เมื่อเเมวสาวป่วนหัวใจพ่อมดหนุ่ม

    หงุดหงิด(1)

      ก๊อก ก๊อก ก๊อก      แอ๊ด~     "มีอะไรอีกเล่า"เสียงชายหนุ่มถามด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินมาเปิดประตู เเละอีกเช่นเคย ตรงหน้าเขาคือร่างบางในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลวมโพรก(ซึ่งดูเหมือนจะคับเเค่ส่วนหน้าอกเท่านั้น) วันนี้เธอเเวะเวียนมาห้องเขาหลายรอบเเล้ว ร่างสูงถอนหายใจ วันนี้เขาทำงานมาทั้งวัน ขอนอนพักอย่างสงบๆบ้างไม่ได้เลยรึไง     "ฮะ ฮินะไม่อยากนอนคนเดียว ขอฮินะนอนกับเมสได้มั้ย"เสียงหวานเอ่ยแบบกล้าๆกลัวๆ วันนี้ถูกเมสโกรธมาหลายรอบเเล้ว ทั้งเรื่องอาบน้ำ เสื้อผ้าไหนจะเรื่องการถูกเนื้อต้องตัวเขาอีก ไม่อยากถูกเมสเกลียด เเต่ก็ไม่อยากนอนคนเดียว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้     "ไม่"เมสปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด ขืนให้เเม่คุณมานอนด้วยมีหวังอาการเเพ้ผู้หญิงของเขากำเริบเเน่      "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นกลับห้องเจ้าไปสะ"ฮินะเหมือนจะพูดอะไรออกมาเเต่ถูกเมสขัดเสียก่อน      "อือ"ดวงคู่หวานหลุบลงอย่างเศร้าสร้อย สั่นไหวเหมือนกำลังจะร้องไห้ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเบาๆ อีกอย่างดูจากมุมนี้เเล้วเหมือนเขาจะเห็นอะไรบางอย่างทะลักออกมาจากเสื้อผ้าอยู่ไม่น้อย เมสกลืนน้ำลายดังอึก หากเจอผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มในเสื้อเชิ้ตตัวเดียวมายืนหน้าห้องของคุณเเล้วทำท่าทางเเบบนี้ เขาเชื่อเลยว่าถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงฉุดเข้าห้องไปนานเเล้ว เเต่เรื่องเเบบนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นกับเขา...      คิดว่านะ==^     ว่าเเล้วเมสก็เลือกปิดประตูปังเพื่อตัดภาพชวนสยิวนั้นออกไปเเล้วกลับขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง ไอปีศาจของหญิงสาวหายไปจากหน้าประตูเเล้ว เขาคงได้นอนอย่างสงบเสียที เเต่ขณะที่เมสกำลังเข้าสู่นิทรา ไอปีศาจนั้นก็กลับมาอยู่หน้าประตูเช่นเดิม  เเต่น่าเเปลกที่คราวนี้ไม่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เมสรอฟังเสียงอยู่นานจนทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นไปเปิดประตูเป็นรอบที่3ของวัน      หน้าประตูไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆเเต่ข้างประตูมีร่างหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ เมื่อฮินะได้ยินเสียงเปิดประตูก็หันไปมองเจ้าของห้อง กำลังจะบอกว่าขออยู่ตรงนี้ก็ได้เเต่กลับถูกขัดขึ้นมาอีกว่า     "ข้าบอกว่ายังไง! ไม่ต้องมานั่งตากยุงอยู่หน้าห้องข้าเลยนะ กลับห้องเจ้าไปสะ หรืออยากให้ข้าไล่เจ้าเหมือนเมื่อเช้า!"ชายหนุ่มขู่     "ไม่เอานะ! ฮินะจะกลับห้องเเล้ว ฮินะขอโทษ"เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเช้า น้ำตาก็ทะลักออกมาทันที หญิงสาวหันหลังกลับห้องไปพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาไม่หยุด เมสทำท่าหนักใจ      ปล่อยให้เป็นเเบบนี้ละดีเเล้ว ขืนตามใจมากเขาคงลำบาก      ชายหนุ่มปิดประตูเเล้วกลับไปนอนอีกครั้ง เเต่ดูเหมือนคราวนี้จะพลิกซ้ายพลิกขวาเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ เฮ้อ  เมสยกมือขึ้นก่ายหน้าผากเหม่อมองเพดานห้องสีขาวไม่รู้สึกถึงไอปีศาจที่ชอบมาเเวะเวียนเเถวหน้าประตูห้องเขาอีก      "บ้าเอ๊ยย"
