เป็อันว่าหลินเฟยหลิงต้องเข้ารับการฝึกอบรมมารยาทใหม่อีกครั้งตามคำสั่งของแม่ทัพหวง เขาเข้ามาจัดการเื่ราวให้นางไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่อยากให้ใครดูแคลนได้ทีหลังว่าฝึกฝนมาอย่างดีกลับถอยหลังลงคลอง และอีกอย่างชื่อเสียงของจวนแม่ทัพหวงได้เป็ข่าวใหญ่แน่ที่มีฮูหยินเป็กุลสตรีไร้เกียรติ
การที่หลินเฟยหลิงต้องอยู่ในวังต่อ นางไม่เคยรู้เลยว่ามีใครบางคนจับจ้องอยู่ไม่ห่าง เขาเฝ้ามองด้วยสายตาเ้าเล่ห์ทุกครั้งที่พานพบหรือแอบมอง องค์ชายสามเดินดักหน้าหลินเฟยหลิงที่กำลังจะกลับไปพักผ่อน นางแปลกใจที่เห็นเขาถี่ขึ้น ภาพวันก่อนยังติดตาที่เขากอดจูบกับหญิงสาวสวยนางหนึ่งอย่างดูดดื่มในสถานที่เปลี่ยวลับตาคน แล้ววันนี้เขามาดักเจอนางทำไมกัน?
“อาหลิง” เขาขานชื่อตามที่ได้ยินหวงฮูหยินเรียกในวันนั้น หลินเฟยหลิงมุ่นหัวคิ้วไม่พอใจนัก พยายามเดินเลี่ยงหนีแต่เขากลับขวางทางไม่ยอมให้ไป นางยืนเท้าเอวเชิดหน้ามองท้าทาย องค์ชายสามเบิกตาโตขำขันกับท่าทางพิลึกพิกล
“ท่าทางเ้าจะโกรธข้าเข้าให้แล้ว” เขาพูดเย้าหยอกอารมณ์ดี
“หลีกทางด้วย ข้ารีบ” นางเริ่มขึ้นเสียงไม่เกรงใจลืมตัวไปหมดทุกสิ่งอย่าง ลืมแม้กระทั่งว่าเขาคือองค์ชายผู้สูงศักดิ์
“ข้าอยากพูดคุยทำความรู้จักกับเ้าให้มากขึ้นก็เท่านั้น จะพูดดีๆ กับข้าบ้างไม่ได้เลยหรือ?” เขายังคงใจเย็นแววตาแพรวพราว
“ท่านไม่มีงานทำหรือ ข้าไม่ว่างหรอกนะ” นางพูดจาเสียงห้วน ชายหนุ่มหน้าขาวเริ่มมีทีท่าโกรธขึ้งที่นางเล่นตัวไม่เลิก
“เ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” เขาทำเสียงเข้ม ชักหมดความอดทนกับนางผู้นี้
“ถ้าเป็คนอื่น ข้าสั่งโบยหลังลายแล้ว ที่ยืนตอแยกับเ้าถือว่าลดตัวมากพอ”
‘มันพล่ามอะไรของมัน’ นางบ่นในใจเหมือนจะข่มกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่ยังคงยืนนิ่งพยายามควบคุมสติ
“ต้องขออภัยท่านจริงๆ ข้ามีธุระด่วนต้องขอตัว”
“ด่วนแค่ไหนก็ต้องหยุด หากข้า้า” เขาโน้มหน้าเข้าใกล้นาง ค่อยๆ เดินเข้ามาชิดมากขึ้นทุกที หลินเฟยหลิงใเดินถอยร่น รีบหมุนตัวโดยไม่ทันระวัง
โป๊ก!!!
“โอ้ย!”
