“ท่านผู้ชมครับคู่ต่อไปเป็การเจอกันระหว่างโจกับต้อม...ผมเห็นน้องน้ำเดินมาที่มุมทำหน้าที่เป็พี่เลี้ยงให้กับโจแล้วครับตามกติกาคือต้องเริ่มแข่งขันภายใน 5 นาทีครับ”
วิทย์เดินเข้ามาบีบนวดหัวไหล่ให้กับต้อมอย่างเร่งด่วนโดยที่บัวต้องใช้ผ้าซับหน้าต้อมอย่างเร่งรีบ ทั้ง 2 คนต้องรีบวิ่งเข้ามาที่เวทีการแข่งขัน
“สภาพร่างกายของต้อมยังโอเคในระดับหนึ่งแต่พละกำลังถดถอยไปพอสมควร...ต้อมแข่งไป 3 ยกแล้ว ท้ายยก 3 เร่งจังหวะมากจนเสียแรงไปเยอะจริงๆ !!!....บัวไปนวดหัวไหล่กับต้นคอส่วนพี่จะนวดต้นขาเอง”
“พี่วิทย์...บัวว่ากติกาของทัวร์นี้โหดจริงๆต้องเก่ง ต้องแข็งแกร่งและเพื่อนร่วมทีมต้องเจ๋งจริงอีกต่างหาก ต้อมต้องมาเจอโจแบบพักแค่5 นาทีไม่มีประโยชน์อะไรสักนิด”บัวมีน้ำเสียงค่อนข้างเคร่งเครียดเป็อย่างมาก
“เจอโจหนักจริงๆมวยคาดเชือก คนนี้ทั้งหนักทั้งเร็ว รูปร่างเราเสียเปรียบเยอะเหมือนกัน”
“เอาละค่ะท่านผู้ชมกรรมการให้สัญญาณเริ่มยกแรกของคู่ถัดไปแล้วค่ะ”เสียงสัญญาณยกแรกดังขึ้นทันที
“่แรกเราเห็นได้ชัดเจนครับว่าพละกำลังของต้อมหายไปเยอะครับ ่ท้ายยก 3 ต้อมยืนชนบดกับยูริจนใช้แรงไปเยอะจริงๆครับ....เริ่มต้นยกมาไม่ถึง 20 วินาที ต้อมโดนเตะเจาะยางไป 3 ครั้งแล้วครับจังหวะนี้แรงมากครับ”
ต้อมพยายามต่อยหมัดซ้าย-ขวาสลับบนล่างสร้างจังหวะแต่พละกำลังที่ลดน้อยลงอย่างชัดเจนทำให้ช้าลงแทบจะเดินไม่ไหวั้แ่ต้นยกแรกเลยครับโจสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับต่อยกับเตะสลับไป-มาสวนกลับได้อีกหลายจังหวะ “ต้อมโดนไปอีก2 หมัดชะงักแล้วครับ แต่ว่ากรรมการไม่ได้นับครับ”
โจเต้นฟุตเวิร์คสร้างจังหวะต่อยซ้ายขวาเข้าที่่ท้องได้อีกหมัดต้อมตั้งการ์ดสูงไม่ทันลงมาปิด แล้วตามด้วยโดนเตะเจาะยางอีก 2 ครั้งรวดที่ต้นขาขวาเสียงปะทะแรงมากจนทำให้บัวต้องเอามือปิดหน้าทันที
“ต้อมตามไม่ทัน...ต้อมหมดแรงแล้วจริงๆพี่วิทย์”
“จะจบยกแรกแล้วต้อมยังต่อยไม่เข้าเป้าแม้แต่หมัดเดียว!!ออกไม่ได้แม้แต่หมัดเดียวด้วยซ้ำ”
โจหันมาใช้วิธีเตะสูงเข้าที่หัวแต่ก็ติดการ์ดต้อมจังหวะการเตะต่อเนื่องซ้าย-ขวาอีกหลายครั้ง แม้ว่าจะติดการ์ดก็จริงแต่แรงปะทะที่เกิดขึ้นทำให้ต้อมเอนไป-มาจนถูกหลอกฮุกขวาเข้าที่ท้องอีก 2หมัดจนทำให้ต้อมตัวงอ โจไม่ปลอยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไปวิ่งกรูเข้ามารัวหมัดซ้ายขวาต่อเนื่องนับไม่ถ้วน ทั้งส่วนหัวและ่ท้องต้อมพยายามตั้งการ์ดปิดตลอดเวลาจนไม่ไหว ทรุดลงพื้นเวที
“1…2…3…4…5…6…7…8...”
