บทที่ 19 หลิวลู่เสียนกับงานชมดอกไม้
ตำหนักเฟิงหวง
"ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ" สตรีทั้งสองคนที่ได้รับเทียบเชิญจากฮองเฮาสตรีที่อยู่เหนือสุดของวังหลังย่อตัวทำความเคารพต่อหน้าผู้ครองตำหนักหงส์
ดวงตาของหงส์จ้องมองสตรีสองคนที่มาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าสายตานางจ้องที่น้องสาวและลูกเลี้ยงของน้องสาวด้วยความพอใจ
"คุณหนูหลิวลู่เสียนสินะ ไม่ได้เจอกันนาน เ้าเติบโตขึ้นมางดงาม สมคำล่ำลือ"เสียงของผู้ทรงอำนาจเอ่ยชมหลิวลู่เสียนอย่างเอาใจหญิงสาวที่ได้รับคำชมยกยิ้มมุมปากอย่างขัดเขิน
"ขอบพระทัยเพคะ แต่ข้าว่า ฮองเฮางดงามกว่าข้ามากนักข้าชื่นชมมากเ้าค่ะ" เสียงหวานกล่าวเอาใจ
หลิวลู่เสียนบุตรีคนโตของหลิวซือิและจ้าวอันหราน ยามนี้นางอายุสิบเจ็ดใกล้จะสิบแปดหนาวใบหน้าของนางงดงามมากราวกับถูกปั้นด้วยจิตรกรชั้นยอด รูปร่างของนางก็นับว่าดีสิ่งใดควรมีก็มี ผิวขาวเนียนตัดกับผมสีดำสนิทความงดงามของหลิวลู่เสียนนั้นเลื่องลือไปทั่ว นางงดงามทั้งใบหน้า ฐานะบ้านเดิมก็ดียิ่งเสิ่นอ้ายบอกหน้าว่ารักนางเช่นลูกในใส้บุรุษทั้งเมืองหลวงก็อยากตบแต่งกับนางทั้งนั้น
"ปากหวานนัก" เสิ่นฮองเฮาชอบใจ ดูจากใบหน้าหลิวลู่เสียนผู้นี้ทั้งงดงามและดูจะฉลาดกว่านางสาวของนางมากยิ่งควบคุมได้เช่นนี้ยิ่งน่าคบหาขึ้นหน่อย
"ได้ข่าวว่าเ้า รักชอบแม่ทัพเฉินจือหานผู้นั้นหรือ"ฮองเฮาเข้าเื่ทันทีไม่มีการเกริ่นนำ
"ฮองเฮา ถามเช่นนั้น ลูกสาวข้าก็ใพอดีสิเพคะ" เสิ่นอ้ายพูดไม่จริงจัง
"เื่เช่นนี้จะอ้อมค้อมทำไมกัน เฉินจือหานเป็บุรุษที่ดีหลานสาวข้าปรารถนา เหตุใดข้าต้องจะนิ่งเฉย" ฮองเฮากล่าวสร้างความสนิทเพื่อเอาใจเด็กสาว ส่วนคนที่นางพูดด้วยเงยหน้ามองนางด้วยสายตาสงสัย
"หลานหรือ ข้านึกว่าท่านจะเกลียดข้าที่ข้าเป็..."หลิวลู่เสียนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ ฮองเฮายกยิ้ม
"ลูกสาวที่จ้าวอันหรานทิ้งหรือ ข้านึกสงสารเ้าเสียมากกว่าที่แม่แท้ๆเลือกลูกเลี้ยงแล้วทิ้งเ้าไว้" ฮองเฮาไม่ลืมใส่ไฟความแตกแยกระหว่างหลิวลู่เสียนกับตระกูลจ้าวอย่างที่นางบอกให้ตระกูลหลิวทำทุกวันนี้