หัวของนางชนกับเสาอย่างจังจนมึนเห็นรูปดาวลอยคว้าง หลินเฟยหลิงยืนไม่ไหว ทรุดกองกับพื้น มือกุมหน้าผากมีก้อนนูนเริ่มปูดขึ้น
องค์ชายสามใที่เป็ต้นเหตุให้นางเจ็บตัว รีบนั่งลงข้างๆ จับมือนางออกดูหัวเริ่มนูนแดงเท่าลูกมะนาวแป้น เขาพยุงนางลุกขึ้น ฉวยโอกาสกอดเอวเอาไว้แแ่
“ข้าจะพาไปทายาที่ห้องข้า” ไม่เพียงพูดเปล่า เขาดึงรั้งนางเป็เชิงบังคับ หลินเฟยหลิงแม้จะยังมึนๆ แต่ก็รู้ตัวว่าจะถูกพาไปไหน
“ไม่ๆ ไม่ไปข้าจะกลับห้องข้า”
“ก็ได้ ข้าไปส่งเ้าเอง” เขาอาสาแววตาเ้าเล่ห์เช่นเดิม นางดึงตัวเองต่อต้านไม่ยอมไปด้วยง่ายๆ หวงฮูหยินกับข้าหลวงหลายคนเดินมาเจอเข้า รีบเข้าขวางทาง
“คารวะองค์ชาย มีเื่อะไรกันหรือเพคะ” หลินเฟยหลิงได้โอกาสรีบสลัดตัวออกจากเขา วิ่งหลบหลังหวงฮูหยินทันที
“ไม่มีอะไร” เขาเอ่ยขึ้นเชิดหน้านิ่งน้ำเสียงเรียบเฉยทำตัวปกติ แล้วรีบเดินหนีไป หวงฮูหยินขมวดคิ้วขบคิด เพียงไม่นานนางบอกให้ลูกสะใภ้เก็บของเตรียมตัวกลับจวน คิดว่าสิ่งที่ร่ำเรียนมาเพียงพอกับความ้าแล้ว หากมีสิ่งใดบกพร่องนางจะไปสอนที่จวนเอง
“ข้าพลาดเอง” หวงฮูหยินเอ่ยขึ้นเพียงลำพังอย่างไม่พึงพอใจนัก
เมื่อกลับมาถึงจวน หวงฮูหยินสั่งให้คนรับใช้ทายาให้หลินเฟยหลิงแล้วรีบเข้าพบเสนาหวงและเรียกแม่ทัพหวงประชุม สามคนพ่อแม่ลูกทันที
“เหตุใดท่านแม่ถึงให้อาหลิงกลับเร็วนักขอรับ” แม่ทัพหวงทักท้วงขึ้น นางมองหน้าเขาหน้าเข้มเครียด
“นางไม่จำเป็ต้องฝึกต่อแล้ว จบทุกหลักสูตรแล้ว”
“แต่นางยังเปลี่ยนพฤติกรรมได้ไม่ดีนะขอรับ” หวงฮูหยินมองหน้าบุตรชายยิ้มอย่างอบอุ่น
“เ้า้าความสมบูรณ์แบบจนไม่เหลือพื้นที่ให้นางได้เป็ตัวเองเลยหรือ แม่มองว่านางทำได้ดีเลยล่ะ หากนางยังมีอาการอื่นๆ หลงเหลืออยู่ มันอาจเป็นิสัยเด็กๆ ของนางก็เป็ได้ คงเป็ไปตามวัยเพราะนางเองก็เพิ่งแตกเนื้อสาว อีกอย่าง…"
หวงฮูหยินค้างคำพูด
“อะไรหรือขอรับ?” เขาเลิกคิ้วสงสัย นางมองหน้าแม่ทัพและเสนาหวงสลับกันช้าๆ
“องค์ชายสามชอบวอแวเมียเ้า นางยังเด็กไหนเลยจะทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ชาย ข้าเจอมาสองครั้งแล้ว ถ้าไม่ไปพบล่ะจะเกิดอะไรขึ้น”
แม่ทัพหวงขบกรามแววตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันใด เขากัดฟันกรอดกำหมัดแน่น
“องค์ชายสามรึ” เสนาหวงพูดเสริมขึ้น
"ดีแล้วที่แม่ของเ้าไปเจอแล้วรีบพากลับบ้าน เพราะคิดว่าหากอยู่ต่อนางอาจเป็อันตรายที่พวกเราช่วยไม่ได้ หากนางยังดื้อยังซนก็ค่อยๆ สอนค่อยๆ ปรับตัวกันไปไม่น่าจะยากนัก
“ขอรับ” เขารับฟังบิดาแต่ในใจขุ่นเคืองบุรุษอีกคนไม่น้อย แม่ทัพหวงร่ำลาบิดามารดากลับจวนเพื่อมาหาฮูหยินน้อยนางยังลูบหน้าผากป้อยๆ เขาเข้ามาดูหน้าผากปูดนั้นอย่างเพ่งพิศ
“เ้าเจ็บมากหรือไม่” เขามองนางอย่างรู้สึกผิด หลินเฟยหลิงเบือนหน้าหนีไม่ยอมพูดด้วย เขาจึงนั่งลงข้างๆ นาง โอบไหล่ชิดตัวเอาไว้ นางขัดขืน แต่เขายิ่งกดมือแน่นยิ่งขึ้น
“ทำอะไรเนี่ย” หลินเฟยหลิงเริ่มเครียดปวดหัวตุบๆ และเจ็บต้นแขนที่เขากดบีบไว้ ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างผู้ชนะที่นางยอมคุยด้วย คลายมือออกโอบไว้หลวมๆ แทน หลินเฟยหลิงเริ่มมึนหัวขึ้นมา ตัวเริ่มอ่อนตาพร่าเบลอ เขาใรีบเข้าประคองหลังนางหมุนตัวให้วางลงบนที่นอน รู้สึกเป็ห่วงอย่างมาก เกรงว่าสมองจะได้รับความกระทบกระเทือนขึ้นมาอีก
“นอนเถอะเดี๋ยวข้าให้คนต้มยาให้” เขาจัดการเสร็จสรรพ เพียงอึดใจ สาวใช้เฒ่าถือถ้วยยาต้มพร้อมลูกประคบมาให้ หวงฟู่เฉินให้นางดื่มยาแล้วเขาประคบให้ต่อ หลินเฟยหลิงอาการค่อยๆ ดีขึ้นนางจึงหลับตาลงได้ หวงฟู่เฉินลูบหัวนางบางเบาราวกับเด็กน้อย
“ข้าจะไม่ยอมให้เ้าเข้าวังคนเดียวอีกแล้ว” เขาเอ่ยขึ้น ในใจเริ่มออกอาการหวงนางเข้าให้แล้ว
แม่ทัพหวงต้องไปเข้าเวรด่วนเพราะมีการลักลอบเผาคลังเสบียงทหาร เขาควบม้าไปค่ายฝึกอย่างเร่งรีบ
“เสบียงเสียหายหมดเลยขอรับท่านแม่ทัพ” ชายหนุ่มเดินอกตั้งอย่างองอาจ ตรวจตราดูอย่างละเอียดถามไถ่จากทหารเฝ้ายาม
“เปิดดูพบเจอสิ่งใด”
“ไม่พบสิ่งใดผิดปกติขอรับ” ทหารรีบรายงาน
“แต่ทหารของเราไม่มีเสบียงสำหรับวันพรุ่งนี้” เขามองไปยังทหารที่นอนพักผ่อนเอาแรงตั้งมากมาย นี่ขนาดไม่ใช่่า
ยังมีคนกล้าแหย่หนวดเสือ เขาไม่ยอมปล่อยเื่นี้เอาไว้แน่ แม่ทัพหวงครุ่นคิดปรายตามองรอบด้าน ในมุมมืดมีใครบางคนยืนแอบฟังอยู่ คืนนี้พวกเขาเตรียมลงมือครั้งใหญ่
และคืนนี้เขานอนในค่ายทหารเพื่อคอยจับตาดูเหตุการณ์ ดึกสงัดเหล่าทหารเข้าเวรยามต่างพักผ่อนเอาแรง แม่ทัพหวงนอนนิ่งสงบอยู่ในกระโจมชั่วคราว ชายสองคนถือน้ำมันแล้วเทราดรอบๆ กระโจม ใช้ไฟใต้จุดบริเวณเดียว ไฟเริ่มลุกโหมพรึ่บพรั่บ ทหารใรีบวิ่งดับไฟกันจ้าละหวั่น เป็ห่วงแม่ทัพอย่างยิ่งที่ติดอยู่ข้างใน ในขณะที่กำลังโกลาหล หวงฟู่เฉินสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้ เขารู้ตัวแต่แรกจึงออกมาจากกระโจมตั้งนานแล้ว เขาทำผ้าเป็กลุ่มก้อนไว้ลวงตาเท่านั้น มีชายชุดดำสองคนวิ่งหลบหลีกว่องไว แต่แม่ทัพตาไวกว่า กระโจนดักหน้า
“จะไปไหน” สิ้นเสียงเขา ชายสองคนง้างกระบี่ขึ้นหมายปลิดชีวิต