          เเอ๊ด      เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมเเสงจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาในห้องมืดเเห่งนี้ ดวงตาคู่คมมองร่างบนตียงที่คลุมร่างตัวเองด้วยผ้าห่ม ร่างนั้นสั่นน้อยๆเหมือนกำลังกลั้นสะอื้น เเต่เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูหญิงสาวใต้ผ้าคลุมก็โผล่หน้าออกมาเพื่อมองผู้มาเยือน      "ฮึก เมสหรอ"เนตรสีไพรินบอบช้ำเป็นครั้งที่เท่าไหร่เเล้วไม่รู้ในวันนี้ เมสมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเย็นชาเเต่หารู้ไม่ว่าภายในใจปั่นป่วนไปหมด      "มานี่สิ ข้าจะให้นอนด้วยเเต่เจ้าต้องนอนพื้น เข้าใจมั้ย"ชายหนุ่มกล่าวเสียงเเข็ง ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยิ้มออกมาได้ ร่างเล็กพยักหน้าหงึกๆเเล้วเดินตามร่างสูงไป      เมื่อกลับมาถึงห้อง เมสก็เปิดตู้เก็บของใบใหญ่ นำฟูกที่นอนหนานุ่มออกมาปูให้ร่างบางเเล้วเเบ่งหมอนจากเตียงของเขาให้      "ห้ามขึ้นมาบนเตียงข้าเด็ดขาด เข้าจั๊ย?"หลักจากปีนขึ้นเตียงอีกครั้งชายหนุ่มก็เตือนร่างบางเสียงกร้าว ฮินะพยักหน้า เมื่อได้ข้อสรุป เมสก็ล้มตัวลงนอนเเละหันหลังให้ร่างบาง         เห็นดังนั้นฮินะก็ล้มตัวนอนบ้าง ฮินะนอนมองเเผ่นหลังกว้างอยู่นาน พรางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งเรื่องหมู่บ้าน พี่น้อง เหล่าเเม่มดเเละชายคนนี้        อยากกอดจัง        อยู่ๆร่างบางก็รู้สึกขึ้นมา เเต่ถ้าเธอทำอย่างนั้นเมสจะต้องโกรธเเน่ เธอไม่อยากให้เมสโกรธเเละไม่อยากถูกเมสเกลียดด้วย       "เมส"เสียงหวานเอ่ยเรียก       "อื้อ.."เมสตอบรับด้วยเสียงงัวเงีย       "ฮินะทรามานจังเลย ฮินะมองเมสได้เเต่สัมผัสไม่ได้ ทั้งๆที่เมสอยู่ใกล้เเค่นี้เอง"มือเรียวสวยยื่นออกไปในอากาศเหมือนทำเช่นนั้นเเล้วจะสามารถสัมผัสร่างที่หันหลังให้เธอได้       อึก ยัยนี่พูดออกมาไม่คิดเลยรึไงนะ เลือดซูบชีดไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งเพราะถูกรบกวนด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าครั่ง ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกหันกลับไปทันทีที่รู้สึกว่าเตียงของเขายุบลง       "ข้าบอกว่า..!"