กู่อี้หานเฝ้ายืนอยู่หน้าหอแดงหมื่นบุปผา หลังจากที่เฉิงจางิ่หายเข้าไปไม่นานเขาและฮ่าวหรานก็เดินตามไปไม่ไกลนัก เฉิงจางิ่เรียกหญิงนางหนึ่งใบหน้าแต่งจัดดูเหมือนคนดูแลของหอนี้ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสอง กู่อี้หานแต่งชุดที่ดูต่างจากชีวิตประจำวันของเขาที่มักจะสวมอาภรณ์สีเข้มแต่ครั้งนี้เขาได้แต่งกายราวกับคุณชายเ้าสำราญ เพื่อแฝงเข้ามาสืบดูว่าเฉิงจางิ่นัดใครไว้กัน เขาถึงต้องพลางตัวเพื่อหลบหลีกขนาดนี้
“กู่ซื่อจื่อ” ฮ่าวหรานกระซิบเรียกให้ดวงหน้าคมหันมองไปอีกทางหนึ่ง บุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินอ้อมมาจากด้านหลังตามเฉิงจางิ่ขึ้นไปยังชั้นสอง ฮ่าวหรานเดินนำก่อนจะเลือกโต๊ะที่พอมองเห็นผู้ที่อยู่ชั้นสองได้ เหลาป่าว1
i
ย่างกายเฉิดฉายเข้ามายังโต๊ะของกู่อี้หานก่อนจะพาหญิงสาวสองสามคนใบหน้าสะสวยมาแนะนำ ฮ่าวหรานยกมือสะบัดราวปฏิเสธเล็กน้อยพร้อมเอ่ยขึ้น
“เรา้าดื่มสุราเสียหน่อย เ้าช่วยนำสุราชั้นดีมาบริการข้าและคุณชายข้าเสีย อ้อ!!!กับแกล้มซักหน่อย” เหลาป่าวทำใบหน้าอย่างไม่พอใจแม้นางจะเลือกหญิงสาวที่หน้าตาดีที่สุดในที่นี้มาให้เพราะเห็นว่าบุรุษที่นั่งอยู่ตรงหน้าดูมีสง่าราศีท่าทางเป็คุณชายใหญ่จากจวนขุนนางไหนแน่ เหลาป่าวเดินหันหลังกลับไปสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์นำสิ่งที่พวกเขา้ามาเสริฟให้
“คุณชาย..ดูนั่น” บุรุษหนึ่งที่นั่งข้างเฉิงจางิ่เบือนสายตาส่งมายังกู่อี้หาน เฉิงจางิ่ยกยิ้มราวกับคิดแผนการใดก่อนจะกระซิบบุรุษนั้น
“ข้าจะทำให้มันเป็ตะพาบในไหข้าเสีย” เฉิงจางิ่กระซิบบอกพร้อมยื่นห่อยาห่อหนึ่งให้บุรุษข้างกายเขา
“เ้านำมันไปผสมลงในสุรามันเสีย” หอยานี้เฉิงจางิ่มักจะพกติดตัวเขาเสมอแม้จะมิใช่ยาพิษที่ร้ายแรงแต่มันคือยาปลุกกำหนัดที่เขาเคยแอบให้หลี่เยี่ยนฟางดื่มจนติดกับเขามาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งนั่นเขาก็จะใช้กับกู่อี้เฉินเช่นกันหากฮ่องเต้ทรงรู้ว่าหลานชายผู้ที่เขาไว้ใจกลายเป็คนสำมะเลเทเมาจะเป็เช่นไรกัน บุรุษนั่นพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปหลังร้านก่อนแอบเทผงยาปลุกกำหนัดลงในโถสุราที่ฮ่าวหรานสั่ง
เสี่ยวเอ้อร์ยกสุราและอาหารมาที่โต๊ะคนทั้งสองก่อนที่จะยกรินส่งให้กู่อี้หานและฮ่าวหราน กู่อี้หานยกระดกรวดเดียวแม้สายตาเขาจะยังคอยจับสังเกตุอยู่เนื่อง ๆ ฮ่าวหรานหยิบยกแก้วสุราขึ้นแต่สายตากับปะทะกับใครคนหนึ่งซึ่งเขาเองก็จดจำได้ นายทหารชั้นประทวนซึ่งเคยออกรบร่วมกับชินอ๋องและแม่ทัพหลี่ ฮ่าวหรานรีบลุกก่อนจะเหลือบมองกู่อี้หานพร้อมส่งสัญญาณทางสายตาให้เขารู้ตัวว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้ตัวแล้ว กู่อี้หานที่เห็นดังนั้นจึงรีบลุกออกจากโต๊ะก่อนจะเดินป่นกับผู้คนออกมา