“กรรมการนับถึง8 ครับ โชคดีที่หมดยกแรกพอดี ทำให้ต้อมรอดอย่างหวุดหวิดครับเราเห็นได้ชัดเจนเลยครับว่า ต้อมหมดแรงจริงๆ ครับ!!!!!!”
บรรยากาศการเชียร์ที่โรงเรียนกลับมาตึงเครียดอย่างมากแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะมีคนยืนดูเต็มสนามฟุตบอลแต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบสงัดราวกับป่าช้าครูใหญ่, ครูหนึ่งและเพ็ญศรีเคร่งเครียดจนหน้าแดงกล่ำ
“ครูหนึ่งคะดูเหมือนว่าต้อมหมดแรงแล้วนะคะ ยกแรกต้อมสู้ไม่ได้เลย ไม่ได้ออกสักหมัดด้วยซ้ำ...พี่โจเก่งจริงๆ”
“พลอยต้องเข้าใจด้วยว่าประวัติโจก็ไม่เบา นักล่าเงินรางวัลในแถบยุโรปด้วย ต้อมเอาชนะยูริได้ก็จริงแต่ใช้กำลังทั้งหมดทุ่มไปกับยก3...จนตอนนี้จะยืนยังแทบจะไม่ไหวด้วยซ้ำ”
“ยก2 จะทำยังงัยดีคะเนีย หนูสงสารต้อมจริงๆ…”พลอยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ครูหนึ่งไม่ได้ตอบอะไรกับพลอยได้แต่ถอนหายใจด้วยสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน
“เท่าที่ดิฉันดูรูปร่างโจได้เปรียบมากกว่า พละกำลังมากกว่า ต้อมเสียเปรียบเป็อย่างมากค่ะ”
“ใช่ครับ..ถ้าพูดถึงกระดูกมวยคู่นี้โจก็เหนือกว่าเยอะครับ สภาพร่างกายก็ดีกว่ากันเห็นๆ ครับสถานการณ์ตอนนี้ต้อมไม่ดีอย่างยิ่งครับ โจเห็นแล้วว่าหมัดต้อมหนักจริง เลือกใช้ความได้เปรียบไม่เข้าแลกวงในหาจังหวะเข้าทำหนักๆ เก็บแต้มได้ตลอดทั้งยก”
“ต้อมยังไหวไหม?พี่ไม่อยากให้ต้อมฝืนนะ พี่รู้ดีว่า นิสัยเราเป็ยังงัย พี่ถามไปเราก็ไม่ยอมหรอก”
“พี่ผมขอร้องเถอะครับผมมารายการนี้ ผม้าสู้จนถึงที่สุด!!!”ต้อมยังคงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ด้วยอาการหายใจหอบทั้งเร็วทั้งแรงจนเห็นได้ชัด
“พี่เชื่อใจต้อม...งั้นก็ออกไปทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน...”
น้ำกำลังใช้ผ้าเช็ดตัวโจที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ“ยก 2 มึงรักษาระยะแบบนี้เอาไว้มึงเห็นแล้วใช่ป่ะ น้องต้อมหมดแรงแล้ว”
“กูว่าน้องต้อมหมดจริงๆกูเข้าไปวงใน น้องไม่มีแรงเหวี่ยงด้วยซ้ำ”
“ยังงัยก็ห้ามประมาทเด็ดขาดก็หาจังหวะเข้าดีๆ เข้าทำจะจะได้เลย”
ใน่ต้นยก 2 โจใช้วิธีเตะเจาะยางสลับกับต่อยบน-ล่างบางจังหวะทำให้ต้อมการ์ดตกเปิดช่องว่างให้โจเข้ามาเตะเข้าที่ช่องท้องอย่างจังจนต้อมออกอาการตัวงออย่างเห็นได้ชัดไม่ต่างอะไรกับกระสอบทรายบนเวทีโจปล่อยหมัดชุดใหญ่ซ้าย-ขวารัวจนต้อมทรุดลงั้แ่ต้นยก 2จนกรรมการต้องแทรกตัวเข้ามานับ
“1…2…3…4…5…6…7…8...”
