ซานะ เด็กสาววัยเพียง 16 ปีก้าวขาขึ้นรถม้าด้วยอารมณ์ที่ว่างเปล่า นางต้องพรากจากครอบครัวไปดินแดนไกลสุดฟากฝั่งเพื่อเข้าพิธีสมรสกับท่านชายต่างอาณาจักร
“พี่จะคิดถึงเ้าตลอดเวลา น้องรัก“
“ถ้าคิดถึงก็ไปหาข้า ท่านพี่” ซานะมองไปที่โซโนโกะและซายาโตะ บิดาของเธอด้วยสีหน้าเฉยชาไม่แสดงความเสียใจ
“ที่นั่นอาจทำให้ลูกรู้สึกแย่ แต่เพื่อท่านแม่ พ่ออยากให้ลูกอดทนจนถึงที่สุด”
ซายาโตะมองหน้าซานะด้วยความเสียใจ เขารู้ดีว่าลูกสาวของเขาอ่อนต่อโลกมากนัก แต่เพื่อรักษาคำมั่นสัญญา จำต้องยอมให้เธอจากออกไป โซโนโกะบีบมือน้องสาวแน่น
“ย่า!!”
คนขับรถม้าสั่งออกเดินทาง ซานะปล่อยมือพี่สาวออกไม่ยื้อรั้ง ซายาโตะและโซโนโกะรวมถึงคนรับใช้ส่วนตัวของซานะได้แต่ยืนมองร้องไห้ดูรถม้าวิ่งออกไปจนสุดสายตา
ขณะที่รถม้าวิ่งออกมาได้สักพัก น้ำตาที่ซานะกลั้นไว้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถยื้อมันไว้ได้อีกต่อไป เธอร้องไห้เหมือนคนจะขาดใจตายอยู่ในรถม้าคันนั้น
ผ่านไปได้หนึ่งชั่วยามรถม้าเคลื่อนมาถึงเส้นทางบาราจูกู ซานะแว่วได้ยินเสียงร้องอันเสนาะหู
“ฮ้า~ ฮา~”
เสียงนั้นเยือกเย็น กังวาน และไพเราะ แต่ฟังเช่นไรก็ดูเหมือนเป็เสียงของคนกำลังคร่ำครวญเสียมากกว่า ซานะรีบโผล่หน้าออกไปบอกคนขับรถม้าให้หยุดเดินรถทันที หลังจากที่รถหยุดลง เธอหันมองไปรอบ ๆ นอกหน้าต่างเพื่อหาต้นเสียง
“ข้ารู้นะว่าเป็เ้า ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้”
เธอกวาดสายตาไปที่แนวป่าทึบเต็มสองข้างทาง ไม่นานนัก ยูเมโกะได้ะโลงมาจากต้นไม้สูงตรงหน้าแล้วเดินมาหาซานะอย่างกับมีเวทมนตร์ นางเอื้อมมือไปจับหน้าซานะอย่างเบามือ
“ข้าต้องคิดถึงเสียงของเ้าทุกวันเป็แน่” ซานะพูดทั้งน้ำตา
“เจอกันคราหน้าข้าจะร้องเพลงที่ท่านชอบให้ฟัง ท่านมิต้องเสียให้ข้าแม้แต่ลัตเดนเดียว ข้าให้สัญญา” ยูเมโกะส่งรอยยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างฝืน ๆ
“ขอบน้ำใจเ้า ยูเมโกะ… ข้าหวังให้ชีวิตเ้ามีแต่ความสุขตลอดไป…” ซานะค่อย ๆ ก้มหน้ามองต่ำ เธอนิ่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยกลับขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเอ่ยคำสั่งเสียเพิ่มเติม “ข้าฝากท่านพี่โซโนโกะด้วย”
“ท่านหาต้องห่วงเื่ทางนี้ไม่ มีข้าอยู่ทั้งคน”
ยูเมโกะแบมือเพื่อส่งสัญญาณหวังให้อีกฝ่ายยกมือขึ้นมาัั ซานะรับรู้ถึงความ้านั้นจึงรีบวางมือทับตอบสนองในทันใด ทั้งสองนางจับมือกันแน่น
“ข้าเองก็หวังให้ท่านมีชีวิตที่ดี เติบโตได้อย่างสง่างามดั่งที่ท่านเป็มาตลอด”
ยูเมโกะเริ่มกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จากนั้นคนขับรถม้าก็สั่งม้าให้เริ่มเดินทางอีกครั้งเพื่อไปยังจุดหมาย ทั้งคู่ค่อย ๆ ปล่อยมือกัน ยูเมโกะมองตามหลังรถม้าที่เริ่มเคลื่อนห่างไกลออกไปพร้อมปล่อยให้น้ำตาหยดไหลรินอยู่เช่นนั้น