“ซื่อจื่อ ข้าคิดว่างานนี้คงมีกลุ่มกำลังทหารตงหนานเป็หนอน เช่นนั้นข้าจะรีบกลับไปรายงานให้ไท่จื่อทราบเสียก่อน”
“ดี..เช่นนั้นเ้ารีบไปเสีย คืนนี้เห็นทีคงเข้าใกล้ไอ้คุณชายเฉิงไม่ได้ แต่ข้าจะไม่ให้มันเสียเปล่าแน่นอน”
“ซื่อจื่อหมายความว่า” กู่อี้หานพยักหน้า
“เยี่ยนฟาง นางต้องรู้อะไรแน่ หากนางยังไม่ยอมบอกสิ่งที่เฉิงจางิ่บอก ข้าจะบีบบังคับนางจนกว่านางจะยอมบอกเอง” แววตาคมฉายแววอาฆาต เขามั่นใจว่าหลี่เยี่ยนฟางคือผู้ที่คิดทรยศฮ่องเต้
“ซื่อจื่อโปรดระวังตัว” ฮ่าวหรานยกมือคำนับก่อนจะะโหายไปในความมืด เช่นเดียวกับกู่อี้หานที่ใช้ความมืดซ่อนกายเข้ามาในจวนแม่ทัพหลี่ ฝีมือทหารเวรยามจวนหลี่ย่อมไม่คณามือเขาซักเล็กน้อย กู่อี้หานจ้องมองเรือนท้ายจวนซึ่งเป็เรือนที่เขาเองก็ไม่ได้มาบ่อยนักแต่ย่อมจำได้ดีว่าเรือนหลังใหญ่ที่มีเครื่องเรือนหรูหราประดับนั้นคือเรือนคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่
หลี่เยี่ยนฟางกำลังกังวลว่าแผนที่ที่นางเอาให้เฉิงจางิ่นั่นเขาจะรู้หรือไม่ว่ามันคือของปลอม เพราะถ้าหากเฉิงจางิ่จับได้ว่านางเอาแผนที่ปลอมให้เกรงว่านางคงจะไม่ได้ตายด้วยน้ำมือกู่อี้หานก็คงต้องเป็น้ำมือเฉิงจางิ่แน่นอน แม้มันจะดูเสี่ยงแต่นางก็พยายามช่วยตัวเอกให้พ้นจากอันตรายได้ระดับหนึ่ง และอาจจะช่วยให้นางได้พ้นชะตาเป็นางร้ายเหมือนหลี่เยี่ยนฟางคนก่อน
“เจียลี่เจียลู่พวกเ้าดับตะเกียงนั้นเสียเถิด คืนนี้เดือนหงาย เพียงแค่แสงจันทร์ก็สว่างพออยู่แล้ว” หลี่เยี่ยนฟางบอกสาวใช้ที่กำลังจะเปิดประตูออกไป ั้แ่ที่นางมาอยู่ในร่างนี้นางมักจะสั่งให้สาวใช้ทั้งสองคอยดับตะเกียงในคืนเดือนหงายเสมอ ด้วยเพราะกลิ่นของตะเกียงนั้นทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัวเวลาหลับ แต่หากเป็คืนเดือนมืดก็พอให้จุดได้แต่ให้อยู่ด้านหน้าห้องนอนนางเท่านั้น ร่างบางเอนตัวลงนอนนางสบายใจที่เฉิงจางิ่รักษาสัญญาเสมอเพราะไม่เช่นนั้นนางคงไม่ได้นอนหลับบนเตียง นุ่ม ๆ นี่เลย
กึก!! เสียงหนึ่งดึงขึ้นอย่างแ่เบา หลี่เยี่ยนฟางที่กำลังนอนสลึมสลือได้ยินเสียงขึ้นก็เอียงหูฟังอีกครั้งนางได้ยินถึงน้ำหนักฝีเท้าที่คอย ๆ เดินมาใกล้ หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ‘เฉิงจางิ่กล้าผิดสัญญารึ ไหนว่าจะมาแค่คืนเดือนมืด’ หลี่เยี่ยนฟางแอบสบถภายในใจเพราะคิดว่าเฉิงจางิ่คงจะมาเสพสุขกับเลือนร่างนาง แม้จะไม่ใช่นางตัวจริงก็ตามแต่วันนี้นางไม่ได้พาสตรีจากหอแดงหมื่นบุปผามานอนเตียงนางเหมือนที่เคย ร่างบางค่อย ๆ ขยับกายหนี มือหนึ่งคว้ากุมข้อเท้านางไว้
“เยี่ยนฟางเ้า...” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบขึ้น หลี่เยี่ยนฟางจำน้ำเสียงนี้ได้ดีว่าบุรุษผู้นี้คือกู่อี้หาน
“ซื่อจื่อ?” นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสงสัยว่าเขา้าสิ่งใดกันถึงได้เข้ามาหานางในยามนี้และยังเป็ห้องนอนเสียอีก นางจำได้ว่าในเนื้อหานิยายหลักไม่มีฉากที่กู่อี้หานบุกเข้าจวนแม่ทัพเลยด้วยซ้ำ ยังไม่ทันที่นางจะระวังตัวอยู่ร่างสูงก็กดมือลงที่ลำคอระหงส์
“เ้าคิดทรยศไท่จื่อข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่” หลี่เยี่ยนฟางใกับสุ่มเสียงแสนจะแ่เบาทว่าดูขุ่นมัวที่สุด นางเพ่งมองใบหน้าคมด้วยแสงจากเดือนหงาย แววตาอันคมวาวราวกับเหยี่ยวดูเยียบเย็นราวน้ำแข็งจดจ้องมา ที่นาง
“ซื่อจื่อเอ่ยถึงสิ่งใดหม่อมฉันไม่เข้าใจ” หลี่เยี่ยนฟางยกมือเรียวบางของนางจับรั้งมือหนาที่ยังคงบีบลงมาที่ลำคอ แต่อยู่ ๆ ร่างแกร่งก็ล้มทับร่างบางของนางพร้อมกับความร้อนจากเรือนกายเขาที่ััได้ ริมฝีปากอุ่นร้อนที่ประทับกลีบปากของนางอย่างรุนแรงทำให้สมองของนางมันขาวโพลน กู่อี้หานรู้สึกว่าตัวเขามีสิ่งผิดปกติความร้อนที่ผาวร้อนออกจากผิวสร้างความอึดอัดไม่น้อย ทันทีที่เขาได้ััริมฝีปากอิ่มทำให้สติเขาไร้การควบคุมลิ้นอุ่นตวัดเกี่ยวพันกวาดต้อนความหอมหวานจากเรียวลิ้นเล็กของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ไล้สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นจากซอกคอนาง กู่อี้หานไล้ปลายจมูกโด่งของเขาคลอเคลียไปทั่วร่างบาง
“ซื่อจื่อท่านหยุดก่อน...” หลี่เยี่ยนฟางรีบดึงเสื้อที่กำลังจะถูกเขาดึงออก แต่เรียวแรงของบุรุษนั้นแข็งแกร่งว่าเรียวแขนนางหลายเท่า
แคว๊ก!! เสียงอาภรณ์นางที่ถูกกระชากออกราวหงุดหงิด ใบหน้าคมดูมิใช่คนเดียวกัน หลี่เยี่ยนฟางหวาดกลัวในท่าทางของเขาแต่ก็ไม่สามารถขัดขืนแรงเขาได้ ั์ตาคมเลิกคิ้วขึ้นมองร่างเปลือยเปล่าของนางอย่างถูกใจผิวเนื้อละเอียดเนียนขาวสะท้อนกับแสงเดือนสร้างความกำหนัดให้เขาไม่น้อย เขาใช้มือเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้านางอย่างอ่อนโยนก่อนจะพรมจูบอีกครั้ง ลิ้นร้อนลากไล้ลงก่อนจะครอบลงยอดอกอวบที่ชูชันเขาดูดดึงพร้อมเค้นคลึงอย่างหมั่นเขี้ยว กู่อี้หานรู้สึกดีที่ได้ดูดดึงยอดถันสีชมพูระเรือนั้นจนกลายเป็สีแดงร่างบางสั่นสะท้านทุกครั้งที่เขาเน้นคลึงอกใหญ่ ๆ ของนาง
“อิ๊...” เสียงเล็กเล็ดหลุดออกจากลำคอ กู่อี้หานเสยหน้ามองยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะลากต่ำมาเนินอิ่มด้านล่างที่ฉ่ำแฉะเป็ทางเขาจับขายกขึ้นตั้งฉากก่อนจะคอย ๆ แยกออกกว้าง ใบหน้าคมซุกลงกลีบกลางกายนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวนาง ดึงความสยิวจนแก่นกายของเขาแข็งขึงขึ้นเห็นเป็เส้นเืปูดโปน เขาค่อย ๆ ลากลิ้นอุ่นร้อนลงอย่างช้า ๆ ร่างบางกระตุกตอดด้วยความเสียวซ่าน
