ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 36 หายนะตระกูลจั๋ว


            “พี่เสี่ยวไฉ่? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

            จั๋วอวิ๋นเซียนเปิดประตูออกมาเขาเห็นสาวใช้คนสนิทของพี่สาวยืนอยู่ด้วยท่าทีร้อนรน

            เมื่อเห็นภาพนี้ในใจจั๋วอวิ๋นเซียนก็เกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

            สาวใช้เสี่ยวไฉ่กังวลกระสับกระส่ายนางกล่าวด้วยน้ำเสียงติดขัด “นะ…นายน้อยตระกูลจั๋วถูกล้อมไว้แล้ว! คุณหนูใหญ่ให้ข้ามาบอกท่านว่าให้อยู่ในห้องเฉยๆอย่าได้ออกไปเด็ดขาด”

            “อะไรนะ!”

            เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนได้ยินก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเรื่องที่เขากังวลมาตลอดเกิดขึ้นแล้วเกมของจั่วชินอ๋องกับอีกขั้วอำนาจหนึ่งน่าจะพ่ายแพ้แล้วมิเช่นนั้นอีกฝ่ายคงไม่ลงมือในเวลานี้

            “ผู้นำตระกูลเล่า?”

            เมื่อได้ยินคำถามของจั๋วอวิ๋นเซียนสาวใช้เสี่ยวไฉ่รีบตอบว่า “นายท่านออกไปส่งสินค้าเมื่อหลายวันก่อนและยังไม่กลับมาตอนนี้คุณหนูใหญ่เป็นคนจัดการเรื่องในตระกูลแทน”

            “เจ้าอย่าเพิ่งลนลาน ไปดูก่อนค่อยว่ากัน”

            “ไม่ได้ ไม่ได้ คุณหนูใหญ่ให้นายน้อยอยู่แต่ในห้อง ห้ามไปไหนทั้งสิ้น!”

            สาวใช้เสี่ยวไฉ่รีบเดินเข้าไปขวางจั๋วอวิ๋นเซียนทว่าจู่ๆ สายตาก็พร่ามัว จากนั้นนายน้อยก็หายตัวไปแล้ว

            ……

            ภายในตระกูลจั๋วบรรยากาศหนักอึ้ง

            ตอนนี้ทหารเกราะทมิฬหลายร้อยคนพร้อมหน้าไม้ล้อมจวนเอาไว้หมดแล้วเพียงเห็นสิ่งนี้ก็รู้ว่าผู้มาเยือนไม่ประสงค์ดี คนรับใช้มากมายล้วนเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมาจากนั้นทยอยไปหลบซ่อนในที่ลับตาคน

            จั๋วอวี้หวั่นกับลุงเยี่ยนยืนอยู่กลางห้องโถงทั้งคู่เผชิญหน้ากับทหารเกราะทมิฬไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

            “กองทัพเกราะทมิฬจากชายแดนหรือ?”

            เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจั๋วอวี้หวั่นอดหันไปมองไม่ได้นางเห็นน้องชายมาปรากฏตัวข้างกาย

            “น้องพี่ เจ้า…มาอยู่นี่ได้อย่างไร ข้าบอกให้เสี่ยวไฉ่ไปห้ามไม่ให้เจ้าออกมาแล้วไม่ใช่หรือ? ยังไม่รีบกลับไปอีก! ที่นี่อันตรายมาก!”

            จั๋วอวี้หวั่นรู้สึกร้อนรนจึงไม่ทันได้สังเกตท่าทางผิดปกติของจั๋วอวิ๋นเซียนนางผลักอีกฝ่ายออกไปและตะโกนสั่งให้อีกฝ่ายหลีกทางไปให้ไกล

            ลุงเยี่ยนก็มีสีหน้าหนักอึ้งเช่นกันจึงรีบกล่าวเตือน

            ทว่าจั๋วอวิ๋นเซียนกลับส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “พี่หญิง ท่านลุงเยี่ยน ข้าไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ยิ่งอันตรายข้าก็ยิ่งควรอยู่”

            เพียงสองประโยคสั้นๆก็แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวในตัวของชายหนุ่ม

            บิดาไม่อยู่ในฐานะที่จั๋วอวิ๋นเซียนเป็นบุรุษเพียงคนเดียวของตระกูลจึงต้องแบกรับความรับผิดชอบของตระกูลไว้ถึงแม้เขามิอาจช่วยตระกูลผ่านหายนะครั้งนี้ไปได้ แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับตระกูลได้

            “เจ้า…”