♬♪ หากจันทรามีท่านอยู่จริง ข้าวิงวอนให้ท่านมองมา
ใช้แสงอบอุ่นโอบกอดพลอดจากนภาปกคลุมบุปผามิให้ร่วงโรย
แม้วันหนึ่งวันใด ท่านเผลอทำมาลีข้าพลัดหายไป
ได้โปรดในชั่วพริบตาโปรดโอบอุ้มเธอไว้ด้วยเรียบวารี
ให้มาลัยได้ชื่นบานไปจนสุดทางมหานที
แม้ข้าต้องพลีประวาลวรรณวารี เพื่อให้ท่านได้มีอาญาสว่าง
ข้าขอวิงวอนช่วยเปิดทางอีกครั้ง ให้เธอได้ผลิบานไม่รู้โรย ♬♪
กองทหารนับพันพร้อมรถม้าสองคัน เคลื่อนขบวนจากสนามเดอลาครูซ เดินทางไปยังอาณาจักรรอสเพิล เพื่อฉลองพิธีสมรสของท่านชายออสการ์ ฮาบาซและอันนิกา เหมฤทัยที่ 1 แห่งราชินีอิสเบล
รถม้าคันแรกเป็รถของ ท่านชายมาร์คอส คาเบโย่ บุตรชายคนโตของผู้แทนองค์จักรพรรดินีมิเกล มาพร้อมกับ คามิล่า ฮาบาซ คู่สมรสของเขา ทั้งคู่เป็บิดามารดาของออสการ์ ส่วนคันที่สองเป็รถม้าของท่านชายออสการ์ ฮาบาซ ท่านหญิงเปาลีน่า ฮาบาซ และ ท่านชายวัลเดมาร์ เอคแทรนด์ พี่สาวของออสการ์และคู่สมรสของนาง เขาทั้งสามคนสนิทกันมาก พูดคุยจอแจกันมิหยุดยั้งั้แ่รถม้ายังไม่เคลื่อนขบวน
“ข้ารู้สึกประหม่าเหลือเกิน อันนิกานางจะใจร้ายกับข้าหรือไม่” ออสการ์เอ่ยปากถามวัลเดมาร์ ผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของอันนิกา
“นางมีความงดงามและกล้าหาญมาั้แ่เล็ก ๆ เป็ที่รักใคร่ของชาวเมืองยิ่งนัก ท่านหาต้องกังวลสิ่งใดไม่ท่านชาย นางหาใจร้ายข่มเหงท่านไม่”
วัลเดมาร์ให้กำลังใจออสการ์ ท่านชายเ้าสำอางผู้อ่อนต่อโลก อาจเป็เพราะคามิล่าเลี้ยงดูเขาให้เติบโตมายิ่งกว่าไข่ในหิน ซึ่งต่างจากเปาลีน่า ลูกสาวคนโตที่ฝากฝังฝันไว้ให้เก่งทั้งการรบและการเมือง
“อยู่แผ่นดินเราเ้าก็มีท่านแม่กับข้าคอยดูแล อยู่ที่ใหม่ก็ยังมีคู่สมรสที่เก่งการรบอีก ไยชีวิตเ้าถึงได้สบายนัก” เปาลีน่าพูดกับน้องชายเหมือนอิจฉา แต่จริง ๆ เธอรู้สึกอุ่นใจแทนน้องชายเหลือเกิน
“ก็ข้ามิได้กล้าหาญเหมือนท่านพี่นี่” ออสการ์สวนกลับไปด้วยความน้อยใจ
“ท่านเลือกทำในสิ่งที่ท่านถนัดเถิดท่านชาย ที่ดินแดนหลวงท่านอาจเห็นบุรุษส่วนใหญ่เลือกการรบ และสตรีส่วนใหญ่เลือกงานบำรุงวัง แต่ที่รอสเพิลบุรุษและสตรีมีทั้งงานรบและงานในวังผสมกันกว่าครึ่งต่อครี่ง ท่านพ่อและท่านน้าของข้า พวกเขาเก่งการรบเหมือนกับท่านไม่ แต่เื่ปรุงอาหารและงานสวนพวกเขามิเคยเป็รองพวกข้าราชบริพารคนใดเลย” วัลเดมาร์เสริมความมั่นใจให้กับออสการ์ ทำให้เขาพอยิ้มออกมาได้บ้าง
จารึกหอสมุดผู้เปิดภิภพ
เส้นทางบาราจูกู เส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างอาณาจักรฝั่งตะวันออก (คันตะรินะ) สู่แผ่นดินหลวง แม้ทิวทัศน์สองข้างทางจะงดงาม ทว่าความยาวไกลของมันก็ทำให้การเดินทางข้ามอาณาจักรเป็เื่เหน็ดเหนื่อยและเต็มไปด้วยอันตรายจากโจรป่า