บทที่ 28 วิกฤตการก่อสร้าง (รีไรต์)
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังก้องอยู่ราวหนึ่งชั่วโมง
ตลอดเวลานั้น ลู่จินกู้ฝืนใจตนเองให้นิ่งอยู่กับที่ ในขณะที่หลุยซาและคนอื่น ๆ ต่างพากันทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
สุดท้ายเหวินจีก็หมดสติไปทั้งตัวเปียกโชก อีธานตรวจดูแล้วกล่าว อย่างมั่นใจว่า “เขาใช้การไม่ได้แล้ว”
“เอาตัวเขาไปขังคุก” เธอสั่งเสียงเบาพลางหลับตาลง ลุงเฉิงกับคนอื่น ๆ จึงเร่งให้ผู้ต้องหาคนอื่น ๆ ช่วยกันแบกเหวินจีออกไป
หลังจากนั้น ลู่จินกู้พยุงตัวเองกลับมาถึงบ้านแล้วทรุดตัวลงนั่ง พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือด
เสียงร้องโหยหวนน่าสยดสยองนั้นยังคงก้องอยู่ในหู…
ถ้าโชคไม่เข้าข้างเธอ ยาละลายพลังจิตขวดนั้นคงถูกใช้กับเธอไปแล้ว
ลู่หงต้าไม่ได้้าแค่ชีวิตเธอเท่านั้น แต่เขา้าทำลายเธอจากข้างใน โเี้เกินไปแล้ว!
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่กำหมัดแน่น
คำพูดของเหวินจีไม่ใช่เื่ที่เกินจริงเลย คนที่ลู่หงต้าส่งมาขาดการติดต่อไปทีละคน เขาจะต้องให้ความสำคัญกับเื่นี้แน่ ครั้งหน้าที่ต้องเผชิญ เกรงว่าจะเป็กองกำลังส่วนตัวของตระกูลลู่อย่างแน่นอน
เธอต้องรวดเร็วกว่านี้ ถึงจะปกป้องตัวเองได้ เธอเปิดระบบพาราไดซ์ศึกษาภารกิจใหม่ที่เคยอ่านผ่านตาแล้วอย่างละเอียดอีกครั้ง
[ภารกิจที่หนึ่ง : เปิดพาราไดซ์แห่งที่สอง ความคืบหน้าปัจจุบัน 0/2 ]
[ภารกิจที่สอง : สร้างค่ายทหารและจัดตั้งกองทัพ 0/3 ]
[ภารกิจที่สาม : จัดตั้งกลุ่มการค้าและค้าขายกับภายนอก 0/5 ]
[ภารกิจที่สี่ : ยกระดับบ้านพักอาศัย บ้านพักอาศัยระดับกลาง 0/10 บ้านพักอาศัยระดับสูง 0/5 ]
[ภารกิจที่ห้า : ยกระดับพาราไดซ์เป็ระดับสี่ ข้อกำหนด : ค่าฮวงจุ้ย 1072/2000 อาคารเสริมประโยชน์ 11/30 ผู้อยู่อาศัย 11/50 มูลค่าการค้า 1003/100000 ]
ทั้งห้าภารกิจนี้ ไม่มีอันไหนที่ทำได้ง่ายเลย
ลู่จินกู้ถอนหายใจ ตัดสินใจจัดการปัญหาเร่งด่วนก่อน
ระบบพาราไดซ์นั้น ฟังก์ชันบางอย่างจะเปิดใช้งานได้ ต้องสร้างสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องก่อน
ยกตัวอย่างเช่น กองทัพ แม้ตอนนี้จะไปขอยืมตัวคนจากกู้ตั๋ว ก็ไม่สามารถตอบสนองความ้าของภารกิจได้ ต้องสร้างค่ายทหารเสียก่อน
ส่วนกลุ่มการค้า ต้องเปิดใช้ศูนย์กลางการค้า ซึ่งเงื่อนไขในการเปิดใช้ คือต้องมีสิ่งก่อสร้างที่มีฟังก์ชันการค้าห้าแห่ง
ดังนั้น เธอจึงถืออาหารมากมายกองโต เริ่มลงมือสร้างไปพลางกินไปพลาง
พื้นที่ว่างทางทิศเหนือถูกกำหนดให้เป็ค่ายทหารของพาราไดซ์ สร้างค่ายทหารก่อนเป็แห่งแรก
สิ่งก่อสร้างนี้กินพื้นที่มากอย่างคาดไม่ถึง พอสร้างเสร็จแล้วถึงได้พบว่า นอกจากค่ายทหารสีเขียวเข้มที่เรียงรายเป็ระเบียบแล้ว ด้านหน้าและด้านหลังยังมีลานฝึกขนาดใหญ่อยู่อีกอย่างละหนึ่งแห่ง
ดูเหมือนจะเป็เื่เป็ราวขึ้นมาเลยทีเดียว
เมื่อดูที่หน้าจัดการค่ายทหาร พบว่าค่ายทหารหนึ่งแห่งสามารถรองรับกองทัพได้สูงสุดสามกอง และมีหน้ารับสมัครแยกต่างหาก
แม้ว่าตอนนี้ประชากรของพาราไดซ์จะน้อยเกินไป ไม่สามารถรับสมัครทหารได้ แต่เธอก็ยังตั้งค่าเปิดรับสมัครไว้ก่อน
ลู่จินกู้วางแผนจะสร้างเขตการค้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากร้านขายเมล็ดพันธุ์และซูเปอร์มาร์เก็ต เธอก็เลือกที่จะสร้างร้านขายเสื้อผ้าและร้านขายเนื้อ แต่ก็ยังลังเลใจเล็กน้อยกับร้านสุดท้าย
พื้นที่ของพาราไดซ์ระดับสามนั้นถือว่ากว้างขวางอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อพิจารณาถึงการอัพเกรดเป็ระดับสี่ ที่้าผู้อยู่อาศัยห้าสิบคน บ้านเรือนระดับสูงยังกินพื้นที่มากขึ้น กองทัพอีกสองร้อยนาย
นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงตำแหน่งของอาคารที่สวยงาม ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถถมที่ดินได้ทั้งหมด ต้องเลือกเฟ้นสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็จริง ๆ
เมื่อมองดูรูปภาพร้านค้าที่เหลือ ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ บังเอิญลุงเฉิงเดินเข้ามาพอดี
“หัวหน้า” เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ “มีเื่จะรายงานครับ”
“ว่ามาสิ” เธอปิดหน้าต่างระบบและตัดสินใจจัดการเื่นี้ก่อน
ลุงเฉิงดูเขินอายเล็กน้อย แต่ก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า “ลุงยังมีความรู้เื่งานในไร่นาน้อยนัก ที่ฟาร์มหมูและฟาร์มไก่ ทุกคนก็มีคำถามมากมาย ดังนั้นพวกเราจึงคิดว่าควรซื้อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มาศึกษาด้วยตัวเองดีหรือไม่ครับ”
ดาวเคราะห์ 7133 ถูกประกาศให้เป็ดาวเคราะห์รกร้าง ซึ่งก็คือ ดาวเคราะห์ที่ใกล้ตายแล้ว สหพันธ์จึงไม่ลงทุนใด ๆ อีกต่อไป ดาวเทียมสตาร์เน็ตก็ถูกถอนออกไปนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทางศูนย์การค้าก็คงไม่ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารให้กับคนที่พวกเขามองเป็เพียงสินค้า ลุงเฉิงและคนอื่น ๆ จึงไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้
ส่วนยานอวกาศนอกจากลู่จินกู้กับอีธาน ก็มีแค่ที่พานักโทษหกคนนั่นมา แถมสตาร์เน็ตก็ยังไม่มี ยานอวกาศของลู่จินกู้กับคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมาก
มีแค่อีธานที่น่าจะมีวิธีติดต่อกับกู้ตั๋วเป็พิเศษ ลุงเฉิงกับคนอื่น ๆ เลยคิดว่าคงต้องขอร้องให้เขาช่วย แต่แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปหาอีธานตรง ๆ
พอเห็นพวกเขาขยันเรียนรู้ขนาดนี้ ลู่จินกู้ก็ค่อนข้างประหลาดใจ แต่นี่ก็เป็เื่ดี
เพียงแต่เธอกลับกังวลว่า ในหนังสือที่สหพันธ์จัดทำขึ้นมานั้นจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือเปล่า?
เพราะมนุษย์ยุคนี้ก็กินอึกันทั้งนั้น แต่ข้อเสนอของลุงเฉิงกลับทำให้เธอปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้
อาจจะมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ตอบสนองความ้าของทุกคนได้ นั่นก็คือ…
ร้านหนังสือ!
ลู่จินกู้เคี้ยวเค้กข้าว*[1] ไปพลางเลือกทำเลตั้งร้านหนังสือไว้ข้าง ๆ ร้านเสื้อผ้า
“ลุงเฉิง เราเข้าไปดูกัน”
เมื่อผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมของหมึกพิมพ์และกระดาษก็โชยมาแตะจมูก
ชั้นวางหนังสือทำจากไม้เนื้อแข็ง เคลือบเงา วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบเต็มไปด้วยหนังสือหลากสีสัน
ป้ายสีที่อยู่้าของชั้นหนังสือ บอกประเภทของหนังสือเ่าั้อย่างชัดเจน
เธอสำรวจอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็พบหมวดเกษตรกรรม และปศุสัตว์
ดวงตาของลุงเฉิงเป็ประกาย เขาลืมความประหม่าไปชั่วขณะ ดึงหนังสือความรู้พื้นฐานทางการเกษตรออกมาเล่มหนึ่ง อ่านอย่างกระหายใคร่รู้
ลู่จินกู้มองเขาเงียบ ๆ สักพัก แล้วค่อย ๆ เดินออกไป
อาคารทั้งห้าหลังที่มีฟังก์ชั่นการค้าขายครบแล้ว เธอสามารถสร้างศูนย์กลางการค้าได้แล้ว
ลู่จินกู้กอดอาหารที่เหลืออยู่ กินไปพลางมองหาตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อสร้างอาคารไปพลาง
ทันใดนั้น เหมือนหลุมดำปรากฏขึ้นตรงหน้า พลังจิตอันน้อยนิดของเธอไม่อาจต้านทานได้แม้แต่ลมหายใจเดียว
ความรู้สึกที่ว่าพลังจิตถูกดูดรั้งออกไป กลายเป็เส้นใยที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด กลับมาอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้ แรงดึงดูดนั้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่าสมองของเธอจะถูกฉีกออกไป
ในวินาทีต่อมา ลู่จินกู้กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
เสียงของเธอดังจนลุงเฉิงที่อยู่ในร้านหนังสือสะดุ้งโหยง เขาวิ่งออกมาพร้อมกับร้องะโด้วยความตื่นตระหนก “หัวหน้า เกิดอะไรขึ้นครับ!”
น่าเสียดายที่พลังจิตของเขามีเพียงระดับ F ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย
หลังจากชะงักอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน คนอื่น ๆ ก็กรูกันเข้ามา
“ช่วยหัวหน้าเร็วเข้า!” ลุงเฉิงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่อีธาน
ลู่จินกู้หมดสติเพราะความเ็ป ร่างกายซีดเผือดราวกับกระดาษ
“คุณอีธาน ช่วยพี่สาวด้วย” ว่านฉีหยามีน้ำตาคลอเบ้า
ทันใดนั้นทุกคนต่างก็คุกเข่าลงพร้อมกัน
“ขอร้องล่ะ”
ใบหน้าเ็าของอีธานกลับซีดเผือด เขาพูดอย่างยากลำบาก “ฉันช่วยไม่ได้... มีเพียงผู้มีพลังจิตระดับ S ขึ้นไปเท่านั้นที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการถ่ายพลัง”
ลู่จินกู้เธอขดตัวด้วยความเ็ปจนร้องไม่ออก
เป็ครั้งแรกที่อีธานรู้สึกเกลียดชังความอ่อนแอของตัวเอง
“ทำยังไงดี ทำยังไงดี!” ว่านฉีหยาร้องไห้วิ่งเข้ามาหา “พี่สาว อย่าทำให้ฉันกลัวสิ”
ทว่าลู่จินกู้กลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ลมหายใจของเธอเริ่มแ่เบาลงอย่างรวดเร็ว
“แย่แล้ว เธอจะทนไม่ไหวแล้ว”
หยาดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากของอีธานด้วยความร้อนใจ เขาตัดสินใจกัดฟันฝืนปล่อยพลังจิตออกมา
ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่า การฝืนปล่อยพลังจิตทั้งที่ระดับพลังยังไม่เพียงพอ อาจทำให้เขาช่วยเธอไม่ได้ แถมยังกลายเป็คนโง่ไปด้วย
แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สนใจแล้ว!
ทันใดนั้นเอง มีเสียงดังขึ้นเหนือศีรษะ พลังจิตที่เย็นเฉียบพุ่งเข้ามาในอากาศ
[1] เค้กข้าว : เป็ขนมขบเคี้ยวที่มีมาแต่โบราณในจีน แหล่งกำเนิดอยู่ในพื้นที่เจียงหนาน ดินแดนอู่ข้าวอู่น้ำของจีน เป็ที่นิยมเพราะทำง่าย เก็บง่าย พกพาสะดวก ในยุคแรก ๆ ยังทำจากแป้งข้าวเ้า ภายหลังมีการทำจากแป้งข้าวเหนียว เติมน้ำผึ้ง พุทราจีน เกาลัด ฯลฯ ใช้ใบไผ่ห่อนึ่ง เป็ลักษณะของขนมในพื้นที่ราบภาคกลาง