            เดิมทีจั๋วอวี้หวั่นอยากดุน้องชายทว่าเมื่อเห็นสายตาที่ยึดมั่นของอีกฝ่าย นางก็ใจอ่อนลง “ยืนข้างพี่ไว้อีกเดี๋ยวไม่ว่าเกิดจะเรื่องอะไรขึ้นเจ้าห้ามส่งเสียงเป็นอันขาด ทนได้ก็ทนไว้รอท่านพ่อกลับมาค่อยตัดสินใจ”

            “ข้าเข้าใจแล้ว”

            จั๋วอวิ๋นเซียนพยักหน้าทว่าจิตใจกลับยิ่งหนักอึ้ง เพราะเขารู้ว่าถ้าบิดากลับมาอาจจะอันตรายยิ่งกว่า

            หลังจากเว้นจังหวะไปช่วงหนึ่งจั๋วอวิ๋นเซียนจึงถามซ้ำอีกครั้ง “พี่หญิงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? กองทัพเกราะทมิฬเป็นกองทัพชั้นยอดของราชวงศ์พวกเขารักษาการณ์อยู่ชายแดนตลอด ทำไมถึงปรากฏตัวที่นี่ได้?” 

            “ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!”

            จั๋วอวี้หวั่นขมวดคิ้วแน่นพร้อมกล่าวด้วยความกังวลใจ “จู่ๆ คนเหล่านี้ก็บุกเข้ามาที่ตระกูลจั๋ว จากนั้นล้อมจวนของเราเอาไว้ห้ามใครเข้าออก…ไม่รู้ว่าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่!”

            จั๋วอวิ๋นเซียนเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างจึงถามว่า “กองทัพเกราะทมิฬเพียงแค่ล้อมจวนชั้นในของเราหรือ? ไม่ได้ไปที่อื่นหรือ?” 

            “ไม่มี” 

            เมื่อได้ยินคำยืนยันจากจั๋วอวี้หวั่นเขาจะยังไม่เข้าใจอีกได้อย่างไรเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเตรียมตัวมาจัดการสายเลือดของผู้นำตระกูลจั๋ว…ลงทุนลงแรงไปมากจริงๆ!แม้แต่กองทัพเกราะทมิฬที่รักษาการณ์ชายแดนราชวงศ์ต้าถังก็ยังเรียกระดมพลมาได้ดูท่าคลื่นใต้น้ำตรงนี้จะลึกกว่าที่เขาคิดเอาไว้

            เมื่อเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนไม่พูดไม่จาจั๋วอวี้หวั่นตบบ่าอีกฝ่ายพลางกล่าวปลอบใจว่า “น้องพี่ไม่ต้องกังวลไปข้าส่งคนไปบอกท่านเจ้าเมืองกับพวกปู่รองแล้วหากพวกเขามาทันเวลาก็ไม่เกิดปัญหาอะไรแน่” 

            ลุงเยี่ยนอยากจะพูดบางอย่างแต่ก็กลืนคำพูดกลับไป

            จั๋วอวิ๋นเซียนจิตใจหนักอึ้งเขากล่าวอย่างเคร่งขรึม “เหตุใดพี่หญิงต้องโกหกข้าด้วยอีกฝ่ายกล้าล้อมที่นี่อย่างเปิดเผย เห็นได้ชัดว่ารายงานกับจวนเจ้าเมืองไว้แล้วถ้าไม่ได้รับการยอมรับจากเจ้าเมือง กองทัพเกราะทมิฬไม่มีทางเข้าเมืองมาได้สำหรับฝั่งปู่รอง เกรงว่าคงหวังไม่ได้แล้ว” 

            “เจ้า…รู้ได้อย่างไร?” 

            จั๋วอวี้หวั่นตัวแข็งทื่อตกตะลึงอยู่กับที่ นางคิดไม่ถึงเลยว่าน้องชายตัวเองที่ดูเหมือนยังเด็กกลับมองสถานการณ์อันตรายออกหมดแล้ว

            เป็นอย่างที่จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวกองทัพเกราะทมิฬมีหน้าที่รักษาการชายแดน ถึงแม้จะมีคนใช้อำนาจสั่งการส่วนตัวก็ไม่มีทางขัดคำสั่งเรียกกองทัพเกราะทมิฬเข้าเมืองตงหลิงโดยตรงได้ 

            ความผิดปกติที่แม้แต่จั๋วอวิ๋นเซียนยังมองออกจั๋วอวี้หวั่นจะไม่รู้ได้อย่างไร? เพียงแต่นางไม่อยากทำให้น้องชายตกใจเท่านั้น…แต่ดูท่านางจะกังวลมากเกินไป

            “น้องพี่วางใจเถอะ ถ้าพี่ยังอยู่จะไม่ยอมให้ตระกูลจั๋วเกิดเรื่องแน่” 

            จั๋วอวี้หวั่นกวาดมองกองทัพเกราะทมิฬที่ล้อมวงรอบด้านด้วยสายตาเคร่งขรึม “พวกเจ้าบุกรุกจวนตระกูลจั๋ว ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไรแต่ถ้ามีคนกล้าเด็ดหญ้าของตระกูลจั๋วแม้เพียงต้นเดียวข้าจั๋วอวิ๋นหวั่นจะไม่ปล่อยมันไปแน่!”

