ลลิพัศน์ไปส่งลลิวรรณที่ราชบุรีเพื่อให้น้องสาวไปดูแลรีสอร์ทอยู่ที่นั่น ส่วนตัวเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพื่อใช้ทุน ตอนแรกลลิพัศน์ทำงานที่โรงพยาบาลอีกที่หนึ่ง แต่ทว่า เธอกลับเพิ่งรู้ว่าโรงพยาบาลแห่งนั้นเป็เครือเดียวกันกับโรงพยาบาลของพงศธร
“ทำไมถึงไม่ให้ฉันทำงานที่นี่ล่ะคะ” ลลิพัศน์รีบแย้ง
“ที่นี่เป็เพียงโรงพยาบาลเล็กๆ เท่านั้นครับ คุณเป็ศัลยแพทย์ก็ควรย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆ สิครับ” ผู้อำนวยการกล่าว
“แต่ว่า…” ลลิพัศน์กำลังจะขัดแต่ผู้อำนวยการโพล่งขึ้นมาก่อน
“คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะคุณเป็เพียงหมอใช้ทุน และตามหนังสือก็บ่งบอกว่า ให้คุณไปทำงานที่โรงพยาบาลของผู้อำนวยการพงศธรด้วยครับ” ผู้อำนวยการกล่าว
ลลิพัศน์เลยจำใจเก็บของย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลของพงศธร โดยที่เธอบอกเื่นี้กับปั้นหยาเพียงคนเดียว เพราะไม่้าให้ใครเป็ห่วง
******************************************************
ลลิพัศน์จำใจต้องเข้าไปพบพงศธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลใหญ่
“ยินดีต้อนรับครับ หมอลลิพัศน์” พงศธรกล่าว
“สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการ” ลลิพัศน์กล่าว
“คุณพร้อมเริ่มงานเลยหรือเปล่าครับ” พงศธรถาม
“พร้อมค่ะ” ลลิพัศน์กล่าว
“อะ นี่ครับ ตารางเวรของคุณ และผมก็จัดห้องพักของคุณไว้ให้แล้วด้วย” พงศธรกล่าว
“ขอบคุณมากค่ะ คุณมีเื่เท่านี้ใช่มั้ย” ลลิพัศน์กล่าว
“ครับ ขอให้คุณทำงานอย่างมีความสุขก็แล้วกัน” พงศธรกล่าวยิ้มๆ
ชีวิตการทำงานของลลิพัศน์ก็ปกติดีอยู่หรอก แต่ทว่าตารางเวรของเธอจะต้องขึ้นเวรดึกทุกคืน ในใจลลิพัศน์คิดว่า “นี่มันแกล้งกันชัดๆ” ลลิพัศน์เลยจำเป็ต้องเช่าหอพักใกล้โรงพยาบาลเพื่อสะดวกในการทำงาน โดยเธอได้ขออนุญาตยายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังปิดบังไม่ให้ใครรู้ว่าเธอทำงานที่โรงพยาบาลของพงศธร เพื่อไม่ให้ใครเป็ห่วงเธอ
แรกๆ ลลิพัศน์ก็ทนทำงานไหว แต่ทว่าพอขึ้นเวรดึกมากๆ เข้า ทำให้เธอนอนไม่เพียงพอจริงๆ ลลิพัศน์ทำได้แต่ระบายให้ปั้นหยาฟังเพียงคนเดียว
ปั้นหยารู้สึกเป็ห่วงเพื่อนมาก อีกทั้งไม่ไว้ใจหมอพงศธร เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะกลั่นแกล้งหมอลลิพัศน์เพียงเท่านี้อย่างแน่นอน มันต้องมีอะไรมากกว่านี้เป็แน่ ปั้นหยาคิดมากจนทนไม่ไหวจริงๆ เธอเลยตระบัดสัตย์ โดยการแอบเล่าเื่ของลลิพัศน์ให้ท่านประธานฟัง