พอเห็นแววตาของหลิวลู่เสียนฉายแววรังเกียจเพียงชั่วคราวก่อนจะเก็บสีหน้าทั้งหมดยิ่งทำให้เสิ่นฮองเฮาแน่ใจ ว่าหลิวลู่เสียนนี่แหละจะเป็หนามยอกอกของจ้าวอันหรานอย่างดี ยิ่งจ้าวอันหรานรักลูกของนางมากเท่าไหร่หลิวลู่เสียนก็จะเกลียดแม่ของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
"เื่นั้นช่างเถอะ เื่ของเฉินจือหานเล่า เ้าคิดอย่างไร"
ใบหน้าสวยเปลี่ยนเป็ขึ้นสีระเรื่อนั่นก็พอที่จะทำให้ฮองเฮาพอจะรู้ว่าสตรีนางนี้ชมชอบบุตรชายของอู่หงถิงผู้นั้นมาก
"นางขี้อายมาก แต่ก็ครองตัวเพื่อรอแม่ทัพเฉินเพียงผู้เดียว หากมีสักทางข้าก็อยากให้หนุ่มสาวได้พบรักและสมปรารถนากัน" เสิ่นอ้ายเป็ผู้ตอบแทน
มิใช่ขี้อายนางเข้าใจแสดงออกต่างหาก ฮองเฮามองออก
"ใบหน้างดงามเช่นนี้ บุรุษใดจะอดใจไหว" เสิ่นฮองเฮากล่าวด้วยรอยยิ้มพึงพอใจบุตรีของจ้าวอันหรานช่างงดงามและควบคุมได้ง่ายหากนางสามารถแต่งให้เฉินจือหานพวกนั้นได้ นางยังต้องกลัวอะไรอีก
"ข้าจะให้ผ้าชั้นดีแก่เ้าสักหน่อย ให้มารดาของเ้าตัดชุดให้ดีอย่าให้น้อยหน้าสตรีใดในเมืองหลวงเล่า แม้แต่สตรีแซ่จ้าว เพราะงานชมดอกไม้ปีนี้เฉินจือหานผู้นั้นจะเข้าร่วมด้วย" มือของสตรีสูงศักดิ์ขยับนางในก็นำเอาผ้าสีกลีบบัวหวานหยดเหมาะสมกับใบหน้าสวยหวานของหลิวลู่เสียน
"ขอบพระทัยฮองเฮา"
"เตรียมการแสดงไว้ด้วยล่ะ ข้าหวังว่าเ้าจะโดดเด่นที่สุดในงาน"
"จะไม่ทำให้ผิดหวังเพคะ" หลิวลู่เสียนซาบซึ้งในน้ำพระทัยมากโดยไม่รู้เลยว่าในสายตาของฮองเฮา นางเป็เพียงหมากที่เอาไว้ทิ่มแทงผู้คนเท่านั้น
... ... ...
จวนเจิ้งจิงสกุลจ้าว
ตัวแทนร้านตัดชุดที่ไทเฮาให้รับผิดชอบชุดของสตรีสกุลจ้าวทั้งสองคนก็มาถึงจวนสกุลจ้าวด้วยรอยยิ้มช่างตัดชุดที่ว่าไม่ใช่สตรีสูงวัยเด็กกว่าจ้าวอันหรานเล็กน้อยแต่ฝีไม้ลายมือนั้นยิ่งกว่าฝ่ายตัดเย็บของวังหลวงด้วยความว่าที่นางชอบติดต่อกับชาวต่างชาติ จึงได้รับแรงบันดาลใจใหม่ๆเป็ผู้นำรู้แบบชุดต่างๆ และวิธีเย็บปักใหม่ๆ เข้ามาใช้เป็คนแรกๆ จนร่ำรวย