“อะ..อี้หาน...ได้โปรดหยุดเดียวนี้” นางพยายามอ้อนวอนเขาให้หยุดการกระทำ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจฟัง นิ้วเรียวของเขาค่อย ๆ เคลื่อนสอดเข้าช่องทางกลางกายนาง
“อ๊ะ...เดี๋ยว!!” หลี่เยี่ยนฟางพยายามจับศีรษะเขาออกแต่ลิ้นร้อนกลับสอดเข้าพร้อมกับเรียวนิ้วของเขาอย่างเอาแต่ใจ กู่อี้หานดูดึงเม็ดบัวน้อยตรงหน้าที่กำลังแข็งเป็ไต ทั้งดูดทั้งขบกัดจนร่างบางสั่นกระเพื่อมเรียวนิ้วเร่งจังหวะเข้าออกจนร่องเสียวนางตอดรัดแน่นก่อนร่างนางจะกระตุกสั่น สองสามทีน้ำหวานไหลเยิ้มเต็มมือ เขาค่อย ๆ ดึงออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกปดกางเกงออกเผยให้เห็นแท่งหยกลำใหญ่พร้อมไข่แฝดลูกโตที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นขนดกดำ
“กู่อี้หาน...!!” หลี่เยี่ยนฟางเรียกชื่อเขาเพื่อให้ได้สติแต่แท่งหยกนั้นก็ค่อย ๆ กดลงกลางกลีบนางจนเปิดออกปลายหัวหยักบานใหญ่ค่อย ๆ มุดลงกลางกลีบ
“กู่อี้หาน..ข้าเจ็บนะ” หลี่เยี่ยนฟางทุบมือเล็ก ๆ ไปที่ไหล่แกร่งของเขาขณะที่สะโพกสอบกำลังกดลงอย่างช้า ๆ แม้ตอนนี้เขาจะควับคุมสติตนเองได้ไม่เต็มที่แต่ก็พยายามที่จะอ่อนโยนกับนางให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เขาค่อย ๆ ขยับเอวลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะทิ้งจังหวะกดมิดลำโคนใหญ่
“อร๊างง!! อี้หานท่าน” เสียงเล็ก ๆ กระซิบราวเ็ป ร่องสวาทนางกระตุกตอดจนทำให้แท่งเอ็นแข็งตึงจนเส้นเืพันรอบปูดโปน เขายกมือหนาขึ้นอุดปากอิ่มของนางก่อนจะกระแทกลงครั้งแล้วครั้งเล่ากู่อี้หานกระแทกกระทั้นอีกสองสามครั้งก็กระตุกจนน้ำขาวขุ่นกระฉอกออก แต่ของนางก็ยังกระตุกตอดรัดไม่หยุด พอได้ปลดปล่อยความ้าร่างกายของเขาก็รู้สึกดีขึ้นสติที่ยากจะควบคุมก็พอได้สติอีกครั้ง
“ข้าขอโทษ” เขาพรมจูบไปบนหน้าผากนูนของนางก่อนจะค่อย ๆ ดึงแท่งหยกที่เสียบคาออก
บ๊วบ ... เสียงน้ำรักที่ไหลออกจากร่องนางฟังดูลามก หลี่เยี่ยนฟางน้ำตารินอาบสองแก้มมือหนาค่อย ๆ เกลี่ยเช็ด
“ข้าจะรับผิดชอบเ้า...พอใจหรือยัง”
“ปล่อยข้า ไปซะข้าจะถือว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ท่านกับข้ามิใช่ผู้ที่จะอยู่ร่วมกัน” กู่อี้หานได้ยินก็ขุ่นโกรธ ราวมีเปลวไฟแผดเผาไปทั่วร่าง เขาไม่คิดว่านางจะเอ่ยเช่นนี้ แม้นางจะเป็ของเขาแล้วแต่นางก็ไม่ถือเอาความ ‘ช่างเป็สตรีที่ง่ายดายนัก นางคงมิได้มีข้าเพียงผู้เดียวซินะ’ กู่อี้หานยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นเคือง จับใบหน้าเอียงประกบจูบนางอีกครั้ง
...............
1’ เหลาป่าว = คล้ายกับสตรีที่ทำหน้าที่คอยช่วยเหลือบุรุษที่มาหาสตรีนอนด้วยหรือเรียกง่าย ๆ ว่าแม่เล้านั่นเอง
2’ ตะพาบในไห = คล้ายกับสำนวนไทยคือ ลูกไก่ในกำมือ
mage