******************************************************
“สวัสดีครับ คุณปั้นหยา มีอะไรหรือเปล่าครับโทรมาแต่เช้าเชียว” ท่านประธานกล่าว
“ฉันมีเื่จะบอกคุณค่ะ ท่านประธาน เอ่อ คือว่า ลลิพัศน์ถูกบังคับให้ไปทำงานที่โรงพยาบาลของหมอพงศธรค่ะ” ปั้นหยายอมเล่า
“ว่าไงนะครับ ทำไมพัศน์ถึงไม่ยอมบอกผมเื่นี้เลย” ท่านประธานใ
“พัศน์ยอมบอกฉันแค่คนเดียวค่ะ เธอไม่้าทำให้ใครเป็ห่วง แต่เธอเล่าให้ฟังว่า เธอถูกกลั่นแกล้งให้ขึ้นเวรดึกทุกคืนเลยนี่สิคะ ตอนนี้ฉันเป็ห่วงหมอพัศน์มาก” ปั้นหยากล่าว
“มันต้องมีการสลับกันบ้างสิครับ ทำไมถึงกลั่นแกล้งถึงเพียงนี้” ท่านประธานกล่าว
“แต่ฉันว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่เลยค่ะ ฉันก็เลยยอมผิดคำพูด เล่าเื่นี้ให้คุณฟังนี่แหละค่ะ” ปั้นหยากล่าว
“ขอบคุณมากครับคุณปั้นหยา ผมสัญญาว่าจะปกป้องพัศน์ให้ดีที่สุดครับ” ท่านประธานกล่าว
“ฝากด้วยนะคะ ฉันไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไปค่ะ” ปั้นหยากล่าว
“ครับผม” ท่านประธานรับคำและวางสายไป
******************************************************
จนถึงกลางดึกของคืนหนึ่ง อยู่ดีๆ พยาบาลก็นำนมมาให้พัศน์ดื่ม
“อะไรกันคะเนี่ย นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรกันคะ” หมอพัศน์แปลกใจ
“อ้อ พอดีว่าหัวหน้าพยาบาลเลี้ยงนมทุกคนค่ะ ท่านก็เลยฝากนมแก้วนี้มาให้คุณดื่ม” พยาบาลคนหนึ่งกล่าว
เพื่อไม่ให้เป็การเสียน้ำใจ หมอลลิพัศน์เลยยอมดื่มนมแก้วนั้น จากนั้นไม่นานก็มีพยาบาลอีกคนมาแจ้งกับพัศน์ อีกว่า “คุณหมอพัศน์คะ ผู้อำนวยการเรียกไปพบด่วนค่ะ เห็นว่าจะคุยเื่เคสผ่าตัด”
ลลิพัศน์เห็นว่าเป็เื่งาน เธอเลยยอมไปพบหมอพงศธรแต่โดยดี
******************************************************
เมื่อลลิพัศน์เปิดประตูเข้าไป กลับไม่พบใครอยู่ในห้อง แต่พอหันกลับมาเท่านั้นก็พบว่าหมอพงศธรกำลังล็อคประตูอยู่
“นี่คุณจะทำอะไรคะ ทำไมต้องล็อคประตูด้วย” หมอพัศน์ใ
“ผมอยากให้คุณมาบริหารโรงพยาบาลร่วมกันกับผมครับ ดังนั้นพวกเรามาเป็ทองแผ่นเดียวกันจะดีกว่า ผมยอมสงบศึกเพื่อคุณเลยนะพัศน์” พงศธรกล่าว
“เปิดล็อคเดี๋ยวนี้นะคะ ฉันจะไปทำงานแล้ว” พัศน์กล่าว
ลลิพัศน์พยายามจะมาเปิดล็อค แต่อยู่ดีๆ แขนและขาของเธอก็เกิดอ่อนแรงกะทันหัน จนพงศธรรีบมารับตัวเธอไว้
“นี่คุณเอาอะไรใส่ในนมให้ฉันดื่มใช่มั้ย” พัศน์นึกขึ้นได้
“ฉลาดช้าไปหน่อยนะครับพัศน์ พวกเรามามีความสุขกันดีกว่าน่า รับรองผมจะรับผิดชอบคุณเอง” พงศธรกล่าว
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” แต่พัศน์แทบไม่มีเรี่ยวแรงเลย แม้เธอจะมีสติก็ตาม