“ชุดนี้ของคุณหนูจ้าวอี้หยางเ้าค่ะส่วนกล่องนี้เป็เครื่อประดับที่ไทเฮาและพิงจิ่งกงจูนำฝากมาให้คุณหนู”ชุดสีม่วงอ่อนบ่งบอกถึงความร่ำรวย สีนี้ยังไม่มีปรากฏในเมืองหลวงหรือแคว้นฝูเป็สีที่นางนำการย้อมของคนทางใต้มาประยุกต์โดยย้อมจากเปลืองไม้และนำด้ายมาถักทอโดยไทเฮากล่าวว่าจ้าวอี้หยางเป็สตรีที่สวยใบหน้าดูล่ำค่าก็ต้องเหมาะกับอะไรที่ใส่แล้วดูชั้นสูงแม้เครื่องประดับจะน้อยนี่จึงเหมาะสมที่สุด และยังปักด้วยดิ้นสีทองเป็รูปนกกระเต็นกำลังเกาะบนเกาะหลิวอย่างเหมาะเจาะ
“สีสวยมากเ้าค่ะข้าไม่เคยเห็นสีม่วงเช่นนี้บนเสื้อผ้ามาก่อน”
“ไทเฮา้าให้คุณหนูใส่เป็คนแรกเ้าค่ะขลับผิวคุณหนูให้สว่างขึ้น” ช่างตัดเสื้อพูดพลาง ก็นำชุดมาทาบกับร่างบอบบางและให้บ่าวเป้นคนจัดการส่วนนางเดินมาที่คุณหนูอีกคนที่ยืนรอ
“นี่ของคุณหนูจ้าวซินเยว่เ้าค่ะ”ชุดสีเข้มถูกยกออกมา ส่วนท่อนบนเป็สีม่วงเข้มปักสีขาวเป็ลวดลายมีดิ้นสีเงินแทรกอยู่เสื้อคลุมข้างนอกเป็ผ้าโปรงสีขาว ส่วนกระโปรงเป็สีม่วงที่เข้มไล่กับถึงอ่อนที่ชายชายกระโปรงปักเป็รูปนกกระยางกำลังบินจ้าวซินเยว่ถึงกับยกยิ้มขึ้นมา
“ไทเฮากล่าวว่าคุณหนูเล็กเป็สตรีใบหน้าสวยคมหากอยากอยู่เหนือสตรีทุกคนในงานก็ต้องใส่สีที่ส่งเสริม
“ไทเฮาล้วนเลือกไม่ได้ว่าจะให้ใครใส่สีอะไรแต่กล่าวว่าสตรีตระกูลจ้าวต้องงดงามและโดดเด่นที่สุด ข้าจึงใช้สีม่วงเหมือนกันแต่เลือกความอ่อนเข้มให้เหมาะสมกับคุณหนูทั้งสองที่สุด” ช่างตัดเสื้อกล่าว
จ้าวอี้หยางนางชอบชุดของตนเองมากนางไม่ชอบใส่สีเข้มมาั้แ่ไหนแต่ไร เพราะนางคิดว่ามันทำให้นางดูมีอายุต่างจากจ้าวซินเยว่ที่นางพอใจกับชุดของนางมาก
“ล้วนเป็ความเมตตาของไทเฮา”จ้าวซินเยว่กล่าวขอบคุณพร้อมโค้งเล็กน้อย จ้าวอี้หยางก็เช่นกัน
“ไทเฮาเอ็นดูใครก็มักจะให้เต็มที่นอกจากนี้ยังสั่งให้ข้าหาชุดลำลองมาให้พวกท่านด้วย จะให้เด็กๆขนเข้าไปที่เรือนให้นะเ้าคะ”
“ขอบคุณเถ้าแก่เนี๊ยะมากเ้าค่ะ”จ้าวอันหรานเห็นเช่นนั้นก็เกรงใจไทเฮาคงจะหมดไปไม่น้อยแต่ก็คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของมารดาโอรส์ผู้นั้นร่วงได้
“ยินดีเ้าค่ะข้าชอบสตรีสวยๆ คุณหนูทั้งสองสวยถูกใจข้ามากไว้พวกท่านต้องมาตัดชุดที่ร้านข้านะเ้าคะ จะดูให้เป็พิเศษเลย”สตรีเ้าของห้องเสื้อกล่าวด้วยรอยยิ้ม นางเจอสตรีในเมืองหลวงมากหน้าหลายตาคนหน้าตางดงามก็มีเยอะ แต่งดงามทั้งหน้าตาและไม่ถือตัวเช่นสตรีสกุลจ้าวหายากนักจะว่าไป...
