ตอนที่ 10 ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว (1)
ตอนที่หลิงเย่ว์มองสำรวจเฉินหลงเฟย เฉินหลงเฟยเองก็มองสำรวจหลิงเย่ว์เช่นกัน
ผู้ชายสองคนจ้องตากันอยู่หน้าบ้านของกู้อันซินแบบนั้นสองนาทีเต็ม
เฉินหลงเฟยใมาก นึกไม่ถึงว่าที่บ้านกู้อันซินยังมีผู้ชายอีกคน!
เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยได้ยินกู้อันซินบอก เธอพักอยู่คนเดียว
ที่เลวร้ายไปกว่านั้น ผู้ชายที่นั่งอยู่บนรถเข็นคนนี้ยังทำหน้า ‘นี่เป็อาณาเขตของฉัน’ เหมือนกับเขาอยู่ในบ้านตัวเอง
“ขอโทษครับคุณคือใคร” สุดท้ายเฉินหลงเฟยก็ทนไม่ไหว เป็ฝ่ายเอ่ยถามก่อน ดึกดื่นค่อนคืน กู้อันซินกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วยกันในห้องตามลำพัง ไม่ให้คนคิดไปไกลเป็ไปไม่ได้หรอก
“แล้วคุณเป็ใคร” หลิงเย่ว์ไม่ได้ตอบคำถามเฉินหลงเฟย หากแต่ย้อนถามเขา
เดิมทีเฉินหลงเฟยอยากให้อีกฝ่ายบอกสถานะก่อน อย่างไรเสียเขาก็เป็ฝ่ายถามก่อน
ทว่าหลิงเย่ว์มองเขาด้วยสายตาเ็าอยู่อย่างนั้น ด้วยมาดแบบเหยียดหยามอันทรงพลัง นึกไม่ถึงว่าเฉินหลงเฟยจะตื่นตระหนกราวิญญาร้ายเข้าสิง
“ผมเป็รองหัวหน้าบอกอของบริษัทที่กู้อันซินทำงาน ผมแซ่เฉิน สวัสดีครับ” เฉินหลงเฟยชี้แจงสถานะของตัวเองก่อน ทั้งยังบังคับตัวเองให้มีมารยาทต่อผู้ชายคนนี้ เขาคิดว่าเกิดผู้ชายคนนี้เป็พี่ชายหรือไม่ก็ญาติของกู้อันซินขึ้นมาเล่า จะทำให้ผิดใจไม่ได้
“ผมไม่ใช่พี่ชายเธอ และก็ไม่ใช่ญาติของเธอ” อยู่ๆ หลิงเย่ว์ก็ตอบ
นึกไม่ถึงว่าเขาจะเดาออกว่าคนอื่นกำลังคิดอะไร! เฉินหลงเฟยตะลึงงัน มองหลิงเย่ว์ด้วยความอึ้ง ทำตัวไม่ถูกเป็อย่างมาก
ความสามารถในการมองทะลุจิตใจคนของผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ตอนนี้กู้อันซินออกมาจากห้องน้ำพอดี เดิมทีเธอนึกว่าดึกดื่นป่านนี้คนมาเคาะประตูห้องน่าจะมีแค่เพื่อนข้างห้อง นึกไม่ถึงว่าจะเป็เฉินหลงเฟยที่ไปแล้วย้อนกลับมาอีก!
“บอกอเฉิน คุณกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” กู้อันซินมองหลิงเย่ว์ แล้วมองผู้ชายสองคนนี้สลับกันไปมาหลายรอบ
ดูจากสถานการณ์ เห็นได้ชัดเจนมากว่าพวกเขาทำความรู้จักกัน ‘เป็อย่างดี’ แล้ว
ตอนนี้เองเฉินหลงเฟยถึงยกร่มกันแดดในมือขึ้น “อันซิน ร่มของคุณหล่นอยู่ในรถ ผมคิดว่าคุณน่าจะยังไม่นอน ก็เลยเอามาคืนเสียเลย เพียงแต่ดูเหมือน...จะไม่ค่อยสะดวก” เฉินหลงเฟยมองหลิงเย่ว์เล็กน้อย มีความหมายแฝงอยู่ในคำพูด
กู้อันซินไหนเลยจะไม่เข้าใจ แต่เธอไม่อาจอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลิงเย่ว์ให้กระจ่างได้ในเวลาสั้นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น กู้อันซินยังจิตตกอยู่ เธอไม่มีอารมณ์จะอธิบายอะไรกับเฉินหลงเฟย
“ไม่ค่อยสะดวกจริงแหละ” หลิงเย่ว์พูดแทนเธอ
“พูดอะไรน่ะ” กู้อันซินถลึงตาใส่หลิงเย่ว์ ไม่ช่วยอธิบายก็ว่าพอแล้ว ยังจะมาทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก ช่างไม่กลัวเกิดเื่จริงๆ
แต่เห็นได้ชัดว่าเฉินหลงเฟยคิดเป็อื่นไปแล้ว
เขาเดินรอบกู้อันซินหนึ่งรอบ อยู่ๆ ก็พ่นลมทางจมูกใส่
เดิมทีเขาก็เป็คนอารมณ์ร้อน เพียงแต่ปิดบังเก่ง ต่อหน้ากู้อันซินไม่เคยแสดงด้านอารมณ์ร้อนออกมาเลย
ภรรยาเก่าของเขาก็หย่าเพราะเขาใช้ความรุนแรงกับครอบครัว
“กู้อันซิน ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็ผู้หญิงประเภทนี้! ฉันรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงที่เคยเข้าคุกไม่มีใครเป็คนดีหรอก เธอซ่อนได้เก่งดีนี่ นึกไม่ถึงว่าจะเลี้ยงผู้ชายไว้ในบ้าน ทั้งยังแสร้งเป็หญิงสาวใสซื่อบริสุทธิ์กับคนนอก ฉันก็คิดอยู่ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมให้ฉันขึ้นมานั่งเล่น ที่แท้บนตึกมันมีความลับซ่อนอยู่นี่เอง!”
เฉินหลงเฟยมีนิสัยหัวรุนแรง โกรธจนปากบิดเบี้ยว ตอนที่ตำหนิกู้อันซินนั้นยังไม่ลืมเหลือบตามองหลิงเย่ว์ แต่พอเห็นสายตาคมกริบราวมีดของหลิงเย่ว์ก็ใจนรีบหลบตา กระนั้นก็จ้องหลิงเย่ว์กลับอีกครั้งอย่างรวดเร็ว “นายมองหาอะไร คนพิการอย่างนายจะทำอะไรฉันได้ เก่งจริงก็ลุกขึ้นมาสู้กับฉันสักตั้งสิ!”
เผชิญการยั่วยุของเฉินหลงเฟย แววตาหลิงเย่ว์เป็ประกายเย็นเฉียบ เขายื่นมือไปยังมีดปอกผลไม้บนโต๊ะ
เฉินหลงเฟยทำให้เขาโกรธแล้ว