พัศน์ถูกอุ้มไปวางไว้บนเตียง เธอมีสภาพน้ำตาไหลพราก เธอขยะแขยงคนตรงหน้าอย่างมาก แต่เธอไม่อาจขัดขืนอะไรได้เลย เพราะแทบที่จะยกแขนยกขาไม่ได้เลย ในขณะที่พงศธรก็พยายามปลดกระดุม ถอดเสื้อของเธออย่างใจเย็น
พัศน์อยากจะะโร้องแต่เธอไม่มีแรงจริงๆ
“อย่าขัดขืนเลยนะครับพัศน์ เพราะยังไงใครๆ ก็เชื่อว่าคุณสมยอม คุณเป็ฝ่ายมาหาผมเองเลยนะ” พงศธรกล่าวอย่างเ้าเล่ห์
พัศน์ทำได้แต่เรียกหาธนพัฒน์ในใจ “พี่ธนพัฒน์คะ ช่วยพัศน์ด้วย ช่วยด้วย”
พงศธรคร่อมตัวคุณหมอคนสวย เขาจูบพรมไปทั่ว ในขณะพัศน์แทบจะอยากรีบผลักชายตรงหน้าออกไปจริงๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ ทำไมมันช่างทรมานอย่างนี้นะ
สักพักเหมือนพายุ ประตูถูกไขด้วยกุญแจผี ชายผู้นั้นเข้ามาต่อสู้กับพงศธรอย่างรวดเร็ว คล้ายกับวันประลองที่พรรคัแดง
“ไม่คิดว่านายจะมาไวถึงเพียงนี้เลยนะ” พงศธรกล่าว
“นายกล้าทำร้ายแฟนฉัน ฉันไม่เอานายไว้แน่” ธนพัฒน์กล่าวด้วยความโกรธ
พอธนพัฒน์กับพงศธรต่อสู้กันได้ไม่นาน อยู่ดีๆ พงศธรก็เกิดสลบไป เพราะทรรศกรได้นำที่ช็อตไฟฟ้ามาช็อตหมอบ้ากามทันที
ปั้นหยารีบนำเสื้อกันหนาวมาหุ้มตัวหมอลลิพัศน์เอาไว้แล้วรีบกอดปลอบเพื่อนทันที
“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ หมอพัศน์ พวกเรามาช่วยแล้ว เธอปลอดภัยแล้วนะ” ปั้นหยาปลอบเพื่อน
หมอลลิพัศน์อยากจะกล่าวขอบคุณแต่เธอไม่มีแรงจะพูดจริงๆ ทำได้แต่นอนน้ำตาไหลเท่านั้น
หลังจากนั้นธนพัฒน์กับทรรศกรก็รีบลากตัวนายพงศธรไปที่เตียงทันทีเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
ธนพัฒน์เข้ามาอุ้มแฟนสาวไปขึ้นรถทันที
“ผมขอบคุณพวกคุณมากเลยนะครับ ที่ช่วยลลิพัศน์” ธนพัฒน์กล่าว
“พวกเราเป็เพื่อนรักของหมอพัศน์อยู่แล้วค่ะ หากมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะคะ” ปั้นหยากล่าว
“งั้นผมก็ขอตัวเช่นกันครับ เพราะพวกเราต้องเดินทางกลับสุราษฎร์ธานีพรุ่งนี้แล้ว” ทรรศกรกล่าวเพราะวันนี้เขาแค่พาภรรยาแวะมาติดต่อธุรกิจเท่านั้น
“เดินทางปลอดภัยครับ” ธนพัฒน์กล่าวลา
******************************************************
ธนพัฒน์ขึ้นรถ เขาเห็นแฟนสาวร้องไห้ไม่หยุด ก็เลยรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้
“พี่อยู่นี่แล้วนะพัศน์ ไม่ต้องกลัวแล้วนะ พี่จะปกป้องพัศน์เอง” พร้อมกับดึงตัวพัศน์เข้ามากอดเพื่อปลอบ แล้วค่อยขับรถพาแฟนสาวไปที่บ้านของเขาเอง
ธนพัฒน์อุ้มแฟนสาวมาที่บ้านของเขา จนแม่เขารีบถามทันที
“นั่นลูกพาใครมาบ้านน่ะ” แม่ของธนพัฒน์กล่าวเสียงดุๆ