“ข้าขอถามอะไรท่านสักอย่างได้หรือไม่ท่านหญิง”
“เชิญท่านถาม”
“คุณหนูหลิวผู้นั้นใช่ลูกสาวของท่านหรือไม่ นางกับคุณหนูเล็กใบหน้าคล้ายกันมาก แต่ใช้คนละแซ่”เ้าของร้านคนนี้พึ่งจะย้ายมาเมืองหลวงไม่นานจึงไม่ได้รู้เื่ในปีนี้หรืออีกฝ่ายเื่ในปีนั้นล้วนถูกลืมไปแล้ว
“ใช่นางเป็ลูกสาวคนโตของข้ากับสามีเก่า พี่น้องพ่อแม่เดียวกันกับซินเยว่เราหย่าร้างกัน ลูกสาวจึงอยู่กับพ่อ”
“เป็เช่นนั้นจริงๆเป็พี่น้องกัน แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่บรรยากาศรอบตัวดูแตกต่างกันมากเลยนะเ้าคะ”จ้าวซินเยว่ที่กำลังลองชุดสนใจจึงหันมาร่วมวงสนทนา
“อย่างไรหรือเ้าคะ”
“ไว้ท่านไปเจอนางที่งานชมดอกไม้ของไทเฮาจะเข้าใจเ้าค่ะอธิบายเป็คำพูดยามนี้ จะหาว่าข้าอคติกับนาง”
จ้าวซินเยว่พยักหน้าไม่ได้สนใจทว่าจ้าวอันหรานแม้จะไม่แสดงอะไรแต่ก็เ็ปไม่น้อยหากแม้แต่ผู้คนยังไม่กล้าวิจารณ์ก็ไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นจะเลี้ยงลูกสาวของตนให้หยิ่งยโสเพียงใด
... ... ...
สวนในพระราชวังส่วนนอกในยามนี้ถูกตกแต่งเตรียมพร้อมสำหรับการต้านรับแเื่ของชนชั้นสูงไว้อย่างดีข้างทางล้วนเป็ดอกไม้หลากหลายสีสันต์มีศาลาไม้ตั้งไว้เป็ระยะเพื่อให้ผู้คนได้จับกลุ่มคุย ถัดจากไหล่ทางที่มีดอกไม้ก็เป็ทางน้ำมีดอกไม้หลากหลายสีบานอยู่ทั่วทั้งสระและยังมีศาลากลางน้ำขนาดใหญ่อยู่
เหล่าชนชั้นสูงที่ได้รับเทียบเชิญมายังงานชมดอกไม้ของไทเฮาล้วนมาถึงแม้จะบอกว่าเป็งานชมดอกไม้แต่นัยยะก็คืองานที่ทำให้หนุ่มสาวได้มาพบกันกับบางคนก็เป็การเปิดตัวงานสังคมครั้งแรกที่เหมาะสมที่สุด
นอกจากคุณหนูและคุณชายจะมาพบเจอกันยังเป็งานที่ฮูหยินทั้งหลายมามองหาลูกสะใภ้ที่เหมาะสมทางฐานะเพื่อส่งเสริมตำแหน่งของลูกชายตนเอง
โดยภายในงานจะไม่ได้ถูกแบ่งชายหญิงเช่นงานอื่นๆเพื่อให้ผู้คนมีอิสระในการพูดคุยพบปะกัน
หลิวลู่เสียนบุตรีคนโตตระกูลหลิวมาถึงคุณหนูหลิวหลิวอยู่ในชุดสีกลีบบัวงดงามแต่งหน้าพอเหมาะสมกับวัยใบหน้าสวยมีรอยยิ้มที่มุมปากตลอดเวลาผมของนางก็ถูกจัดอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์พร้อมกับปิ่นไข่มุกล้ำค่าในมือถือพัดที่เข้ากับชุดเดินเข้ามาในงานพร้อมกับฮูหยินหลิวคนปัจจุบัน เสิ่นอ้ายน้องสาวของฮองเฮาที่ยังคงความงดงามเอาไว้
นางเป็สตรีที่ได้รับฉายาว่าเป็โฉมสะคราญอันดับที่หนึ่งยามที่นางเดินเข้ามาในงาน ผู้คนล้วนให้ความสนใจความงดงามของนางอย่างยิ่งทั้งรอยยิ้มและการวางตัวล้วนแสดงออกว่านางถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แม้มารดาแท้ๆจะไม่ใช่เสิ่นอ้าย แต่เสิ่นอ้ายก็ปฏิบัติกับลูกเลี้ยงอย่างดีบ้านฝั่งบิดาก็เป็ถึงเ้ากรมการคลั่งผู้ร่ำรวยหากใครได้นางเป็ภรรยาย่อมไม่ต้องกลัวขัดสน
ทั้งรูปโฉมที่งดงามฐานะที่มั่นคั่ง พื้นเพบ้านเดิมที่มั่นคง ใครจะไม่อยากได้นางเป็ฮูหยินเอกบ้างในฐานะสตรีอันดับที่หนึ่งแห่งแคว้น หลิวลู่เสียนย่อมเป็สตรีที่ถูกหมายปองมากที่สุดทว่าตัวนางเองกลับต้องใจบุรุษท่านหนึ่งก็คือแม่ทัพเฉินนางพยายามหาทางเข้าใกล้แล้วแต่มิมีโอกาส ครั้งนี้ฮองเฮากล่าวว่านางจะได้เจอแม่ทัพนางจึงอยากทำให้อีกฝ่ายประทับใจที่สุด
ทางด้านอู่หงถิงที่มางานก่อนแล้วกำลังคุยกับกลุ่มฮูหยินของขุนนางฝ่ายบู๊หลายคนอย่างถูกคอด้วยความที่เป็ฮูหยินของเหล่าทหารเช่นกันจึงเจอกันบ่อยๆยามนี้มีสตรีตัวน้อยกับแม่เลี้ยงเดินเข้ามมาใกล้บทสนทนาก็เงียบลงอู่หงถิงเพียงเปรยตามองเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อหลิวลู่เสียนย่อตัวทำความเคารพ
“หลิวลู่เสียนทักทายท่านป้าอู่หงถิงเ้าค่ะทักทายฮูหยินทุกท่าน” ทุกครั้งที่ทั้งสองคนเจอกันหลิวลู่เสียนก็มักจะเข้ามาทักทายอู่หงถิงเสมอ เป็ภาพที่ชินตา
หากพิจารณาให้ดีแล้วหลิวลู่เสียนผู้นี้เป็ยบุตรีของท่านหญิงเจี่ยลี่จ้าวอันหราน สหายสนิทของพิงจิ่งกงจู ่ที่หลิวลู่เสียนยังเยาว์วัย พิงจิ่งกงจูก็เอ็นดูนางไม่น้อยจนใครต่อใครก็คิดว่าหลิวลู่เสียนผู้นี้คงได้เป็สะใภ้ตระกูลเฉินเป็แน่
แต่พ้นวัยปักปิ่นมาสามปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการสู่ขอกันเป็เื่เป็ราว
“ตามสบายเถิดคุณหนูหลิว”อู่หงถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ มีรอยยิ้มตามมารยาทหลิวลู่เสียนพอจะรู้ว่าอู่หงถิงไม่ได้เอ็นดูนางเหมือนก่อนคงเพราะคนตระกูลจ้าวพวกนั้นแต่นางก็ยังคงสงบนิ่ง
“คุณหนูหลิวนี่ทั้งงดงามทั้งเรียบร้อย บุรุษต่างก็หมายปองกันทั้งนั้น” เหล่าฮูหยินเริ่มยกยอหลิวลู่เสียน เพียงแต่ฮูหยินของขุนนางฝ่ายบู๊ล้วนทำตามมารยาททั้งนั้นทว่าก็ยังมีอีกไม่น้อยที่ทำเพื่อเอาใจพิงจิ่งกงจูเพราะคิดว่าอู่หงถิงเองก็คงจะหมายหมั่นอู่หงถิงให้ท่านแม่ทัพเฉินเช่นกันหากท่านหญิงหมายตา ใครเลยจะกล้าต่อกรแย่งชิง สู้ส่งเสริมไปเลยเสียดีกว่า
“เรียนฮูหยินท่านนี้ลู่เสียนของพวกเรายังเด็กนัก มิได้มีดีเช่นท่านว่าเลย” เสิ่นอ้ายกล่าวถ่อมตนแต่ใจกลับสั่นระรัวที่ถูกเยินยอ มีใครบ้างไม่ชื่นชอบการถูกชื่นชม
ชื่นชมลูกหลานย่อมหมายถึงชื่นชมคนสั่งสอนมาด้วย
“งั้นก็เรียนรู้ให้ดีเสียเล่ามีมารดาเป็ถึงท่านหญิงเจี่ยลี่ อย่าให้นางรู้สึกว่าเอาเ้าไปอยู่กับนางที่อารามจะดีกว่าอยู่กับบิดาที่เมืองหลวง” อู่หงถิงกล่าวตักเตือนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่คำพูดกลับทิ่มแทงทั้งแม่ทั้งลูกตระกูลหลิวจนเสิ่นอ้ายหุบยิ้มลง
ส่วนทางอู่หงถิงเพียงคิดว่าอีกไม่กี่อึดใจคู่แข่งตัวจริงของหลิวลู่เสียนที่สมน้ำสมเนื้อก็จะมาถึงนางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสตรีที่ลูกชายเลือกจะเอาตัวรอดจากวังวนคนพวกนี้ได้อย่างไรบ้างเพราะดูเหมือน จ้าวซินเยว่ผู้นั้นก็จะไม่ธรรมดาเช่นกัน
... ... ...
รถม้าหรูของจวงจ้าวโหวตำแหน่งรองแมทัพเทียบที่จอดผู้คนต่างก็หันมามองเพราะฮูหยินของกุนซือที่ตอนนี้เป็ถึงรองแม่ทัพผู้นี้ไม่ค่อยออกงานมากนักข่าวว่าจะมาร่วมงานนี้ เป็เื่ที่ดีที่จะได้พูดคุยสร้างสัมพันธ์กับตระกูลจ้าว
แต่สิ่งที่ผู้คนไม่รู้ก็คือครั้งนี้ไม่ใช่หลี่หลินและรองแม่ทัพมากันสองคน ยังมีสตรีอีกสามคนมาด้วย
มือเรียวขายื่นออกมาจากรถม้าตามมาด้วยสตรีร่างเล็กในชุดสีม่วงเข้มปรากฏตัวใบหน้าสวยแต่งเติมไม่มากยังคงความเป็ธรรมชาติผมยาวถูกทำทรงของสตรีที่ยังไม่ออกเรือนชุดสีม่วงเองก็ส่งเสริมให้ผิวขาวยิ่งขาวผ่อง
ตามมาด้วยสตรีร่างเล็กอีกคนในชุดสีม่วงอ่อนใบหน้าของนางสวยงามละมุนแววตาดูเรียวสวยยิ่งใส่ชุดสีอ่อนยิ่งทำให้นางดูอ่อนละมุนไปหมด ต่างจากคนแรกทั้งยังเกล้าผมอย่างสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนเช่นกัน
และคนสุดท้ายที่ลงมาจากรถม้าทำให้ทุกคนตื่นตะลึงจนเริ่มหันไปสังเกตตราสัญลักษณ์ที่รถม้ามีตราของท่านหญิงเจี่ยลี่เคียงคู่ตราสกุลจ้าว
ท่านหญิงเจี่ยลี่กลับเมืองหลวงแล้วจริงๆ!
ข่าวลือก่อนหน้าว่ามีแขกจากเมืองเว่ยมาเยือนตระกูลจ้าวทั้งยังรถม้าติดตราท่านหญิงเจี่ยลี่วิ่งเข้ามายังเมืองหลวง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นรถม้าคันนั้นทุกคนจึงคิดว่าอาจจะแค่มาเยี่ยมเยือนไทเฮาตามคำสั่งใครจะคิดว่านางจะยังอยู่ที่เมืองหลวง
เช่นนั้นสตรีงดงามจนลืมหายใจทั้งสองคนนั้นคงไม่พ้นหลานสาวที่ได้ชื่อว่าเทพธิดาตะวันออกและลูกสาวของนาง!
ทุกคนไม่ลืมเมื่อยามเด็กทารกผู้นี้เกิดมีข่าวลือว่านางเป็โรคประหลาดหน้าตามีติ่งเนื้อดูอัปลักษณ์ยามนี้ทุกคนไม่รู้เลยว่าสตรีทั้งสองใครงดงามกว่าใครจนไม่มีใครเชื่อว่าลูกสาวของท่านหญิงจะเกิดมาอัปลักษณ์เพราะสตรีตระกูลจ้าวงดงามทุกคนจริงๆ!
หลิวลู่เสียนที่พึ่งจะเป็ที่สนใจเมื่อครู่กลับถูกกลบทันทีที่สตรีสกุลจ้าวปรากฏตัวเป็ไปไม่ได้เลยที่หลิวลู่เสียนจะพอใจกับการปรากฏตัวครั้งนี้แต่ไหนแต่ไรมานางก็มักจะเป็ผู้ที่โดดเด่นเสมอแต่สตรีพวกนั้นกลับมาแย่งความสนใจไปหมด
แต่หลิวลู่เสียนไม่เหมือนเสิ่นอ้ายที่ยามนี้สายตาเต็มไปด้วยความริษยานางเก็บทุกอย่างไว้ในใจจนหมดสิ้นวันนี้นางมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดแก่เฉินจือหานเพื่อให้นางกลายเป็สตรีที่คู่ควรกับตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพ
ร่างบางก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าคนตระกูลจ้าวทั้งห้าด้วยรอยยิ้มมุมปากก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าสตรีที่ดูมีอายุที่สุด คิดว่าคงจะเป็จ้าวอันหรานผู้หญิงที่ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่
“หลิวลู่เสียนคารวะท่านแม่เ้าค่ะ ข้ารอวันที่จะได้พบท่านมาตลอด”คำพูดของหญิงสาวไม่ดังมากแต่ก็ไม่ได้เบา ทกคนทั่วสารทิศล้วนได้ยินคนตระกูลจ้าวก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีคนทำเช่นนี้ในครั้งแรกที่เจอกัน
คนที่ถูกเรียกว่าท่านแม่จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาที่อ่อนลงก่อนจะนั่งลงพาให้สตรีตรงหน้าลุกขึ้น พลางจ้องใบหน้าอีกฝ่ายให้ดี
“หลิวลู่เสียนหรือเติบโตมาอย่างดีเลยนะ ข้าก็รอวันที่ได้พบกับเ้าเช่นกัน”จ้าวอันหรานยกยิ้มกล่าวเช่นเดียวกันด้วยท่าทางและสายตาที่อ่อนโยนจนหลิวลู่เสียนแข็งทื่อนางไม่อยากให้อีกฝ่ายถูกตัวนางแต่ก็ขัดขืนไม่ได้
“ทักทายคุณหนูหลิวลู่เสียนจ้าวซินเยว่เ้าค่ะ” สตรีในชุดสีม่วงเข้มย่อตัวลงเต็มขั้นเพื่อความเคารพนาง
วินาทีที่สองสาวมองตากันก็รู้ได้ทันทีว่าต่างคนต่างเป็ศัตรูโดยธรรมชาติ! แต่ก็ต้องแสดงละครต่อไป!
“น้องเล็กเ้างดงามยิ่ง ทางนี้คงเป็คุณหนูจ้าวอี้หยาง ทักทายคุณหนูเช่นกัน พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ด้วย”หลิวลู่เสียนกล่าวทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้ม ภาพตรงหน้าทำให้หลายคนต่างน้ำตาซึมแต่ใครจะรู้ ภาพที่ออกมาล้วนไม่ใช่ทุกอย่าง
แววตาที่หลิวลู่เสียนใช้มองคนสกุลจ้าวล้วนแล้วแต่มีความเ็าไม่ได้อ่อนโยนหรือดีใจอย่างที่แสดงและแววตานั้นทุกคนตรงนั้นล้วนเห็นได้ชัดเจน
“ทักทายพี่หญิงจ้าวไม่ได้พบกันเสียนาน ดูท่าทางจะสบายดีนะเ้าคะ” เสิ่นอ้ายเดินมาสมทบ
“ตอนนี้สบายใช่กว่าก่อนหน้าสบายนะฮูหยินหลิว ยามนี้เราสองคนไม่มีใช้สามีร่วมกันแล้ว อย่าเรียกข้าว่าพี่หญิงเลยกรุณาเรียกข้าเช่นคนอื่นเรียกเถิด” จ้าวอันหรานพูดหักหน้าเสิ่นอ้ายด้วยรอยยิ้มย้ำชัดว่าไม่ได้สนิทกันทำให้รอยยิ้มของเสิ่นอ้ายแข็งขึ้นหลายเท่า
“เ้าค่ะท่านหญิงเจียลี่”
ทักทายกันสองสามประโยคนางกำนัลก็มาเชิญตระกูลจ้าวไปหาพิงจิ่งกงจูที่ศาลาที่นางนั่งรออยู่ท่าทางสนิทสนมของพิงจิ่งกงจูและท่านหญิงเจี่ยลี่นั้นชัดเจนนักทำให้ยามนี้ทุกคนพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวจ้าวกันหมด
หลิวลู่เสียนกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจนางมองภาพตรงหน้าอย่างเกลียดชัง ก่อนจะเดินไปทักทายคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
นางมีอย่างอื่นที่ต้องสนใจมากกว่า!
#####