“เท่านั้นเองเหรอ แน่นะงั้นก็คงไม่เป็อะไรใช่ไหม หากฉันจะบอกเธอว่า เหตุที่เขาไม่มีเวลาให้เธอเจอนั้นบางทีอาจจะเป็เพราะกำลังไปทำตัวสนิทสนมกับพี่รินของฉันอยู่ก็ได้ เคยได้ยินพี่รินพูดถึงเขาให้ฟังบ่อยๆ”
“พี่รินรตีพี่สาวของเธอที่เป็ดาวดาวมหาวิทยาลัยนะเหรอ”
ทิพยาดารีบถามออกมาด้วยหัวใจที่โหวงวูบขึ้นมาอย่างประหลาดเขากำลังไปสนิทอยู่กับผู้หญิงคนอื่น พี่รินรตี พี่สาวของรพีพรนั้นออกจะแสนสวยแถมยังเรียนอยู่ที่เดียวกันอีกด้วย คงมีภาษีดีกว่าเธอที่ยังดูกะโปโลเป็เด็กมัธยมอยู่นี้แน่ๆ
“อืม ใช่”
รพีพรพยักหน้ารับยืนยัน
“แล้วเขาสนิทกันมากไหม”
“ไม่รู้สิ แน่ะ ไหนว่าไม่คิดอะไรกับเขาไง แล้วทำไมถึงยังสนใจเื่นี้อยู่อีก”
“แหม ฉันก็แค่...”
ทิพยาดาพูดไม่ทันจบประโยคดีรพีพรก็รีบต่อให้อย่างรู้ทันว่าเพื่อนจะพูดว่าอะไร
“เห็นว่าเป็คนที่อยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น”
“บ้าน่า ยัยรพี”
ทิพยาดาหลบตาเพื่อนสนิทพร้อมกับใบหน้าที่แดงเรื่อขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
แม้ยังคลางแคลงใจถึงเื่ที่เพื่อนเคยบอกเล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแรมกับรินรตี แถมมาพักหลังๆนี้เขาก็ทำเหมือนกับว่ากำลังพยายามหลบหน้าเธออยู่อีกด้วย มันมีเหตุผลอะไรกันน่ะ...และแม้จะรู้สึกสงสัยอย่างนั้น แต่เมื่อใกล้ถึงวันเกิดของเขาทิพยาดาก็แอบไปหาซื้อของขวัญเอามาเตรียมไว้ให้เขาจนได้ และเมื่อถึงวันเกิดของเขาจริงๆหลังกลับมาจากโรงเรียนแล้วเด็กสาวก็ขลุกอยู่แต่ในห้องเพื่อห่อของขวัญเตรียมไว้สำหรับให้เขาและระหว่างนั้นเองที่ผู้เป็มารดาได้เข้ามาเห็น
“อ้าว ยัยลูกแก้ว แม่เห็นเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นึกว่าทำอะไร”
คุณหญิงเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจขณะเดินเข้าไปใกล้ เหตุการณ์จวนตัวจนเด็กสาวเก็บซ่อนสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ไม่ทัน ได้แต่ทำสีหน้าเจื่อนๆให้เห็น
“แล้วนั้นห่อของขวัญจะเอาไปให้ใครวันเกิดของแม่หรือของคุณพ่อก็ยังไม่ใกล้ถึงเลยนี่”
คุณหญิงที่ยังจับสังเกตจากสีหน้าของบุตรสาวไม่ได้กล่าวด้วยรอยยิ้มขณะเดินเข้าไปโอบไหล่บุตรสาวแล้วมองเธอกำลังพยายามเอากระดาษสีเงินห่อกล่องเล็กๆขนาดวางบนฝ่ามือได้อยู่นั้นอย่างเอ็นดู
“เอ่อ ลูกแก้วจำวันเกิดของคุณพ่อกับคุณแม่ได้ค่ะ เหลืออีกตั้งหลายเดือน”
เด็กสาวกล่าวอ้อมแอ้ม ไม่กล้ามองสบตาผู้เป็มารดา
“งั้นก็คงเป็ของเพื่อนใช่ไหม เพื่อนคนไหนนะที่สำคัญจนลูกสาวของแม่ถึงกับลงทุนนั่งห่อของขวัญให้ด้วยตัวเองอย่างนี้”
ฟังที่มารดาพูดแล้วทิพยาดาก็ยิ่งหน้าซีด นี่ถ้าท่านรู้ว่าเธอตั้งใจห่อของขวัญให้กับใคร เสียงที่พูดด้วยก็คงไม่ฟังดูอ่อนหวานอย่างนี้แต่ประโยคต่อมาที่ท่านกล่าวก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกโล่งใจ
“ลูกจะทำอะไรก็ทำต่อไปเถอะน่ะ แม่เห็นเงียบไปก็เลยเข้ามาดูเท่านั้น เดี๋ยวแม่ก็จะออกไปแล้ว คุณหญิงสมรศรีนัดไว้ว่าจะโทรมาคุยธุระด้วย”
เมื่อมารดาออกไปแล้วทิพยาดาก็ถึงกับถอนใจอย่างโล่งอก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
หลังนั่งคุยธุระอยู่ในห้องรับแขกผ่านทางโทรศัพท์อยู่นานร่วมยี่สิบนาทีคุณหญิงอมรทิพย์ก็วางสายลงก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นร่างของบุตรสาวที่เดินผ่านหน้าห้องไปแวบๆโดยในมือมีกล่องของขวัญที่เธอได้ขึ้นไปเห็นเ้าตัวกำลังห่ออยู่เมื่อครู่ใหญ่ๆที่ผ่านมานี้ถือไปด้วย แล้วนั้นจะถือเอาไปไหนกัน และพอดีกันนั้นเองที่ท่านนายพลก็ได้เดินลงมาจากชั้นบน คุณหญิงก็จึงได้หันไปถามสามี
“คุณพี่ค่ะ ยัยลูกแก้วได้ขออนุญาตคุณพี่ออกไปงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนคนไหนหรือเปล่าคะ”
“เปล่านี่ มีอะไรเหรอ”
นายพลเลิกคิ้วถามขณะเดินเข้าไปนั่งลงยังโซฟาตัวข้างๆ
“เมื่อครู่ใหญ่ๆดิฉันขึ้นไปที่ห้องของลูก เห็นแกกำลังห่อของขวัญอยู่แต่แกไม่ได้บอกว่าจะเอาไปให้ใคร ดิฉันก็ไม่ได้ถามเพราะคิดว่าเดี๋ยวลูกก็คงจะบอกเองแต่เมื่อครู่นี้ดิฉันเห็นแกถือกล่องของขวัญเดินออกไป ก็เลยแปลกใจว่าแกจะไปไหน ทำไมไม่บอก”
“ปกติเวลาลูกจะออกไปไหนก็มักจะขออนุญาตคุณหรือผมก่อนทุกครั้งนี่ แล้วนี่ทำไม หรือว่า...”
นายพลธัชชัยพูดชะงักค้างไว้แค่นั้นเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ั์ตาของเขาวาวโรจน์ ก่อนจะเรียกหาคนสนิท
“ไอ้ขจร อยู่ไหนว่ะใครอยู่แถวนี้ไปตามไอ้ขจรมาพบฉันหน่อยสิ เร็วๆด้วย”
“คุณพี่กำลังคิดอะไรหรือคะ”
คุณหญิงรีบถามเมื่อยังไม่เข้าใจในเจตนาของสามี
“เหตุที่ยัยลูกแก้วไม่ได้ขออนุญาตเราอาจเป็เพราะแกไม่ได้คิดจะออกไปข้างนอกก็เป็ได้ แต่ของขวัญที่คุณว่านั้น แกอาจจะเอาไปให้ใครสักคนที่อยู่ในบ้านของเรานี่แหละ”
คุณหญิงอ้าปากค้าง แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรอีก ร่างของนายขจรก็พรวดพราดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ท่านเรียกหาผม มีธุระอะไรงั้นหรือครับ”
“ฉันเห็นยัยหนูถือกล่องของขวัญเดินออกไปจากบ้านโดยที่ไม่บอกใคร แกลองแอบตามไปดูสิ ว่ายัยหนูเอาของขวัญนั้นไปให้ใคร ถ้าได้ความยังไงแล้วก็รีบกลับมาบอกฉัน”
“ครับท่าน”
นายขจรรับคำแล้วก็รีบออกไปคุณหญิงหันหน้ามองสามีด้วยสายตาเป็กังวล
“ถ้ามันเป็จริงอย่างที่เรากำลังคิด คุณพี่จะทำยังไงคะ”
“ผมคงต้องเฉดไอ้เด็กไม่รู้จักเจียมกะลาหัวนั้นออกไปจากบ้านของเรา ลูกสาวของเรายังเด็ก ยังมองโลกแต่ในแง่ที่สดใสสวยงามอาจจะถูกไอ้คนที่มันมักใหญ่ใฝ่สูงและหวังจะรวยทางลัดหลอกล่อให้เห็นผิดเป็ชอบได้”
ท่านนายพลประกาศกร้าว คุณหญิงเองก็นั่งรอฟังข่าวจากนายขจรด้วยใจที่เต้นระทึก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