“ลลิพัศน์ไงครับแม่ เธอถูกวางยาครับ ผมไม่อยากให้ยายของเธอต้องเป็ห่วง เลยพาพัศน์มาที่นี่ครับ” ธนพัฒน์กล่าว
“ไหนพัศน์เองหรอลูก ทำไมเคราะห์ร้ายอย่างนี้ล่ะลูก งั้นเดี๋ยวแม่ดูแลพัศน์ให้เองนะ ยังไงพัศน์ก็เป็สาวเป็นาง ลูกต้องให้เกียรติเธอ” แม่ของธนพัฒน์กล่าวเพราะเป็ห่วงว่าที่ลูกสะใภ้
“ครับแม่” ธนพัฒน์กล่าว
ธนพัฒน์เลยพาตัวแฟนเข้าไปในห้องของแม่ แล้วปล่อยให้แม่ดูแลเธอเอง
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ลลิพัศน์เริ่มกลับมาเป็ปกติ เธอเลยรีบกอดแม่ของธนพัฒน์ไว้
“ฮือ ฮือ หนูกลัวมากเลยค่ะคุณป้า” พัศน์ร้องไห้ยอมแสดงความอ่อนแอให้แม่ของธนพัฒน์เห็น
“ขวัญเอ๊ยขวัญมา ลูกปลอดภัยแล้วนะ ไม่ต้องกลัวแล้ว” แม่ของธนพัฒน์รีบปลอบ
“หนูไม่คิดว่าพงศธรจะชั่วได้ถึงเพียงนี้เลยค่ะ” พัศน์กล่าวอย่างเจ็บแค้น
“นับว่ายัยธัญสิยาก็โชคดีที่รอดพ้นพงศธรมาได้เหมือนกัน” แม่ของธนพัฒน์กล่าว
“แล้วตอนนี้ยัยธัญเป็ยังไงบ้างคะคุณป้า” พัศน์ถาม
“ธนพัฒน์ส่งน้องไปเรียนต่อโทที่อังกฤษแล้วล่ะ เพื่อให้น้องเขาทำใจให้ลืมพงศธรให้ได้ด้วยน่ะ” แม่ของธนพัฒน์เล่า
“ขอบคุณคุณป้ามากเลยนะคะ” พัศน์กล่าวอย่างซึ้งใจที่แม่ของธนพัฒน์ดูแลเธอ
“นอนพักผ่อนก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยปรึกษาหารือกันใหม่” แม่ของธนพัฒน์กล่าว
“ค่ะคุณป้า” พัศน์ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
แต่เพราะลลิพัศน์รู้สึกกระหายน้ำมาก เลยเดินลงไปในครัวเพื่อเปิดตู้เย็นเอาน้ำมาดื่ม แต่พอมีใครก็ไม่รู้มาแตะตัวเธอ ทำให้ลลิพัศน์กรีดร้องเสียงดังด้วยความกลัว
“พัศน์ นี่พี่เองนะ ธนพัฒน์ไง” ธนพัฒน์ใ
พอลลิพัศน์มองเห็นว่าเป็ธนพัฒน์ เธอก็เลยเข้าไปกอดอย่างไม่อาย เพราะตอนนี้เธอทั้งรู้สึกกลัวและหวาดระแวงอย่างมาก
“ฮือ ฮือ พี่ธนพัฒน์ พัศน์กลัวค่ะ” พัศน์กล่าวด้วยความกลัว
“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี พี่จะปกป้องพัศน์เอง ไม่ต้องร้องแล้วนะครับ” ธนพัฒน์ปลอบแฟนสาว
ทั้งสองกอดกันอยู่นาน จนกระทั่งพัศน์เริ่มได้สติ เลยรีบผละตัวออกมาทันที “เอ่อ พี่ธนพัฒน์คะ พัศน์รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ พัศน์แค่หิวน้ำ พอทานเสร็จจะรีบไปนอนค่ะ”
“ให้พี่ไปส่งมั้ย” ธนพัฒน์เสนอตัว
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณพี่มากนะคะที่ช่วยพัศน์ ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ” พัศน์กล่าว
ลลิพัศน์รีบเดินขึ้นไปแล้วเข้าไปในห้องแม่เขาทันที ธนพัฒน์ทำได้แต่มองตามเท่านั้น แล้วกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง