้แล้วยังจะให้กำลังใจมันอีก!
ซูหยวนคล้ายจะเข้าใจความคิดของเด็กหนุ่ม เธอคลี่ยิ้มบางเบา มองดูรุ่นน้องเติ้งที่ยังร่าเริงได้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ไม่สามารถยิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ
ถึงเธอจะคำนวณมาอย่างดีแล้วก็ตาม รอบๆนี้ไม่มีจระเข้หนามตัวไหนกล้าเข้ามาใกล้อีก เพราะพวกมันเองก็กลัวจระเข้สีแดงเหมือนกัน ตำแหน่งของเธอในตอนนี้เหมือนกับตำแหน่งที่อยู่ขอบชายแดน ถ้าจระเข้สีแดงไม่ลุกมาอาละวาด พวกเธอก็จะปลอดภัยจากทั้งตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์และจระเข้หนาม แต่ถ้ามีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตัวโง่งมไปก่อกวนอีกฝ่ายเข้าจริงๆ....ถึงเวลานั้น เมื่อยักษ์ใหญ่ต้องลงมือเอง เช่นนั้นซูหยวนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะไปซ่อนที่ฟาร์มของเธอ
ปัง!!
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงดังที่อยู่ไกลออกไปทำให้รุ่นพี่หวังถึงกับเป็นกังวล สิ่งที่เธอกลัวมากที่สุดก็คือหลุมหลบภัยของอาจารย์นั้นถูกพบ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง...คงจะต้องเป็นอันตรายแน่
“น่าจะเป็นทหารที่ไปซ่อนตัวถูกพวกกลายพันธุ์เจอเข้า” ซูหยวนแตะไหล่ของรุ่นพี่เบาๆ รุ่นพี่หวังในตอนนี้กลายเป็นคนตื่นตระหนกไปแล้ว จากที่คิดว่าจะสามารถร่วมมือกับอีกฝ่ายเป็นทีมล่าที่ดีในอนาคต ดูเหมือนว่าจะต้องพิจารณาใหม่
จุดอ่อนของรุ่นพี่หวังแสดงออกมาชัดเจนเกินไป เธอไม่มีสติเลยเมื่อเป็นเรื่องของอาจารย์เติ้ง ดังนั้น...ซูหยวนจะไม่พึ่งพาคนแบบนี้ในอนาคต เพราะถ้ายังแก้จุดอ่อนนี้ของตนเองไม่ได้ รุ่นพี่หวังจะกลายเป็นภาระของเธอแทน
“ไม่ใช่ว่าหลุมที่ซ่อนตัวของอาจารย์ถูกเจอตัวแล้วหรอกนะ...” เธอไม่สบายใจเอาเสียเลย ถ้าเลือกได้ก็อยากจะออกจากที่ซ่อนตัวแล้วไปตรวจสอบให้เห็นกับตา
อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอต้องการแบบนั้น ก็คงต้องขอให้รุ่นน้องอันไปด้วยกันเพื่อที่จะได้เลี่ยงการพบเจอกับพวกกลายพันธุ์ และหวังเป่าเป้ยก็รู้ว่าคำขอแบบนั้นมันเห็นแก่ตัวเกินไป
“ถ้าเป็นหลุมที่อาจารย์ซ่อนตัวถูกเจอ จะต้องมีการต่อสู้ที่รุนแรงกว่านี้แน่นอนค่ะ ด้วยจำนวนของทหารทั้งหมดที่อยู่กับอาจารย์ คงจะไม่ยอมรอถูกจัดการเงียบๆหรอก”
“อ่า...นั่นก็จริง” หวังเป่าเป้ยเป่าปากเมื่อคิดตาม
“แต่ที่เป็นปัญหามากกว่านั้นก็คือ....การที่ทหารมีฝีมือถูกจัดการหลังจากพยายามต่อต้านเพียงครั้งเดียวไม่ใช่หรอครับ” รุ่นน้องอี้ที่เงียบมาตลอด เห็นทุกคนกำลังพูดเรื่องไร้สาระก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงข้อเท็จจริงที่สำคัญขึ้นมา
รุ่นพี่หวังก็เป็นห่วงอาจารย์มากเกินไปจนไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ของตัวเองก็เข้าขั้นวิกฤติ สหายเติ้งนั้นพึ่งพาไม่ได้ตั้งแต่แรก ที่พอจะหวังพึ่งได้ก็มีแค่รุ่นพี่อันเท่านั้น แต่เพราะคนอื่นๆชอบทำให้รุ่นพี่อันเสียสมาธิ เขาจึงต้องพูดอะไรออกมาบ้าง
…………………………