            เมื่อกล่าวจบมีเงากระเรียนเหมันต์ตัวหนึ่งปรากฏอยู่ด้านหลังจั๋วอวี้หวั่นมันโบยบินขึ้นฟ้าอย่างสง่างามและหนาวเหน็บมีแสงสีเขียวโปรยปรายตามลงมา…วิญญาณเซียนอยู่ระดับนักรบแล้ว

            “วิ๊ด!” 

            เมื่อกระเรียนเหมันต์ปรากฏอุณหภูมิของทั้งบริเวณลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนรอบด้านหนาวสั่นอย่างห้ามไม่ได้

            “ตระกูลจั๋ววิถีเซียน เป็นแค่ตระกูลระดับต่ำ คิดว่าเก่งกาจนักหรือ?” 

            ขุนพลเกราะทมิฬคนหนึ่งเค้นเสียงเย็นชาปรากฏตัวบนหลังคาจวนชั้นในเขาก้มมองลงมาอย่างเฉยเมย “ข้าคือเหลียนเว่ยฉีขุนพลค่ายที่สามแห่งกองทัพเกราะทมิฬ ได้รับรายงานว่าผู้นำตระกูลจั๋วฟู่ไห่ติดต่อกับศัตรู คบค้ากับปีศาจ ทำร้ายเผ่าพันธุ์เดียวกัน ต้องโทษร้ายแรง…” 

            “หุบปาก!”

            จั๋วอวี้หวั่นไม่รออีกฝ่ายกล่าวจบก็ตะโกนด่าด้วยความโกรธ “ตระกูลจั๋วของข้าเป็นตระกูลวิถีเซียน ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย บิดาของข้าเป็นผู้องอาจกล้าหาญจะใช่คนที่พวกเจ้าใส่ร้ายได้หรือ?” 

            “ใส่ร้ายหรือ?” 

            เหลียนเว่ยฉีหัวเราะอย่างดูแคลนจากนั้นหยิบม้วนกระดาษสีทองฉบับหนึ่งออกมา “นี่คือราชโอกงารขององค์ฮ่องเต้จับกุมจั๋วฟู่ไห่…” 

            “ไม่! เป็นไปไม่ได้!”

            จั๋วอวี้หวั่นไม่มีทางเชื่อว่าบิดาคบค้าปีศาจและทำร้ายเผ่าพันธุ์เดียวกันแน่อีกฝ่ายต้องพูดใส่ร้ายแน่นอน ต่อให้มีราชโองการฮ่องเต้ก็ต้องเป็นการยัดความผิดแน่!

            ในเวลาเดียวกันจั๋วอวี้หวั่นใช้กำไลสื่อวิญญาณแอบส่งข้อความไปให้จั๋วไท่หยวนแต่น่าเสียดายที่ไม่มีการตอบกลับแม้แต่น้อย

            “เหอะเหอะ” 

            เหลียนเว่ยฉีหัวเราะเย็นชาเขาส่งสัญญาณมือพร้อมกล่าวว่า “ทหารค่ายสามกองทัพเกราะทมิฬฟังคำสั่งจับตระกูลจั๋วทุกคนเอาไว้…ใครกล้าต่อต้าน สังหารทันที!”

            “ช้าก่อน” 

            มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาเขาก็คือจั๋วอวิ๋นเซียน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยไอสังหารหยุดชะงักสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่จั๋วอวิ๋นเซียนอย่างห้ามไม่ได้

            “น้องพี่ เจ้า…เจ้าจะทำอะไร! รีบกลับมาเดี๋ยวนี้! อย่าทำอะไรวู่วาม!”

            จั๋วอวี้หวั่นรีบพุ่งตัวไปหยุดจั๋วอวิ๋นเซียนทว่าสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือ นางออกแรงดึงเขากลับมา แต่อีกฝ่ายกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย!

            “พี่หญิง ให้ข้าจัดการเอง” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนผลักมือจั๋วอวี้หวั่นออกเบาๆหันไปพยักหน้าให้ลุงเยี่ยนเล็กน้อย จากนั้นหันไปมองเหลียนเว่ยฉี

            ……