“ท่านผู้ชมครับต้นยก 2 ต้อมโดนไปนับที่ 2 แล้วครับ เราเห็นชัดเจนว่า โจทำอยู่ข้างเดียว”
“ดูเหมือนว่าน้องต้อมจะหมดแรงจริงๆ ตั้งการ์ดปิดอย่างเดียวค่ะ...”
สีหน้าวิทย์กับบัวเคร่งเครียดเป็อย่างมากจนเก็บอาการไม่อยู่กระวนกระวายใจจนทำให้บัวต้องก้มหน้าทรุดตัวลงไปที่พื้น “พี่วิทย์หนูไม่อยากดูแล้วจริงๆหนูรับไม่ได้ รับไม่ได้จริงๆ พี่วิทย์!!!!”
“ลุกขึ้นมาบัว!!!ถ้าเราไม่ให้กำลังใจ แล้วน้องต้อมจะเอากำลังใจมาจากไหนพี่เองก็ไม่ต่างอะไรกับบัวหรอก!”วิทย์พยายามพูดกระตุ้นให้บัวเข้มแข็งขึ้นมา
ต้อมปล่อยหมัดสวนไปที่โจได้ 2-3หมัดแต่ก็ถูกสวนมาด้วยการเตะเจาะยางจนทำให้ต้อมใช้มือจับขาตัวเองทั้ง 2 ข้าง ในจังหวะต่อเนื่องโจยังคงโจมตีจนทำให้ต้อมตั้งการ์ดปิดหน้ากับ่ท้องเดินกะเผลกขาลากอย่างเห็นได้ชัด
“โจใช้วิธีเตะเจาะยางมาั้แ่ยกแรกจนถึงตอนนี้เริ่มส่งผลแล้วครับ ต้อมเคลื่อนที่ช้าลงจนแทบจะเป็เป้านิ่งเลยครับ วิธีการเข้าทำของโจสุดยอดจริงๆครับ”
โจต่อยเข้าที่ช่องท้องจนการ์ดตกแล้วสลับเตะไปที่ส่วนหัวทำให้ต้อมทรุดลงเป็ครั้งที่ 2 กรรมการพุ่งตัวเข้าไปนับถึง 8แต่ต้อมยังคงชูมือขึ้นบอกว่า ตัวเองยังคงพร้อมสู้ต่อกรรมการจ้องไปที่ตาพร้อมกับดูท่าทางของต้อมอย่างละเอียดแต่ก็ส่งสัญญาณแข่งขันต่อไป
“พี่วิทย์บัวว่าพอเถอะ!!!... ยังงัยต้อมก็ออกหมัดไม่ได้แล้วตอนนี้ยืนยังแทบไม่ไหวแล้วนะคะพี่วิทย์”บัวพูดอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงเศร้าเป็อย่างมาก “พี่วิทย์ยอมแพ้เถอะพอได้แล้ว!!!...บัวทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ”
ตัววิทย์เองก็อยู่ในภาวะลังเลใจเป็อย่างมากเขาจ้องมองไปที่ต้อมตลอดเวลา ต้อมได้แต่ยกการ์ดบังเพียงอย่างเดียวตอบโต้อะไรไม่ได้เลย “ตอนนี้พี่เข้าใจแล้วว่าต้อมกำลังทำอะไรอยู่…”
คำพูดของวิทย์ทำให้บัวแปลกใจมาก “พี่วิทย์หมายความว่าอะไรหนูไม่เข้าใจ!!!”
ใน่เวลาเดียวกันครูหนึ่งจ้องมองไปที่ต้อมผ่านจอโปรเจคเตอร์ไม่ต่างอะไรกับวิทย์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กันแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่หลายครั้ง
“ครูหนึ่งคะ!หนูไม่เข้าใจค่ะว่า ทำไมพี่หมอไม่ยอมแพ้สักที…พวกเราเห็นกันทุกคนอย่าว่าแต่ตอบโต้เลย ตอนนี้ต้อมโดนเตะเจาะยางจนยืนแทบไม่ไหวแล้วนะคะครู”
“ครูว่าครูเข้าใจวิทย์กับต้อมเป็อย่างดี...ครูมั่นใจว่า ตอนนี้ทั้ง 2 คนกำลังคิดอะไรอยู่”
“ยังงัยคะครู?หนูไม่เข้าใจ!”
“สมัยก่อนครูกับวิทย์เห็นต้อมั้แ่วันแรกที่เขามามอบตัวที่โรงเรียนตอนม.4 พอต้อมรู้ว่าครูเป็หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมโรงเรียน ต้อมบอกกับครูคำแรกว่าอยากเข้าชมรมมวย” คำพูดแรกของครูหนึ่งทำให้พลอยและเด็กชมรมดนตรีต้องหันมาฟังกันอย่างตั้งใจเป็อย่างมาก
“หลังจากนั้นสัก1-2 อาทิตย์ได้มั๊ง โอ๋ก็มาสมัครเข้าชมรมมวย ทั้ง 2 คนก็สนิทกันจนถึงทุกวันนี้ตอนนั้นชมรมมวยก็ไม่ค่อยมีผลงานอะไรหรอก ต้อมกับโอ๋ออกไปแข่งั้แ่อยู่ ม.4เทอมแรก แรกๆ ก็แพ้บ่อยเหมือนกัน แต่ทั้ง 2คนก็ช่วยกันสร้างผลงานจนคว้าแชมป์แรกได้ตอน ม.4 เทอม 2...ทั้ง 2 คนฝึกซ้อมหนักมากตอนนั้นครูคิดว่า พลอยน่าจะเคยเห็นผลงานมาบ้าง”
“หนูจำได้ค่ะตอนนั้นหนูเข้ามาชมรมดนตรีแล้วค่ะ”
“ม.5เป็่ที่ทั้ง 2 คนสร้างผลงานให้กับชมรมมวยมากที่สุดแข่งกี่รายการก็ได้แชมป์มาหมด ครูกับวิทย์ช่วยกันสนับสนุนทั้ง 2คนหารุ่นน้องเข้าชมรมมวย ช่วยกันฝึก ครูใหญ่แบ่งงบประมาณมาทำชมรมมวยใหม่หาอุปกรณ์ฝึกซ้อมมาให้เด็กๆ ได้ซ้อมกันอย่างเต็มที่”
“หนูรู้มาว่าทั้ง 2 คนแทบจะซ้อมตลอดเวลา และซ้อมเหมือนพวกมืออาชีพด้วยซ้ำ”
“ต้อมกับโอ๋มีจิติญญาของนักสู้เต็มตัวทั้ง 2 คนรักในการต่อสู้...ก่อนที่จะเข้าแข่งขันรายการนี้ครูกับวิทย์อยากทดสอบร่างกายของมะปรางด้วย ก็เลยให้ซ้อมใหญ่ตอนนั้นพวกเราทุกคนยังโกรธมะปรางกันอยู่ ก็เลยไม่ได้เข้าไปดูการฝึกซ้อม”
“ตอนนี้พวกหนูรู้สึกผิดรู้สึกเสียใจมากค่ะ ที่ทำแบบนั้น…”
“ต้อมกับโอ๋รู้ตัวเองดีว่าพวกเขาทั้ง 2 คนสู้มะปรางไม่ได้หรอก สู้ไม่ได้เลย ฝีมือต่างกันมากเกินไปถ้าจะบอกว่าคนละระดับกับมะปรางก็ได้...ขนาดให้สู้ 2 ต่อ 1 ยังไม่ไหว พวกเราก็เห็นกันทุกคนแล้วว่าขนาดมะปรางแทบไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำ...ก็ยังไม่ไหว แต่ทั้ง 2คนก็ยังยินดีที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ พวกเราลองหันไปมองต้อมตอนนี้สิมองดีๆ มองชัดๆ เข้าใจสิ่งที่ต้อมทำตอนนี้ไหม?”
พลอยและเด็กๆในชมรมดนตรีทุกคนต่างหันไปมองที่จอโปรเจคเตอร์โจกำลังเข้าโจมตีต้อมอย่างหนักทั้งเตะทั้งต่อยข้างเดียว ต้อมตอบโต้ได้ครั้งเดียวก็ต้องล่าถอยพร้อมกับตั้งการ์ดปิดลำตัวยกขาขึ้นปิดเพื่อป้องกันถูกเตะเจาะยางซ้ำ
“หนูว่าพวกหนูเข้าใจสิ่งที่ต้อมทำแล้วค่ะ...”
“ถ้าวิทย์โยนผ้าตอนนี้พวกเราลองคิดดูว่า ต้อมจะเป็ยังงัยต่อไป?...เราเป็คนดูธรรมดา เรายังมองออกเลยว่า ต้อมสู้ไม่ได้ทุกอย่าง โจทำอยู่ข้างเดียวนี่ยังไม่นับพวกทีมชาติอีก แล้วต้อมเป็นักสู้มาตลอดทำไมจะไม่รู้ว่ากระดูกคนละเบอร์มีฝีมือต่างกันมากขนาดนี้ สู้กันไม่ได้อยู่แล้วแต่ต้อมก็ยังยืนหยัดจนถึงตอนนี้”
“ต้อม้าให้พี่โจใช้แรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้...ต้อม้าปกป้องมะปรางใช่ไหมคะ?”
“ไม่ใช่แค่ต้อมคนเดียวครูคิดว่าโอ๋ก็จะทำเหมือนต้อม และจะทำมากกว่าต้อมอีกหลายเท่าตัวเลยล่ะต้อมกับโอ๋้าปกป้องมะปรางให้ถึงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้...ทั้ง 2คนรู้ตัวดีว่า พวกเขาสู้พี่ๆ ทีมชาติ สู้พี่ๆ คนอื่นไม่ได้หรอก”
“แต่ตอนนี้ทั้ง3 คนก็กำลังทำเพื่อชมรมดนตรีของพวกหนู...”
“อืม...เข้าใจถูกต้องแล้วครูอยากให้พวกเราทุกคนรักต้อม, โอ๋และมะปรางให้มากๆ...คนที่กดดันมากสุดก็คือมะปราง”
“ตอนนี้กระแสพุ่งตรงไปที่มะปรางคนเดียวหนูก็เคยคิดเหมือนกันว่า มะปรางคงต้องกดดันมากๆเลยที่มีคนทั้งประเทศจับตามองมากขนาดนี้ค่ะ”
“ตอนนี้ครูคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องรู้ความจริงอีกเื่หนึ่ง”ครูหนึ่งเปิดมือถือยื่นให้กับพลอยดูเป็คลิปจากกล้องวงจรปิดจับภาพตอนที่มะปรางลื่นตกบ่อปลามีความยาวประมาณ 40 วินาที
“ใครดูจบแล้วส่งต่อกันด้วยแต่ครูขอว่าอย่าแอบถ่ายกันนะ ครูให้ดูเฉยๆ”
“นี่เป็เหตุการณ์จริงๆในวันที่มะปรางลื่นตกบ่อปลา ครูอยากให้พวกเราสังเกตดูจังหวะตอนที่ลื่นให้ดีดูที่มือมะปรางกับกล่องเอกสาร”
พลอยก้มหน้าดูคลิปด้วยความตั้งใจเป็อย่างมากมีเด็กหลายคนยื่นหัวเข้ามามุงดูพร้อมๆ กับพลอย “มะปรางใช้มือผลักกระแทกกล่องเอกสาร2 ใบอย่างรุนแรงจนกล่องกระเด็นตกลงที่พื้น จนทำให้ตัวเองต้องเสียหลักล้มลงไปในสระนี่น่า!!!”
“เฮ้ย!!! เดี๋ยวนะพี่พลอย กล่อง 2 ใบนั้นผมเป็คนเอาเอกสารใส่เข้าไป...เต็มกล่องเลยนะพี่มีอยู่ใบหนึ่งหนักมาก ส่วนอีกใบก็เกือบเต็มกล่อง”
“พวกเราดูดีๆสิ มะปรางใช้มือกระแทกกล่องทั้ง 2 ใบไม่ให้ตกน้ำ...ทำให้ตัวเองกระเด็นตกบ่อปลาแทน”
“เอ่อจริงด้วยสิ!!!!”
“หมายความว่าอะไรคะ? ครูหนึ่งรู้นานแล้วเหรอคะว่ามะปรางมีความสามารถแบบนี้ด้วย”พลอยตั้งคำถามด้วยความสงสัยอย่างมาก “หนูยกกล่องใบหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอกสารยังไม่เต็มด้วยซ้ำนะคะ แต่กล่องหนักมาก”
“ตอนนั้นครู,ครูใหญ่, ครูเพ็ญศรีและวิทย์ไม่แน่ใจว่าเป็เหตุบังเอิญหรือเปล่าเพราะว่าเด็กผู้หญิงธรรมดาไม่น่าจะทำแบบนี้ได้…จนกระทั่งมาถึงคลิปจับโจรหนีเข้ามาในโรงเรียนถึงแน่ใจกันแล้วว่า มะปรางไม่เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไปแต่เราไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเราเห็นคืออะไร พวกครูคาดเดาเพียงแค่ว่ามะปรางต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักมาก ถึงทำแบบนี้ได้”
“แล้วแบบนี้ทำไมมะปรางถึงต้องปิดบังเื่นี้ด้วยคะ?...ครูรู้ไหมคะว่าเื่มะปรางลื่นตกบ่อปลาเนีย โดนล้อกันทั้งโรงเรียนมา 1 ปีเต็มๆ เลยนะคะ”
“คำตอบอยู่ที่ปัจจุบันนี้งัยล่ะ ครูคิดว่าพ่อกับแม่คงอยากให้มะปรางใช้ชีวิตเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไปถ้ามีใครรู้ว่า มะปรางคือลูกศิษย์คนที่มีเครดิตมากมายขนาดนี้ทุกคนก็ต้องจับตามอง...ลองคิดดูนะว่า ถ้าไม่มีโจรหนีเข้ามาในโรงเรียนป่านนี้พวกเราก็ไม่รู้ว่า มะปรางมีความสามารถแบบนี้ มะปรางก็ยังคงเป็มะปรางลื่นตกบ่อปลาคนเดิม”
“เพราะว่าความคาดหวังมันน่ากลัวมากใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้วล่ะแต่ในเมื่อตอนนี้เื่ราวมันบานปลายมาแบบนี้ครูอยากให้พวกเราทุกคนช่วยกันดูแลมะปรางด้วย พวกเราไม่รู้หรอกว่ามะปรางต้องแบกรับความกดดันมากขนาดไหน พวกเราเห็นแล้วใช่ไหมว่าต้อมกำลังปกป้องมะปรางอยู่...ครูก็อยากให้พวกเราทุกคนช่วยด้วยมะปรางรักชมรมดนตรีมากขนาดไหน ครูคิดว่าพลอยน่าจะรู้ดี”
ในขณะเดียวกันบัวกับโอ๋กำลังดูคลิปมะปรางตกบ่อปลาจากมือถือของวิทย์อยู่ข้างเวทีเช่นกันแต่มะปรางยังคงวอร์มร่างกายอยู่ในห้องเตรียมตัวคนเดียวโดยที่ไม่ทราบเื่นี้
“ตอนแรกโอ๋แปลกใจมากว่าทำไมพี่หมอแชทเรียกโอ๋มาคนเดียว ทำไมไม่เรียกปรางมาด้วย ตอนนี้โอ๋เข้าใจละ”
“พี่พยายามดูจังหวะที่มะปรางใช้มือกระแทกกล่องเอกสารไม่ให้ตกน้ำหลายรอบ...ปกติแล้วถ้าเรากำลังเสียหลักหรือลื่นล้ม แรงของเราต้องหายไปเยอะมากแต่มะปรางกลับผลักกล่องออกมาไกลได้ขนาดนี้ มะปรางต้องแข็งแรงมากเลยนะเนีย”บัวเปิดประเด็นสงสัยเหตุการณ์ในคลิป
“มะปรางฝึกฝนมาแบบไหนถึงทำได้ขนาดนี้...”
“ตอนที่พี่หมอบอกว่าตอนนั้นไม่แน่ใจว่ามะปรางต้องมีความสามารถอะไรบางอย่างโอ๋สงสัยตรงที่ทำไมปรางต้องปิดบังพวกเราด้วยโอ๋เริ่มรู้จักกับปรางก็เหตุการณ์นี้แหละ โอ๋ไม่ระแคะระคายอะไรแม้แต่น้อย และที่สำคัญเวลาโอ๋ไปแข่งหรือที่โรงเรียนจัดแข่งพวกนี้ปรางไม่เคยมาดูหรือมายุ่งอะไรสักนิดเดียว แทบจะคนละทาง...เหมือนผู้หญิงทั่วไปเลยก็ว่าได้”
“พี่คิดว่าคนที่ต่อสู้เป็อาจจะไปเรียนกับใครมาก็ได้ แต่ของมะปรางแตกต่างจากคนอื่น อย่าลืมสิว่ามะปรางคือลูกศิษย์คนสุดท้ายของท่านปรมาจารย์จางเหว่ยหลุนมีนักกีฬาทั่วโลก้าเป็ลูกศิษย์ของท่านมากมาย แต่ท่านไม่รับ”
“บัวคิดว่าตอนนี้มะปรางคงกดดันมาก เพราะทุกคนรู้เื่นี้กันหมดแล้ว”
“พี่หมอแล้วปรางรู้ไหมว่า มีคลิปนี้อยู่ด้วย?”
“มะปรางไม่รู้หรอกพี่กับครูในโรงเรียนตกลงกันว่า เราจะไม่บอกใครมะปรางอาจจะมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากบอกเื่นี้ แต่ตอนนี้พี่คิดว่าทุกคนต้องรู้ความจริงกันได้แล้ว พี่อยากให้พวกเราเข้าใจมะปราง…กว่าจะมีวันนี้มะปรางต้องฝึกซ้อมหนักขนาดไหน ต้องเจ็บมาขนาดไหน”
“ไม่ไหวแล้วครับท่านผู้ชมกรรมการโบกมือยุติการแข่งขันในเวลา 4 นาที 16 วินาทีของยกที่ 3 ครับต้อมไม่อยู่ในสภาพที่จะชกต่อได้แล้วครับ แต่น้องต้อมก็พยายามสู้เต็มที่เต็มที่จริงๆ ครับ น้องทรหดมาก อึดจริงๆ”
“ตอนนี้บัวเข้าใจสิ่งที่ต้อมทำแล้วล่ะแล้วพี่ก็รู้ว่าโอ๋จะทำเหมือนกับต้อมใช่ไหม?”
โอ๋ไม่ได้ตอบรับอะไรได้แต่พยักหน้า “ดูพี่โจตอนนี้สิ...ไอ้ต้อมมึงทำสำเร็จแล้วเพื่อนต่อไปเป็หน้าที่กูเอง!!!”
“พี่วิทย์บัวขอไปดูอาการต้อมก่อน”
“เดินไปพร้อมกับพี่เลย...โอ๋ฝากบนเวทีต่อด้วย”
“ไม่ต้องห่วงพี่หมองานนี้โอ๋ทุ่มหมดตัว ลุยเต็มที่!!!”
โจใช้พละกำลังไปอย่างมากที่จะเอาชนะต้อมให้ได้เสียงหายใจหอบ, ถี่และเสียงดังชัดเจนจนต้องนั่งยองๆพร้อมกับใช้มือทาบที่หน้าอกตัวเองในขณะที่แพทย์สนามต้องอุ้มต้อมลงเปลหามออกมาปฐมพยาบาลข้างเวทีแข่งขันด้านหนึ่งโดยมีบัวเข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง จนกระทั่งต้อมเริ่มหายมึนงงลุกขึ้นมานั่งที่เปลพยาบาลได้แล้ว
ผู้ชมรอบสนามต่างตบมือให้กำลังต้อมกันล้นหลาม มีหลายคนถ่ายรูปถ่ายคลิปลงโซเชียลกันเต็มไปหมด
“ไอ้น้องแพ้วันนี้ไม่ต้องเสียใจ”
“ต้อมวันนี้นายเจ๋งมาก!!!”
“แพ้ก็จริงแต่โครตประทับใจอ่ะ”
*****************************