เมสกำลังจะต่อว่าเเต่ถูกเสียงที่เศร้าจนน่าใจหายขัดไว้ก่อน       "เมส ฮินะขอโทษ"ร่างบางล้มตัวลงมาสวมกอดร่างสูงที่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน เมสใช้มือทั้งสองข้างค้ำไปด้านหลัง ร่างกายของเขาถูกยึดด้วยร่างอันอ่อนนุ่ม สัมผัสนิ่มๆทับลงมาบดเบียดหน้าอกเขา กลิ่นกายที่บริสุทธิ์ของหญิงสาวลอยมาเเตะจมูก กระตุ้นบางอย่างให้ตื่นขึ้นมา        เฮือก ตาย ตาย ตายเเน่ๆ       เมสรู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆกำลังไหลออกมาจากจมูก เขารู้สึกเวียนหัวตาลายไปหมด ไม่นะ อดทนไว้ ยุบหนอพองหนอ ยุบหนอพองหนอ จะปล่อยให้มันออกมาไม่ได้ ว่าเเล้วเขาก็พยายามดันร่างนิ่มๆนี้ออกไป       "ฮะ ฮินะ พอได้เเล้ว!!"ชายหนุ่มใช้เเรงทั้งหมดดันร่างบางออก เเต่ดูเหมือนเขาจะเผลอไปจับสิ่งต้องห้ามสำหรับเขาเข้าให้เเล้ว เมสถึงกับค้างไปหลายวินาทีก่อนคำพูดหนึ่งจะดังขึ้นมาในหัว        นุ่ม...จัง        ทันใดนั้นอารมณ์บางอย่างก็ประทุขึ้นมาอย่างรุนเเรง อักขระโบราณสีดำปรากฎขึ้นบนต้นคอซ้าย ดวงตาสีมรกตแปรเปลี่ยนเป็นสีเเดงเลือดพร้อมๆกับฟันเขี้ยวเเหลมคมที่โผล่พ้นออกมา เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ชายหนุ่มก้มลงมองร่างกายอันเย้ายวนที่กำลังทาบทับเขาด้วยสายโลมเลีย ลิ้นหนาเลียริมฝีปากล่างด้วยความกระหายในความใคร่        ฮินะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เธอพยายามถอยออกมาเเต่กลับถูกร่างหนาคว้าไว้ก่อน เมสกดร่างฮินะลงบนเตียง เขามองร่างเล็กที่กำลังสั่นน้อยๆใต้ร่างของเขาอย่างอารมณ์ดี
           ย้อนกลับไปในป่าเงียบเหงา       "จะ เจ้า! เจ้าทำอะไร"ชายหนุ่มหน้าเเดงก่ำ เขาคลายอ้อมกอดออกจากหญิงสาวเเต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้น(หนี)ไปไหนเพียงเเค่ถอยห่างออกมาเล็กน้อย       "นั่นเป็นการทำพันธสัญญาของเเมวปีศาจ ตอนนี้ข้าเป็นของท่านเเล้วนะ"หญิงสาวยิ้มหวานหยาดเยิ้ม การได้ผูกพันกับหญิงงามเช่นนี้ หากเป็นชายหนุ่มทั่วไปคงโห่ร้องด้วยความดีใจเป็นเเน่ เเต่ต้องไม่ใช่เขาที่เเพ้ทางผู้หญิงอย่างนี้!       "เดี๋ยว เจ้าว่าอะไรนะ พันธสัญญารึ?"ชายหนุ่มลองถามอีกครั้ง ภาวนาให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเเค่ความฝัน       "ใช่ พันธสัญญา"หญิงสาวยังคงยิ้ม ขณะที่วิญญาณของชายหนุ่มเเทบลอยหลุดจากร่าง       การทำพันธสัญญาในโลกปีศาจเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากทำเเล้วไม่อาจลบล้างได้ นั่นหมายความว่าเขาต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงคนนี้ไปตลอดชั่วอายุขัยเลยงั้นหรือ ฮื่อ ถ้าจะทรามานกันอย่างนี้สู้เอามีดมาปาดคอเขาเลยเถอะ ชายหนุ่มลอบน้ำตาตกในคิดถึงอนาคตต่อจากนี้ เเต่เหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้  จริงด้วย ยัยนี่มีอีกร่างเป็นเเมวนี่ ให้เธอกลับร่างเดิมก็พอเเล้ว ถ้าเป็นเจ้าขนปุยนั่นละก็เขาไม่รังเกียจหลอกน้า        หญิงสาวมองร่างสูงที่เปลี่ยนสีหน้าไปมา จากหน้าเหมือนโลกเเตกกลายเป็นซึมเศร้าเเล้วเปลี่ยนเป็นเบิกบานใจ เขาขยับเข้ามาขอให้เธอกลับร่างเดิม เเต่หญิงสาวส่ายหน้า"ข้าทำไม่ได้หลอก อย่างที่ข้าบอกไปข้ายังอายุไม่ถึงหนึ่งร้อยปีไม่สามารถเปลี่ยนร่างได้"       "งั้นเวทมนตร์.."ไม่สิ ใช้เวทไม่ได้เเมวปีศาจในร่างมนุษย์มีพลังเเข็งเเกร่งกว่า หากใช้เวทมนตร์บังคับพลังขนาดนั้นให้กลับไปในร่างเเมวที่อ่อนเเอกว่าคงไม่ดีเเน่ ชายหนุ่มทำท่าคิดหนัก       "เออ..ท่านจะตั้งชื่อข้าว่าอะไรหรือ"หญิงสาวถามด้วยความใคร่รู้       "หือ? ตั้งชื่อ"       "อื้อ เผ่าของข้าทุกคนไม่มีชื่อหลอกยกเว้นคนที่ทำพันธสัญญาเเล้ว ปกติทุกคนจะเรียกเเทนกันด้วยสีขนหรือรูปร่าง อย่างชิโระชื่อเดิมของข้า เพราะข้ามีขนสีขาวทุกคนจึงเรียกข้าว่าชิโระไงล่ะ"ตอนที่พูดถึงคนในเผ่าใบหน้าหวานเหมือนจะหม่นลงเเต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้เขา        "งั้นเจ้าก็ชื่อชิโระเหมือนเดิมนั่นล่ะ"ชายหนุ่มดูไม่ค่อยสนใจการตั้งชื่อเท่าไหร่เเต่เมื่อเห็นร่างเล็กทำหน้าเศร้า เขาก็เผลอคิดหาชื่อใหม่ทันที       อยู่ๆชื่อหนึ่งก็ปรากฎขึ้นมาในหัว พร้อมกับสายลมนี้นำพากลิ่นหอมหวานของดอกเดซี่มา ความรู้สึกห่วงหาอาวรณ์เกิดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจราวกับเขาเคยสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญมากไป        "ฮินางิคุ..ฮินะ"เสียงทุ้มเเผ่วเบาจนน่าใจหาย       "ท่าน!"ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างเมื่อเห็นน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่คม ชายหนุ่มเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว มองน้ำตาที่หยดลงบนฝ่ามือ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงร้องไห้"ท่านเป็นอะไรรึป่าว หากท่านไม่อยากตั้งชื่อให้ข้าก็ไม่เป็นไร ท่านอย่าร้องไห้เลย"หญิงสาวถามอย่างเป็นห่วง บางทีการตั้งชื่อใครสักคนอาจจะสะเทือนต่อความรู้สึกของเขา       "เฮ้ย ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ร้องด้วยเรื่องนั้นสักหน่อย"ชายหนุ่มใช้เเขนเสื้อเช็ดคาบน้ำตา เขาถอยห่างหญิงสาวที่ขยับเข้ามาเเทบจะเกยตักเข้าอยู่เเล้ว ชายหนุ่มหันหน้าไปทางอื่นพร้อมเอ่ยชื่อนั้นออกมาอีกครั้ง"ฮินางิคุ ชื่อของเจ้า"       หญิงสาวนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มหันกลับมามองภาพนั้นอย่างลืมตัว หัวใจของเขาสั่นไหว ช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามเหลือเกิน ราวกับรอยยิ้มนั้นได้เติมเต็มความความโหยหาในใจเขา จนเขาอดสัมผัสใบหน้าหวานนั้นไม่ได้        "ข้าชื่อฮินางิคุสินะ ฮินางิคุ! ฮินางิคุ!"หญิงสาวหัวเราะอย่างน่ารักพร้อมเอียงหน้าเข้าหาสัมผัสอันอ่อนโยนของฝ่ามือใหญ่"อื้อ ข้าชอบท่านนะ"ท่าทีออดอ้อนเช่นนั้นทำเอาชายหนุ่มที่เผลอลูบเเก้มของหญิงสาวรีบชักมือกลับทันที ใบหน้าคมร้อนฉ่า เขาเข้าใจว่าเเมวเป็นสัตว์ขี้อ้อนถ้าเธออยู่ในร่างเจ้าขนปุยละก็อยากอ้อนเเค่ไหนก็เชิญเเต่อย่าอ้อนมาเขาในร่างนี้ได้มั้ยย เขารำคาญเสียงหัวใจตัวเองจะตายอยู่เเล้ว          "ฮินะ ข้าจะเรียกเจ้าฮินะก็พอ ชื่อนั้นมันยาวไปเรียกยาก"ร่างเล็กสงสัยว่าทำไมชายหนุ่มถึงตั้งชื่อนี้ให้ตนทั้งที่เขาบอกเองว่ามันเรียกยากเเต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเเค่เขาตั้งชื่อให้ก็ดีใจมากเเล้ว"เจ้ายังไม่รู้ชื่อข้าสินะ ข้าชื่อเมทารอส เเวมเพอไนเซอร์ เรียกสั้นๆว่าเมสก็ได้"ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้จึงบอกชื่อของเขา"ถ้าไม่มีอะไรเเล้วก็กลับบ้านกันเถอะ"เมสลุกขึ้นปัดฝุ่นเช็กอุปกรณ์ในกระเป๋าเเล้วก็เดินนำหญิงสาวไป         "อื้อ เมส"ฮินะยิ้มอย่างร่าเริง รีบลุกขึ้นตามไป เเต่อยู่ๆก็รู้สึกไม่มีเเรงขึ้นมา ร่างบางทรุดนั่งลงกับพื้น          ทางเมสที่เดินไปได้ไม่ไกลเมื่อเห็นว่าร่างเล็กยังไม่ตามมาเสียทีก็หันกลับไป ภาพที่เห็นทำเอาร่างสูงใจหายวาบ เขารีบวิ่งเข้าไปหาร่างบางที่ขดตัวอยู่กับพื้น ริมฝีปากร่างเล็กสั่นระริก เหงื่อใหลโซมกาย อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นผิดปกติ เมสยกข้อมือบางขึ้นมาตรวจชีพจรเเล้ววัดอุณหภูมิร่างกาย เมื่อเช็คอาการเสร็จเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก        ยังดีที่เป็นเเค่ไข้ป่าธรรมดา         เมสหยิบเข็มฉีดยากับขวดยาสีใสออกมาจากกระเป๋า เขาทำท่าจะฉีดยาให้ร่างเล็กเเต่กลับถูกต่อต้านอย่างรุนเเรง        "ไม่นะ ไม่เอานะ ข้ากลัวเเล้ว"ฮินะปัดมือไปข้างหน้าพยายามออกห่างจากเข็มฉีดยา ร่างสูงทำหน้าเครียด ถ้าไม่ฉีดระงับไว้ก่อนเชื้อจะเเพร่ไปทั่วร่างกายทำให้อาการหนักกว่านี้ อีกอย่างเธอยังมีภูมิคุ้มกันต่ำเกินไปเพราะอายุยังไม่ถึงร้อยปี ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ต้องเป็นอันตรายถึงชีวิตเเน่        "ฮินะใจเย็นๆ ข้าจะฉีดเบาๆไม่เจ็บหลอก"ชายหนุ่มปลอบเสียงนุ่ม        "ไม่..ไม่เอา"หญิงสาวเบือนหน้าไปทางอื่น พยายามหลีกหนีจากคนตรงหน้า ไม่เหมือนท่าทีที่ชอบออดอ้อนเขาอย่างเคย ใบหน้าหล่อเหลายิ่งเครียดหนักเมื่อเห็นตุ่มสีเเดงเริ่มขึ้นมาบนผิวขาวนวล        "ฮินะ มองข้าสิ"วินาทีนี้เมสไม่สนเเล้ว โรคเเพ้ผู้หญิงของเขาจะกำเริบตอนไหนก็ช่างมัน เเค่ยัยนี่คนเดียวที่เขาไม่มีวันปล่อยให้เธอตาย         ชายหนุ่มจับใบหน้าหวานให้หันมา เขาจุมพิตลงบนเปลือกตาของร่างบางอย่างอ่อนโยน พลางพูดปลอบประโลมคนในอ้อมเเขนซ้ำเเล้วซ้ำเล่า สัมผัสอันวาบหวามทำให้ร่างเล็กอ่อนระทวย ไม่มีเเรงขัดขืนใดๆ        เมื่อคนในอ้อมเเขนมีท่าทีอ่อนลง ร่างสูงก็บรรจงฉีดยาอย่างเบามือที่สุด ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยสุดท้ายก็สลบไป ชายหนุ่มตรวจอาการฮินะอีกรอบ ไข้ลดลงเเล้ว ที่เหลือเเค่กลับไปเช็ดตัวเเล้วให้ทานยาก็เรียบร้อย        "เมส"ฮินะละเมอ พยายามขยับเข้าหาความอบอุ่นในอ้อมกอดเขา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างสูงเผลอยิ้มให้กับใบหน้าหวานที่นอนเหมือนเด็ก จะว่าไปเธอก็ยังเด็กอยู่จริงๆนั่นล่ะเมื่อเทียบกับเขา         เเต่มีบางเรื่องที่ยังคาใจเขาอยู่ ดวงตาสีมรกตเหลือบมองเข็มฉีดยาข้างตัว อะไรที่ทำให้ฮินะกลัวเข็มได้มากขนาดนี้ ยิ่งคิดไอเวทสีดำก็ยิ่งเเพร่ออกมา เเม้เเต่นักล่ายามค่ำคืนที่ได้ชื่อว่าดุร้ายที่สุดยังต้องเผ่นหนีจากบรรยาการที่ชวนอึดอัดเช่นนั้น ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าตนได้ทำให้สัตว์ป่าเเตกตื่นขนาดไหน